เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 549 - 550: ห้องทำงานซีอีโอ, แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้จิวเวอรี่

ตอนที่ 549 - 550: ห้องทำงานซีอีโอ, แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้จิวเวอรี่

ตอนที่ 549 - 550: ห้องทำงานซีอีโอ, แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้จิวเวอรี่


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 549 ห้องทำงานซีอีโอ

แต่ถ้าหากมีใครกล้าคิดร้ายลับหลัง พวกเขาก็จะไม่ลังเลที่จะจัดการ

ที่น่าสนใจคือถางหยุนฟ่านไม่รู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงของเชิงซือกรุ๊ปคือเลิ่งเชาถิง ถ้าเขาทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงแล้ว ทั้งสองบริษัทจะยิ่งร่วมมือกันเติบโตในอนาคตอย่างแน่นอน

เชิงซือกรุ๊ปตั้งอยู่ใกล้กับตัวเมือง เป็นอาคารสูงสามสิบสองชั้นซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่าหนึ่งพันตารางเมตร

เหอฉีหมิงเป็นประธานของสาขาเมือง B ของเชิงซือกรุ๊ป เขาอายุประมาณสี่สิบปี เป็นคนขยันขันแข็ง เป็นคนที่คุณตาของเลิ่งเชาถิงไว้ใจ

ผู้จัดการที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่เลิ่งเชาถิงจ้างให้มาทำงานแทนเขา ล้วนแต่เป็นคนที่จงรักภักดี ความจริงที่ว่าเชิงซือกรุ๊ปประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากคนเหล่านี้

เมื่อเลิ่งเชาถิงเหยียบเข้าไปในห้องโถงของเชิงซือกรุ๊ป เขาได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหญิงสาวที่แผนกต้อนรับ

“วันนี้คุณเลิ่งมาที่บริษัทด้วย! หล่อเหมือนเดิมเลย!”

“จริง! นานๆจะเห็นคุณเลิ่งทีหนึ่ง”

หญิงสาวที่ทำงานที่แผนกต้อนรับทุกคนล้วนรู้จักเลิ่งเชาถิง เพราะเขาเคยมาที่นี่มาก่อน และเหอฉีหมิงก็บอกพวกเธอว่าปล่อยให้เลิ่งเชาถิงเข้ามาได้เลย แน่นอนว่าเหอฉีหมิงไม่ได้บอกว่าเลิ่งเชาถิงเป็นใคร ดังนั้นพวกเธอจึงคิดว่าเลิ่งเชาถิงเป็นเพื่อนของเหอฉีหมิง

เลิ่งเชาถิงเดินไปที่ลิฟต์ ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนเดินสวนออกมาจากลิฟต์ และคนที่เดินนำหน้าเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย เมื่อเธอเห็นเลิ่งเชาถิง เธอก็ตกตะลึงพรึงเพริด เพียงแค่พบหน้าเขาในครั้งแรก เขาก็คว้าใจของเธอไปแล้ว เธอไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเลิ่งเชาถิง แต่จดจำใบหน้าเขาเอาไว้ และคิดว่าจะต้องหาโอกาสเจอเลิ่งเชาถิงอีกครั้งให้ได้

เลิ่งเชาถิงไม่สนใจ เขาเดินตรงเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวของซีอีโอทันที หญิงสาวเห็นเลิ่งเชาถิงเดินเข้าไปในลิฟต์ของซีอีโอ ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายเจิดจ้า

“ไปดูสิว่าเขาเป็นใคร” หญิงสาวสั่งเลขาส่วนตัวตอนที่เลิ่งเชาถิงเดินเข้าไปในลิฟต์

“ค่ะ” เลขารับคำสั่ง

หลังจากนั้น เลิ่งเชาถิงก็มาถึงห้องทำงานของซีอีโอชั้นที่สามสิบสอง

ก่อนที่เลิ่งเชาถิงจะมาที่นี่ เขาโทรบอกเหอฉีหมิงว่าไม่ต้องออกมาต้องรับเขาด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตนของเขาโดยไม่จำเป็น วินาทีที่เลิ่งเชาถิงเดินเข้าไปในห้อง เหอฉีหมิงก็ยืนรอต้อนรับเขาอยู่ก่อนแล้ว และทักทายเขาด้วยความนอบน้อม “สวัสดีครับ คุณเลิ่ง”

