- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 583 - 584: อวี้จื่อสู้กลับ, มีคนแอบชอบถางหยุนฟ่าน
ตอนที่ 583 - 584: อวี้จื่อสู้กลับ, มีคนแอบชอบถางหยุนฟ่าน
ตอนที่ 583 - 584: อวี้จื่อสู้กลับ, มีคนแอบชอบถางหยุนฟ่าน
ตอนที่ 583 อวี้จื่อสู้กลับ
ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของอวี้จื่อก็ดังขึ้น เธอล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาและเห็นว่าเป็นข้อความจากกู้หนิง
กู้หนิง: อวดพวกเขากลับไปเลย ฉันนั่งอยู่ในลัมโบร์กินสีขาวที่จอดอยู่ข้างถนน เดินมาสิคะ
หลังจากอ่านข้อความ อวี้จื่อก็มองไปที่ข้างถนนและมีลัมโบร์กินีสีขาวจริงๆด้วย เธอแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าเจ้านายของเธอจะรวยมากขนาดนี้ อวี่จื่อทำตามคำแนะนำทันที เธอมองผีเน่ากับโลงผุที่อยู่ตรงหน้าพลางยืดหลังตรงและกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ขอโทษนะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ” จากนั้นเธอก็เบี่ยงตัวหลบและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล เธอขึ้นไปนั่งในรถลัมโบร์กินีที่มีมูลค่ามากกว่าสิบล้านหยวน
หลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวนตะลึงจนอ้าปากค้าง
“อวี้จื่อไปรู้จักคนรวยแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?” จ้าวเซี่ยวซวนไม่อยากเชื่อสายตาตนเองและพูดด้วยความอิจฉาริษยา ถึงแม้เธอจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ แต่ลัมโบร์กินีสีขาวคันนั้นเป็นรถสุดหรูที่ใครๆก็รู้จัก อวี้จื่อเป็นคนจน เธอรู้จักคนรวยระดับนั้นได้ยังไง?
“เฮอะ ฉันก็นึกว่าเธอเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีซะอีก ทีแท้ก็นักขุดทองนี่เอง” จ้าวเซี่ยวซวนพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งร้าย ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจอิจฉาแทบตาย เพราะเธอก็อยากมีแฟนที่ร่ำรวยมหาศาลเหมือนกัน
จ้าวเซี่ยวซวนเป็นผู้หญิงที่ไม่มีมาตรฐานทางศีลธรรมจริงๆ เธอไม่เพียงแต่ขโมยแฟนของเพื่อน แต่ยังยอมทอดกายเพื่อเงินเช่นกัน
หลินเทียนโหย่วเองก็ไม่พอใจ อวี้จื่อเป็นแฟนเก่าของเขา แต่เขาก็ยังรู้สึกหัวเสียใส่อวี้จื่อที่มีแฟนรวยมากกว่าเขา จ้าวเซี่ยวเซียนไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ แต่เขาเชี่ยวชาญ เขารู้ได้ทันทีว่าลัมโบร์กินีสีขาวคันนั้นมีราคาอย่างต่ำสิบล้านหยวน
สิบล้านก็เท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินที่เขามี อย่าว่าแต่ลัมโบร์กินีเลย รถราคาล้านหยวนเขาก็ยังไม่กล้าซื้อ รถที่เขาขับอยู่ตอนนี้ราคาเพียงสี่แสนหยวนเท่านั้น และสิ่งที่อวี้จื่อเพิ่งทำเป็นการตบหน้าเขาอย่างจัง
เมื่อเห็นหลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวเซียนตะลึงอ้าปากค้าง อวี้จื่อก็รู้สึกสะใจมาก เธอไม่สนว่าพวกเขาจะคิดกับเธออย่างไร
“คุณมีรถไหมคะ?” กู้หนิงถามอวี้จื่อ “ยังค่ะ” อวี้จื่อตอบ “คุณมีใบขับขี่ยังคะ?” กู้หนิงถาม
“มีแล้ว แต่นานๆขับที ก็เลยขับไม่เก่งเท่าไหร่” อวี้จื่อตอบ
“พนักงานระดับสูงในบริษัทของฉันสามารถมีรถส่วนตัวได้ ถ้ามีเวลาว่างก็ลองไปเลือกรถสิคะ ราคาสักล้านหยวน ฉันจะซื้อให้เองค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
ตราบใดที่อวี้จื่อทำงานกับกู้หนิง เธอสามารถมีรถราคาแพงๆได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอออกจากบริษัทก็ต้องคืนรถให้บริษัทโดยไม่อิดออด
