- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 565 - 566: เจียงอี้หาน, เจียงโบเหวินโทรหากู้หนิง
ตอนที่ 565 - 566: เจียงอี้หาน, เจียงโบเหวินโทรหากู้หนิง
ตอนที่ 565 - 566: เจียงอี้หาน, เจียงโบเหวินโทรหากู้หนิง
ตอนที่ 565 เจียงอี้หาน
“มีใครรู้ไหมว่าเจียงอี้หานอยู่ไหน?” เฉียวหยวนถาม
เจียงอี้หานก็คือหญิงสาวที่ไม่อยู่นั่นเอง
“ไม่รู้ครับ/ค่ะ”
ในขณะนั้นเอง เสียงอ่อนละมุนของผู้หญิงก็ดังขึ้นที่ประตูห้องเรียน “ขอโทษค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็มองมาที่เธอ เป็นสาวสวยชื่อหลิงซิ่วที่เรียนในห้องเรียนถัดไปและอยู่เอกโทรทัศน์
“มีอะไรหรือ?” เฉียวหยวนถาม
“เอ่อ คือว่าเมื่อวานตอนบ่ายหนูไปกินข้าวกับเจียงอี้หาน แต่เธอบังเอิญหกล้มระหว่างทางกลับ และเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส หนูก็เลยพาเธอไปโรงพยาบาล แบตโทรศัพท์ของเธอกำลังจะหมด และเธอก็จำเบอร์ของอาจารย์ไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงบอกให้หนูกลับมาและบอกอาจารย์ว่าเธอรู้สึกผิดที่เธอมาไม่ได้ค่ะ และเธอเต็มใจให้หนูแสดงแทนเธอค่ะ” หลิงซิ่วกล่าว แต่ประกายความชั่วร้ายพาดผ่านดวงตาของเธอซึ่งกู้หนิงจับสังเกตได้
กู้หนิงหรี่ตามอง ผู้หญิงคนนี้พูดโกหก
“เอ่อ...” เฉียวหยวนหันไปหาลู่เจิน “ผู้กำกับลู่ คุณคิดว่าไงคะ?”
ลู่เจินกล่าวว่า “มันไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนนักแสดงหลังจากที่เราเลือกคนที่ใช่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเซ็นสัญญาแล้ว ในเมื่อเจียงอี้หานไม่สามารถมาแสดงได้ เธอควรยุติสัญญากับเราก่อน แล้วเราถึงจะสามารถเลือกผู้หญิงคนอื่นมาเล่นบทนี้ได้”
ลู่เจินดูเหมือนเป็นคนเลือดเย็น เพราะสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากที่พบว่านักแสดงสาวได้รับบาดเจ็บคือการหาคนมาแทนที่เธอ อย่างไรก็ตามกฎก็คือกฎ ถ้าคุณทำงานไม่เสร็จ คุณก็จะถูกไล่ออก นอกจากนี้ ลู่เจินไม่ได้บอกว่าหลิงซิ่วสามารถรับบทบาทนี้ได้ทันที สิทธิในการเลือกยังคงอยู่ในมือของเขา
ลู่เจินไม่ได้ค้นพบสิ่งผิดปกติกับหลิงซิ่ว มันเป็นเพียงวิธีการทำงานของเขาก็เท่านั้น ลู่เจินเซ็นสัญญากับเจียงอี้หาน เพราะเขาคิดว่าเธอเหมาะสมกับบทบาทนี้
ได้ยินคำพูดของลู่เจิน หลิงซิ่วก็เกิดวิตกขึ้นมา แต่ไม่นานเธอก็ปรับอารมณ์ของตัวเองได้ “ฉันไม่สามารถแทนที่เธอได้เหรอคะ? เจียงอี้หานเป็นคนบอกให้ฉันมาที่นี่นะคะ!”
