เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 563 - 564: ถางเว่ยหยง, การทดสอบคุณภาพทางจิตใจ

ตอนที่ 563 - 564: ถางเว่ยหยง, การทดสอบคุณภาพทางจิตใจ

ตอนที่ 563 - 564: ถางเว่ยหยง, การทดสอบคุณภาพทางจิตใจ  


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 563 ถางเว่ยหยง

“ขอพูดตามตรงนะ บอสของฉันไม่สนใจนายหรอกว่ะ” พานจื่อรุ่ยเอ่ยเสียงเรียบ

เฟิงซินปากกระตุก เขาก็ไม่สนใจกู้หนิงเหมือนกัน แต่การที่พานจื่อรุ่ยพูดแบบนี้ทำให้ความมั่นใจในตัวเองของเขาถูกทำลาย เขาเลยถามออกไปว่า “ทำไม?”

“เพราะว่าบอสของฉันไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเก่งกังฟูมากอีกด้วย ที่สำคัญคือเธออายุแค่สิบแปด เป็นเด็กนักเรียน ม. 6” การที่เขาพูดเช่นนี้เพื่อชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างเฟิงซินและกู้หนิง การที่พวกเขาจะคบกันเป็นไปไม่ได้เลย

เฟิงซินตกใจเมื่อรู้อายุของกู้หนิง ไม่คิดว่าเธอจะเด็กขนาดนี้

“ฮ่า ฮ่า บอสของฉันไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาๆเว้ย” เมื่อเห็นเฟิงซินทำหน้าตกใจ พานจื่อรุ่ยก็รู้สึกภาคภูมิใจมากราวกับว่าเขาเป็นกู้หนิงเอง

ทุกคนยกเว้นเฟิงซินต่างเคยได้ยินความประสบสำเร็จของกู้หนิง พวกเขาจึงไม่ได้คิดว่าพานจื่อรุ่ยพูดเกินจริง

“ว้าว ฉันประทับใจมาก” ในที่สุดเฟิงซินก็หาคำพูดของตัวเองเจอ

ในเวลาเดียวกัน ชายวัยกลางคนสองคนกำลังคุยกันถึงเรื่องบางอย่างขณะนั่งบนโซฟาในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้านสามชั้นซึ่งตั้งอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ชานเมืองของเมือง B

หนึ่งในพวกเขาคือถางตี้หมิง ส่วนอีกคนคือพ่อของถางซินรุ่ย ถางเว่ยหยง

การพูดคุยระหว่างถางตี้หมิงและถางเว่ยหยงทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุดก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าถางเว่ยหยงรู้สึกโกรธแค้นต่อตระกูลถางมากเพียงใด และแอบลอบกัดถางหยุนฟ่านหลายครั้งแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับถางหยุนฟ่านในเมือง F ก็ถูกจัดการโดยถางเว่ยหยง อย่างไรก็ตาม ไม่มีตระกูลถางคนไหนที่ทราบเรื่องนี้

แม้ว่าตระกูลถางจะทรงอิทธิมากแต่ก็มีศัตรูอยู่ทุกที่ ที่สำคัญที่สุดคือตระกูลถางเชื่อว่าถางเว่ยหยงตายไปแล้ว

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อสิบแปดปีก่อนที่ถางหยุนฟ่านกลับมาหลังจากหายตัวไปเกือบปี

สิบเก้าปีก่อน น้องชายของถางไห่เฟิง ถางไห่หมิงวางแผนสังหารถางหยุนฟ่าน และถางหยุนฟ่านก็เกือบถูกฆ่าตาย ถางเว่ยหยงเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของถางไห่หมิงนั่นเอง

เมื่อถางหยุนฟ่านกลับมาหลังจากหายสาปสูญ แผนการของถางไห่หมิงและถางเว่ยหยงก็ถูกเปิดโปง พวกเขาพากันหลบหนีไปทั้งครอบครัว โชคไม่ดีที่ถางไห่หมิงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ส่วยถางเว่ยหยงก็บาดเจ็บหนัก มีเพียงภรรยาและลูกของเขาที่รอดชีวิต

ผู้กระทำผิดคือถางไห่หมิงและถางเว่ยหยง ส่วนภรรยาและลูกสาวของถางเว่ยหยงนั้นบริสุทธิ์ ดังนั้นถางไห่เฟิงจึงไม่เอาผิดพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาได้ยินมาว่าถางเว่ยหยงเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่มีใครไปตรวจสอบหรือได้เห็นด้วยตาตัวเองเพราะตอนนั้นการเสียชีวิตของถางเว่ยหยงไม่สำคัญสำหรับตระกูลถาง

