- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 581 - 582: ขอโทษ, หลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวน
ตอนที่ 581 - 582: ขอโทษ, หลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวน
ตอนที่ 581 - 582: ขอโทษ, หลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวน
ตอนที่ 581 ขอโทษ
“ด้วยอายุของหนูในตอนนี้ พวกเราจึงยังแต่งงานกันไม่ได้ และเขาต้องการหมั้นหนูไว้ก่อน แม่คะ หนูห่วงความรู้สึกของแม่ก็เลยไม่ได้บอกแม่ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
แม้ว่ากู้ม่านจะพอเดาได้อยู่แล้ว แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่ดีที่กู้หนิงยอมรับออกมาตรงๆ
หลังจากตกอยู่ในความเงียบอยู่สักพัก กู้ม่านก็เอ่ยถามด้วยความกังวลว่า “ลูกแน่ใจนะว่าเขาอยากจะแต่งงานกับลูก? เขาสามารถรอได้หลายๆปีแน่หรือ?”
“แม่คะ หนูเข้าใจว่าแม่เป็นห่วง แต่หนูเชื่อว่าเชาถิงไม่มีทางเป็นอย่างที่แม่กังวลแน่นอนค่ะ พ่อกับแม่เขาเสียไปแล้วตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เขาก็เลยค่อนข้างไว้ตัวจากคนอื่นเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาพบกับหนู เขาดีต่อหนูมาก หนูรู้สึกว่าหนูเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกนี้” กู้หนิงพูดด้วยใจจริง “ต่อให้พวกเราไม่ได้แต่งงานกันในอนาคต หนูก็ไม่เสียใจ เพราะใช่ว่าคนที่เป็นรักแรกจะได้แต่งงานกัน”
ได้ยินเช่นนั้นกู้ม่านก็รู้สึกเห็นใจเลิ่งเชาถิง เธอไม่ได้ไม่ชอบเขา แต่ลูกสาวของเธอยังเด็กเกินไป หากในอนาคตพวกเขาได้ลงเอยแต่งงานกัน เธอก็ดีใจและมีความสุขกับพวกเขาด้วย คนเป็นแม่ย่อมอยากเห็นลูกมีความสุขทั้งนั้น
กู้ม่านไม่ได้พูดอะไรอีก ซึ่งหมายความว่าเธอยอมรับแล้ว
หลังจากนั้นพวกเธอก็เดินทางไปยังบ้านตระกูลถาง
ถางไห่เฟิงกำลังคุยอยู่กับจ้าวอี้หรูตอนที่พวกเธอมาถึง
เป็นจ้าวอี้หรูที่เป็นคนบอกถางไห่เฟิงเรื่องของถางหยุนฟ่าน แน่นอนว่าเรื่องที่ถางหยุนฟ่านตื่นขึ้นมาแล้วย่อมต้องบอกเขาด้วย
จ้าวอี้หรูไม่ประหลาดใจเท่าใดนักตอนที่ได้ยินว่าถางหยุนฟ่านตื่นแล้วเพราะเขารู้ว่าเขาคิดถูก
“อี้หรู ขอบคุณมากที่ช่วยพวกเรา” ถางไห่เฟิงเอ่ย
“ด้วยความยินดี” จ้าวอี้หรูเอ่ยตอบ พวกเขารู้จักกันมานานหลายสิบปี เขายิ่งกว่าเต็มใจช่วยเสียอีก
ตระกูลถางมีศัตรูมากมายแต่ก็มีพันธมิตรมากมายเช่นกัน ถางไห่เฟิงไม่ได้บอกใครเลยเพราะมันเป็นความลับสุดยอด
“ฉันได้ยินมาว่าครอบครัวของนายเกิดเรื่องเมื่อวานนี้ เป็นยังไงบ้างล่ะ?” จ้าวอี้หรูถามด้วยความห่วงใย
“ใช่ กู้ม่านถูกลักพาตัวเพราะพวกเรา แต่เมื่อคืนนี้เธอกลับบ้านมาอย่างปลอดภัยแล้วล่ะ โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงรู้สึกผิดมาก” ถางไห่เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ กู้ม่านมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเขาปลุกถางหยุนฟ่าน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้
“ดีแล้วล่ะ” จ้าวอี้หรูเอ่ย
ในขณะนั้นเอง แม่บ้านก็พากู้หนิงและกู้ม่านเข้ามาข้างใน ถางไห่เฟิงลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นพวกเธอ “อรุณสวัสดิ์!”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ นายท่านถาง”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่”
กู้ม่านและกู้หนิงไม่ลืมทักทายจ้าวอี้หรู