“สวัสดี” เลิ่งเชาถิงตอบเบาๆ จากนั้นนั่งลงบนโซฟา เลขาของเหอฉีหมิงรินชาให้เลิ่งเชาถิงทันที รินชาเสร็จเธอก็เดินออกจากห้องไป

จากนั้นเหอฉีหมิงก็รายงานต่อเลิ่งเชาถิงเกี่ยวกับการบริหารบริษัทเมื่อเร็วๆนี้ เลิ่งเชาถิงทำธุรกิจไม่เก่ง แต่เขาเลือกคนที่เหมาะสมมาทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างดีเยี่ยมเสมอ

เมื่อบริษัทต้องการการตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย หน้าที่นั้นจึงตกเป็นของเลิ่งเชาถิง

กู้หนิงยังคงขาดเรียนต่ออีกหนึ่งสัปดาห์

จางฉิวฮวาไม่รู้ว่าทำไม เพราะกู้หนิงไม่ได้บอกว่าเธอจะหายตัวไปนานแค่ไหน

ในระหว่างช่วงพัก อาจารย์ใหญ่ได้บอกจางฉิวฮวาว่ากู้หนิงจะไม่เข้าชั้นเรียนจนกว่าจะถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้จางฉิวฮวาตกใจมาก "อะไรนะคะ? กู้หนิงจะไม่เข้าเรียนที่เหลือ และจะมาในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยทีเดียว? อาจารย์ใหญ่ก็เห็นด้วยเหรอคะ?”

“ใช่!” อาจารย์ใหญ่ตอบ เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดที่เลวร้ายแต่อย่างใด

“การสอบเข้ามหาลัยใกล้เข้ามาแล้วนะคะ!” จางฉิวฮวารู้สึกหมดหนทาง

“เอาน่า กู้หนิงสัญญาว่าจะเรียนด้วยตัวเองและจะสอบผ่านด้วยคะแนนที่ดีเยี่ยม อาจารย์จางไม่ต้องห่วงหรอกน่า” อาจารย์ใหญ่กล่าว

ถึงกระนั้น จางฉิวฮวายังคงคิดว่าความคิดนี้บ้าไปแล้ว แต่ในเมื่ออาจารย์ใหญ่เห็นด้วย เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของเขาได้

หยูหมิงซีและคนอื่นๆ ต่างก็รู้ว่ากู้หนิงยุ่งมาก และเธอจะไม่มาเรียนส่วนที่เหลือ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่โทรไปรบกวนเธอ เพราะกู้หนิงก็ตอบแชทในวีแชทอยู่แล้ว

ที่บ้านตระกูลถาง กู้ม่านคุยกับถางหยุนฟ่านในห้องอย่างเคย ส่วนกู้หนิงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

วันนี้เป็นวันจันทร์ ถางหยุนฮางและคนอื่นจึงกลับไปทำงาน ในขณะที่ถางไห่เฟิง เกาเหวินซิน และกู้หนิงอยู่ที่บ้าน

ไม่นาน ฉวนหมิงข่ายก็เดินตามถางไห่เฟิงไปที่ห้องหนังสือเพื่อหารือเกี่ยวกับธุรกิจ

“นายท่านถางครับ ระยะนี้ถางตี้หมิงไปเยี่ยมเยียนเฉิงจงเซิงและอู่ป๋อหยวนอยู่บ่อยครั้ง ผมคิดว่าเขาต้องการได้รับความยินยอมจากพวกเขา” ฉวนหมิงข่ายรายงาน

เฉิงจงเซิงและอู่ป๋อหยวนเป็นกรรมการสองคนที่งดออกเสียงเลือกตั้งประธานคนใหม่ของถางฮวงกรุ๊ป