ตอนนี้ถางซินรุ่ย ลูกสาวของถางเว่ยหยงได้แอบเข้าไปในถางฮวงกรุ๊ป เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วพวกเขาก็จะลงมือและจะเอาถางฮวงกรุ๊ปกลับคืนมา

แน่นอนว่าถางซินรุ่ยเปลี่ยนชื่อและปกปิดตัวตนของเธอ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของถางเว่ยหยง

“มีข่าวล่าสุด แม่ลูกคู่หนึ่งไปที่บ้านตระกูลถางบ่อยครั้งในระยะนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเธอกับตระกูลถางยังไม่แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับถางหยุนฟ่าน” ถางตี้หมิงเอ่ย

ถางตี้หมิงเป็นหนึ่งในตระกูลถางเช่นกัน แต่ไม่ใช่บ้านหลัก เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดฉากทำร้ายถางหยุนฟ่าน และเขาไม่เคยคิดทรยศตระกูลถาง อย่างไรก็ตาม ระยะหลังมานี้เขาได้รับความชื่นชอบจากถางเว่ยหยงและเริ่มถูกล้างสมอง ตอนนี้ไม่ว่าถางเว่ยหยงอยากให้เขาทำอะไร เขาก็ล้วนเต็มใจทำให้ทั้งสิ้น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถางเว่ยหยงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาถามว่า “คุณหมายความว่าแม่ลูกคู่นั้นอาจเป็นภรรยาและลูกสาวของถางหยุนฟ่านงั้นหรือ?”

“ใช่” ถางตี้หมิงเองก็คิดแบบนี้ แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความคิด แต่ก็ปล่อยผ่านไปไม่ได้เพราะมันน่าสงสัยน้อยเสียเมื่อไหร่

“ถ้างั้นถางหยุนฟ่านก็ซ่อนความลับเก่งมาก! ไม่มีใครรู้หรือสืบเรื่องนี้ได้เลย” ใบหน้าของถางเว่ยหยงดูน่ากลัว “พอถางหยุนฟ่านเกิดอุบัติเหตุ สองแม่ลูกก็ปรากฏตัว คงอยากมีเอี่ยวในทรัพย์สินของตระกูลถางล่ะสิ!”

ถางเว่ยหยงเชื่อว่าตัวเองคิดถูก ถ้าเด็กสาวคนนั้นเป็นลูกสาวแท้ๆของถางหยุนฟ่าน เธอน่าจะได้รับมรดกจากตระกูลถางมากมาย แต่ถางฮวงกรุ๊ปเป็นของเขาและเขาจะไม่ยอมให้ใครคว้ามันไปจากเขา

“ฉันจะหาคนไปจัดการเรื่องนี้ ถ้าสองแม่ลูกนั่นเป็นครอบครัวของถางหยุนฟ่านจริง ก็ต้องกำจัดทิ้งซะ” ถางเว่ยหยงจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางเขาเด็ดขาด

ประกายความชั่วร้ายแฝงอยู่ในดวงตาของถางตี้หมิง เขาเองก็คิดแบบเดียวกัน คือต้องกำจัดทิ้งซะ

ถางเว่ยหยงจิบชา จากนั้นก็ถามว่า “อ้อ แล้วพวกนั้นล่ะ ว่ายังไงบ้าง?”

พวกนั้นที่ว่าหมายถึงเฉิงจงเจิ้งและอู่ป๋อหยวน

ถางตี้หมิงดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ “พวกเขายังให้คำตอบไม่ชัดเจน ดูเหมือนว่าไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสู้ของเรา”

แม้ว่าจะไม่ส่งผลต่อแผนของพวกเขา แต่พวกเขาก็ต้องพยายามมากขึ้นหากไม่ได้รับการสนับสนุน แต่ก็ไม่ถือว่าเลวร้าย อย่างน้อยสองคนนั้นก็ไม่ได้สนับสนุนถางไห่เฟิง

“ฮึ ไอ้ขี้ขลาดสองคน” ถางเว่ยหยงก่นด่าด้วยความชิงชัง ในสายตาของเขา ความเป็นกลางเป็นเพียงข้ออ้าง อันที่จริงเฉิงจงเจิ้งและอู่ป๋อหยวนก็แค่ขี้ขลาดและหวาดกลัว  พวกเขากลัวความล้มเหลว เพราะพวกเขาจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่พวกเขาทำมาหากแผนการล้มเหลว

ถางเว่ยหยงเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกงดออกเสียง เพราะโอกาสของความสำเร็จนั้นน้อยมากในขณะนี้ ดังนั้นถางเว่ยหยงจึงตัดสินใจที่จะตัดพวกเขาออกไป

กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงพากันไปที่โรงแรมฮวงเติ้งหลังจากกินข้าวเสร็จ กู้หนิงให้บัตรดำกับฉู่เพ่ยหานไปแล้ว เลิ่งเชาถิงจึงต้องจองห้องพักใหม่

กู้หนิงยังอยู่ระหว่างมีประจำเดือน เลิ่งเชาถิงจึงไม่สามารถมีอะไรกับเธอได้ แต่เขาก็ยังทำอย่างอื่นได้อยู่

เช้าวันต่อมา กู้หนิงโทรหาฉู่เพ่ยหาน

ตอนที่โทรศัพท์ของฉู่เพ่ยหานดัง ก็เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า

ฉู่เพ่ยหานคิดว่าเป็นเสียงนาฬิกาปลุก เธอกำลังจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าเป็นกู้หนิงโทรมา เธอก็ทำหน้าแปลกใจ “ว่าไง บอส”

ฉู่เพ่ยหานรู้ว่ากู้หนิงจะมาหาวันนี้ แต่ไม่คิดว่าเธอจะโทรมาเช้าขนาดนี้

 

ตอนที่ 564 การทดสอบคุณภาพทางจิตใจ

“ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรมฮวงเติ้ง” กู้หนิงเอ่ย

“อะไรนะ?” ฉู่เพ่ยหานแปลกใจอีกครั้ง “เธออยู่ที่นี่แล้วเหรอ?”

“ใช่ เธอตื่นรึยัง?” กู้หนิงถาม

“ยัง อีกเดี๋ยวก็จะตื่นแล้วล่ะ”

“ดี ลงมากินข้าวเช้าตอนเจ็ดโมงครึ่งนะ ฉันจะโทรหาฮ่าวหรันเอง” กู้หนิงพูดก่อนวางสาย ฉู่เพ่ยหานผุดลุกจะเตียงทันที จากนั้นกู้หนิงก็โทรหาฮ่าวหรัน และบอกให้เขาลงมากินข้าว

แม้ว่ากู้หนิงจะบอกพวกเขาว่าให้ลงมาพบเธอตอนเจ็ดโมงครึ่ง แต่ยังไม่ถึงเจ็ดโมงครึ่งดี พวกเขาก็ลงมาพบเธอที่ห้องอาหารแล้ว

เมื่อพวกเขาเห็นว่ากู้หนิงมาพร้อมกับเลิ่งเชาถิง พวกเขาก็ประหลาดใจจึงพากันยืนตัวตรงทักทายพวกเขา มีคนไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ร่วมทานอาหารกับนายทหารยศสูงๆ อันที่จริง การรับทานอาหารร่วมกับเลิ่งเชาถิงก็เป็นการทดสอบคุณภาพทางจิตใจ เพราะพวกเขารู้สึกเกร็งเมื่อเลิ่งเชาถิงนั่งอยู่ข้างๆ

“บอส เธอมาเมื่อวานเหรอ?” ฉู่เพ่ยหานเอ่ย

“ใช่ ตอนมาถึงก็ค่ำแล้ว ก็เลยไม่ได้โทรหาพวกเธอ” กู้หนิเอ่ย

“อ้อ ฉันได้ยินจากมู่เค่อว่าเธอจะไม่เข้าเรียนเลยใช่ไหม?” ฮ่าวหรันถาม พวกเขาชินแล้ว เพราะกู้หนิงมักขาดเรียนบ่อยๆ

“ใช่ ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก เลยจะเข้าไปโรงเรียนทีเดียวตอนสอบเข้ามหาลัยเลย” กู้หนิงเอ่ย

“อะไรนะ?” ทั้งฉู่เพ่ยหานและฮ่าวหลันต่างประหลาดใจ พวกเขารู้ว่ากู้หนิงเรียนเก่ง แต่อาจารย์ใหญ่ก็เห็นด้วยเหรอ?

ในทางกลับกัน เลิ่งเชาถิงพอใจมากเพราะเขาสามารถพบกับกู้หนิงได้ทุกเมื่อจากนี้ไป เขาไม่ต้องรอเธอจนกว่าเธอจะเลิกเรียน

“เธอพูดกับอาจารย์ประจำชั้นแล้วเหรอ แล้วอาจารย์เห็นด้วยไหม?”

“ฉันโทรหาอาจารย์ใหญ่ และเขาก็ตกลง” กู้หนิงเอ่ย

หลังจากกินข้าวเสร็จ พวกเขาก็พากันไปโรงแรมที่ลู่เจินและทีมงานพักอยู่

กู้หนิงได้เคยบอกลู่เจินให้ซื้อรถเฉพาะสำหรับทีมงาน รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ รถบัสขนาดกลางสำหรับพนักงาน และนักแสดงสามารถนำรถยนต์ของตนเองหรือรถเช่าในพื้นที่ได้

เมื่อลู่เจินเห็นกู้หนิง เขาก็ประหลาดใจ เขาไม่รู้ว่าเธอจะมา

“สวัสดีครับ คุณกู้!” ลู่เจินทักทายเธอ เขาไม่ได้เรียกเธอว่าบอสต่อหน้าคนอื่น

“สวัสดีค่ะ คุณกู้” ซูตงนั่งและคนอื่นๆที่เหลือทักทายเธอด้วยเช่นกัน

แม้ว่าทีมงานคนอื่นๆ จะไม่รู้ว่ากู้หนิงเป็นนักลงทุนเพียงคนเดียวในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่พวกเขาเข้าใจว่าเธอต้องเป็นบุคคลสำคัญจากวิธีและท่าทางที่นักแสดงและลู่เจินปฏิบัติต่อเธอ

ลู่เจินและกลุ่มนักแสดงขึ้นรถบัสขนาดใหญ่ และเมื่อเลิ่งเชาถิงปรากฏตัว ทุกคนก็ตกตะลึงโดยคิดว่าเขาต้องเป็นดาราที่กู้หนิงเพิ่งจ้างมา

เนื่องจากในรถบัสมีแต่คนแปลกหน้า เลิ่งเชาถิงจึงนั่งอยู่คนเดียวที่เบาะหน้าโดยรักษาระยะห่างจากคนอื่น ๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทักทายหรือพูดคุยกับเขา

เมื่อพวกเขากำลังจะออกเดินทาง กู้หนิงก็กลับมาและนั่งข้างๆเลิ่งเชาถิง บรรยากาศที่อยู่รอบๆตัวเขาก็ผ่อนคลายลง

รถบัสเคลื่อนไปข้างหน้า แต่กู้หนิงก็ยังไม่ได้แนะนำเลิ่งเชาถิงให้กับคนอื่นๆ ในรถบัส และไม่มีใครถามเธอว่าเขาเป็นใคร

หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี พวกเขาสามารถถ่ายฉากที่ภูเขาเจียงหยางจบในเช้าวันนี้ได้

หลังจากถ่ายทำในตอนเช้า พวกเขาก็กลับไปรับประทานอาหารที่โรงแรม แม้ว่าจะไม่ใช่โรงแรม 4 ดาวหรือ 5 ดาว แต่อาหารที่นั่นดีกว่าอาหารซื้อกลับบ้านมาก

ในวันต่อมา พวกเขากำลังจะไปถ่ายทำที่มหาวิทยาลัยนิเทศาสตร์ที่เมือง D  เจียงโบเหวินได้พูดคุยกับอาจารย์ใหญ่ของที่นั่นโดยตรง ดังนั้นจึงตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว

ฉากนี้ ศาสตราจารย์ได้ยินข่าวเกี่ยวกับหลุมศพโบราณดังนั้นเขาจึงไปที่นั่นพร้อมกับนักเรียนสองสามคน

ฉากนี้กินเวลาเพียงประมาณสิบวินาทีในภาพยนตร์

นอกจากนั้น พวกเขายังต้องการนักเรียนจำนวนมากที่เป็นตัวประกอบ ดังนั้นพวกเขาจึงขอความร่วมมือจากนักเรียนบางคนที่เอกโทรทัศน์

เมื่อทีมงานถ่ายทำมาถึงมหาวิทยาลัย พวกเขาก็ได้รับความสนใจจากนักศึกษาเป็นอย่างมาก

ไม่นาน ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ก็แสดงเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้กลับออกไปทันทีเพราะกู้หนิงยังอยู่ที่นี่

หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปรวมตัวกับนักศึกษาสาขาวิชาโทรทัศน์เพื่อถ่ายทำฉากต่อไป ทว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งไม่อยู่ เธอมีบทบาทสำคัญในฉาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำการถ่ายทำได้ถ้าเธอไม่อยู่

ลู่เจอหัวเสียนิดหน่อยเพราะพวกเขาเซ็นสัญญากันแล้ว ถ้าเธอไม่อยู่แสดงว่าผิดสัญญา ที่สำคัญที่สุด มันจะเสียเวลาในการถ่ายทำ

เฉียวหยาน อาจารย์ของพวกเขาโทรหาหญิงสาวทันที แต่โทรศัพท์ของหญิงสาวปิดอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 563 - 564: ถางเว่ยหยง, การทดสอบคุณภาพทางจิตใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว