- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 499 - 500: บอส เธอมีใบขับขี่ด้วยเหรอ?, ลางสังหรณ์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตอนที่ 499 - 500: บอส เธอมีใบขับขี่ด้วยเหรอ?, ลางสังหรณ์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตอนที่ 499 - 500: บอส เธอมีใบขับขี่ด้วยเหรอ?, ลางสังหรณ์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ตอนที่ 499 บอส เธอมีใบขับขี่ด้วยเหรอ?
“ลู่เซียวโทรหาผมและบอกว่าเฟิ่งหัวกำลังถ่ายหนัง แต่ไม่มีใครแจ้งเขา” เลิ่งเชาถิงเอ่ย เขาไม่ถือกับว่าตั้งคำถามกู้หนิง เพียงแต่พูดออกมาเฉยๆ
“โอ๊ะ!” กู้หนิงไม่ได้นึกถึงลู่เซียวจนถึงตอนนี้ เธอรู้สึกละอายใจ “ขอโทษจริงๆค่ะ ฉันยุ่งมากจนลืมบอกเขาไปเลย”
“ยุ่ง?” เลิ่งเชาถิงไม่เข้าใจ มีเรื่องอะไรที่ต้องยุ่งที่โรงเรียนด้วย?
“เอ่อ คือว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่เมือง D ค่ะ” จากนั้นเธอก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง เลิ่งเชาถิงเคยเจอผีดิบมาก่อน ดังนั้นเขาจึงเชื่อเธอ และเมื่อเขาได้ยินว่าถานเจียนเฟิงหาเรื่องกู้หนิง เขาก็รู้สึกโมโห
ซู่จินเฉินและซินเป่ยซึ่งอยู่ในห้องเดียวกับเลิ่งเชาถิงยังรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเลิ่งเชาถิงทำหน้าโกรธ พวกเขาสบตากันแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงโกรธขนาดนั้น ก็รู้แหละว่าเขาโทรหากู้หนิง กู้หนิงไม่น่าจะทำให้เขาโกรธได้นะ อาจมีใครบางคนทำให้กู้หนิงรำคาญ ดังนั้นเลิ่งเชาถิงจึงโกรธแทนเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการปัญหาแล้ว” กู้หนิงเอ่ย
“โทรหาลู่เซียวถ้าหากคุณเจอปัญหาเกี่ยวกับบริษัท เขาจัดการได้ดี” เลิ่งเชาถิงเอ่ยเตือน
“ค่ะ”
“ผมบอกเขาว่าลืมบอกคุณเองเรื่องเขา” เลิ่งเชาถิงพูดเสริม
“ฮ่า ฮ่า” กู้หนิงหัวเราะ เพราะลู่เซียวต้องรู้สึกแย่มากๆ ที่เลิ่งเชาถิงใช้ข้อแก้ตัวนี้
ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เขาก็รู้สึกร่าเริงขึ้นมานิดหน่อย
หลังจากวางสายจากเลิ่งเชาถิง กู้หนิงก็โทรหาลู่เซียว เธอบอกเขาว่ากำลังถ่ายหนัง แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องผีดิบเลย
อันที่จริงลู่เจินต่างหากที่เป็นคนรับผิดชอบการถ่ายหนังทั้งหมด
เนื่องจากลู่เซียวเป็นผู้บริหารของเฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเมนท์ จึงจำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องรู้จักทีมงาน ดังนั้นกู้หนิงจึงส่งอีเมลพร้อมกับรายชื่อพนักงานให้เขา
