- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 547 - 548: อยากให้โยนเชือกไหม?, เกาเหวินซินรู้ความจริง
ตอนที่ 547 - 548: อยากให้โยนเชือกไหม?, เกาเหวินซินรู้ความจริง
ตอนที่ 547 - 548: อยากให้โยนเชือกไหม?, เกาเหวินซินรู้ความจริง
ตอนที่ 547 อยากให้โยนเชือกไหม?
“แล้วยังไงคะ?” ไป่เหนียนหลานไม่เข้าใจว่าทำไมสามีของเธอถึงได้ดูตื่นเต้นนัก
“ก็มีนักเรียนบริจาคเงินห้าล้านหยวนให้โรงเรียนน่ะซี” อาจารย์ใหญ่กล่าว
“อะไรนะคะ? เด็กนักเรียน? ทายาทรุ่นสองตระกูลเศรษฐีหรอคะ?” ไป่เหนียนหลานถามสามี
“ก็ไม่เชิงหรอก เธอเป็นเจ้าของหยกบิวตี้ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้น่ะ”
เมื่อนึกถึงกู้หนิง อาจารย์ใหญ่ก็อดชื่นชมความสามารถที่เก่งกาจของเธอไม่ได้
“อะไรนะคะ? เด็กคนนั้นเหรอคะ?” ไป่เหนียนหลานประหลาดใจ เธอได้ยินจากสามีว่าที่โรงเรียนของเขามีนักเรียนที่เป็นเจ้าของหยกบิวตี้เรียนอยู่ เธอเองก็ชื่นชมเด็กคนนั้นเหมือนกัน เธอหวังเสมอว่าลูกๆ ของเธอจะประสบความสำเร็จเหมือนกับกู้หนิง
ในขณะนั้นเอง ลูกชายของไป่เหนียนหลานก็กลับมาบ้านหลังจากเล่นบาสเก็ตบอลกับเพื่อน เขามีเหงื่อเต็มตัว กลิ่นเหม็นเหงื่อทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับหน้าบึ้ง จากนั้นก็เริ่มตำหนิลูกชายตัวเอง ส่วนลูกชายก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ แม่ถึงโมโหตนขนาดนี้
หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดเขาก็รู้ว่าแม่ไม่พอใจเขาเรื่องอะไร นั่นเป็นเพราะนักเรียนคนเก่งของพ่อ เขาเองก็รู้สึกลำบากใจเช่นกัน ที่จริงแล้วเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้นเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ และเขายังเป็นนักเรียนเรียนดีอีกด้วย ถึงอย่างนั้นเขาไม่กล้าโต้เถียงกับแม่ ได้แต่ฟังแม่บ่นด้วยความอดทน
ที่เมือง B กู้ม่านเข้านอนตอนราวๆห้าทุ่ม กู้หนิงส่งข้อความหาเลิ่งเชาถิงบอกให้เขามาได้
โรงแรมที่เลิ่งเชาถิงอยู่นั้นอยู่ไม่ไกล ไม่นานเขาก็มาถึงบ้านของกู้หนิงหลังจากอ่านข้อความของเธอ จากนั้นก็โทรหาเธอและไปที่ห้องนอนของเธอตามคำแนะนำ
เมื่อทั้งคู่พบหน้ากันก็มีความปรารถนาในดวงตาของทั้งคู่
“คุณอยากให้ฉันโยนเชือกลงไปให้ไหมคะ?” กู้หนิงพูดติดตลก เธอรู้ว่าการปีนขึ้นมาชั้นบนนั้นง่ายสำหรับเลิ่งเชาถิง
