เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 521 - 522: นี่เพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง, คีบกับข้าวใส่ชามของเลิ่งเชาถิง

ตอนที่ 521 - 522: นี่เพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง, คีบกับข้าวใส่ชามของเลิ่งเชาถิง

ตอนที่ 521 - 522: นี่เพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง, คีบกับข้าวใส่ชามของเลิ่งเชาถิง


ตอนที่ 521 นี่เพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง

หลังจากขึ้นเครื่องบิน ผู้หญิงคนนั้นก็หน้าแดงด้วยความอายเมื่อเห็นกู้ม่านและกู้ชิงนั่งในส่วนของชั้นเฟิร์สคลาส มีแต่คนรวยเท่านั้นแหละที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส แต่เธอเพิ่งเรียกพวกเขาว่าพวกฟักทอง

เครื่องบินไถลไปตามรันเวย์ กู้ชิงและกู้ม่านจับมือกันอย่างประหม่า เมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พวกเธอก็รู้สึกไร้น้ำหนัก เมื่อเครื่องบินบินอย่างมั่นคง กู้ชิงกับกู้ม่านก็ผ่อนคลายขึ้น

เลิ่งเชาถิงมาถึงสนามบินเมือง G เวลา 08:30 น. เขาบอกอันเหวินเฉินให้เตรียมรถไว้ล่วงหน้า แต่เขาต้องแปลกใจที่อันเหวินเฉินขับรถมาที่นี่ด้วยตัวเอง

“ทำไมนายถึงขับรถมาเองล่ะ?” เลิ่งเชาถิงถามด้วยความสงสัย เพราะปกติอันเหวินเฉินจะส่งเลขาของเขาขับรถมาให้

อันเหวินเฉินถอนหายใจอย่างหนักและพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “ฉันใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการนัดบอดน่ะ” นัดบอดนั้นน่ารำคาญจริงๆ

จากนั้นเขาก็มองไปที่เลิ่งเชาถิงและพูดติดตลก “ชื่อของนายมีประโยชน์จริงๆ”

“นายอายุยี่สิบแปดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องแต่งงานได้แล้ว” เลิ่งเชาถิงเอ่ย

ในอดีต เลิ่งเชาถิงไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานเลย แต่ตอนนี้เขากำลังรอคอยที่จะได้แต่งงานกับกู้หนิง แต่น่าเสียดายที่กู้หนิงยังเด็กเกินไปที่จะแต่งงาน

“พี่ชายของฉันอายุสามสิบแล้ว เขาก็ยังไม่แต่งงานเหมือนกัน เพราะงั้นฉันไม่รีบ!” อันเหวินเฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่เขาดูเศร้าและเหงาหงอย

ความจริงแล้วเขาอยากแต่งงาน แต่ผู้หญิงที่อยากแต่งด้วยไม่ชอบเขา และเขาไม่อยากแต่งกับคนอื่นจึงเลือกที่จะเป็นโสด เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงชอบพี่ชายของเขา แต่พี่ชายของเขาไม่ชอบเธอ

เลิ่งเชาถิงไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะเขาเข้าใจว่าอันเหวินเฉินอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และมันเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนนอกไม่ควรไปก้าวก่าย

“โอ๊ะ พี่ชายของฉันกลับมาบ้านแล้ว หากนายมีเวลาว่างก็มาดื่มด้วยกันสิ นานแล้วที่เราไม่ได้เมาด้วยกัน!”

“ได้ ไว้ฉันว่างแล้วจะโทรหา”

หลังจากนั้นอันเหวินเฉินก็กลับไป

สิ่งที่อันเหวินเฉินไม่รู้ก็คือพี่ชายของเขา อันเหวินชุน ใช้เวลาอยู่กับเลิ่งเชาถิงมากกว่าเขาเสียอีก อันเหวินเฉินรู้เพียงว่าพี่ชายเป็นเพื่อนของเลิ่งเชาถิง แต่เขาไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเองเป็นหนึ่งในสมาชิกของเรดเฟลม สมาชิกเรดเฟลมต้องปกปิดตัวตนของพวกเขาไว้เป็นความลับ แม้แต่ครอบครัวก็รู้เรื่องนี้ไม่ได้

ราวๆ เก้าโมงเช้า เครื่องบินที่กู้หนิงโดยสารมาก็มาถึงสนามบินเมือง G อย่างปลอดภัย

เมื่อกู้หนิงเปิดโทรศัพท์ ข้อความจากเลิ่งเชาถิงก็เด้งขึ้นมา เขาบอกว่ารออยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า

กู้หนิงบอกแม่กับป้าแล้วว่าเธอได้จ้างคนขับรถส่วนตัวไว้คอยพาไปนั่นนี่ในเมือง G

แต่กู้หนิงยังคงกังวลเพราะเลิ่งเชาถิงหล่อเกินไปที่จะเป็นแค่คนขับรถ ยิ่งไปกว่านั้นคือรัศมีที่เย็นชาของเขาอาจทำให้แม่กับป้าของเธอไม่พอใจในตัวเขาได้

หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เธอก็พูดว่า “แม่คะ ป้าคะ คนขับรถส่วนตัวที่จริงแล้วเป็นคนที่หนูรู้จัก เขาอาจจะเย็นชาไปบ้างและไม่ค่อยยิ้ม ได้โปรดอย่าใส่ใจเขาเลยนะคะ”

“ไม่หรอกจ๊ะ”

ในโถงผู้โดยสารขาเข้า เลิ่งเชาถิงยืนอยู่ที่นั่นเพื่อรอกู้หนิงและครอบครัวของเธอ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนเขาก็มักจะเป็นจุดสนใจเสมอ แต่เขาไม่สนใจสายตาของคนอื่นเพราะตอนนี้เขาสนใจแค่การมาของกู้หนิง

กู้หนิงและครอบครัวของเธอไม่ได้เช็คอินสัมภาระใดๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อกู้หนิงปรากฏตัว สายตาของเลิ่งเชาถิงก็ตกลงบนร่างกายของเธอและมีความรักที่ชัดเจนในดวงตาของเขา

กู้หนิงสังเกตเห็นเลิ่งเชาถิงและส่งสายตาเตือนเขาไม่ให้แสดงออกจนเกินไปนัก

เลิ่งเชาถิงเข้าใจความหมายที่เธอส่งมา การให้ครอบครัวของเธอรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่เรื่องเหมาะเรื่องควรเท่าไหร่เพราะกู้หนิงยังเด็กอยู่ เขาจึงตีหน้าขรึมทันที

เมื่อกู้หนิง กู้ชิง และกู้ม่าน เดินมาหยุดอยู่หน้าเลิ่งเชาถิง เลิ่งเชาถิงพยายามเป็นกันเองให้ได้มากที่สุด

กู้ชิงและกู้ม่านมองเลิ่งเชาถิงด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ไม่คิดเลยว่าหนิงหนิงจะมีเพื่อนหล่อขนาดนี้

“แม่คะ ป้าคะ นี่คือเพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง จะเรียกว่าเชาถิงเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เลิ่งเชาถิงทักทายกู้ม่านและกู้ชิง

เลิ่งเชาถิงพยายามทำตัวเป็นกันเองให้ได้มากที่สุดแต่ก็ดูประดักประเดิด เพราะเขาเคยชินกับการทำตัวเย็นชามาโดยตลอด และมันไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนนิสัยและบุคลิกทันที โชคดีที่กู้หนิงได้อธิบายให้แม่กับป้าฟังแล้ว ดังนั้นกู้ชิงและกู้ม่านจึงไม่ถือสา อีกอย่างเลิ่งเชาถิงก็เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ พวกเธอจึงชอบเขามาก “เช่นกันจ๊ะ”

ถึงแม่กับป้าของกู้หนิงจะไม่ทราบว่าเขาเป็นแฟนกับกู้หนิงก็ไม่เป็นไร ขอให้พวกท่านชอบเขาก็พอแล้ว เลิ่งเชาถิงรู้สึกมีความสุขในใจ

ในตอนแรกเลิ่งเชาถิงกังวลมากว่ากู้หนิงบอกแม่กับป้าเกี่ยวกับเขาอย่างไรบ้างเพราะเขาคือแฟนของกู้หนิง และพวกเขาก็ไม่สนิทคุ้นเคยกัน ดังนั้นเขาจึงยังไม่เรียกพวกท่านว่าคุณแม่และคุณป้า ไว้รอพวกท่านทราบความสัมพันธ์ระหว่างเขาและกู้หนิงเสียก่อน

กู้ชิงและกู้ม่านไม่ใส่ใจว่าเลิ่งเชาถิงจะเรียกพวกเธอว่าอย่างไร

“ไปกันเถอะครับ รถจอดอยู่ด้านนอกครับ” เลิ่งเชาถิงเอ่ยและเดินนำพวกเขาออกไป

รถที่อันเหวินเฉินขับรถมาคือแลนด์โรเวอร์ซึ่งเป็นรถที่สะดุดตาน้อยที่สุดในสายตาของเขา แต่เป็นรถหรูในสายตาของกู้ชิงและกู้ม่าน

ตอนที่ 522 คีบกับข้าวใส่ชามของเลิ่งเชาถิง

แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ราคา แต่ต้องแพงกว่ารถเบนซ์ของเจียงซู่แน่นอน

เลิ่งเชาถิงเปิดประตูรถเบาะหลังให้กู้ม่านและกู้ชิง ส่วนกู้หนิงนั่งด้านหน้าคู่กับเขา

“หนิงหนิง พวกเราจะไปไหนก่อน?” เลิ่งเชาถิงมองกู้หนิงและเอ่ยถาม

สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักทำเอาหัวใจของกู้หนิงเต้นผิดจังหวะ เธอหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อย แค่เขาหล่อหน่อยใจก็เต้นผิดจังหวะแล้ว!

“ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ไปที่วอเตอร์บลูสกายก่อนแล้วกันค่ะ กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วค่อยไปที่ร้านกับโรงงาน”

“ครับ” จากนั้นเลิ่งเชาถิงก็ขับรถออกจากสนามบิน

ระหว่างทางเลิ่งเชาถิงไม่พูดอะไรสักคำเพราะเขาไม่รู้จะพูดอะไร

เมื่อมาถึงวอเตอร์บลูสกาย พวกเขาก็เดินไปที่อพาร์ทเมนท์ของกู้หนิงด้วยกัน

เมื่อเข้ามาในอพาร์ทเมนท์แล้ว เลิ่งเชาถิงก็นั่งบนโซฟาอย่างเงียบๆ ดูทีวี ส่วนกู้หนิงไปเตรียมน้ำชา

“เชาถิง เธอมาจากเมืองไหนเหรอจ๊ะ?” กู้ม่านถาม เธอไม่ได้ตรวจสอบภูมิหลังของเขา แค่หาเรื่องคุยเท่านั้น

กระนั้นเลิ่งเชาถิงก็ยังทำหน้าจริงจัง “เมืองหลวงครับ”

“เธอทำงานที่เมือง G เหรอ?” กู้ชิงถาม เพราะกู้หนิงบอกว่าเขาเป็นเพื่อนไม่ใช่พนักงาน

“เปล่าครับ ผมทำงานที่เมืองหลวง แต่ตอนนี้ผมกำลังอยู่ระหว่างลาพักร้อน เลยมาเมือง G เพื่อพักผ่อนครับ”

เลิ่งเชาถิงเตรียมคำตอบมาเป็นอย่างดีเผื่อแม่กับป้าของกู้หนิงถาม แต่อยู่ๆ กู้ชิงและกู้ม่านก็ไม่ถามอะไรต่อซึ่งทำให้เลิ่งเชาถิงงุนงง ทำไมถึงไม่ถามต่อแล้วล่ะ? หรือว่าพวกท่านไม่พอใจกับมารยาทของเขาในวันนี้?

อันที่จริงทั้งหมดเป็นเพราะกู้ม่านและกู้ชิงไม่รู้ว่าเขาเป็นแฟนของกู้หนิง

ไม่กี่นาทีต่อมา กู้หนิงก็รินชาให้พวกเขา และพวกเขาก็คุยกันระหว่างดื่มชาในห้องนั่งเล่น

สายตาของเลิ่งเชาถิงตกมายังร่างของกู้หนิงเป็นพักๆ โชคดีที่กู้ม่านและกู้ชิงไม่ได้ใส่ใจมากนัก พวกเธอจึงยังไม่พบความผิดปกติใดๆ

เกือบห้าโมงเช้า พวกเขาก็ออกไปกินข้างด้วยกัน ระหว่างกินข้าวกู้ม่านก็คีบอาหารลงในชามของเลิ่งเชาถิงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เชาถิง กินเยอะๆ นะ เธอเป็นเพื่อนของหนิงๆ พวกเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน”

เลิ่งเชาถิงชะงักไปนิดนึง และทันใดนั้นก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา เพราะการกระทำที่อ่อนโยนและใจดีของกู้ม่านทำให้เขานึกถึงแม่ขึ้นมา

“เป็นอะไรไป? ไม่ชอบกับข้าวเหรอ?” เมื่อเห็นเลิ่งเชาถิงเอาแต่เงียบ กู้ม่านก็ประหม่าเล็กน้อย เธอกลัวว่าเธอจะทำอะไรผิดไป

“ปะ เปล่า ครับ” เลิ่งเชาถิงรีบอธิบายว่า “ผมแค่นึกถึงแม่น่ะครับ ท่านมักจะคีบอาหารให้ผมแบบนี้ตอนที่ผมยังเด็ก นานมากแล้วครับที่ไม่มีใครทำแบบนี้กับผมมาก่อน ผมซาบซึ้งมากครับ”