“ปฏิกิริยาของเฉิงจงเซิงและอู่ป๋อหยวนล่ะเป็นไง?” ถางไห่เฟิงถาม

“พวกเขายังคงนิ่งเงียบครับ แต่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะกำลังทำอะไรเป็นการส่วนตัว” ฉวนหมิงข่ายกล่าว

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร เฉิงจงเซิงและอู่ป๋อหยวนได้ทำสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อบริษัท และไม่เคยทำลายผลประโยชน์ของบริษัท กระนั้นถางไห่เฟิงก็ยังคงต้องระวัง

“นายท่านถางครับ ผมมีความรู้สึกว่ามีคนสนับสนุนถางตี้หมิงจากเบื้องหลัง แต่ผมไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร จากบันทึกการโทรของถางตี้หมิง ผมไม่พบผู้ต้องสงสัยใดๆ มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาใช้หมายเลขโทรศัพท์ลับในการติดต่อกัน” ฉวนหมิงข่ายกล่าว

แม้ว่าถางฮวงกรุ๊ปจะมีอิทธิพลมาก แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถรู้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการรู้ได้

“จับตาดูพวกเขาเอาไว้ให้ดี” ถางไห่เฟิงกล่าว

“ครับผม”

หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันเรื่องอื่นต่ออีกสักพักก่อนพากันออกจากห้องหนังสือ

“คุณกู้ครับ วันนี้ร้านของคุณก็จะตกแต่งเสร็จแล้ว และพรุ่งนี้มผมจะให้คนเข้าไปทำความสะอาดร้าน คุณกู้เสร็จงานเมื่อไหร่ก็บอกผมแล้วกัน ท่านประธานบอกผมให้ความร่วมมือกับคุณเต็มที่ในการประชามสัมพันธ์” ฉวนหมิงข่ายพูดกับกู้หนิง

ตอนที่ 550 แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้จิวเวอรี่

“ขอบคุณมากค่ะคุณฉวน ไว้ฉันจะโทรหาคุณตอนที่ฉันเสร็จงานที่นี่” กู้หนิงเอ่ย เธอต้องการการสนับสนุนจากถางฮวงกรุ๊ปเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์

“ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณฉวนหรอกครับ พวกเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันแล้ว เรียกผมตรงๆ ว่าลุงฉวนก็ได้” ฉวนหมิงข่ายกล่าว แม้ว่าเขาจะเจอกู้หนิงแค่สองสามครั้ง แต่กู้หนิงเป็นสมาชิกตระกูลถางแล้ว เธอมีสถานะกึ่งๆเจ้านายเขา”

“ค่ะ ลุงฉวน” กู้หนิงเปลี่ยนคำเรียกเขา “งั้นลุงฉวนก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณกู้เหมือนกันนะคะ เรียกชื่อฉันตรงๆได้เลยค่ะ”

“ได้สิ กู้หนิง” ฉวนหมิงข่ายเอ่ย ฉวนหมิงข่ายยังมีเรื่องต้องไปจัดการต่อ ดังนั้นเขาจึงขอตัวกลับ

ทันใดนั้น กู้หนิงมีตารางงานที่ยุ่งมากในวันต่อมา

ร้านขายเครื่องประดับในเมือง B กำลังจะเปิดอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า และพิธีเปิดจะจัดขึ้นที่โรงแรมฮวงเติ้ง อย่างไรก็ตาม เธอต้องกลับไปที่เมือง G ด้วยตนเองก่อนพิธีเปิด เธอจำเป็นต้องส่งเครื่องประดับจำนวนมากมาที่นี่ และมันจะไม่ปลอดภัยพอหากโจวเจิ้งหงทำงานนั้นทั้งหมดด้วยตัวเขาเอง นอกจากนี้ เธอยังต้องตั้งโรงงานผลิตในเมือง B เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องส่งเครื่องประดับจากเมือง G อีกในอนาคต