อวี้จื่อไม่คิดออกจากบริษัทอยู่แล้ว เธอตั้งใจทำงานของเธออย่างเต็มที่ และรถก็จะเป็นของเธอ
“ขอบคุณค่ะ” อวี้จื่อเอ่ย
แม้ว่าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าจะหยุดทำงานชั่วคราว แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ กู้หนิงมาที่นี่ในวันนี้พร้อมกับอวี้จื่อเพื่อสำรวจรอบๆ เพื่อดูว่ามีบางอย่างที่ต้องเปลี่ยนหรือไม่
หลังจากเดินไปรอบๆ อวี้จื่อตัดสินใจตั้งสายการผลิตเสื้อผ้าชาร์มไว้ที่ชั้น 3 และเธอก็จดบันทึกอุปกรณ์และสินค้าที่เธอต้องการ บริษัทเพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และยังขาดแคลนวัตถุดิบ เธอจึงต้องดำเนินการเอง เมื่อได้เงินมา เธอจะจัดตัวแทนจัดซื้อเพื่อซื้ออุปกรณ์และสินค้า
เมื่อทั้งคู่ออกจากโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าก็เป็นเวลา 11.30 น. จึงไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
ระหว่างทาง อวี้จื่อก็ได้รับสายปริศนา เธอไม่รู้ว่าคนที่โทรมาคือหลินเทียนโหย่ว เธอจึงกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ นั่นใครคะ?” อวี้จื่อถาม
“อวี้จื่อ คุณมีผู้ชายเลี้ยงงั้นเหรอ? ผมรู้ว่าผมอกหักคุณและคุณอยากทำให้ผมหึงด้วยการไปคบกับคนรวย แต่...” หลินเทียนโหย่วคิดเองเออเองว่าอวี้จื่อต้องการทำให้เขาหึง
“หลินเทียนโหย่ว คุณคิดว่าคุณเป็นใคร? ต้องไร้ยางอายขนาดไหนถึงพูดว่าฉันอยากทำให้คุณหึง?” อวี้จื่อโมโห เธอพูดสวนขึ้นก่อน จากนั้นกดตัดสาย
อวี้จื่อโมโหไม่ใช่เพราะหลินเทียนโหย่วเข้าใจเธอผิด แต่เป็นเพราะหลินเทียนโหย่วคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองซึ่งเป็นอะไรที่เธอรับไม่ได้
หลินเทียนโหย่วโทรหาเธออีกครั้ง แต่อวี้จื่อไม่รับสายของเขา
“ขอโทษนะคะ” อวี้จื่อขอโทษกู้หนิง เธอเพิ่งรู้ตัวว่าได้ตะโกนเสียงดังต่อหน้ากู้หนิง แม้ว่ากู้หนิงจะเป็นคนใจดี แต่ก็ต้องให้เกียรติ
“ไม่เป็นไรค่ะ วิธีที่ดีที่สุดในการตอบโต้ศัตรูคือการมีชีวิตที่ดี ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ” กู้หนิงพูดปลอบเธอ
“ขอบคุณมาก ฉันจะต้องทำให้ได้” อวี้จื่อพูดอย่างมุ่งมั่น ใช่ว่าจะมีคนโชคดีที่ได้รับโอกาสแบบเธอ ดังนั้นเธอจึงต้องตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตของเธอและจะไม่ทำให้เจ้านายของเธอต้องผิดหวัง
“คุณอยากกินอะไรคะ?” กู้หนิงถาม
“แล้วแต่บอสเลยค่ะ”
“แพ้อาหารประเภทไหนเป็นพิเศษไหมคะ?” กู้หนิงถามอีกครั้ง
“ไม่มีค่ะ” อวี้จื่อตอบ
กู้หนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “งั้นไปกินข้าวที่ร้านอาหารข้างๆห้างเฟิงจางแล้วกันค่ะ”
“กู๊ดไอเดีย!” อวี้จื่อเห็นด้วย
กู้หนิงจอดรถที่ลานจอดรถ จากนั้นทั้งคู่ก็ลงจากรถพร้อมกัน เมื่อพวกเธอเดินเข้าไปในร้านอาหาร พวกเธอเลือกโต๊ะข้างหน้าต่าง
“ใครๆก็รู้ว่าท่านประธานถางไม่เคยแต่งงานหรือมีลูกมาก่อน แต่อยู่ๆแม่ลูกคู่หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในบ้านตระกูลถางเมื่อไม่กี่วันก่อน เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนท่านประธานถางมาก” ผู้ชายที่อยู่โต๊ะใกล้ๆเอ่ยขึ้น
กู้หนิงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินและมองไปที่พวกเขา คุณปู่ได้เตือนคนใช้ในบ้านไปแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ให้ปล่อยข่าว? คนพวกนี้รู้ได้อย่างไร? หรือว่าเป็นแผนส่วนหนึ่งของถางตี้หมิง?
