- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 513 - 514: ความรู้สึกของกู้ม่าน, ฉวนหมิงข่ายมาถึงแล้ว
ตอนที่ 513 - 514: ความรู้สึกของกู้ม่าน, ฉวนหมิงข่ายมาถึงแล้ว
ตอนที่ 513 - 514: ความรู้สึกของกู้ม่าน, ฉวนหมิงข่ายมาถึงแล้ว
ตอนที่ 513 ความรู้สึกของกู้ม่าน
ไม่นานกู้ม่านก็พบกับถางหยุนฟ่าน เธอคิดกับตัวเองมาเป็นพันๆ ครั้ง สงสัยตัวเองว่ายังรักเขาอยู่หรือเปล่า หรือที่รู้สึกแปลกๆ เป็นเพราะความทรงจำดีๆ ที่หายไปกับสายลม แต่พอเห็นหน้าเขาอีกครั้ง เธอก็เจ็บปวดใจลึกๆ เธอแน่ใจแล้วว่าเขายังเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอยังรักอยู่ และจะรักตลอดไป
กู้ชิงไม่ทันสังเกตปฏิกิริยาของน้องสาว เธอหันไปหากู้หนิงและถามว่า “หนิงหนิง คุณถางเป็นยังไงบ้าง?”
“ปลอดภัยดีค่ะ หมอบอกว่าอีกหลายชั่วโมงถึงจะตื่น”
กู้หนิงไม่ได้บอกรายละเอียดมากมายนักเพราะมันยากที่จะอธิบาย ได้ยินแบบนั้นกู้ชิงก็โล่งอก แต่กู้ม่านยังคงกังวลอยู่
“ป้าคะ ไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นก่อนนะคะ ให้แม่มีเวลาส่วนตัว” กู้หนิงพูดกับกู้ชิง
ห้องผู้ป่วยวีไอพีมีห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำภายในห้องแยกจากห้องผู้ป่วย
หวางซูเฟินไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา ดังนั้นเธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่กู้ชิงนิ่งไปชั่วครู่เพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมกู้ม่านถึงต้องการเวลาส่วนตัวกับถางหยุนฟ่าน กระนั้นกู้ชิงก็ไม่ได้ถามออกไปว่าทำไม แต่เดินออกจากห้องผู้ป่วยพร้อมกับหวางซูเฟิน
เมื่อพวกเธอเดินออกมาแล้ว กู้ชิงก็ถามกู้หนิงว่า “หนิงหนิง ทำไมแม่ของหลานถึงต้องการเวลาส่วนตัวด้วย?”
“เอ่อ หนูคิดว่าป้าถามแม่เองน่าจะดีกว่าค่ะ” กู้หนิงเอ่ยเพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับกู้ม่าน
กู้ชิงอ้าปากจะพูดอีกครั้งแต่ก็หุบไว้เหมือนเดิม ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น ตอนนี้เธอควรเงียบไว้ก่อนดีกว่า แต่เธออยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของกู้ม่านและคุณถาง พวกเขาตกหลุมรักกันอย่างนั้นหรือ? แล้วใครเป็นคนเริ่มก่อน?
อันที่จริงกู้ชิงค่อนข้างประทับใจถางหยุนฟ่านเพราะเขาหน้าตาดี ใจดี และยังมั่นคงในชีวิต ถ้ากู้ม่านได้อยู่กับเขา กู้ชิงก็ยินดีด้วย แต่ว่ากู้หนิงจะอยากมีพ่อเลี้ยงหรือ? แม้ว่าหลานสาวของเธอยินดียอมรับ ถางหยุนฟ่านจะปฏิบัติต่อหลานสาวเธอดีหรือไม่?