“ไม่จำเป็น” เลิ่งเชาถิงตอบก่อนจะวางสาย เขาปีนขึ้นไปบนชั้นสามอย่างง่ายดายด้วยมือสองข้าง เมื่อเขามายืนอยู่ข้างหน้ากู้หนิง เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนราวกับว่าเขาไม่ได้เจอหน้าเธอมานานหลายปี
“หนิงหนิง ผมคิดถึงคุณจัง” เลิ่งเชาถิงเอ่ย ทั้งๆที่พวกเขาเพิ่งจะห่างกันแค่ครึ่งวันเอง
“ห้องของแม่ฉันอยู่ไม่ไกล พวกเราต้องเบาเสียงหน่อยค่ะ” กู้หนิงเอ่ยเตือน
“ได้สิ ผมจะกอดคุณจนกว่าจะหลับ คืนนี้พวกเราจะไม่ทำอะไร” เลิ่งเชาถิงเอ่ย เขาไม่กล้าทำเสียงดังเพราะแม่ของกู้หนิงอยู่ห้องใกล้ๆ แค่ได้กอดเธอในอ้อมแขนจนหลับไปเขาก็พอใจแล้ว ถึงจะไม่ได้มีอะไรกัน แต่ใช่ว่าจะจูบไม่ได้สักหน่อย
วันต่อมาเมื่อแสงแรกมาถึง เลิ่งเชาถิงตื่นขึ้นมาก่อนทุกคนเผื่อว่ากู้ม่านจะรู้ว่าเขาแอบเข้ามานอนในห้องลูกสาวของเธอ จากนั้นเขาก็ปีนกลับออกไป
เกาเหวินซินโทรหากู้หนิงตั้งแต่เช้า เธออยากไปหากู้หนิงเพื่อจะได้หาอะไรสนุกๆทำด้วยกัน
“เอ่อ ไว้ฉันโทรกลับทีหลังนะคะ” กู้หนิงเอ่ย เกาเหวินซินยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับถางหยุนฟ่านและกู้หนิงไม่แน่ใจว่าควรบอกเรื่องนี้แก่เธอหรือเปล่า
หลังจากวางสายจากเกาเหวินซิน กู้หนิงก็โทรหาถางไห่เฟิงทันที
ถางไห่เฟิงไม่ได้ตั้งใจปิดบังเรื่องนี้จากเกาเหวินซิน แต่เขาไม่ต้องการให้หลานๆเป็นห่วง ไหนๆ เกาเหวินซินก็อยากทำตัวติดกู้หนิง เขาจึงยอมให้เธอรู้เรื่องด้วย หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรกลับหาเกาเหวินซินและบอกเธอว่าพวกเขาจะไปที่บ้านตระกูลถาง
เจ็ดโมงครึ่งแล้วแต่เกาเหวินซินยังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียง แม้ว่าเธอจะมีนิสัยตื่นไปวิ่งตอนเช้า แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่ขี้เกียจโดยเฉพาะในวันที่อากาศหนาวเย็น แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้วแต่ข้างนอกก็ยังหนาวอยู่
เกาเหวินซินมาหากู้หนิงที่บ้านตอนแปดโมง อาหารเช้าพร้อมรับประทานแล้วที่โต๊ะ
เมื่อเห็นกู้ม่าน เกาเหวินซินก็ทักทายอรุณสวัสดิ์ตามมารยาท
“พี่อยากจะขับรถไปเองหรือจะไปกับฉันคะ?” กู้หนิงถามเกาเหวินซินระหว่างรับประทานอาหารเช้า
“พี่จะไปกับเธอ” เกาเหวินซินตอบ เธอตั้งใจจะใช้เวลาทั้งวันกับกู้หนิง
หลังกินอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็ออกจากบ้าน ทันทีที่กู้ม่านเห็นรถของกู้หนิง เธอก็ต้องตะลึงด้วยความตกใจ เธอจำได้ว่ารถคันนี้เป็นรถแลมโบกินีซึ่งค่อนข้างแพง
“หนิงหนิง รถของลูกราคาเท่าไหร่?” กู้ม่านกลั้นใจถาม