มีเพียงคนในตระกูลถางและถางตี้หมิงเท่านั้นที่รู้ว่าเธอคือลูกสาวของถางหยุนฟ่าน ถ้าไม่ใช่คนในตระกูลถางปล่อยข่าว ก็ย่อมต้องเป็นถางตี้หมิง
ในระหว่างนั้นเอง ผู้หญิงสองคนที่อายุมากกว่า 30 ปีรู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินการสนทนาของชายสองคน พวกเธอหนึ่งในสองคนมีสีหน้าไม่พอใจ น่าเสียดายที่กู้หนิงไม่ได้สังเกตเห็น
“นายหมายความว่าเด็กคนนั้นอาจเป็นลูกสาวของท่านประธานถางงั้นหรือ?” ชายอีกคนถาม
ตอนที่ 584 มีคนแอบชอบถางหยุนฟ่าน
“ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นอะไรได้ล่ะ?”
ทันใดนั้นผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปก็ลุกขึ้นและเดินไปหาผู้ชายสองคนที่กำลังพูดถึงถางหยุนฟ่าน เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างมาก “คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?”
เมื่อเห็นเหตุการณ์ กู้หนิงก็ตระหนักได้ทันทีว่าชายสองคนจงใจพูดให้ผู้หญิงคนนั้นได้ยิน ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? ทำไมถึงแสดงออกมากขนาดนั้น? และทำไมชายสองคนนั้นถึงจงใจให้เธอได้ยิน?
“เพื่อนผมทำงานให้ตระกูลถางและเขาเป็นคนบอกผมเอง” ชายคนนั้นกล่าว
คงเป็นแผนของถางตี้หมิง กู้หนิงคิดในใจ
ผู้หญิงคนนั้นดูหัวเสียมากกว่าเดิม เธอไม่ได้ถามอะไรอีกและเดินกลับไปที่โต๊ะของเธอ
“ซิวฉิน อาจเป็นข่าวปลอมก็ได้นะ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกสาวของถางหยุนฟ่านจริง ทำไมถึงไม่มีใครได้ยินข่าวคราวของเด็กนั่นเลยล่ะ? ทำไมถึงมาปรากฏตัวเอาตอนนี้?” ผู้หญิงอีกคนพูดปลอบเพื่อน
“ถ้าไม่ใช่ แล้วข่าวมันลือออกไปแบบนั้นได้ยังไง!” ผู้หญิงที่ชื่อซิวฉินไม่เชื่อ
เธอคือเฟิงซิวฉิน ผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวเศรษฐีของเมือง B เมื่อตอนที่ภรรยาของนายท่านถางยังมีชีวิตอยู่ แม่ของเฟิงซิวฉินเป็นเพื่อนสนิทของคุณผู้หญิงถาง ตอนที่เฟิงซิวฉินยังเด็ก แม่ๆมักพูดติดตลกจับคู่ให้ลูกตัวเอง แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับถือเป็นจริงเป็นจัง เธอมักอ้างว่าเธอคือคู่หมั้นของถางหยุนฟ่าน แต่ถางหยุนฟ่านมักรักษาระยะห่างจากเธอและไม่เคยพูดถึงเรื่องแต่งงานเลยสักครั้งเดียว เวลาผ่านไปนาน เธอยังไม่ได้แต่งงานเข้าตระกูลถาง และเธอก็ไม่พูดว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นของถางหยุนฟ่านอีก
อย่างไรก็ตาม เฟิงซิวฉินก็ยังลังเลที่จะยอมแพ้ แม้เธอจะไม่สามารถชนะใจถางหยุนฟ่านได้ เธอก็ไม่ปล่อยให้เขาต้องเหงาอยู่คนเดียวและยังครองตัวเป็นโสดจนกระทั่งอายุ 36 ปี
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถ้าผู้หญิงคนไหนกล้าเข้าใกล้ถางหยุนฟ่าน เธอจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขาทันที ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะนอนกับเขา เธอจะลงโทษสถานเบา แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นตั้งใจจะนอนกับเขาหรือแม้แต่เป็นแฟนสาวของเขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายผู้หญิงคนนั้น
ความรักของเฟิงซิวฉินที่มีต่อถางหยุนฟ่านนั้นบิดเบี้ยวมาก ดังนั้นเธอจึงโกรธและเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อได้ยินว่าถางหยุนฟ่านมีเมียและลูกสาวอย่างลับๆ
“ถ้าฉันไม่ได้เขา ใครหน้าไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าเรื่องสองแม่ลูกนั่นเป็นเรื่องจริง ก็คงจะเป็นจริงได้ไม่นานหรอก” ขณะที่พูด เฟิงซิวฉินก็สวมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้หนิงก็เหลือบมองเธอ ในใจก็คิดว่า งั้นเราก็มาลองดูกันสักตั้ง! ถ้าเธอกล้าทำร้ายแม่ของฉัน ฉันสาบานเลยว่าเธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
“บอส เป็นอะไรไปคะ?” อวี้จื่อถาม
“อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไร” กู้หนิงตอบพร้อมกับยิ้มให้อวี้จื่อ
ในเมื่อกู้หนิงบอกว่าไม่มีอะไร อวี้จื่อก็ไม่ถามเซ้าซี้อีก
ไม่นานจานอาหารก็ถูกวางลงบนโต๊ะ และพวกเธอก็เริ่มเพลิดเพลินกับมื้อเที่ยง
ส่วนเฟิงซิวฉินหมดความอยากอาหารหลังจากได้ยินข่าวเรื่องกู้ม่านและกู้หนิง
เมื่อพวกเธอลุกขึ้นจะเดินออกจากร้าน สายตาของเพื่อนเฟิงซิวฉินก็ตกที่กู้หนิงและรู้สึกว่ากู้หนิงหน้าคุ้นๆ เธออดมองกู้หนิงหลายครั้งไม่ได้ และกู้หนิงก็ไม่ได้หลบหน้าหลบตาแต่อย่างใดเพราะนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ
“ซิวฉิน ดูเด็กคนนั้นสิ!” เพื่อนของเฟิงซิวฉินดึงเธอกลับมาและชี้ไปที่กู้หนิง
เฟิงซิวฉินหันกลับมามองกู้หนิงและตะลึงไปในทันที เธอรู้จักถางหยุนฟ่านตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงจำกู้หนิงได้ทันที
ใช่เด็กคนนี้ไหมที่ผู้ชายสองคนนั้นพูดถึง? เฟิงซิวฉินคิดในใจ
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอไม่มีทางปล่อยเด็กนั่นไป เธอเดินปรี่ไปที่โต๊ะกู้หนิงและถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่า “เธอเป็นอะไรกับถางหยุนฟ่าน?”
แม้ว่าจะรู้คำตอบแล้ว แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากกู้หนิง
ในเวลาเดียวกัน ชายสองคนก็ประหลาดใจเช่นกันเมื่อเฟิงซิวฉินถามคำถามนี้กับกู้หนิง พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นกู้หนิงจนกระทั่งตอนนี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอถางหยุนฟ่านเป็นการส่วนตัว เห็นเพียงรูปถ่ายของเขาเท่านั้น พวกเขาก็ต้องยอมรับว่าเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นคล้ายกับถางหยุนฟ่านอย่างมาก พระเจ้า! เธอเป็นเด็กคนนั้นหรือเปล่า? เธอได้ยินทุกอย่างไหม?
ชายสองคนนั้นลุกหนีอย่างไว กลัวว่าตัวเองจะถูกจับได้
กู้หนิงเห็นพวกเขาหนีไปก็ไม่ได้เข้าไปขวางทาง เพราะตอนนี้เธออยากสั่งสอนบทเรียนแก่เฟิงซิวฉินมากกว่า
อวี้จื่อตกใจกลัวกับท่าทางดุร้ายของเฟิงซิวฉิน แต่เธอไม่รู้ว่าถางหยุนฟ่านเป็นใคร ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
กู้หนิงเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้าต่อไปและไม่สนใจเฟิงซิวฉิน
เมื่อเห็นว่ากู้หนิงไม่สนใจตน เฟิงซิวฉินยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้น “หูหนวกรึไง? ไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอ?”
กู้หนิงไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่ถามด้วยน้ำเสียงเย็นๆว่า “คุณเป็นใครเหรอคะ? ทำไมฉันต้องตอบคำถามคุณด้วยล่ะ?”
“เธอ...” เฟิงซิวฉินหงุดหงิดกับท่าทางที่เย่อหยิ่งของกู้หนิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกู้หนิงกล่าวด้วยใบหน้าที่คล้ายกับถางหยุนฟ่านอย่างยิ่ง
ชั่วพริบตา เฟิ่งซิวฉินก็ปัดจานอาหารบนโต๊ะทิ้ง
อวี้จื่อขยับถอยหลังด้วยความกลัวและหลบจานที่หล่นลงพื้น
กู้หนิงไม่ขยับเขยื้อน และอาหารก็หล่นใส่เสื้อผ้าของเธอ
กู้หนิงจงใจกวนโมโหเฟิงซิวฉินเพื่อใช้เป็นข้ออ้างที่สมเหตุสมผลในการสั่งสอนเฟิงซิวฉิน
“บอสคะ เป็นอะไรไหมคะ?” อวี้จื่ออยากจะเอื้อมมือมาปัดเศษอาหารออกจากเสื้อกู้หนิง แต่กู้หนิงยกมือขั้นห้าม
เสียงดังดึงดูดความสนใจจากลูกค้าท่านอื่นในร้านอาหาร และผู้จัดการก็เข้ามาหาพวกเธอทันที "เกิดอะไรขึ้น?"