มีคำถามมากมายวนเวียนในหัวของกู้ชิง แต่เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาถามเรื่องพวกนี้
ภายในห้องผู้ป่วย กู้ม่านยังยืนอยู่หน้าเตียงอยู่สักพักก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียง เธอเอาแต่มองใบหน้าของถางหยุนฟ่าน พยายามเทียบเคียงให้แน่ใจว่าใช่หนิงของเธอหรือเปล่า เธอประหม่าจนเกือบหายใจสะดุด
“หนิง ผ่านมาสิบแปดปีแล้ว” กู้ม่านเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว ฉันคิดว่าฉันคงได้เห็นคุณแค่ในความฝัน คุณรู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนตอนที่ได้ยินว่าคุณประสบอุบัติเหตุ? ฉันเป็นห่วงคุณมาก ได้โปรด ได้โปรดเถอะ ลืมตาขึ้นมาแล้วมองฉัน...”
กู้ม่านพูดกับถางหยุนฟ่านอยู่นาน น้ำตาไหลอาบแก้มสองข้าง แต่ถางหยุนฟ่านไม่ได้ยินเสียงร่ำไห้หรือมองเห็นเธอที่กำลังเจ็บปวดใจ
เสียงของกู้ม่านไม่ดัง กู้ชิงและหวางซูเฟินจึงได้ยินไม่ถนัด พวกเธอไม่รู้ว่ากู้ม่านกำลังร้องไห้อยู่
ทันใดนั้นกู้หนิงก็ได้รับข้อความจากหยูหมิงซี หยูหมิงซีเป็นห่วงกู้หนิงตั้งแต่ที่เธอหายตัวไป หยูหมิงซีไม่กล้าโทรหาจึงได้แต่ส่งข้อความมา
หยูหมิงซีอยากจะบอกมู่เค่อและเพื่อนคนอื่นๆ แต่เธอคิดว่าควรรอให้กู้หนิงตอบกลับมาเสียก่อน
หยูหมิงซี: หนิงหนิง เกิดอะไรขึ้น? เธอเป็นอะไรไหม? อ่านข้อความแล้วตอบกลับฉันด้วยนะ ฉันเป็นห่วงเธอมาก
กู้หนิงเพิ่งนึกได้ว่าเธอไม่ได้บอกอะไรหยูหมิงซีเลยจนกระทั่งตอนนี้ ดังนั้นเธอจึงรีบส่งข้อความกลับ
กู้หนิง: ฉันสบายดี ไม่ต้องห่วง ฉันได้รับข่าวว่าลุงของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็เลยรีบมาที่โรงพยาบาลน่ะ
อ่านข้อความแล้วหยูหมิงซีก็โล่งอก เธอเชื่อใจกู้หนิง ตราบใดที่กู้หนิงบอกว่าสบายดี เธอก็สบายดีตามที่เธอบอก
อาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอ จางฉิวฮวา ก็เป็นห่วงกู้หนิงด้วย จางฉิวฮวาทราบว่ากู้หนิงขาดเรียนก็คาบที่สอง จากนั้นก็รับทราบมาว่ากู้หนิงรีบร้อนวิ่งออกจากห้องเรียน
หลังจากได้รับข้อความจากกู้หนิง หยูหมิงซีก็บอกอาจารย์จางฉิวฮวาว่ากู้หนิงสบายดีเพื่อบรรเทาความกระวนกระวายใจของอาจารย์
ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์? จางฉิวฮวาพูดกับตัวเอง ทำไมคนรอบข้างกู้หนิงถึงได้มักประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กันนักนะ?
เมื่อกู้หนิงวางโทรศัพท์ลง อ้ายเฉียนก็โผล่มา เป็นอ้ายกวงหมิงที่บอกเธอว่าตอนนี้กู้หนิงอยู่ที่โรงพยาบาล อ้ายเฉียนจึงมาที่นี่
“สวัสดีค่ะคุณหมออ้าย” กู้ชิงทักทายอ้ายเฉียนทันทีที่เธอเดินเข้ามาข้างใน
“สวัสดีค่ะ” กู้หนิงเอ่ยทัก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอ้ายกวงหมิงเป็นคนบอกอ้ายเฉียนว่าเธออยู่ที่นี่
“ฉันได้ยินมาว่าเธออยู่ที่นี่ก็เลยมาดู” อ้ายเฉียนเอ่ย “เขาเป็นไงบ้าง?”
“ยังหมดสติค่ะ”
“เขาจะตื่นในเร็วๆ นี้ ไม่ต้องห่วงนะ” อ้ายเฉียนปลอบใจ
“ขอบคุณค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เธอเองก็หวังว่าถางหยุนฟ่านจะตื่นขึ้นมาเร็วๆนี้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่แม่กับเธอที่เป็นห่วง ยังมีสมาชิกตระกูลถางคนอื่นอีกด้วย
“โอ้ หนิงหนิง รบกวนอะไรเธอหน่อยได้ไหม?” อยู่ๆ อ้ายเฉียนก็พูดด้วยความเขินอาย “เอ่อ ตอนงานวันเกิดซูอันย่า เธอเป็นคนช่วยชีวิตหล่อนใช่ไหม? พ่อของฉันอยากรู้เกี่ยวกับตัวยาของเธอมาตลอดตั้งแต่ทราบเรื่อง เธอช่วยขายให้เขาสักหน่อยได้ไหม?” อ้ายเฉียนรู้ว่ายามีมูลค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ กระนั้นเธอก็ยินดีที่จะจ่าย
“ฉันเองก็อยากจะให้ยาแก่พ่อของคุณนะคะ แต่ฉันต้องบอกความจริงว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นจะรู้สูตรตัวยาเพราะเป็นสูตรลับของอาจารย์ฉันค่ะ ท่านเสียไปนานแล้วและไม่มีใครทราบสูตร แม้แต่ฉันเอง” กู้เอ่ย จริงครึ่ง เท็จครึ่ง
“อะไรนะ?” อ้ายเฉียนแปลกใจ
“จะลองดูก็ได้นะคะ” กู้หนิงยื่นขวดกระเบื้องที่มียาอยู่ข้างในให้อ้ายเฉียน
ตอนที่ 514 ฉวนหมิงข่ายมาถึงแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สูตร ดังนั้นกู้หนิงจึงมั่นใจตั้งราคายาซะสูง เธอไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครลอกเลียนแบบยาของเธอ
แม้ว่าอ้ายเฉียนจะเชื่อกู้หนิง แต่พ่อของเธออาจไม่เชื่อและตั้งใจแน่วแน่ที่จะลองดู ดังนั้นอ้ายเฉียนจึงหยิบขวดขึ้นมา "ขอบคุณมาก! ส่งข้อความบัญชีธนาคารของเธอมาให้ฉัน แล้วฉันจะโอนเงินให้”
“ไม่จำเป็นค่ะ ถือซะว่าเป็นของขวัญให้คุณพ่อของคุณ”
“อะไรนะ?” อ้ายเฉียนประหลาดใจ ยาราคาเป็นล้าน! กู้หนิงกลับไม่สนใจเลยสักนิด
“ไม่ได้นะ ราคาตั้งเป็นล้าน ฉันรับมาฟรีๆ ไม่ได้หรอก”
“เป็นความจริงที่ยาเม็ดนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่ฉันได้ยาเหล่านั้นมาโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่หยวนเดียว ฉันไม่ได้คิดจะหาเงินจากมัน ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด ถ้าคุณอยากจ่ายเงินคืนให้ฉัน ก็ให้ลุงของฉันอยู่ในโรงพยาบาลฟรีแทนได้ค่ะ” กู้หนิงกล่าว
“เอ่อ...” อ้ายเฉียนยังรู้สึกผิดอยู่ดี
“เอาน่า พวกเราเป็นเพื่อนกันนะคะ” กู้หนิงแสร้งทำเป็นไม่พอใจ “ถ้าคุณปฏิเสธอีกครั้ง ฉันจะยึดยาคืนแล้วนะคะ”
อ้ายเฉียนอ้าปากอยากจะพูดบางอย่าง แต่เธอกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้เพราะพ่ออาจจะโมโห
“งั้นขอบคุณมากนะ” อ้ายเฉียนยิ้ม “เธอว่างเมื่อไหร่ฉันขอเลี้ยงข้าวตอบแทนเธอแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
จากนั้นอ้ายเฉียนก็กลับออกไป
กู้หนิงบอกกู้ชิงและหวางซูเฟินให้กลับไปได้หากพวกเธอรู้สึกเหนื่อย แต่พวกเธอเป็นห่วงกู้ม่านจึงยังไม่มีใครกลับตอนนี้
ผ่านไปนานกู้ม่านก็ยังอยู่ในห้องผู้ป่วย กู้หนิงจึงบอกกู้ชิงให้ไปซื้ออาหาร หวางซูเฟินตามกู้ชิงออกไปข้างนอกด้วย
กู้ม่านอยู่คนเดียวในห้องผู้ป่วยเกือบชั่วโมงก่อนที่จะสงบจิตใจแล้วออกมา
เธอดูซีดเซียวด้วยดวงตาที่บวมแดงหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนัก
ด้วยความช่วยเหลือของผลึกพลัง กู้ม่านรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากนั้น และดวงตาที่บวมแดงของเธอก็กลับมาเป็นปกติ
“หนิงหนิง ครอบครัวของเขารู้เรื่องนี้รึยัง?” กู้ม่านถามลูกสาว
“ยังค่ะ แต่เลขาของเขาทราบแล้วและกำลังเดินทางมาที่นี่”
กู้ม่านพยักหน้าและหยุดถาม เธอนั่งลงข้างๆ ด้วยแววตาเลื่อนลอย
“หนูขอให้ป้าออกไปซื้อกับข้าว แม่อยากกลับบ้านหลังจากกินข้าวเสร็จหรือจะอยู่ที่นี่ต่อเป็นเพื่อนเขาคะ?” กู้หนิงถาม อันที่จริงเธอจะพอรู้คำตอบ
“แม่จะอยู่ที่นี่” กู้ม่านพูดอย่างไม่ลังเล ถางหยุนฟ่านยังไม่ฟื้น และเธอไม่สามารถข่มตามหลับลงได้
ไม่นานกู้ชิงและหวางซูเฟินก็กลับมา
หลังทานข้าวเสร็จ เวลาก็เลยหกโมงเย็นไปแล้ว กู้หนิงบอกกู้ชิงและหวางซูเฟินให้กลับไปที่บ้านก่อน ส่วนเธอจะอยู่ที่นี่กับกู้ม่าน
กู้ชิงสงสัยจริงๆ ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้ม่านและผู้ชายคนนั้น แต่เธอตัดสินใจจะรอถามจนกว่ากู้ม่านจะกลับบ้าน
กู้ม่านยื่นกุญแจบ้านให้หวางซูเฟิน เธอให้หวางซูเฟินนอนที่บ้านของเธอไปก่อน
เมื่อกู้ชิงและหวางซูเฟินกลับไปแล้ว อ้ายกวงหมิงก็เดินเข้ามาข้างใน เขามาที่นี่เพื่อดูว่ากู้หนิงต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ แม้ว่าเขาจะกระตือรือร้นที่จะถามเธอเกี่ยวกับยา แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ดังนั้นเขาจึงไม่พูดถึงมัน
ก่อนที่อ้ายกวงหมิงจะเลิกงาน เขากล่าวขอบคุณกู้หนิงซ้ำๆ สำหรับยาของเธอ
ราวๆ หกโมงครึ่ง โทรศัพท์ของถางหยุนฟ่านก็ดังขึ้น คนที่โทรมาคือฉวนหมิงข่าย กู้หนิงเป็นคนรับ
“คุณกู้ ท่านประธานถางเป็นยังไงบ้างครับ?” เมื่อกู้หนิงรับสาย ฉวนหมิงข่ายก็ถามเธอด้วยความกังวลใจ
“เขาไม่เป็นไรแล้วค่ะ แต่หยังหมดสติอยู่” กู้หนิงเอ่ย
“ตอนนี้ผมอยู่ที่เมือง F แล้ว กำลังไปครับ” ฉวนหมิงข่ายเอ่ย
“ดีค่ะ” จากนั้นกู้หนิงก็วางสาย
ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉวนหมิงข่ายก็มาถึง
“ยินดีที่ได้พบครับคุณกู้!” ฉวนหมิงข่ายทักทายกู้หนิงอย่างสุภาพ เพราะเขารู้ว่าเธอเป็นลูกสาวแท้ๆ ของถางหยุนฟ่าน มีเพียงถางหยุนฟ่านและเขาเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ นอกจากนี้เขาไม่รู้ว่ากู้หนิงได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอแล้วหรือยัง ดังนั้นเขาจึงเรียกเธอว่า “คุณกู้”
“ยินดีที่ได้พบค่ะคุณฉวน” กู้หนิงทักทายเขา
ฉวนหมิงข่ายเคยคิดว่ามีเพียงถางหยุนฟ่านและเขาเท่านั้นที่รู้ความลับที่กู้หนิงเป็นลูกสาวแท้ๆ ของถางหยุนฟ่าน แต่เขาต้องเปลี่ยนใจเมื่อเห็นกู้ม่าน เขาเคยเห็นกู้ม่านในรูปถ่าย ดังนั้นเขาจึงจำใบหน้าของเธอได้เมื่อเธอปรากฏตัวต่อหน้าเขา
เนื่องจากกู้ม่านอยู่ที่นี่ เธอต้องได้พบกับถางหยุนฟ่านแล้ว และเธอต้องจำเขาได้อย่างแน่นอน! แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พบกันมา 18 ปีแล้วก็ตาม แต่รูปร่างหน้าตาของถางหยุนฟ่านก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก กระนั้นเขาก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักเพราะ 18 ปีไม่ใช่เวลาสั้นๆ
อย่างไรก็ตาม ถ้ากู้ม่านจำถางหยุนฟ่านไม่ได้ เธอคงไม่เศร้าและกังวลมาก แม้ว่าเขาจะเชื่อว่ากู้ม่านจำถางหยุนฟ่านได้ แต่เขาจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เพราะทั้งสองยังไม่ยอมรับกันเป็นครอบครัว “ผมพนันได้เลยว่าคุณจะต้องเป็นแม่ของคุณกู้สินะครับ คุณผู้หญิง” เขาถามอย่างสุภาพ
กู้หนิงสังเกตเห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติขอฉวนหมิงข่ายเมื่อเขาเห็นหน้าแม่ของเธอ ดังนั้นเธอจึงเดาว่าเขาต้องรู้จักกู้ม่าน แต่แสร้งทำเป็นว่าไม่รู้จัก
“ค่ะ นี่แม่ของฉันเอง กู้ม่าน” กู้หนิงแนะนำ “แม่คะ นี่คือคุณฉวนค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“เช่นกันครับ” พวกเขาทักทายซึ่งกันและกัน จากนั้นก็เดินไปที่ห้องผู้ป่วยด้วยกัน
เมื่อเห็นถางหยุนฟ่านยังไม่ได้สติ ฉวนหมิงข่ายก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
“คุณกู้ ขอบคุณมากนะครับ! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ เรื่องราวอาจเลวร้ายกว่านี้” ฉวนหมิงข่ายหันไปพูดกับกู้หนิง ไม่ว่ากู้หนิงจะรู้ว่าถางหยุนฟ่านเป็นบิดาโดยกำเนิดของเธอหรือไม่ ในฐานะเลขาของถางหยุนฟ่าน ฉวนหมิงข่ายนควรจะขอบคุณเธอในนามของเจ้านายของเขา