- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 515 โชคชะตาเล่นตลก, ถางหยุนฟ่านกลับไปที่เมือง B
ตอนที่ 515 โชคชะตาเล่นตลก, ถางหยุนฟ่านกลับไปที่เมือง B
ตอนที่ 515 โชคชะตาเล่นตลก, ถางหยุนฟ่านกลับไปที่เมือง B
ตอนที่ 515 โชคชะตาเล่นตลก
“ด้วยความยินดีค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เธอคิดว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อถางหยุนฟ่านมากมาย แค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ ถางหยุนฟ่านเป็นพ่อของเธอ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการช่วยชีวิตบิดาผู้ให้กำเนิด
สิบนาทีต่อมา หยวนจื่อซ่งก็มาถึง เมื่อเขาได้พบกับฉวนหมิงข่าย เขาก็ทักทายฉวนหมิงข่ายด้วยความเคารพอย่างสูง ตระกูลถางเป็นตระกูลที่มีอำนาจสูง ไม่ว่าจะในทางการเมืองหรือธุรกิจ พวกเขาแข็งแกร่งพอๆ กับสี่ตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง จึงไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับพวกเขา
แม้ว่าฉวนหมิงข่ายจะเป็นเพียงเลขาของถางหยุนฟ่าน เขาก็ยังเป็นบุคคลสำคัญมากกว่าเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลจากเมืองชั้นสาม
“เลขาหยวน ขอบคุณมากครับสำหรับความช่วยเหลือของคุณ!” ฉวนหมิงข่ายขอบคุณหยวนจื่อซ่ง
“ผมยินดีช่วยเหลือเต็มที่ครับ ความจริงแล้วหนูกู้ต่างหากล่ะครับที่เป็นคนช่วยมากกว่า” หยวนจื่อซ่งเอ่ย
มันเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ร้ายแรงและคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส นับประสาอะไรกับถางหยุนฟ่านที่นั่งอยู่ด้านหลัง ส่วนท้ายของรถถูกบีบอัด และครึ่งหนึ่งของร่างกายของถางหยุนฟ่านถูกรถกดทับอยู่ เป็นไปไม่ได้ที่เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเมื่อถางหยุนฟ่านถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
คนอื่นคิดว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ แต่หยวนจื่อซ่งเชื่อว่ามันต้องเป็นเพราะความช่วยเหลือของกู้หนิง
“เลขาหยวนครับ ทั้งคุณและคุณกู้ต่างเป็นคนช่วยเหลือเรา ขอบคุณมากๆ ครับ” ฉวนหมิงข่ายเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง
หยวนจื่อซ่งอยากรู้ว่าใครกันที่เป็นผู้บาดเจ็บ ฉวนหมิงข่ายถึงกับต้องมาด้วยตัวเอง? แต่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร คนๆ นั้นต้องเป็นคนสำคัญอย่างแน่นอน
โดยปกติถางหยุนฟ่านควรตื่นขึ้นหลังจากผ่านไปสองชั่วโมง ทว่าเวลาผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้ว เขายังคงสลบอยู่ ทุกคนเป็นห่วงเขามาก แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้ตอนนี้คือรอเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าฉวนหมิงข่ายอยู่ที่นี่แล้ว กู้หนิงและกู้ม่านก็พากันกลับบ้าน กู้ม่านและถ่างหยุนฟ่านยังใม่ได้กลับไปเป็นครอบครัวเดียวกัน กู้ม่านยังอยู่ที่นี่ไม่เหมาะเท่าไหร่
ก่อนที่พวกเธอจะกลับ กู้หนิงก็เอ่ยเตือนฉวนหมิงข่ายให้โทรหาเธอหากถางหยุนฟ่านตื่นแล้วไม่ว่าจะดึกแค่ไหน
“แม่คะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เขาจะไม่เป็นอะไร” กู้ม่านทำหน้าเศร้า กู้หนิงจึงพูดปลอบ
เพื่อคลายความกังวลของลูกสาว กู้ม่านฝืนยิ้มและกล่าวว่า “แน่นอน เขาจะไม่เป็นไร!”