ลู่เจินขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ “ผมบอกไปแล้วว่าการเลือกนักแสดงมารับบทนี้มันไม่ง่าย ถ้าคุณอยากแสดงก็ต้องออดิชั่น”
หลิงซิ่วอารมณ์เสีย เธอเองก็ต้องการชนะบทนี้ด้วยตัวเธอเอง แต่ลู่เจินไม่ได้เลือกเธอในการออดิชั่น เจียงอี้หานเป็นตัวเลือกแรกของเขา จากนั้นก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และเธออยู่ในอันดับที่สาม แม้ว่าลู่เจินจะหาคนมาแทนที่เจียงอี้หาน เธอก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของเขาอยู่ดี
“คุณเฉียว ผมว่าวันนี้พวกเราคงถ่ายกันต่อไม่ได้แล้ว ผมจะส่งคนไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล ถ้าเธอไม่สามารถมาแสดงได้ พวกเราก็ต้องบอกยกเลิกสัญญาและเลือกคนใหม่ แต่ถ้าพรุ่งนี้เธอไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว พวกเราก็จะถ่ายทำกันต่อ” ลู่เจินเอ่ย
มันเป็นอุบัติเหตุ ลู่เจินจึงอยากให้โอกาสเจียงอี้หานอีกครั้ง
“ได้ค่ะ” เฉียนหยวนเอ่ย
หลังจากนั้น ลู่อี้เฉินและเฉียวหยวนก็ไปเยี่ยมเจียงอี้หานที่โรงพยาบาลด้วยกัน
ก่อนที่พวกเขาจะจากไป กู้หนิงหยิบขวดกระเบื้องมอบให้ลู่อี้เฉิน เธอบอกให้เขาเทน้ำลงในขวดและช่วยเจียงอี้หานทารอบ ๆ บาดแผล และในไม่ช้าเธอก็จะกลับมาแสดงได้ในวันพรุ่งนี้
ในเมื่อเจียงอี้หานเป็นนักแสดงที่ลู่เจินเป็นคนเลือก กู้หนิงก็ยินดีช่วยเหลือ
หลิงซิ่วจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเจียงอี้หานหรือไม่ กู้หนิงไม่สนใจ
ลู่อี้เฉินสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพยาที่กู้หนิงมอบให้ แต่เขาเชื่อว่าเธอมีจิตใจเมตตา ดังนั้นเขาจึงรับไว้
เมื่อทุกคนแยกย้าย กู้หนิงก็กลับไปที่โรงแรม
ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ไม่ได้เล่นบทสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีมงานจึงไม่ได้จัดงานเลี้ยงส่งพวกเขา แต่ให้ซองแดงแก่พวกเขาแต่ละคนแทน แน่นอนว่ากู้หนิงจะขอบคุณพวกเขาในภายหลัง
หลังจากส่งนักแสดงกลับโรงแรมเสร็จแล้ว กู้หนิงก็พูดกับลู่เจินว่า “ลุงลู่คะ ช่วยกลับไปที่โรงแรมฮวงเติ้งกับฉันเพื่อทำการลงทะเบียนก่อนที่ลุงจะขับรถบัสกลับโรงแรงที่ลุงพักนะคะ”
ในตอนเช้ากู้หนิงได้บอกผู้จัดการของโรงแรมฮวงเติ้งเกี่ยวกับรถบัสแล้ว เนื่องจากกู้หนิงมีบัตรดำ เธอจึงมีสิทธิใช้บริการทั้งหมดของโรงแรมฟรี ผู้จัดการยังตกลงที่จะให้พวกเขาใช้รถ แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการลงทะเบียนและลงนามในข้อตกลง ถ้ารถบัสเสียหายต้องชดใช้ค่าเสียหาย
“ไม่มีปัญหา”
ลู่อี้เฉินมาถึงโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมเจียงอี้หาน และครอบครัวของเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย
ลู่อี้หานถึงกับตกใจเมื่อพบว่าเจียงโบเหวินที่เป็นนายกเทศมนตรีเป็นพ่อของเจียงอี้หาน!
เฉียวหยวนทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เธอเก็บเป็นความลับเอาไว้ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเจียงอี้หานเป็นลูกสาวของนายกเทศมนตรี
“สวัสดีค่ะ นายกเทศมนตรีเจียง” เฉียวหยวนทักทายเขาด้วยความเคารพ
“อ้อ คุณเฉียว สวัสดี” เจียงโบเหวินทักทาย จากนั้นก็มองไปที่ลู่อี้เฉิน “คุณลู่ ทำไมคุณมาที่นี่ได้ล่ะ?”
