เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 585 - 586: สั่งสอนเฟิงซิวฉิน

ตอนที่ 585 - 586: สั่งสอนเฟิงซิวฉิน

ตอนที่ 585 - 586: สั่งสอนเฟิงซิวฉิน


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 585 สั่งสอนเฟิงซิวฉิน

เฟิงซิวฉินเป็นคนคว่ำจานอาหารบนโต๊ะของกู้หนิง แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามของผู้จัดการร้าน

“พวกคุณเห็นแล้วนะว่าเธอเป็นคนเริ่มก่อน ดังนั้นไม่ว่าฉันจะทำอะไรต่อจากนี้ ผู้หญิงคนนี้สมควรได้รับแล้ว” กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็ลุกขึ้นและตบหน้าเฟิงซิวฉินอย่างแรง เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังก้องไปทั่วร้าน ทุกคนในร้านอาหารต่างตกใจไปตามๆกัน

ภายในเสี้ยววินาที แก้มของเฟิงซิวฉินก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ทว่ากู้หนิงไม่หยุดอยู่แค่นั้น เธอหยิบเอาจานอาหารที่ยังมีอาหารเหลืออยู่และสาดไปที่เฟิงซิวฉิน อาหารยังหลงเหลือความร้อน เฟิงซิวฉินปวดแสบปวดร้อนอีกครั้ง เธอเกือบหน้ามืดหมดสติด้วยความเจ็บ

ทุกคนหน้าถอดสีกับการกระทำที่รุนแรงของกู้หนิงแต่ไม่มีใครเห็นใจเฟิงซิวฉินสักคน เพราะเธอเป็นฝ่ายที่เสียมารยาทก่อน คนไม่มีมารยาทควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติต่อผู้อื่นในที่สาธารณะ

“ซิวฉิน!” เพื่อนของเฟิงซิวฉินกรีดร้องและวิ่งเข้ามาปัดเศษอาหารออกจากตัวเธอ

“คุณหนู ไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยเหรอครับ?” ผู้จัดการร้านอาหารตำหนิกู้หนิงเพราะเขากลัวว่าครอบครัวของเฟิงซิวฉินจะโทษเขาที่ปล่อยให้เรื่องเลวร้ายนี้เกิดขึ้น

กู้หนิงปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชาและถามเขาว่า “แล้วสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำไม่เกินไปหน่อยเหมือนกันเหรอคะ? เธอคว่ำจานอาหารโต๊ะของฉันและอาหารก็เปื้อนเสื้อผ้าฉันหมด เธอทำลายมื้อเที่ยงของฉันกับเพื่อนและยังทำเสียงดังไม่เกรงใจคนอื่น”

ท่าทางที่ดุดันของกู้หนิงทำให้ผู้จัดการร้านตกใจกลัว แต่เมื่อนึกถึงครอบครัวของเฟิงซิวฉิน เขาก็ยืนอยู่ข้างเธอโดยอัตโนมัติ “คุณก็ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนนี่ครับ แต่ตอนนี้คุณเฟิงเป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บนะครับ!”

“แล้วไง?” กู้หนิงถามด้วยท่าทางหยิ่งยโสเพราะเธอรู้แล้วว่าผู้จัดการร้านเป็นคนลำเอียง

ที่เธอตบและสาดอาหารใส่เฟิงซิวฉินนั่นก็เพราะเฟิงซิวฉินวอนหาเรื่องก่อนนะ

ผู้จัดการร้านอาหารนิ่งไปและไม่รู้จะโต้กลับอย่างไร

“อี...” เฟิงซิวฉินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เธออยากจะสบถด่ากู้หนิง แต่แก้มของเธอบวมแดง แค่อ้าปากก็เจ็บมากแล้ว

กู้หนิงหันกลับไปมองเฟิงซิวฉินและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อะไร? คิดว่าสามารถรังแกฉันได้เพราะคุณเกิดในครอบครัวคนรวยงั้นเหรอ? ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณเป็นใคร ฉันตบคุณได้ถ้าคุณทำให้ฉันหงุดหงิด”