“คุณป้าถางเป็นคนซื้อให้ค่ะ น่าจะมากกว่าสิบล้านได้” กู้หนิงตอบ
ได้ยินเช่นนั้นกู้ม่านก็ยิ่งตกใจ “พวกเขา...พวกเขามีน้ำใจมากเหลือเกิน”
ตอนที่กู้หนิงได้รถหรูเป็นของขวัญ ตอนนั้นตระกูลถางยังไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวในสายเลือดของถางหยุนฟ่าน ดังนั้นจึงเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าตระกูลถางนั้นมีน้ำใจและใจกว้างจริงๆ
“ของขวัญที่หนิงหนิงส่งมาให้พวกเราก็มีค่ามากเช่นกันค่ะ รถคันนี้เทียบอะไรไม่ได้เลย” เกาเหวินซินกล่าว
ได้ยินแบบนั้นกู้ม่านก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย ว่าแล้วทุกคนก็ขึ้นรถไปยังบ้านตระกูลถาง
กู้หนิงออกจากบ้านตอนแปดโมงครึ่ง การจราจรบนถนนจึงไม่หนาแน่นมาก
รถที่อยู่ด้านหลังรถของกู้หนิงก็เป็นรถหรูเช่นกัน คนที่อยู่บนรถคันนั้นเริ่มพูดถึงรถแลมโบกินีสีขาวของกู้หนิง
ตอนที่ 548 เกาเหวินซินรู้ความจริง
“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่แลมโบรุ่นล่าสุดเหรอ? ฉันได้ยินมาว่ามีเพียงสี่สิบคันทั้งโลก! ฉันเองก็อยากได้สักคัน น่าเสียดายที่ไม่มีขายแล้ว” น้ำเสียงที่พูดนั้นอิจฉาอย่างเห็นได้ชัดและคนที่พูดคือพานจื่อรุ่ยนั่นเอง
มีชายอีกสองคนอยู่ในรถกับพานจื่อรุ่ย คนหนึ่งคือกวนปิน อีกคนเป็นคนแปลกหน้า
“ขับไปดูสิว่าใครเป็นคนขับ!” กวนปินพูด คนที่ได้ครอบครองรถคันนั้นย่อมต้องเป็นคนรวยชนิดที่รวยมากๆ
“ได้เลย!”
พานจื่อรุ่ยเองก็สงสัย เขาเร่งความเร็วขึ้นเพื่อตามให้ทันจะได้รู้ว่าใครเป็นคนขับแลมโบคันนั้น ทันใดนั้นเมื่อเขาเห็นหน้าคนขับ เขาถึงกับตบพวงมาลัยด้วยความตกใจ คนขับรถแลมโบก็คือกู้หนิง!!
พานจื่อรุ่ยหยุดรถกะทันหันและเกือบจะถูกรถคันข้างหลังชนท้าย
“เฮ้ย ขับรถเป็นรึเปล่าวะ?!” คนที่ขับรถคันข้างหลังสบถด้วยความโมโห
โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ คนที่ขับรถตามมาด้านหลังจึงตีไฟเลี้ยวแซงขึ้นไปพร้อมกับสบถด่าพานจื่อรุ่ยไปด้วย
กู้หนิงและคนอื่นตกใจเบาๆ
“อันตรายมาก!” กู้ม่านอุทาน
“จริงค่ะ เกือบชนท้ายกันแล้ว” เกาเหวินซินเอ่ย
แม้ว่ากู้หนิงจะไม่รู้ว่าใครที่เป็นคนขับรถหรูคันนั้น ทว่าเธอเห็นพานจื่อรุ่ยนั่งอยู่เบาะคนขับจากกระจกมองข้าง เขาคงตกใจที่เห็นว่าเธอเป็นคนขับรถแลมโบกินีสีขาวคันนี้จึงเป็นเหตุให้เหยียบเบรกรถกะทันหัน
กวนปินเองก็ตกใจกลัว “จื่อรุ่ย ทำไมถึงได้เหยียบเบรกกะทันหัน! ไม่รู้หรือว่ามันอันตรายนะโว้ย!”