แม้ว่าเจียงโบเหวินเป็นคนประสานงานกับทางมหาวิทยาลัยให้กับกองภาพยนต์ แต่เขาไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของนักแสดงด้วย และเจียงอี้หานก็ไม่กล้าบอกพ่อเรื่องนี้
เจียงอี้หานรักการแสดงตั้งแต่เด็ก และฝันของเธอคือการเป็นนักแสดง แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เธอจึงยอมถอยออกมาและเรียนสาขาโทรทัศน์แทน
ดังนั้นเมื่อลู่อี้เฉินปรากฏตัว เจียงอี้หานก็ทำหน้าตกใจและตื่นตระหนก พ่อของเธอจะต้องรู้เรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็ว เธอจึงนิ่งเงียบเพื่อเตรียมตัวถูกตำหนิ
เจียงอี้หานเป็นหญิงสาวหน้าตาดี แม้จะไม่โดดเด่นมาก แต่ก็น่าดึงดูด
“พวกเรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเจียงอี้หานครับ เธอแสดงในหนังของเราด้วยครับ พวกเราได้ยินว่าเธอได้รับบาดเจ็บ ก็เลยมาที่นี่ครับ” ลู่อี้เฉินเอ่ย
อย่างไรก็ตาม เจียงโบเหวินไม่ได้โกรธหลังจากได้ยินแบบนั้น เขาแปลกใจแต่ไม่ได้ตำหนิเจียงอี้หานนั่นก็เพราะว่ากู้หนิงเป็นคนลงทุนหนังเรื่องนี้
ตอนที่ 566 เจียงโบเหวินโทรหากู้หนิง
กู้หนิงวางแผนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อกลบเกลื่อนประเด็นเรื่องผีดิบ และตอนนี้เขาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าจัดการได้ไม่ดี เขาอาจตกงานได้ ดังนั้นกู้หนิงจึงถือว่าเป็นคนที่ช่วยเหลือเขาก็ว่าได้ แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจให้ลูกสาวของเขาเข้าสู่วงการบันเทิง แต่จะไม่ขวางเธอไม่ให้แสดงหนังเรื่องนี้
“แต่ผมเกรงว่าอี้หานจะต้องถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บของเธอคงไม่สามารถหายได้ในเร็วๆนี้” เจียงโบเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
ได้ยินผู้เป็นพ่อพูดเช่นนั้น เจียงอี้หานก็ทำตาโตและไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ทำไมพ่อของเธอต้องทำเสียงเศร้าด้วยล่ะ?
ก่อนที่ลู่อี้เฉินจะอ้าปากพูด เฉียวหยวนก็เปิดปากพูดก่อน “นายกเจียงคะ พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อดูอาการเจียงอี้หาน ถ้าเธอไม่สามารถแสดงได้ เธอก็ต้องยกเลิกสัญญาเป็นนักแสดง ขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ” เจียงโบเหวินเอ่ย
“นายกเจียงครับ อันที่จริงบอสของเราได้บอกผมให้มองบสิ่งนี้ให้อี้หาน เป็นยาพิเศษที่สามารถช่วยบาดแผลเธอให้หายไวขึ้น และเธอจะสามารถไปแสดงพรุ่งนี้ได้ครับ” ลู่อี้เฉินเอ่ย ขณะที่เขาเอ่ยนั้นก็ใจสั่นนิดๆ เพราะไม่รู้ว่ายาจะได้ผลจริงหรือไม่
“บอสของคุณ? หมายถึงกู้หนิงน่ะหรือครับ? ตอนนี้เธออยู่ที่เมือง D หรือครับ?” เจียงโบเหวินถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมาก!” เจียงโบเหวินเอ่ย เขายังคงจำได้ว่ากู้หนิงช่วยชีวิตผู้คนมากมายด้วยยาพิเศษของเธอเมื่อพวกเขาพบผีดิบที่ภูเขาชางหยาง
ลู่อี้เฉินชะงักเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงว่าเจียงโบเหวินจะเชื่อใจกู้หนิงโดยไม่ลังเล ดูเหมือนว่าเจียงโบเหวินจะรู้จักยาตัวนี้อยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ ลู่อี้เฉินหยิบเอาขวดยาประเบื้องออกมาและเทน้ำใส่ตามที่กู้หนิงบอก
พยาบาลเดินเข้ามาพร้อมกับสำลีก้านอยู่ในมือ แต่เธอลังเลที่จะแกะผ้าพันแผลรอบๆ บาดแผลของเจียงอี้หาน
“แผลถูกพันอย่างดีแล้วแล้วนะคะ ยังไม่เหมาะที่จะแกะออกตอนนี้” พยาบาลไม่กล้าโต้เถียงกับเจียงโบเหวินเพราะเธอเพิ่งทำงานเป็นพยาบาล
“ไม่เป็นไร แกะออกเถอะ” เจียงโบเหวินอนุญาต
พยาบาลรีบทำตามคำสั่งและแกะผ้าพันแผลออก
เจียงอี้หานไม่รู้ว่ายานี้ได้ผลจริงหรือไม่ แต่เธอหวังว่าเธอจะฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ในตอนแรกเธอคิดว่ามันคงจะเจ็บเมื่อทายาลงบนแผล อย่างไรก็ตาม เมื่อยาสัมผัสกับแผล เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เลย มีเพียงความเย็นเท่านั้น หลังจากนั้นไม่กี่นาที สภาพของแผลก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและจางหายไปหนึ่งในสามส่วนแล้ว
“โห....” ทุกคนต่างตกตะลึงกับผลลัพธ์ แม้แต่เจียงโบเหวินที่รู้ประสิทธิภาพของยานี้อยู่แล้วก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ” น้ำเสียงของเจียงอี้หานทั้งตื่นเต้นและดีใจ เธอลองขยับขา รู้สึกเจ็บนิดหน่อย เพราะการจะหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องใช้เวลา แค่นี้เจียงโบเหวินก็พอใจมากแล้ว
เจียงโบเหวินรีบโทรหากู้หนิงทันที
ตอนที่กู้หนิงรับสาย เธอเพิ่งกลับไปที่โรงแรมฮวงเติ้ง และยังคงลงทะเบียนที่แผนกต้อนรับอยู่
“สวัสดีค่ะ นายกเจียง”
“สวัสดีคุณกู้ ทำไมถึงไม่บอกผมว่ามาเมือง D ล่ะ?” เจียงโบเหวินเอ่ย กู้หนิงช่วยเขาไว้มากมาย เขาจึงอยากตอบแทนเธอบ้าง
กู้หนิงประหลาดใจ “ทำไมถึงรู้ล่ะคะว่าฉันอยู่เมือง D ?”
“ลูกสาวผมเรียนที่มหาวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ และเธอก็ร่วมแสดงกับหนังของคุณ แต่วันนี้เธอได้รับบาดเจ็บก็เลยแสดงไม่ได้ คุณลู่มาเยี่ยมเธอพร้อมกับยาพิเศษ ผมถึงได้รู้ว่าคุณอยู่ที่เมือง D” เจียงโบเหวินเอ่ย จากนั้นก็พูดขอบคุณกู้หนิง “คุณกู้ ขอบคุณสำหรับยามากนะ ตอนนี้ลูกสาวผมรู้สึกดีขึ้นมาก”
ได้ยินเช่นนั้น กู้หนิงก็ประหลาดใจที่เจียงอี้หานเป็นลูกสาวของเจียงโบเหวิน อะไรจะบังเอิญขนาดนี้!
“ด้วยความยินดีค่ะ ในเมื่อเธอเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงแล้ว ฉันก็ช่วยเธอเท่าที่ช่วยได้”
“คุณกู้ คุณช่วยผมไว้มาก บ่ายนี้ว่างไหมครับ ผมอยากเชิญคุณมาทานข้าวด้วยกัน”
“ฉันก็อยากนะคะ แต่เดี๋ยวฉันก็ต้องบินไปเมือง B แล้วค่ะ”
เจียงโบเหวินผิดหวังนิดหน่อยแต่ไม่ได้คัดค้านอะไร “ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าที่คุณมาเมือง D อย่าลืมโทรหาผมนะครับ”
“ค่ะ”
ลู่เจินลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ขับรถบัสกลับที่โรงแรมที่เขาพัก
ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ขึ้นไปที่ห้องเพื่อเก็บของ ขณะที่กู้หนิงจองตั๋วเครื่องบินให้พวกเขาหลังจากที่เธอวางสายกับเจียงโบแหวิน ส่วนเลิ่งเชาถิงกำลังตรวจสอบตั๋วเครื่องบินไปยังเมือง B
นอกจากตั๋วเครื่องบินแล้ว กู้หนิงยังเตรียมซองแดงหนาสำหรับแต่ละคน
ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ จะเดินทางไปเมือง F เวลา 17:35 น. ในขณะที่กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงจะบินไปยังเมือง B เวลา 17:50 น. ตอนนี้พวกเขายังมีเวลาอีกสองชั่วโมงก่อนเดินทาง
หลังจากเก็บของและเช็คเอาท์ที่ก็สี่โมงเย็นแล้ว พวกเขาจึงนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน
ระหว่างทางไปสนามบิน กู้หนิงหยิบซองแดงหนาออกมาแล้วมอบให้กับเพื่อนของเธอ “พวกเธอแสดงหนังให้ฉันฟรีๆ ฉันก็เลยเตรียมส่วนพิเศษให้”
“โห หนามาก”
“ขอบคุณนะบอส!” พวกเขารับซองแดงและกล่าวขอบคุณกู้หนิง