ถ้าเฟิงซิวฉินเพียงแค่ทำให้กู้หนิงหงุดหงิด เธอก็แค่ถูกตบและกู้หนิงก็จะปล่อยเธอไป แต่ถ้าเธอกล้าทำอะไรกู้ม่าน ชีวิตของเฟิงซิวฉินก็จะถูกทำลายเช่นกัน

“ฉันจะฆ่าแก อีเด็กบ้า!” เฟิงซิวฉินไม่สนคำเตือนของกู้หนิงและง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้ากู้หนิง แต่ก็ถูกกู้หนิงจับมือไว้ได้ก่อน

“เมื้อกี้ว่าอะไรนะ?” กู้หนิงมองหน้าเธอตรงๆ จากนั้นก็เหวี่ยงเธอออกไป เฟิงซิวฉินเสียการทรงตัวล้มลงพื้นอย่างแรง เธอกรีดร้องออกมา

“ซิวฉิน!” เพื่อนของเฟิงซิวฉินก็ตกใจไม่ต่างกัน

ปกติตอนที่เฟิงซิวฉินอยากจะตบใครสักคน เธอจะเป็นคนช่วยเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลัวกู้หนิงมากจนไม่กล้าเข้าไปช่วย

“โทรหาตำรวจ! โทรหา..” ผู้จัดการร้านแหกปากร้องตะโกน แต่ปากของเขาก็หุบลงเมื่อกู้หนิงหันขวับมามองเขา สายตาของกู้หนิงน่ากลัวมากและเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก

ทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้? เขาคิด

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” ในขณะนั้นเอง น้ำเสียงไม่พอใจของผู้ชายก็ดังขึ้น

กู้หนิงรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่มาใหม่คือใคร ผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนรักของพานจื่อรุ่ย กวนปิน

กู้หนิงหันไปมองและเห็นกวนปิน พานจื่อรุ่ย และผู้ชายแปลกหน้าอีกคนเดินตรงมายังเธอ

“คุณชายกวน เด็กคนนี้...” ผู้จัดการร้านเอ่ยปากโทษกู้หนิงทันทีที่เขาเห็นกวนปิน ก่อนที่เขาจะพูดจบ กวนปินก็ทักทายกู้หนิงด้วยความประหลาดใจ “คุณกู้!”

ผู้จัดการร้านงงเป็นไก่ตาแตก คุณชายกวนรู้จักเด็กสาวคนนี้ด้วยหรือ?

“ใครนะ?” พานจื่อรุ่ยวิ่งเข้ามาทันที และเขาก็ตื่นเต้นเมื่อเห็นกู้หนิง “บะ บอส ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”

บอส? ทุกคนในร้านอาหารรู้จักพานจื่อรุ่ย อะไรนะ? คุณชายพานเรียกเด็กสาวคนนี้ว่าบอส? แสดงว่าพวกเขาต้องสนิทกันมากๆ

ตอนนี้ผู้จัดการร้านเริ่มเหงื่อตกแล้ว หากเด็กสาวคนนี้เป็นบอสของคุณชายพาน พวกเขาคงโทษว่าเป็นความผิดของเขา

เฟิงซินที่มาที่นี่พร้อมกับกวนปินและพานจื่อรุ่ยก็แอบตะลึงเมื่อเห็นกู้หนิง เพราะกู้หนิงสวยมากจริงๆแม้ว่าเธอจะไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม ปกติแล้วผู้หญิงสวยส่วนใหญ่มักแต่งหน้า แต่กู้หนิงเป็นข้อยกเว้น มากสุดเธออาจแค่ทารองพื้นบางๆ แต่ว่าจริงๆแล้วกู้หนิงมีผิวที่เรียบเนียนและเป็นมันเงา ผู้คนจึงคิดว่าเธอทารองพื้นอยู่ หากพวกเขามองใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าเธอไม่ได้แต่งหน้าเลย