กู้หนิงเข้าใจว่ากู้ม่านกำลังอยู่ในอารมณ์ไม่คงที่ เห็นได้ชัดว่ากู้ม่านยังรักเขาอยู่
เมื่อพวกเธอกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาสามทุ่ม กู้ชิงและหวางซูเฟินยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น รอกู้ม่าน
“ม่าน คุณถางตื่นแล้วนึยัง?” เมื่อกู้หนิงกลับมา กู้ชิงก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ยัง” กู้ม่านตอบ
“ม่าน” กู้ชิงลังเล แต่ยังถาม “มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับคุณถางหรือเปล่า?” เธอเป็นพี่สาวของกู้ม่านย่อมเป็นห่วงน้องสาวเป็นธรรมดา แน่นอนว่าถ้ากู้ม่านไม่เต็มใจบอก เธอก็จะไม่ถามต่อ
กู้ม่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนตัดสินใจบอกความจริงกับกู้ชิง “เขา เขาเป็นพ่อของหนิงหนิง”
"อะไรนะ?" เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ชิงก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันทีด้วยความตกใจ "คุณถางเป็นพ่อของหนิงหนิง? เขายังไม่ตายเหรอ?” กู้ชิงโพล่งออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร และรู้สึกเสียใจทันทีที่เผลอพูดออกมาดังๆ
ถางหยุนฟ่านยังไม่ฟื้นขึ้นมา และไม่เหมาะที่จะพูดตอนนี้
หวางหยุนเฟินเป็นสนิทของกู้ม่าน ดังนั้นเธอจึงรู้เรื่องนี้ด้วย และรู้สึกตกใจกับข่าวที่เพิ่งได้ยิน
“ถ้างั้นทำไมเขาถึงไม่ติดต่อมาเลยล่ะตั้งสิบแปดปี? ทำไมถึงเพิ่งโผล่มาตอนนี้?” กู้ชิงกล่าวโทษถางหยุนฟ่านเบาๆ
“ตอนที่เรายังอยู่ด้วยกัน เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และสูญเสียความทรงจำไป ดังนั้นเขาจึงไม่เคยออกตามหาหรือมาหาฉัน เวลาผ่านไปเขาได้พบกับหนิงหนิง และหนิงหนิงก็ดึงดูดความสนใจจากเขาเพราะหนิงหนิงหน้าคล้ายเขามาก หลังจากสืบไปสืบมา เขาก็มั่นใจว่าหนิงหนิงคือลูกสาวของเขา แต่ว่า…เขายังจำอะไรไม่ได้” เสียงของกู้ม่านฟังดูเศร้ามาก
ได้ยินเช่นนั้นกู้ชิงก็หยุดกล่าวโทษถางหยุนฟ่าน
“แล้วแผนตอนนี้ของเธอคืออะไร?” กู้ชิงถาม “เขายังโสดอยู่ไหมหรือว่าแต่งงานแล้ว?” ถ้าหากเขาแต่งงานแล้ว กู้ม่านก็ไม่สามารถอยู่กับเขาได้ แต่ถ้าเขายังโสด ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน
“เขายังโสดอยู่ค่ะ แม้ว่าจะจำช่วงเวลาที่อยู่กับแม่ไม่ได้ เขาก็ยังมีภาพจำของแม่ติดอยู่ และไม่สามารถยอมรับผู้หญิงคนอื่นได้” กู้หนิงเป็นฝ่ายพูด “ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าแม่กับหนูคือครอบครัวของเขา เขาก็พยายามรับผิดชอบโดยการเป็นสามีและพ่อ เขามาที่เมือง F เพราะอยากจะเจอแม่แบบตัวต่อตัว แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะประสบอุบัติเหตุอีกครั้งระหว่างเดินทางออกจากสนามบิน”
“โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน!” หวางซูเฟินอุทาน
ใช่แล้ว สิบแปดปีก่อนอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็พรากพวกเขาแยกจากกัน กู้ม่านเชื่อว่าเขาตายไปแล้ว และอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถมาเจอกันได้
“แล้วเธอล่ะคิดยังไง? อยากกลับไปอยู่กับเขาอีกครั้งไหม?” กู้ชิงถามน้องสาว
“ฉะ ฉันไม่รู้” กู้ม่านคิดอะไรไม่ออก แม้ว่าเธอยังรักถางหยุนฟ่าน แต่พวกเขาแยกจากกันมาสิบแปดปีแล้ว และไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกแปลกๆยามที่ได้เจอหน้ากันได้ อีกอย่างเขาก็ยังจำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างในตอนไม่สามารถคาดการณ์ได้
กู้ม่านยังไม่ตัดสินใจ กู้ชิงจึงไม่ถามต่อ แต่ถ้ากู้ม่านลังเลแสดงว่าเธอยังคงรักถางหยุนฟ่าน
เมื่อคิดว่ากู้ม่านเลี้ยงลูกเพียงลำพังมาตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา หัวใจของกู้ชิงก็เจ็บปวด เธอยังคิดเลยว่ากู้ม่านควรแต่งงานใหม่อีกครั้ง แต่กู้ม่านปฏิเสธที่จะแต่งงานเพื่อปกป้องกู้หนิงจากพ่อเลี้ยง กู้ม่านกังวลว่าลูกสาวของเธอจะไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปแล้ว “หนิงหนิง หลานคิดว่าอย่างไร” กู้ชิงถามกู้หนิง
ตอนที่ 516 ถางหยุนฟ่านกลับไปที่เมือง B
กู้หนิงเข้าใจว่ากู้ชิงเป็นห่วงกู้ม่าน เธอยิ้มและพูดว่า “ถ้าแม่เต็มใจแต่งงานอีกครั้ง แน่นอนค่ะ หนูยินดีด้วย หนูอยากให้แม่มีคนที่สามารถพึ่งพิงได้ในช่วงชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ อีกไม่นานหนูก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว คงไม่มีเวลากลับมาอยู่กับแม่ หนูไม่อยากให้แม่ต้องเหงาอยู่คนเดียว”
ได้ยินเช่นนั้นกู้ชิงก็โล่งใจและรู้สึกสบายใจเพราะกู้หนิงเป็นลูกสาวที่กตัญญูต่อบิดามารดา
จากนั้นก็หนิงก็โทรไปลาหยุดกับจางฉิวฮวา
คืนนั้นกู้ม่านนอนไม่หลับ เอาแต่คิดถึงถางหยุนฟ่านแทบตลอดเวลา
ในขณะเดียวกันกู้หนิงก็ไม่ได้รับข่าวว่าถางหยุนฟ่านฟื้นขึ้นมาแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของเธอ แม้ว่าเธอจะมีความรู้สึกแปลกๆ ที่ถางหยุนฟ่านไม่ยอมตื่นสักที แต่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไม เพราะเธอได้พยายามรักษาเขาอย่างดีที่สุดแล้ว กู้หนิงเป็นกังวล
ที่พวกเขาไม่รู้คือตอนนี้ถางหยุนฟ่านได้ตกอยู่ในความฝันที่ย้อนกลับไปเมื่อสิบเก้าปีก่อน
มันเป็นวันหยุดฤดูร้อน ถางหยุนฟ่านกับเพื่อนสองคนของเขามาที่เมือง D เพื่อเที่ยวเล่น แต่คิดไม่ถึงว่าเพื่อนสองคนของเขามีแผนจะฆ่าเขาที่นี่ และเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการต่อสู้
เขาไม่รู้ว่าเขาหนีไปได้นานแค่ไหน และในที่สุดก็ล้มลงกับพื้นเมื่อเขาหมดเรี่ยวแรง
เมื่อเขาตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาอยู่ในโรงพยาบาลโดยมีหญิงสาวสวยอยู่เคียงข้าง นอกจากนี้เขาจำอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นเขาจึงติดตามหญิงสาวสวยคนนี้ตลอดเวลาเพราะเขารู้ว่าเธอช่วยชีวิตเขาไว้และจะไม่ทำร้ายเขา
วันรุ่งขึ้นกู้ม่านดูซีดเซียวมากบวกกับรอยคล้ำใต้ตาของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้นอน กู้หนิงเทน้ำดื่มให้แม่ตามปกติและแอบใส่ผลึกพลังเข้าไปข้างใน หลังจากดื่มน้ำ กู้ม่านก็กลับสู่สภาวะปกติ
วันนี้กู้หนิงไม่ได้ไปโรงเรียนแต่ไปโรงพยาบาลกับกู้ม่าน ถางหยุนฟ่านยังคงไม่ได้สติตั้งแต่เมื่อวาน ฉวนหมิงข่ายเป็นกังวลมาก
“นี่เวลาก็ผ่านไปนานแล้วแต่ท่านยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย แปลกมาก คุณหมอบอกว่าร่างกายก็ไม่เป็นอะไรแล้วนี่” ฉวนหมิงข่ายพูดด้วยความเป็นห่วงเมื่อกู้หนิงและกู้ม่านมาถึง
เนื่องจากถางหยุนฟ่านยังคงหมดสติ แม้ว่าร่างกายของเขาจะสบายดีแล้ว ทุกคนก็ยังเป็นห่วงเขา หากพวกเขาไม่สามารถหาสาเหตุได้ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะปลุกถางหยุนฟ่านอย่างไร
กู้หนิงเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน
“งั้นรออีกวันแล้วกันค่ะ” กู้หนิงเอ่ย นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำได้ในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ผ่านไปอีกวัน แต่ถางหยุนฟ่านยังไม่ตื่นและฉวนหมิงข่ายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “คุณกู้ครับ ผมคิดว่าถึงเวลาต้องบอกตระกูลถางแล้ว”
การที่พวกเขาไม่บอกตระกูลถางเพราะไม่อยากให้ตระหนกตกใจ และคิดว่าอีกไม่นานถางหยุนฟ่านก็ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่นี่ผ่านไปสองวันแล้วยังไม่มีสัญญาณว่าเขาจะตื่นขึ้นมา ดังนั้นฉวนหมิงข่ายคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องบอกตระกูลถาง
ถ้าเขายังเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เกรงว่าจะไม่สามารถแบกรับผลที่ตามมาได้
กู้หนิงคิดอยู่สักพักก่อนจะเห็นด้วย “ค่ะ คุณบอกพวกเขาได้เลย แต่อย่าเพิ่งบอกคุณปู่ตอนนี้นะคะ ท่านอายุมากเกินไปที่จะรับฟังข่าวร้ายนี้ ฉันไม่อยากให้ท่านเป็นอะไรไปค่ะ”
ฉวนหมิงข่ายพยักหน้าเห็นด้วย เขาโทรหาถางหยุนฮาง
เมื่อถางหยุนฮางรับทราบข่าวร้าย เขาก็ตกใจและส่งเครื่องบินส่วนตัวมารับถางหยุนฟ่านทันที
พวกเขาต้องไปสนามบินภายในสองชั่วโมงครึ่ง
เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน กู้หนิงและกู้ม่านจึงทำได้เพียงยืนมองถางหยุนฟ่านถูกพาตัวไป ก่อนที่ถางหยุนฟ่านจะย้ายไปรักษาตัวที่เมือง B กู้หนิงก็มอบขวดยายี่สิบขวดให้ฉวนหมิงข่าย เธอบอกให้ฉวนหมิงข่ายเอาให้ถางหยุนฟ่านกินทุกสามวันหากเขายังไม่ตื่น ยาจะลายเมื่อเข้าไปในปากเอง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลหากต้องป้อนยาถางหยุนฟ่าน กู้หนิงยังได้เตือนฉวนหมิงข่ายให้โทรหาเธอทันทีหากมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับถางหยุนฟ่าน เธอจะรีบไปให้เร็วที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าถางไห่เฟิงรู้สึกไม่สบายใจหลังจากที่ทราบข่าวเรื่องลูกชาย ก็เอายานี้ให้เขากินได้
แน่นอนว่าฉวนหมิงข่ายไว้วางใจกู้หนิง เขารับขวดยามาทันที
กู้หนิงหันไปหาอ้ายกวงหมิงเพื่อเรียกรถพยาบาลไปส่งถางหยุนฟ่านไปที่สนามบิน จากนั้นอ้ายกวงหมิงบอกหยวนจื่อซ่งว่าถางหยุนฟ่านถูกส่งตัวไปที่เมือง B แล้ว ดังนั้นหยวนจื่อซ่งจึงรีบมาที่โรงพยาบาล
เมื่อหยวนจื่อซ่งมาถึง กลุ่มของฉวนหมิงข่ายยังไม่จากไปเพราะเครื่องบินส่วนตัวจะลงจอดที่สนามบินหลังจากผ่านไปสองชั่วโมงครึ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจรอที่โรงพยาบาลก่อน
“คุณฉวน ผมได้ยินมาว่าคุณจะกลับไปที่เมือง B หรือครับ?” หยวนจื่อซ่งถาม
“ครับ เขายังไม่ฟื้น การกลับไปเมือง B จะสะดวกมากกว่านี้ครับ” ฉวนหมิงข่ายตอบ เขายังไม่ได้เปิดเผยตัวตนของถางหยุนฟ่าน
สองชั่วโมงต่อมากู้หนิงและกู้ม่านก็ไปส่งถางหยุนฟ่านที่สนามบินด้วยรถพยาบาล
ระหว่างทาง กู้ม่านเอาแต่มองถางหยุนฟ่านตลอดเวลา เธอรู้สึกเศร้าและเจ็บปวด แต่ต้องกล้ำกลืนความชอกช้ำนี้เพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ อย่างไรก็ตามทั้งกู้หนิงและฉวนหมิงข่ายก็ยังสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของเธอ
กู้หนิงไม่พูดอะไรเพราะเธอก็ทำอะไรไม่ได้ ฉวนหมิงข่ายก็เช่นกัน แม้ว่าเขาจะเห็นใจกู้ม่าน เขาก็ยังเป็นคนนอกอยู่ดี
ยี่สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็มาถึงสนามบิน
ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างดี ดังนั้นรถพยาบาลจึงขับตรงผ่านช่อง VIP ตรงไปยังจุดที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงจอด
เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงจอดเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ดังนั้นจึงมีคนสี่คนกำลังรอพวกเขาอยู่เมื่อพวกเขามาถึง
กู้ม่านไม่รู้ว่ถางหยุนฟ่านจะถูกย้ายกลับไปที่เมือง B โดยเครื่องบินส่วนตัว ดังนั้นเธอจึงประหลาดใจมากเมื่อเห็นมัน เขาต้องเป็นบุคคลสำคัญแน่ๆ ถึงได้ใช้เครื่องบินส่วนตัว! กู้ม่านคิดกับตัวเอง
รถพยาบาลหยุดที่หน้าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เมื่อประตูรถเปิดออก บางคนก็เดินไปข้างหน้าทันทีและช่วยพวกเขาผลักถังหยุนฟานเข้าไปในเครื่องบินส่วนตัว
ก่อนที่เครื่องบินจะเทคออฟ ฉวนหมิงข่ายก็พูดกับกู้หนิงและกู้ม่านว่า “ขอบคุณมากสำหรับน้ำใจครับ ไว้ผมจะติดต่อไปนะครับ”
“ค่ะ” กู้หนิงตอบ หลังจากนั้นฉวนหมิงข่ายก็ขึ้นเครื่องบิน
กู้หนิงและกู้ม่านยังคงยืนอยู่ที่เดิมจนกว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจะหายไปจากสายตาของพวกเธอ เมื่อพวกเธอกลับไปที่รถพยาบาล กู้ม่านก็ทรุดตัวลงกับพื้น โชคดีที่กู้หนิงอยู่ข้างๆ จึงช่วยพยุงได้ทันเวลา
“แม่คะ” กู้หนิงตื่นตระหนกเล็กน้อยและแอบถ่ายทอดพลังให้กู้ม่าน
“คุณกู้ ให้พวกเราพาคุณกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายดีไหมครับ” คนขับรถถามด้วยความเป็นห่วง
“ขอบคุณค่ะ ฉันไม่เป็นไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้าน่ะ” กู้ม่านฝืนยิ้ม
“ขอบคุณมากค่ะ แต่ช่วยไปส่งเราที่เฟิ่งหัวแมนชั่นทีค่ะ” กู้หนิงเอ่ย