หลังกินข้าว เธอยังต้องตรวจดูชุดสำหรับพิธีเปิดอีกด้วย แม้ว่าเธอจะไว้วางใจอวี้จื่อ เธอก็ยังต้องตรวจสอบชุดด้วยตนเองอยู่ดี

สำหรับนางแบบนั้น เธอสามารถจ้างบริษัทบันเทิงภายใต้ชื่อถางฮวงกรุ๊ปได้ ส่วนแบรนด์แอมบาสเดอร์ กู้หนิงยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นใคร เพราะมันค่อนข้างสำคัญมาก แบรนด์แอมบาสเดอร์จะเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์หยกบิวตี้อย่างน้อยหนึ่งปี ดังนั้นตัวเลือกแรกของกู้หนิงคือซูตงนั่ว เพราะซูตงนั่วทำงานให้เธอ และเธอรู้ว่าซูตงนั่วเป็นนักแสดงมืออาชีพที่มีชื่อเสียงดีงาม

ซูตงนั่วอาจไม่โด่งดังในสายตาของสาธารณชนและไม่ได้มีอิทธิพลมากนัก แต่เรื่องนี้กู้หนิงไม่กังวลเลยสักนิด ในเมื่อซูตงนั่วทำงานให้เธอ เธอจะทำให้ซูตงนั่วโด่งดังเอง นอกจากนี้ ซูตงนั่วยังเป็นนักแสดงระดับ A อีกด้วย ดังนั้นกู้หนิงจึงมั่นใจว่าซูตงนั่วจะเป็นตัวเลือกที่ดี

ตราบใดที่โฆษณาถูกปล่อยออกมา ในไม่ช้าซูตงนั่วก็สามารถมีชื่อในวงการได้ด้วยความช่วยเหลือจากเค

นอกจากนั้น กู้หนิงยังต้องกลับไปหาฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ที่เมือง D เพราะการถ่ายทำในส่วนของพวกเขาในภาพยนตร์เกือบจบแล้ว

ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผลิตโดยโคเลนฟาร์มาซูติคอลจะได้รับการทดสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังการทดสอบ พวกเขาสามารถนำออกสู่ตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ศัตรูทางธุรกิจของหนิงฉางไค่จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ผ่านการทดสอบ ดังนั้นกู้หนิงจึงต้องไปที่เมืองหลวงอีกสองสามวันข้างหน้า

ขาของเฉินข่านอี้ก็ฟื้นตัวเต็มที่แล้วเช่นกัน และตอนนี้เขาสามารถกลับมาทำงานได้แล้ว ดังนั้นกู้หนิงจึงต้องเตรียมการบางอย่างให้เขา

“หนิงหนิง เธอจะเลือกใครเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์เครื่องประดับของเธอ?” เกาเหวินซินถาม

“ซูตงนั่วค่ะ” กู้หนิงเอ่ย

“อะไรนะ?” เกาเหวินซินแปลกใจ “ซูตงนั่วมีชื่อเสียงพอเหรอ? ทำไมไม่จ้างดาราแถวหน้าล่ะ?”

ถึงแม้ว่าซูตงนั่วจะเป็นเพื่อนกับเกาเหวินซิน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าซูตงนั่วมีชื่อเสียงไม่มากพอที่จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์เครื่องประดับไฮเอนด์

ถางไห่เฟิงที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างสองสาวก็พูดเสริมขึ้นมาว่า “ปู่คิดว่าเหวินซินพูดถูก มีดาราหลายคนที่ทำงานกับบริษัทบันเทิงของเรา หลานลองเลือกดูสักคนสิกู้หนิง”

กู้หนิงยิ้มให้พวกเขาอย่างซาบซึ้งใจ “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะคุณปู่ แต่หนูอยากให้โอกาสนักแสดงในสังกัดบริษัทของหนูก่อนค่ะ”