“ฉันมากินมื้อเที่ยงแต่ผู้หญิงบ้าคนนี้คว่ำจานข้าวของฉันจนหกเลอะเทอะตัวฉันไปหมด” กู้หนิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จากนั้นก็มองไปที่เฟิงซิวฉินที่ยังล้มอยู่บนพื้นด้วยสายตาเยียบเย็น

ทั้งสามหนุ่มมองไปที่เสื้อผ้าของกู้หนิงและฟางซิวฉินที่อยู่บนพื้น ไม่ต้องถามให้มากความ พวกเขาก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ทั้งพานจื่อรุ่ยและกวนปินต่างก็โมโหแทนกู้หนิง

“คุณเฟิง คุณคิดอะไรอยู่ถึงได้สร้างปัญหาในร้านอาหารของครอบครัวของผม? คุณคิดว่าคุณสามารถเอาเปรียบครอบครัวของผมได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?” กวนปินไม่สนใจว่าเฟิงซิวฉินจะเจ็บตัวหรือไม่เจ็บตัว และไม่สนครอบครัวของเธอจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหน

“คุณชายกวน เพื่อนของฉันบาดเจ็บอยู่นะ ทำไมถึงได้โทษเธอสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นล่ะ? ฉันว่าเราโทรเรียกรถพยาบาลเถอะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเพื่อนของฉัน ตระกูลเฟิงไม่ปล่อยคุณไปแน่”

กวนปินไม่ชอบใจที่เพื่อนของเฟิงซิวฉินใช้ตระกูลเฟิงมาข่มขู่เขา กู้หนิงเป็นญาติของตระกูลถาง ดังนั้นเขาจึงยืนเคียงข้างเธอโดยไม่ต้องคิดเลย

 

ตอนที่ 586 อยู่กับมัน

พานจื่อรุ่ยก็ออกโรงปกป้องกู้หนิงเช่นกัน “แล้วไง? คุณคิดว่าตระกูลเฟิงเป็นตระกูลเดียวที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเมือง B ?

“นี่...” เพื่อนของเฟิงซิวฉินพูดไม่ออก

แม้ว่าเฟิงซินจะแซ่เฟิงเหมือนกัน แต่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเฟิงของเฟิงซิวฉิน เมื่อเขาเห็นเฟิงซิวฉินบาดเจ็บ เขาก็รู้สึกเห็นใจเล็กน้อยและเอ่ยว่า “ฉันว่าพวกเราส่งคุณเฟิงไปที่โรงพยาบาลก่อนดีกว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี”

“เธอหาเรื่องบอสของฉันก่อนนะ!” พานจื่อรุ่ยแย้งเสียงแข็ง

“เอาล่ะ พาเธอไปโรงพยาบาลเถอะ” กู้หนิงคิดว่าควรพอได้แล้ว และเธอไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องบ้าบอเหล่านี้ “แต่เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ร้านและเสื้อผ้าของฉันที่ต้องเปื้อนเพราะเธอ แต่ว่าเธอบาดเจ็บ ฉันอภัยให้แล้วกัน”

คำพูดคำจาของกู้หนิงฟังดูอวดดี แต่คนอื่นรู้สึกสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอพูดประโยคสุดท้าย

กวนปินจะคิดค่าเสียหายกับเฟิงซิวฉินทีหลัง

ไม่มีใครโทรเรียกรถพยาบาลสักคน ดังนั้นเพื่อนของเฟิงซิวฉินจึงต้องเป็นคนโทรเอง

ก่อนที่รถพยาบาลจะมา กวนปินก็เชิญกู้หนิงทานข้าวด้วยกันที่ห้องอาหารส่วนตัว

กู้หนิงและอวี้จื่อยังหิวอยู่และเธอก็ไม่ได้เจอพานจื่อรุ่ยนานแล้ว ดังนั้นเธอจึงตอบตกลง