เลิ่งเชาถิงไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงพูดแบบนั้นออกมา แม้แต่กู้หนิงก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้น เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกัน กู้หนิงไม่เคยกล้าถามเขาเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา เพราะเธอรู้ว่ามันเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดสำหรับเขา แม้ว่าจะผ่านไปกว่าทศวรรษแล้ว เลิ่งเชาถิงก็ยังรู้สึกเจ็บ อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้พูดออกมาดังๆ ในครั้งนี้

กู้ชิงและกู้ม่านทำหน้าประหลาดใจ พวกเธอคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มรูปงามคนนี้สูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก พวกเธอรู้สึกเห็นใจเข้ามากขึ้นไปอีก

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงพูดถึงความทรงจำที่เจ็บปวดของชายหนุ่ม กู้ชิงและกู้ม่านจึงไม่ได้ถามอะไรต่ออีก

“เอ่อ วันนี้ถือว่าเป็นวันดีที่พวกเราได้มารวมตัวกัน มาเถอะๆ กินข้าวให้อร่อยกันเถอะ” กู้ม่านคีบกับข้าวใส่ชามข้าวของเลิ่งเชาถิงยกใหญ่เพื่อชดเชยความรักจากแม่ของเขา

เลิ่งเชาถิงรู้สึกซาบซึ้งใจกับความใจดีของกู้ม่าน ดังนั้นเขาจึงพยายามกินให้ได้มากที่สุด

เมื่อกินอิ่มแล้ว เลิ่งเชาถิงก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่เขาเดินไปจ่ายค่าอาหารแทนโดยไม่ให้ใครรู้

เมื่อกู้ม่านและกู้ชิงรู้ว่าเลิ่งเชาถิงจ่ายค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว พวกเธอก็รู้สึกละอาย “เธอไม่จำเป็นต้องจ่ายเลยนะจ๊ะ” กู้ม่านเอ่ย

“ไม่เป็นไรครับ หนิงหนิงเป็นเพื่อนของผม ผมเป็นคนจ่ายถูกต้องแล้วครับ”

ในเมื่อบิลถูกจ่ายแล้ว กู้ม่านและกู้ชิงก็ไม่อะไรอีก อีกอย่างคือพวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้น

จากนั้นพวกเขาก็ไปร้านหยกบิวตี้

กู้หนิงไม่ได้บอกโจวเจิ้งหงว่าเธอกำลังจะเข้าไปตรวจดูร้านเพราะเธอไม่อยากให้เขาวุ่นวายโดยไม่จำเป็น เธอไม่โทรหาเขาจนกว่าจะถึงร้าน และตอนนี้โจวเจิ้งหงอยู่ที่โรงงาน

เมื่อมาถึงร้านแล้วกู้หนิงก็โทรหาโจวเจิ้งหงว่าเธอจะเข้าไปที่ร้านก่อนจะเข้าไปที่โรงงาน ดังนั้นโจวเจิ้งหงจึงรออยู่ที่โรงงาน

แฟล็กชิปสโตร์ของหยกบิวตี้ตั้งอยู่ที่ชั้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้า ร้านถูกตกแต่งอย่างหรูหราและผู้คนรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นร้านขายเครื่องประดับระดับไฮเอนด์เพียงแค่ชำเลืองมอง แม้แต่กู้ชิงและกู้ม่านก็ยังลังเลที่จะเดินเข้าไปข้างใน แม้ว่าพวกเธอจะรู้ว่ากู้หนิงคือเจ้าของ

เครื่องประดับในร้านหยกบิวตี้ไม่ได้มีมากมาย แต่ละชิ้นถูกวางห่างกันเพื่อโชว์รูปลักษณ์ความสวยงามแต่ละชิ้นอย่างเต็มที่

มีลูกค้าประมาณ 17 คนในร้านพร้อมกับพนักงานขายผู้หญิงหลายคน และพวกเขาดูยุ่งมาก

เมื่อกู้หนิงเดินเข้าไปข้างใน พนักงานขายก็ก้าวมาข้างหน้าและทักทายเธอด้วยความเคารพอย่างสูง “คุณกู้ ยินดีต้อนรับค่ะ!”

พนักงานในร้านรู้ว่ากู้หนิงเป็นใคร และพวกเธอก็ชื่นชมกู้หนิงมากที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

“สวัสดีค่ะ ทำงานของคุณต่อไปเลยค่ะ ฉันจะพาพวกเขาเดินดูรอบๆ เองค่ะ” กู้หนิงเอ่ย

“ได้ค่ะ” พนักงานขายเอ่ยก่อนกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

จบบทที่ ตอนที่ 521 - 522: นี่เพื่อนของหนูค่ะ เลิ่งเชาถิง, คีบกับข้าวใส่ชามของเลิ่งเชาถิง

คัดลอกลิงก์แล้ว