“คนที่ขับแลมโบคันนั้นเป็นบอสของฉันเอง” พานจื่อรุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“บอส บอสไหน?” เพื่อนของพานจื่อรุ่ยสงสัย
“อะไรนะ? คนขับรถก็คือคุณหนูกู้งั้นเหรอ?” กวนปินที่นั่งข้างๆ มองเห็นคนขับรถแลมโบไม่ชัดจึงไม่รู้ว่าเป็นกู้หนิง
“คุณหนูกู้? บอสของจื่อรุ่ยเป็นผู้หญิง?” เพื่อนของพานจื่อรุ่ยทำหน้าฉงนเพราะพวกเขารู้ว่าพานจื่อรุ่ยดูถูกผู้หญิงจะตาย
“คุณกู้ไม่เหมือนคนอื่น พวกเราต่างชื่นชมเธอกันทั้งนั้น ตอนที่จ้าวคังหลินแก้แค้นพวกเราและเกือบทุบตีพวกเราจนตาย คุณกู้เป็นคนเข้ามาช่วยพวกเราไว้ นายไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยก็เลยไม่รู้ว่าคุณกู้เจ๋งแค่ไหน เธอเอาชนะผู้ชายสี่คนภายในไม่กี่วินาที แถมเธอยังเป็นน้องสาวของถางเจียข่ายอีกด้วย ฉันคิดว่าพวกเขาต้องเป็นญาติกัน” ยิ่งพูดกวนปินก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนแรกเขาดูถูกกู้หนิง แต่เขาเริ่มเคารพเธอหลังจากการแข่งม้า และตอนที่กู้หนิงมาช่วยพวกเขา เธอก็เอาใจเขาไปแล้ว
“ขนาดนั้นเลย?” เพื่อนของพานจื่อรุ่ยทำหน้าประหลาดใจสุดๆ เพราะเขาไม่เคยได้ยินว่ามีผู้หญิงคนนั้นยอดเยี่ยมมาก่อน
“แน่นอนสิวะ!” คราวนี้เป็นพานจื่อรุ่ยพูดบ้าง
“ถางเจียข่าย? ใช่ถางเจียข่ายจากตระกูลถางเมือง B คนนั้น?” เพื่อนของพานจื่อรุ่ยถาม แววตามาดร้ายฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา
“ใช่! เพราะคุณกู้ ฉันก็เลยได้กินข้าวกับถางเจียข่ายที่โต๊ะเดียวกัน!” กวนปินกล่าวและรู้สึกเป็นเกียรติ ระหว่างเขากับถางเจียข่ายมีช่องว่างระหว่างมาก เขาไม่คิดอิจฉาถางเจียข่ายแต่ต้องการเอาใจถางเจียข่ายต่างหาก
“จื่อรุ่ย ในเมื่อคุณหนูกู้เป็นบอสของนาย ทำไมคืนนี้ไม่ชวนเธอมาสังสรรค์ด้วยกันล่ะ?” เพื่อนของพานจื่อรุ่ยเอ่ย
“เดี๋ยวฉันโทรหาเธอ ดูว่าคืนนี้เธอจะว่างรึเปล่า” เขาเองก็อยากเจอกู้หนิงเหมือนกัน
เมื่อกู้หนิงมาถึงบ้านตระกูลถาง ในที่สุดเกาเหวินซินก็รู้ว่าถางหยุนฟ่านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และหมดสติมาเกือบห้าวันแล้ว ในเวลาเดียวกัน เธอก็พบว่ากู้หนิงเป็นลูกสาวแท้ๆของถางหยุนฟ่านซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ข่าวนี้สร้างความประหลาดใจแก่เกาเหวินซินเป็นอย่างมากและเธอก็ตื่นเต้นดีใจมากเช่นกัน ถ้ากู้หนิงเป็นลูกสาวของคุณลุงหยุนฟ่าน งั้นกู้หนิงก็เป็นน้องสาวเธอจริงๆน่ะสิ! โชคชะตาช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ในความดีใจก็ยังมีความเป็นห่วงอาการของถางหยุนฟ่านเช่นกัน
ตอนที่กู้ม่านขึ้นไปยังชั้นบนยังห้องของถางหยุนฟ่าน กู้หนิงก็ได้รับสายจากพานจื่อรุ่ย
“บอส ทำไมไม่บอกกันเลยว่ามาเมือง B ?” พานจื่อรุ่ยบ่นเบาๆ
“ฉันมาเพราะมีธุระสำคัญต้องจัดการ”
“ถ้างั้นเธอจะว่างเมื่อไหร่? คืนนี้ออกมาเที่ยวกันไหม?” พานจื่อรุ่ยเอ่ยชวน
“เกรงว่าคงไม่ได้ ไว้ฉันว่างแล้วจะโทรหานายแล้วกัน”
“เอางั้นก็ได้” พานจื่อรุ่นเอ่ย
ทันทีที่พานจื่อรุ่ยวางสาย เพื่อนของเขาก็ถามทันทีว่ากู้หนิงจะมาคืนนี้ไหม
“คืนนี้เธอไม่ว่าง แต่เธอบอกว่าจะโทรหาฉันตอนที่เธอมีเวลา” พานจื่อรุ่ยตอบคำถามเพื่อน
เพื่อนของพานจื่อรุ่ยรู้สึกผิดหวังอย่างแรง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หงุดหงิดอยู่ในใจ
เลิ่งเชาถิงไม่ใช่เจ้านายที่ไม่ทำอะไรเลย แม้ว่าเขาจะจ้างผู้จัดการที่มีความสามารถให้บริหารเชิงซื่อกรุ๊ปแทนเขา และเขาแทบจะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจหรือตรวจสอบการเงิน แต่เขาก็ยังต้องติดตามการบริหารกลุ่มธุรกิจต่างๆ
สำนักงานใหญ่ของเชิงชื่อกรุ๊ปตั้งอยู่ในเมืองหลวงและมีสาขามากมายในทุกเมืองใหญ่
เชิงซื่อกรุ๊ปไม่ได้ก่อตั้งโดยเลิ่งเชาถิง แต่จริงๆ แล้วเป็นทรัพย์สินของคุณตาของเขา เมื่อแม่ของเขาถึงแก่กรรม เขาก็กลายเป็นผู้รับประโยชน์เพียงผู้เดียวจากมรดกของคุณตาของเขา
ตอนที่เลิ่งเชาถิงเข้าครอบครองเชิงซื่อกรุ๊ปยังไม่ได้อยู่ในรายชื่อยี่สิบอันดับแรกของธุรกิจผลประกอบการดี อย่างไรก็ตาม ภายในห้าปีเชิงซื่อกรุ๊ปได้เติบโตและพัฒนาในอัตราที่รวดเร็วภายใต้การนำของเลิ่งเชาถิง และแซงหน้าองค์กรอื่นจนกลายเป็นตำนาน
การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทโดยธรรมชาติจะดึงดูดความสนใจของนักธุรกิจรายอื่น และหลายคนได้วางแผนต่อต้านเชิงซื่อกรุ๊ปทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
ในช่วงเริ่มต้นเป็นเรื่องยากมากสำหรับเลิ่งเชาถิงที่จะจัดการกับความท้าทายนี้ แต่ฝ่ายตรงข้ามทางธุรกิจของเขาเริ่มยอมแพ้ไปเองตอนที่เลิ่งเชาถิงและเชิงซื่อกรุ๊ปประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ
เชิงซื่อกรุ๊ปและถางฮวงกรุ๊ปเป็นองค์กรที่โดดเด่นสองแห่งและมีชื่อเสียงมาก พวกเขามักจะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ทั้งเลิ่งเชาถิงและถางหยุนฟ่านต่างไม่สนใจว่าใครคิดวางแผนจะล้มธุรกิจของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถสร้างธุรกิจและขยายอำนาจไปได้ไกล