ผู้ชายสองคนที่เป็นคนปล่อยข่าวลือไม่ได้กลับออกไปในทันที พวกเขาแอบดูอยู่ด้านนอกร้านอาหาร เมื่อพวกเขาเห็นกู้หนิงตบหน้าเฟิงซิวฉิน พวกเขาก็ตกใจและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่หนีออกมา

เมื่อเรื่องวุ่นวายจบลงแล้ว หนึ่งในชายสองคนก็โทรศัพท์เพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหาร

คนที่จัดฉากปล่อยข่าวลือไม่ใช่ถางตี้หมิงโดยตรง แต่เป็นคนที่ทำงานให้เขา เมื่อเขารับโทรศัพท์และได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในร้านอาหาร เขาก็โทรหาถางตี้หมิงโดยด่วน

“อะไรนะ? พวกเขาเจอกันแล้ว และเฟิงซิวฉินก็ถูกทำร้าย?” ถางตี้หมิงทำหน้าไม่เชื่อ เด็กคนนั้นเก่งกาจขนาดนั้นเชียว?

“แน่ใจนะว่าเป็นเด็กคนนั้น?” ถางตี้หมิงถาม

“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

เนื่องจากพวกเขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงไม่มีอะไรที่ถางตี้หมิงสามารถทำได้ เขาบอกให้ชายสองคนนั้นออกจากเมือง B เผื่อว่าพวกเขาจะถูกจับได้

ที่ร้านอาหาร

อวี้จื่อไม่รู้จักกลุ่มของพานจื่อรุ่ย เธอรู้แค่ว่าพวกเขาเป็นลูกคนรวยจากบทสนทนาเมื่อสักครู่ ครอบครัวของหลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวเซียนเทียบไม่ได้เลยกับตระกูลพานและตระกูลกวน ดังนั้นอวี้จื่อจึงรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องกินข้าวร่วมกับพวกเขา

อันที่จริงเธอเองก็ไม่รู้ว่าเกาเหวินซินมาจากครอบครัวเศรษฐี ถ้าเธอรู้ เธอคงไม่รู้สึกอึดอัดใจแบบนี้

“บอส สั่งอาหารที่เธออยากกินเลยนะ” พานจื่อรุ่ยยื่นเมนูให้กู้หนิง และกู้หนิงก็ไม่ลังเลที่จะสั่งอาหารที่เธอชอบ

เมื่อพนักงานเสิร์ฟออกไปแล้ว พานจื่อรุ่ยก็ถามว่า “บอส ทำไมฟางซิวฉินถึงทำแบบนั้นกับบอสล่ะ?”

“เธอถามว่าฉันเกี่ยวข้องยังไงกับตระกูลถาง ฉันไม่บอกเธอ เธอก็เลยโมโห” กู้หนิงและแอบโกหก เพราะเธอต้องเก็บความลับเรื่องที่เธอเป็นลูกสาวแท้ๆของถางหยุนฟ่านไว้ก่อน

“ทำไมเธอต้องถามด้วยล่ะ? ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย” พวกเขาคิดว่ามันแปลก แม้ว่าจะสงสัยว่าแท้จริงแล้วกู้หนิงเกี่ยวข้องกับตระกูลถางอย่างไร แต่มันก็ไม่มีใครกล้าถามกู้หนิงตรงๆ

“นายรู้จักเฟิงซิวฉินมากแค่ไหน?” กู้หนิงถามด้วยความสงสัย เธอรู้แค่ว่าเฟิงซิวฉิวต้องมาจากตระกูลใหญ่ แต่รายละเอียดอื่นนั้น เธอไม่รู้

“ฟางซิวฉินมาจากตระกูลดังในเมือง B และเธอก็ชอบประธานถางมาหลายปีแล้ว เธอเคยอ้างว่าเป็นคู่หมั้นของเขาตอนที่เธอยังเด็กกว่านี้ แต่ประธานถางไม่ชอบเธอ เธอจึงครองตัวเป็นโสดจนอายุ 36” พานจื่อรุ่ยกล่าว

กู้หนิงค่อนข้างประหลาดใจ

“ถึงเธอจะรักประธานถางมากแค่ไหน เธอก็เป็นผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่ง ใครที่วิพากษ์วิจารณ์เธอ เธอจะเอาคืนคนๆนั้นกลับ” พานจื่อรุ่ยเอ่ย

“ฉันไม่คิดว่าเธอสามารถเอาคืนคุณกู้ได้” กวนปินเอ่ย เขาเชื่อว่ากู้หนิงฉลาดกว่านั้นและมีอำนาจมากกว่าฟางซิวฉิน

“ใช่ บอส ถ้าเธอต้องการการสนับสนุนจากฉัน โทรมาได้เลยนะ” พานจื่อรุ่ยเอ่ย

“ขอบคุณนะ”

“ลืมแนะนำเลย นี่เพื่อนของฉันเอง เฟิงซิน” พานจื่อรุ่ยแนะนำเฟิงซินกับกู้หนิง

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณกู้ ผมได้ยินพานจื่อรุ่ยพูดถึงคุณหลายครั้งเลยล่ะครับ” เฟิงซิวฉินเอ่ย “ถึงผมจะแซ่เฟิง แต่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเฟิงซิวฉินนะครับ เผื่อคุณเข้าใจผิด”

“ฮ่า ฮ่า ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” กู้หนิงตอบกลับอย่างสุภาพ

เฟิงซินเคยคิดว่ากู้หนิงจะเย่อหยิ่งตามประสาทายาทคนรวย ไม่คิดว่าเธอจะใจดี แต่กระนั้นก็ยังถือตัวอยู่ เขาจึงไม่รู้จะเข้าหาเธออย่างไรดี

ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เพื่อนของเฟิงซิวฉินก็โทรหาพี่สะใภ้ของเฟิงซิวฉิน ‘ลู่ฉิวถิง’

เมื่อลู่ฉิวถิงมาถึงโรงพยาบาล ใบหน้าของเฟิงซิวฉิวก็ถูกพันด้วยผ้าพันแผลและเธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ ดังนั้นลู่ฉิวถิงจึงหันไปถามเพื่อนของเธอแทน “จินอี้ เกิดอะไรขึ้น? ใครกล้าทำร้ายซิวฉิน?” อู่จินอี้ไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดทางโทรศัพท์ เธอจึงยังไม่รู้รายละเอียดเท่าใดนัก

จากนั้นอู่จินอี้ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหารให้เธอฟัง แม้ว่าอู่จินอี้ไม่ได้พูดใส่ไข่ กระนั้นลู่ฉิวถิงก็ยังโกรธมากอยู่ดี “นังเด็กสารเลวนั่นอวดดีเกินไปแล้ว!”

ลู่ฉิวถิงไม่คิดว่าการกระทำของน้องสามีเธอเป็นการกระทำที่หยาบคายและไร้มารยาทตรงไหน เธอโทษกู้หนิงทุกอย่างซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเธอเองก็ไม่ต่างจากเฟิงซิวฉิน ลู่ฉิวถิงอายุมากกว่าเฟิงซิวฉินสี่ปี ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก ตามคำกล่าวที่ว่า ‘คนเหมือนกันย่อมอยู่ด้วยกัน’

ตอนที่ทั้งคู่ยังอายุไม่มาก ลู่ฉิวถิงแอบชอบพี่ชายของเฟิงซิวฉิน ‘เฟิงปิงฮุย’ แต่ตอนนั้นเฟิงปิงฮุยมีแฟนแล้ว เพื่อช่วยลู่ฉิวถิงให้ได้แต่งงานกับพี่ชายของตัวเอง เฟิงซิวฉินจึงร่วมมือกับลู่ฉิวถิงจัดฉากแฟนสาวของเฟิงปิงฮุยขึ้นเตียงกับผู้ชายคนอื่น

จบบทที่ ตอนที่ 585 - 586: สั่งสอนเฟิงซิวฉิน

คัดลอกลิงก์แล้ว