“กู้ม่าน ฉันขอโทษเธอจริงๆนะสำหรับเรื่องที่เธอต้องเจอ” ถางไห่เฟิงเอ่ยขอโทษกู้ม่าน
“ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ฉันปลอดภัยแล้วค่ะ” กู้ม่านเอ่ย
“ดีแล้วๆ นี่คือจ้าวอี้หรู เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ฉันเอง” ถางไห่เฟิงเอ่ย
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะนายท่านจ้าว” กู้ม่านและกู้หนิงทักทายจ้าวอี้หรู
“เช่นกันๆ” จ้าวอี้หรูพูดด้วยรอยยิ้ม
จ้าวอี้หรูรู้เรื่องกู้หนิงกับถางหยุนฟ่านแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจที่เห็นว่าเธอหน้าตาคล้ายถางหยุนฟ่าน
ถางหยุนฟ่านสังเกตเห็นกู้ม่านจากหน้าต่างชั้นสอง เขาอยากจะลงไปหาเธอใจแทบขาด แต่เขายังต้องอยู่ในห้องเผื่อว่ายังมีสายลับของถางตี้หมิงอยู่ในบ้านหลังนี้อีก
กู้หนิงพากู้ม่านขึ้นไปยังชั้นบน แม้ว่าถางหยุนฟ่านจะได้ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว พวกเขาสองคนยังต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกันก่อน
“หนิงหนิง...แม่....” กู้ม่านเกิดประหม่าขึ้นมาเมื่อต้องเจอถางหยุนฟ่านอีกครั้ง
“แม่คะ ผ่อนคลายค่ะ หนูจะอยู่กับแม่ด้วย” กู้หนิงจับมือกู้ม่านและบีบกระชับเพื่อปลอบใจเธอ
แม้ว่ากู้ม่านจะยังรู้สึกประหม่า เธอรู้ว่าไม่วันใดวันหนึ่งเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับเขาอยู่ดี
“ม่าน!” วินาทีที่พวกเธอเดินเข้าไปในห้องของถางหยุนฟ่าน เสียงเรียกของถางหยุนฟ่านก็ดังขึ้น พวกเขาจากกันกว่าสิบแปดปีแล้วแต่ดูเหมือนว่าเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน นั่นก็เพราะถางหยุนฟ่านจำได้แล้ว และความทรงจำของเขาก็กระจ่างชัดมาก
กู้ม่านรู้สึกประทับใจตอนที่ถางหยุนฟ่านเรียกชื่อเธอ
“คุณ...” กู้ม่านอ้าปาก
“ใช่ ผมจำได้หมดทุกอย่างแล้ว” ถางหยุนฟ่านเอ่ย
ได้ยินดังนั้น กู้ม่านก็น้ำตาร่วง เธอคิดถึงเขามาก คิดถึงมาโดยตลอด และในที่สุดเขาก็จำได้แล้วว่าเธอคือใคร เธอสามารถเห็นความรักในดวงตาของเขา กู้ม่านไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เมื่อเธอเห็นว่าหนิงของเธอกลับมาแล้ว
“ม่าน คุณเป็นอะไรไป?” ถางหยุนฟ่านรีบเข้ามาหากู้ม่านและประคองเธอเอาไว้
กู้หนิงและถางหยุนฟ่านช่วยกันพากู้ม่านไปนั่งที่โซฟา กู้หนิงแอบถ่ายทอดพลังเข้าไปในร่างของกู้ม่าน เธอกลัวว่าแม่จะหมดสติไปจากอาการกระทบกระเทือนทางจิตใจ
“ทั้งสองคนพูดคุยกันไปนะคะ หนูของตัวลงไปข้างล่างก่อน” กู้หนิงคิดว่าคงเป็นการดีกว่าหากปล่อยให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันตามลำพัง
ตอนที่ 582 หลินเทียนโหย่วและจ้าวเซี่ยวซวน
“หนิงหนิง หลานคิดว่าแม่ของหลานจะยอมรับพ่อของหลานไหม?” ถางไห่เฟิงถามด้วยความกังวล แม้ว่าอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด ทว่าเขาก็ยังมีความหวังอยากให้ทั้งสองคนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นถางหยุนฟ่านก็อาจอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต
“คิดว่าค่ะ” กู้หนิงเอ่ย แม่ของเธอยังรักถางหยุนฟ่าน
“อ้อ หนิงหนิง คนใช้ในบ้านที่เป็นคนปล่อยข่าวเรื่องแม่ของหนูยอมรับสารภาพแล้วนะ ทีแรกปู่ก็คิดจะลงโทษเขา แต่เขาทำลงไปเพราะถูกข่มขู่ ตอนที่เขารับสารภาพ ลูกชายของเขายังตกอยู่ในอันตราย และตอนนี้แม่ของหลานก็ปลอดภัยแล้ว ปู่ก็เลยปล่อยเขาไป ปู่รู้ว่ามันไม่ยุติธรรมต่อแม่ของหลาน แต่ปู่ก็เป็นพ่อเหมือนกัน ปู่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น ปู่ขอโทษหลานกับแม่ของหลานจริงๆ” ถางไห่เฟิงเอ่ยและรู้สึกไม่ดี
ได้ยินเช่นนั้น กู้หนิงก็รู้สึกถึงอารมณ์หลากหลายของตัวเอง เธอเกลียดคนที่ทำร้ายแม่ของเธอ ทว่าก็เข้าใจว่าเขาทำเพื่อปกป้องลูกของตนเอง อีกอย่างเขาก็ยอมสารภาพในขณะที่ลูกชายของเขายังตกอยู่ในอันตราย และตอนนี้แม่ของเธอก็ปลอดภัยดีแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องลงโทษเขาอีก และเขาก็อาจเข้าคุกหากคนที่อยู่เบื้องหลังเขาซักทอดมาถึงเขา
“ก็ตามที่คุณปู่พูดเลยค่ะ เขารับสารภาพตอนที่ลูกชายของเขายังตกอยู่ในอันตรายและตอนนี้แม่ของหนูก็ปลอดภัยแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
ถางไห่เฟิงผ่อนคลายมากขึ้น การเป็นคนใจดียามจำเป็นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด
“คุณปู่คะ หนูต้องของตัวกลับก่อนนะคะ ไม่รู้ว่าวันนี้จะกลับกี่โมง คุณปู่อย่าเพิ่งให้แม่กลับบ้านก่อนที่หนูจะกลับมานะคะ” กู้หนิงเอ่ย การที่เธอพูดออกไปแบบนั้นไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจตระกูลถางไม่สามารถปกป้องแม่ของเธอได้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“ได้” ถางไห่เฟิงรับปาก
หลังจากนั้นกู้หนิงก็จากไป
ถางตี้หมิงยังไม่สามารถติดต่อจางหยงเจี้ยนได้ เขาจึงส่งคนไปตามหาจางหยงเจี้ยน อย่างไรก็ตามจางหยงเจี้ยนก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ถางตี้หมิงทำได้เพียงโทรหาถางเว่ยหยงและเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ถางเว่ยหยงเอ่ยว่า “ไม่ต้องตามหามันแล้ว เดี๋ยวพวกเราจะถูกจับได้ ปล่อยข่าวสองแม่ลูกนั่นว่ามาอยู่ที่บ้านตระกูลถางออกไป แล้วโทรหาผู้หญิงที่ชื่อเฟิงซิวฉิน เธอจะเป็นคนช่วยพวกเรา”
“ได้ครับ” ถางตี้หมิงเอ่ย จากนั้นก็ไปจัดการตามที่ถางเว่ยหยงสั่ง
กู้หนิงโทรหาอวี้จื่อตอนที่เธอออกจากบ้านตระกูลถาง เธอวางแผนจะไปโรงงานเย็บผ้าพร้อมกับอวี้จื่อ
วันนี้อวี้จื่อมีเวลาว่าง กู้หนิงจึงบอกเธอไปพบกันที่ด้านนอกห้างสรรพสินค้าในอีกยี่สิบนาที
อวี้จื่อทำงานให้กู้หนิง แน่นอนว่าเธอย่อมไม่อยากให้กู้หนิงรอ สิบนาทีต่อมาเธอก็มาถึงสถานที่นัดหมาย ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ เธอบังเอิญเจอแฟนเก่าเมื่อเธอเดินออกจากห้างสรรพสินค้า
อวี้จื่อแกล้งทำเป็นไม่เห็นเขาเพราะเธอไม่อยากเจอเขาอีกครั้ง แฟนเก่าของเธอก็รู้สึกละอายใจและหันหน้าหนี แต่ว่าแฟนสาวของเขากลับขวางทางอวี้จื่อเอาไว้
“เอ๊ะ อวี้จื่อหรือเปล่า? พวกเราไม่ได้เจอเธอนานเป็นชาติแล้ว! ช่วงนี้เป็นไงบ้างล่ะ?” หญิงสาวที่คล้องแขนชายหนุ่มเอ่ยทักทายอวี้จื่อ น้ำเสียงของเธอฟังดูสุภาพก็จริง แต่ใครก็ดูออกว่าเธอแค่อยากจะอวดเท่านั้น
อวี้จื่อไม่พอใจแต่แกล้งทำเป็นนิ่งเฉย “ก็ดี”
“แล้วตอนนี้เธอมีแฟนยังล่ะ?” หญิงสามถามอีกครั้ง
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” อวี้จื่อหงุดหงิด
“ก็แหม พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่นา ฉันเป็นห่วงเธอนะ” หญิงสาวบีบเสียงเล็กเสียงน้อย
“งั้นเหรอ?” อวี้จื่อทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว “พวกเราเป็นเพื่อนกันงั้นเหรอ? จ้าวเซี่ยวซวน เธอเคยละอายใจตัวเองบ้างไหม?”
“อะไรกัน? เธอโกรธที่ฉันขโมยแฟนเธอไปงั้นเหรอ?” จ้าวเซี่ยวซวนดูภูมิใจในตัวเองมาก “อวี่จื่อ เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เธอก็แค่ผู้หญิงจนๆจากครอบครัวยากจน เธอไม่ควรรั้งเทียนโหย่วไม่ให้ประสบความสำเร็จนะ คนอย่างเธอแต่งกับคนรวยไม่ได้หรอก สำเหนียกตัวเองหน่อยสิจ๊ะ เข้าใจไหม?”
จ้าวเซี่ยวเซียนทำให้อวี้จื่ออับอายในที่สาธารณะ พ่อของจ้าวเซี่ยวเซียนเป็นนักธุรกิจที่มีฐานะมั่งคั่ง มีทรัพย์สินหลายสิบล้านหยวน
หลินเทียนโหย่วเองก็เกิดในครอบครัวคนรวย ดังนั้นอวี้จื่อจึงเป็นแค่หญิงสาวยากจนในสายตาพวกเขา นอกจากนั้นพ่อของจ้าวเซี่ยวซวนมีเธอเป็นลูกคนเดียว ถ้าหลินเทียนโหย่วแต่งงานกับจ้าวเซี่ยวซวน เขาก็จะได้รับทรัพย์สินจากครอบครัวของเธอโดยไม่ต้องแบ่งให้ญาติพี่น้องคนไหน อวี้จื่อรู้สึกเจ็บปวดใจเมื่อพวกเขาสองคนสวมหมวกเขียวให้เธอ อีกคนก็แฟน อีกคนก็เพื่อนรัก แต่ช่างเถอะ มันเป็นอดีตไปแล้ว อวี้จื่อต้องการเดินไปข้างหน้าแต่ดูเหมือนว่าจ้าวเซี่ยวซวนยังคงจมปลักอยู่กับเรื่องเดิมๆ
“เซี่ยวซวน พอเถอะ” หลินเทียนโหย่วพูดพลางขมวดคิ้ว
จ้าวเซี่ยวซวนหันกลับไปถามเขาด้วยความโกรธ “ทำไม? คุณกำลังปกป้องเธองั้นเหรอ?”
“เซี่ยวซวน...” หลินเทียนโหยว่หน้าชา “นี่มันที่สาธารณะนะ ไว้หน้าผมบ้างสิ”
เขายอมรับว่าเขายังลืมอวี้จื่อไม่ได้และเผลอพูดปกป้องเธอออกไปโดยไม่รู้ตัวเพราะอวี้จื่อเป็นคนดีและอ่อนโยน ส่วนจ้าวเซี่ยวซวนกลับตรงกันข้าว เธอเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจตัวเองที่สุด แต่ก็นะ อวี้จื่อเกิดในครอบครัวที่ยากจนและเหมือนที่จ้าวเซี่ยวซวนพูด เธอเป็นภาระของเขา เพื่อที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น เขาจึงทิ้งอวี้จื่อ
“คุณ...” จ้าวเซี่ยวซวนโมโหที่เขาต่อว่าเธอ แต่ก็เริ่มสังเกตเห็นว่ามีหลายคนมองที่เธอ ดังนั้นเธอจึงหุบปากไม่พูดอะไรต่อ