ถ้าเธอไม่ทำอย่างนั้น นักแสดงที่ทำงานให้เธอคงไม่มีโอกาสโด่งดัง

“ว่าไงนะ? นักแสดงคนนั้นทำงานที่บริษัทของหลานงั้นเหรอ? หลานทำบริษัทบันเทิงด้วยรึ?” ถางไห่เฟิงทำหน้าฉงน

“ใช่ค่ะ” กู้หนิงตอบ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม

ถางไห่เฟิงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าก็ไม่รู้จะพูดอะไร ความจริงแล้วเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรต่างหาก กู้หนิงกลายเป็นเศรษฐีพันล้านตั้งแต่อายุสิบแปดด้วยตัวเธอเอง และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอสามารถบริหารธุรกิจได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิ์ห้ามไม่ให้เธอขยายธุรกิจของเธอเอง

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะกู้หนิงเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ และเธอยังไม่ใช่คู่แข่งสำคัญในวงการธุรกิจ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอกลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และเริ่มแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด เธอจะอยู่ในสงครามที่ดุเดือดในโลกธุรกิจ

“หลานกู้ ถ้าหลานอยากได้ความช่วยเหลือ ก็ขอให้บอกปู่นะ เข้าใจไหม?” ถางไห่เฟิงเอ่ย เขายิ่งกว่าเต็มใจที่ได้ช่วยสนับสนุนหลานสาวสุดที่รัก

“ค่ะ คุณปู่” กู้หนิงตอบ

ตามหลักการ คุณอาจประสบความสำเร็จบางอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่มันไม่ได้ผลเช่นนั้นในแวดวงธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะฉลาดหรือเก่งแค่ไหน คุณก็ยังต้องร่วมมือกับคนอื่น หากไม่มีเครือข่ายที่ทรงพลัง ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจได้

กู้ม่านคุยกับถางหยุนฟ่านนานสองชั่วโมง แต่ถางหยุนฟ่านก็ยังไม่ตอบสนอง ซึ่งทำให้ทุกคนต่างเป็นกังวล

หลังจากกินอาหารเที่ยง กู้หนิงต้องออกจากบ้านตระกูลถาง แต่เธอกังวลว่ากู้ม่านจะรู้สึกไม่สบายใจที่จะอยู่คนเดียวที่นี่ อย่างไรก็ตาม กู้ม่านบอกกับกู้หนิงว่า ทุกคนในตระกูลถางเป็นคนสบายๆ และตอนนี้เธอก็คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่แล้ว

กู้หนิงมีความจำเป็นต้องไปจัดการเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัวบางอย่าง เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่อาจพาเกาเหวินซินไปด้วยได้ เกาเหวินซินบ่นนิดหน่อย กระนั้นก็ไม่ได้ตื้อที่จะตามไปด้วย

เมื่อกู้หนิงขับรถออกจากบ้านตระกูลถาง เธอก็โทรหาอวี้จื่อ เธอกะว่าจะแวะไปดูชุดราตรีก่อน

อวี้จื่ออยู่ที่ร้าน กู้หนิงจะไปหาเธอที่ร้านหลังจากเจอเลิ่งเชาถิงก่อน

เลิ่งเชาถิงกินข้าวอยู่ที่โรงแรมกับเหอฉีหมิง กู้หนิงจึงตรงไปที่โรงแรมเพื่อรับเขา

แม้ว่าจะมีรถหรูหราหลายคันจอดอยู่ด้านนอกโรงแรม แต่รถลัมโบร์กีนีรุ่นพิเศษของกู้หนิงก็ยังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนตอนที่เธอจอดรถที่ด้านนอกโรงแรม

“ว้าว นั่นมันรถลัมโบร์กีนีรุ่นล่าสุดไม่ใช่เหรอ? ทั่วโลกมีแค่สี่สิบคันเองนะ!”

“เท่ห์สุดๆ!”

จบบทที่ ตอนที่ 549 - 550: ห้องทำงานซีอีโอ, แบรนด์แอมบาสเดอร์ของหยกบิวตี้จิวเวอรี่

คัดลอกลิงก์แล้ว