ในอาคารรัฐบาลของเมือง D ทุกคนต่างชื่นชมความเฉลียวฉลาดของเจียงโบเหวิน แม้ว่าศัตรูทางการเมืองของเขาจะไม่มีความสุขนักที่เห็นเขาจัดการเรื่องยุ่งวุ่นวายได้สำเร็จ แต่ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับพวกเขาหากผีดิบสร้างความตื่นตระหนกในวงกว้าง ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเปิดเผยความจริง
ถานเจียงเฟิงก็ไม่มีความสุขเช่นกันที่ข่าวของผีดิบถูกบดบังด้วยข่าวของหนังเรื่องนี้ แต่เขาไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ ไม่กี่วันต่อมาเขาถูกตำรวจจับ เขาถูกตัดสินจำคุกหลายปี เพราะเขาจงใจเผยแพร่ความตื่นตระหนกบนอินเทอร์เน็ต
ในขณะเดียวกัน นักข่าวหลายคนรวมตัวกันที่ภูเขาชางหยาง กู้หนิงยืนอยู่ด้านข้าง ปล่อยให้ลู่เจินรับมือกับนักข่าว ลู่เจินมีความสุขที่เห็นนักข่าวมา และเขาก็เต็มใจให้สัมภาษณ์
ทักษะการแสดงของฉู่เพ่ยหานนั้นไม่เลว และเธอก็ไม่กังวลเลยเมื่อเห็นใบหน้าของเธอในกล้องเป็นครั้งแรก ฮ่าวหรันและจางเทียนปิงก็ไม่กังวลเช่นกัน และทั้งคู่ก็ทำได้ดีมาก สำหรับคนงานเหมืองที่ทำหน้าที่เป็นสมาชิกในทีมโบราณคดี พวกเขาเพียงแค่โผล่หน้าของพวกเขาในกล้องเฉยๆ ไม่มีบทพูดอะไร
ประมาณหกโมงเย็น งานวันนี้ก็สิ้นสุดลง
พวกเขาไม่รีบร้อน และเมื่อคืนก่อนก็นอนไม่ค่อยหลับสบายนัก ดังนั้นกู้หนิงจึงบอกให้พวกเขาไปนอนในโรงแรมคืนนี้ ก่อนที่พวกเขาจะไปพักที่โรงแรม กู้หนิงถามลู่เจินว่าเธอควรจัดที่พักอย่างไร
ลู่เจินกล่าวว่า “ใช้เวลานานกว่าจะถ่ายทำเสร็จ และเราต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ในการถ่ายทำที่ภูเขาแห่งนี้ ดังนั้นโรงแรมสามดาวก็เพียงพอแล้ว”
กู้หนิงก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง เพราะลู่เจินจะเป็นคนจัดการเอง ส่วนเธอจะพาเพื่อนๆ ไปพักที่โรงแรมฮวงเติ้ง ทุกคนรู้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของกู้หนิง จึงไม่มีใครบ่นเรื่องนี้
กู้หนิงโทรหาแผนกต้อนรับก่อนที่พวกเธอจะไปถึง โชคดีที่ยังมีห้องว่างอยู่
เมื่อพวกเขากำลังจะออกจากภูเขาเพื่อไปพักผ่อนในโรงแรม นอกจากทหาร 10 นาย คนอื่นๆ ต่างประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับ มันดูแปลกประหลาดมากที่เด็กสาวอายุเท่าเธอจะขับรถบัสขนาดใหญ่เช่นนี้
กู้หนิงอายุแค่สิบแปดปี และคนอื่นที่เหลือที่อยู่บนรถบัสต่างอายุมากกว่าเธอ
“กู้หนิง เธอ เธอขับรถบัสได้ด้วยเหรอ?” ลู่เจินถามด้วยความสงสัย
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของกู้หนิง ดังนั้นเธอจึงบอกให้พวกเขาเรียกเธอด้วยชื่อของเธอต่อหน้าคนอื่น
“ค่ะ” เธอรู้ว่าพวกเขาคิดอะไร ในใจก็รู้สึกขำ
“บอส เธอมีใบขับขี่ด้วยเหรอ?” ฮ่าวหรันถาม
กู้หนิงยิ้มอย่างอ่อนใจและหยิบเอาใบขับขี่ออกมา “นี่ไง นายอยากตรวจดูไหมล่ะ?”
ฮ่าวหรันดูใบขับขี่ของเธอ
“เธอเพิ่งได้ใบขับขี่เมื่อครึ่งเดือนก่อน…” ฮ่าวหรันยังคงกังวลเกี่ยวกับทักษะการขับรถของกู้หนิง
“เฉยเถอะน่า ฉันขับรถเก่งออก” กู้หนิงคว้าเอาใบขับขี่คืนมาและสตาร์ทรถ
ตอนที่ 500 ลางสังหรณ์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น พวกเขาก็เชื่อเธอ แม้ว่าจะยังมีบางคนที่เพิ่งเจอกู้หนิงจะยังสงสัยอยู่บ้าง กระนั้นพวกเขาก็ยินดีทำตามคำสั่งของเธอ
รถบัสขนาดเล็กของทหารขับอยู่ด้านหน้า ตามด้วยรถบัสขนาดใหญ่ที่ขับโดยกู้หนิง และรถบัสของทีมงานอยู่ท้ายแถว
ระหว่างทางไปโรงแรม ทันใดนั้นก็มีภาพปรากฏขึ้นในหัวของกู้หนิง เธอเห็นรถบรรทุกคันใหญ่พุ่งออกมาจากสะพานลอยและชนเข้ากับรถบัสขนาดเล็กที่ทหารนั่ง
กู้หนิงรับรู้ได้ทันทีว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ดังนั้นเธอจึงเหยียบเบรกและจอดรถบัสขนาดใหญ่ที่ริมถนน ทุกคนประหลาดใจ แต่ก่อนที่พวกเขาจะถามอะไร กู้หนิงก็หยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาแล้วโทรหาโม่เฉินยี่
เมื่อเห็นรถบัสคันใหญ่จอด รถของทีมงานที่ตามหลังมาก็จอดเช่นกัน
โชคดีที่โม่เฉินยี่รับสายกู้หนิงรวดเร็ว กู้หนิงสั่งเขาทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จอดรถข้างทางเดี๋ยวนี้!”
โดยไม่จำเป็นต้องคิดหรือถามอะไร โม่เฉินยี่หันไปพูดกับคนขับรถว่า “จอดรถ”
ขณะที่รถบัสคันเล็กจอดห่างจากสะพานลอยข้างหน้า 10 เมตร รถบรรทุกขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมา ทหารทั้งหมดในรถบัสคันเล็กเห็นเช่นนั้นก็เกิดความตกใจ ด้วยเสียงชนสะพานอันดังทำให้รถบรรทุกตกลงจากสะพานลอย แม้ว่าสะพานลอยจะไม่ได้สูงจากพื้นมาก แต่รถบรรทุกได้รับความเสียหายอย่างหนัก โชคดีที่มีรถไม่มากนักบนท้องถนน ดังนั้นจึงไม่มีรถคันอื่นถูกชน
รถบัสของกู้หนิงอยู่ห่างจากจุดที่รถบรรทุกคันใหญ่ตกลงไปเพียงเล็กน้อย ทุกคนในรถบัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยกเว้นกู้หนิง
โม่เฉินยี่และทหารคนอื่นๆ วิ่งลงจากรถบัสมาดู เพราะตามหน้าที่ของพวกเขาต้องออกมาดูคนเจ็บ
“อยู่ในรถ อย่าออกมา” กู้หนิงพูดกับคนในรถบัสก่อนที่เธอจะลงจากรถไป
เมื่อทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กู้หนิงก็หายไปแล้ว แม้ว่าเพื่อนๆ ของกู้หนิงอยากจะลงไปช่วย แต่พวกเขาทำได้แค่นั่งอยู่กับที่เพราะเป็นคำสั่งของกู้หนิง
มีคนสองคนในรถบรรทุก ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดและหมดสติ โชคดีที่สะพานลอยไม่สูงมาก พวกเขาจึงยังมีชีวิตอยู่แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทันทีที่โม่เฉินยี่และเพื่อนร่วมทีมช่วยคนสองคนออกมา กู้หนิงก็หยิบยาออกมาและบังคับให้พวกเขากลืนมัน หลังจากกลืนยาลงไปแล้ว อาการบาดเจ็บของพวกเขาค่อยๆ หาย แต่พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกสองสัปดาห์ในการฟื้นตัวเพราะพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อรถบรรทุกตกจากสะพานลอย ถนนก็ถูกปิดกั้น
โม่เฉินยี่วางแผนที่จะส่งผู้บาดเจ็บสองคนไปที่โรงพยาบาล แต่รถบรรทุกขนาดใหญ่ขวางทางอยู่ และพวกเขาไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ดังนั้นพวกเขาจึงโทรเรียกรถพยาบาลและรถดับเพลิงแทน
ระหว่างที่รอ โม่เฉินยี่นึกขึ้นได้ว่ากู้หนิงโทรหาเขาก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นเขาก็หันไปมองกู้หนิงเพื่อหาคำตอบ
กู้หนิงเข้าใจว่าเธอต้องให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลแก่เขา มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่เชื่อว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ดังนั้นเธอจึงพูดกับโม่เฉินยี่ว่า “ฉันมีลางสังหรณ์ และคิดว่าจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ฉันเคยมีความรู้สึกแปลกๆ แบบนี้มาก่อน ฉันเลยโทรหาคุณให้หยุดรถทันที”
แม้ว่าจะฟังดูแปลกๆ แต่โม่เฉินยี่ก็เชื่อเธอเพราะเป็นเหตุผลเดียวที่สามารถอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
“ขอบคุณมากคุณกู้!” โม่เฉินยี่พูดขอบคุณกู้หนิงด้วยความจริงใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเขาทั้งหมดคงต้องถูกรถร่วงลงมาทับแล้ว นายทหารที่เหลือก็ขอบคุณกู้หนิงด้วยความจริงใจเช่นกัน “คุณกู้ ขอบคุณมากครับ!”
คนที่มุงดูเหตุการณ์ยืนอยู่ห่างจากพวกเขา ทุกคนต่างก็สงสัยว่าทำไมทหารถึงให้ความเคารพเด็กสาวคนนั้นมาก
“ด้วยความยินดีค่ะ” กู้หนิงเอ่ย “และได้โปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราด้วยค่ะ”
“ได้ครับ คุณกู้”
หลังจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ พวกเขาระลึกถึงความใจดีของกู้หนิงไว้ในใจ
ไม่กี่นาทีต่อมา รถพยาบาลก็มาถึงและพาผู้บาดเจ็บสองคนไปที่โรงพยาบาล อีกสองสามนาทีต่อมา รถดับเพลิงก็มาถึงและย้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ออกไป
โม่เฉินยี่และทหารคนอื่นๆ ได้กลับไปยังเขตทหาร กู้หนิงจะโทรหาพวกเขาในวันพรุ่งนี้เพื่อถ่ายหนัง
เมื่อกู้หนิงกลับมาที่รถบัส ทุกคนต่างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาทั้งหมดรู้ว่ามีบางอย่างเกี่ยวข้องกับกู้หนิง แต่ไม่มีใครกล้าถามคำถาม ดังนั้นเพื่อบรรเทาความกังวลของพวกเขา กู้หนิงจึงบอกพวกเขาในสิ่งเดียวกับที่เธอบอกโม่เฉินยี่
หลังจากฟังคำอธิบายของเธอ พวกเขาก็โล่งใจ
สำหรับอาหารเย็น พวกเขาไม่ได้ทานในโรงแรมห้าดาว แต่เป็นอีกโรงแรมหนึ่งที่ค่อนข้างดี หลังอาหารเย็น นักแสดงกลับไปที่ห้อง ขณะที่ทีมงานที่เหลือต้องประชุมเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันต่อๆ ไป พวกเขาต้องซื้อเครื่องแต่งกายเพิ่มเติมสำหรับนักแสดง พวกเขาต้องจัดฉากให้ดีก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำฉากต่อไป
กู้หนิงลงทุน 100 ล้านหยวนในหนังเรื่องนี้และบอกให้ลู่เจินทำมันอย่างสุดความสามารถ แม้ว่าจะเป็นเรื่องด่วนฉุกละหุกอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร