- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 491 - 492: อย่าประมาทคู่ต่อสู้, สยองขวัญไม่รู้จบ
ตอนที่ 491 - 492: อย่าประมาทคู่ต่อสู้, สยองขวัญไม่รู้จบ
ตอนที่ 491 - 492: อย่าประมาทคู่ต่อสู้, สยองขวัญไม่รู้จบ
ตอนที่ 491 อย่าประมาทคู่ต่อสู้
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ากู้หนิงเก่งในการต่อสู้ แต่พวกเขายังไม่เคยปะลองฝีมือกับเธอ พวกเขาจึงยังไม่ชัดแจ้งกับความสามารถของเธอ ดังนั้นเมื่อเริ่มการต่อสู้ พวกเขาไม่ได้ใช้แรงเต็มที่เผื่อว่าจะทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามกู้หนิงล้มพวกเขาภายในไม่กี่วินาที สร้างความตะลึงแก่พวกเขาอย่างมาก พวกเขายังไม่ทันได้เริ่มแสดงฝีมือ เกมก็จบลงแล้ว!
ทหารที่ถูกกู้หนิงล้ม รู้สึกเสียหน้า
คนงานเหมืองที่สังเกตเห็นว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่อความสนุกต่างรายล้อมเข้ามาดูเพื่อความบันเทิง
แม้ว่าเหมืองจะถูกเช่าโดยทีมงานถ่ายทำและพวกคนงานเหมืองไม่ต้องทำงานในวันนี้ แต่พวกเขาไม่สามารถออกจากพื้นที่เหมืองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเผยแพร่ข่าวออกไปสู่ภายนอก เมื่อพวกเขาเห็นกู้หนิงซึ่งเป็นเด็กสาวร่างผอมเพรียว ทุบตีทหารผู้แข็งแกร่ง พวกเขาต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
“อย่าประมาทคู่ต่อสู้” กู้หนิงพูดกับนายทหารที่อยู่บนพื้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้เธอจะรู้ว่าเขาไม่ได้ใช้แรงเต็มที่เพื่อป้องกันไม่ให้เธอบาดเจ็บ นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีในการต่อสู้เลย
“ถ้าคุณกำลังต่อสู้กับฉัน คุณไม่จำเป็นต้องออมมือ เพราะแม้ว่าคุณจะใช้กำลังเต็มที่ คุณก็ยังไม่สามารถเอาชนะฉันได้” กู้หันไปมองทหารที่เหลือ เธอดูมั่นใจมากจนไม่มีใครคิดว่าเธอคุยโว ในเวลาเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่อยากจะเอาชนะ
“คนต่อไปผมเอง” นายทหารอีกคนยืนขึ้น
จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับทหารคนแรก ทหารคนที่สองใช้กำลังเต็มที่ อย่างไรก็ตามกู้หนิงยังคงเอาชนะเขาภายในหนึ่งนาที
อันที่จริงมันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่เขาสามารถต่อสู้กับกู้หนิงได้แค่หนึ่งนาที พวกเขาเป็นทหารธรรมดา ไม่ใช่กองกำลังพิเศษ
“เป็นไปได้ไหมว่าถ้าพวกเราทั้งหมดสู้กับคุณ พวกเราก็ยังแพ้?” อยู่ๆ ทหารคนหนึ่งก็ถามขึ้น เขาเชื่อแบบนั้นจริงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู้หนิงก็ยิ้มอย่างลึกลับ ซึ่งทำให้นายทหารรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขายังคงไม่สามารถเอาชนะได้ ทันใดนั้น พวกเขาทั้งหมดก็รู้สึกละอายใจตัวเอง
“ฉันคิดว่าเป็นไปได้นะ” ทหารอีกคนหนึ่งตอบ ทหารที่เหลือทั้งหมดเห็นด้วยกับเขาในความเงียบ
“ฉันรู้สึกละอายใจจริงๆ!” ทหารคนหนึ่งกล่าว
"ฉันด้วย!" อีกคนพูด
“พวกคุณทำได้ดีมากค่ะ ถ้าพวกคุณได้รับการฝึกแบบปีศาจอย่างฉัน ฝีมือก็คงไม่ต่างกันกับฉันนักหรอกค่ะ” เมื่อเห็นพวกเขาเสียใจ กู้หนิงก็พูดปลอบพวกเขา
การฝึกแบบปีศาจ? พวกเขาทั้งหมดประหลาดใจและรู้สึกเสียใจต่อกู้หนิง เพราะเธอต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากจากการฝึกแบบปีศาจ
กู้หนิงยังได้บอกพวกเขาในด้วยว่าอาจารย์ของเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผีดิบ และเธอได้เรียนรู้มากมายจากอาจารย์ของเธอ
ในขณะนั้นพวกเขาได้ยินเสียงดังในอากาศ เฮลิคอปเตอร์กำลังบินอยู่เหนือศีรษะพวกเขา
ผู้คนต่างล้อมเฮลิคอปเตอร์เมื่อลงจอด เพราะมีเพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นเฮลิคอปเตอร์ของจริง
เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงจอด ชายสองคนก็ลงออกมา และหนึ่งในนั้นถามกู้หนิงด้วยความเคารพอย่างสูงว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณ คุณคือคุณกู้หรือเปล่าครับ?”
ถางหยุนฟ่านบอกให้พวกเขาต้องเคารพกู้หนิงอย่างมาก
“ค่ะ ฉันเอง”
“ท่านประธานถางบอกให้พวกเรามาส่งของให้ครับ คุณอยากให้พวกเราเคลื่อนย้ายของตอนนี้เลยไหมครับ?”
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” กู้หนิงกล่าว และยังบอกทหารให้ช่วยย้ายอุปกรณ์ไปที่รถบัสขนาดใหญ่ เมื่ออุปกรณ์ถูกย้ายออกมาเรียบร้อยแล้ว คนที่มาพร้อมเฮลิคอปเตอร์ก็เดินทางกลับทันที
หลังจากนั้นกู้หนิงก็ได้โทรหาถางหยุนฟ่าน และบอกเขาว่าเธอได้รับอุปกรณ์เสริมแล้ว จากนั้นก็เล่าว่าทำไมเธอถึงต้องการพวกมัน ซึ่งทำให้ถางหยุนฟ่านตกใจเช่นกัน เพราะเขาไม่เคยคิดว่าผีดิบมีจริง
แม้แต่ตอนที่คนเพิ่งเคยได้ยินเรื่องพวกนี้จากเรื่องเล่าและหนังสยองขวัญก็ยังรู้สึกว่ามันน่ากลัวจริงๆ จะมีใครบ้างที่เคยเห็นพวกมันในชีวิตจริง
หลังจากหายตกใจ ถางหยุนฟ่านก็ถามถึงความปลอดภัยของกู้หนิง เขาเป็นห่วงเธอมาก ถ้าหากเขาไม่ยุ่ง เขาคงจะบินมาหาเธอด้วยตัวเอง กู้หนิงใช้เวลาอยู่นานเพื่อให้เขาสงบลง
ราวๆ สี่ทุ่ม ฉู่เพ่ยหานและเพื่อนก็มาถึงสนามบินเมือง D ฮ่าวหรันโทรบอกกู้หนิงว่าพวกเขามาถึงแล้ว และกำลังจะไปพบเธอเร็วๆ นี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงภูเขาชางหยาง
“บอส มีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นไหม?” เมื่อพวกเขาเจอกู้หนิง พวกเขาก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก มานั่งบนรถบัสกันก่อนเถอะ! ข้างนอกมันหนาว” กู้หนิงพาพวกเขาไปที่รถบัสคันใหญ่
เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นกล้อง ทุกคนต่างก็สงสัย “บอส เธอจะถ่ายหนังหรืออะไรกันแน่?”
ฉู่เพ่ยหานผู้สนใจงานศิลปะเป็นอย่างมาก ถามกู้หนิงอย่างตื่นเต้นว่า “บอส พวกเราจะได้ถ่ายหนังด้วยใช่ไหม?”
“ใช่ แต่ฉันบอกรายละเอียดให้เธอรู้ตอนนี้ยังไม่ได้ ไว้รอคนที่เหลือมาถึงก่อนแล้วฉันจะบอกพร้อมๆ กัน” กู้หนิงเอ่ย
พวกเขาไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก แต่ฉู่เพ่ยหานยังคงตื่นเต้นมากอยู่ดี แม้ว่าฮ่าวหรันและจางเทียนปิงจะไม่สนใจภาพยนตร์ แต่พวกเขาก็ทำตามคำแนะนำของกู้หนิงเป็นอย่างดี
ห้าทุ่ม ต้วนหลี่ซินก็มาถึงภูเขาชางหยาง
ต้วนลี่ซินทักทายกู้หนิงในฐานะเจ้านายของเธอ กู้หนิงบอกให้เธอพักผ่อนในรถบัสขนาดใหญ่ด้วยกัน เธอจะพูดถึงรายละเอียดเมื่อลู่เจินมาถึง พวกเขาต้องจัดการกับบทด้วยกัน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรู้ความจริง
ตอนที่ 492 สยองขวัญไม่รู้จบ
ราวๆ ห้าทุ่มครึ่ง ลู่เจินและทีมงานก็มาถึง
“บอกคนอื่นให้รอในรถ ส่วนลุงลู่ ตามฉันมาค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
คนทั้งสิบห้าคนนั่งรออยู่ในรถ ในขณะที่ลู่เจินออกมานอกรถกับกู้หนิง
“บอส” ลู่เจินทักทายกู้หนิง
“ลุงลู่ มาดูนี่ค่ะ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องด่วนมาก ฉันจึงยืมเครื่องมือเหล่านี้ทั้งหมด อันที่จริงฉันไม่รู้ว่าเราต้องการอุปกรณ์อะไรในการถ่ายทำ” กู้หนิงนำทางลู่เจินไปที่รถบัสขนาดใหญ่เพื่อดูว่าอุปกรณ์ที่พวกเขามีตอนนี้เพียงพอหรือไม่
เมื่อลู่เจินขึ้นไปบนรถบัสขนาดใหญ่ ต้วนลี่ซินจำเขาได้ เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า เธอรู้สึกเสียใจที่ผู้กำกับที่มีความสามารถเช่นเขาถูกแบนจากวงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาทำงานให้กับกู้หนิง ซึ่งเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับต้วนลี่ซิน เพราะเธอสามารถทำงานร่วมกับเขาได้ในอนาคต
“ยินดีที่ได้พบค่ะ ผู้กำกับลู่” ต้วนลี่ซินทักทายเขาด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
“ยินดีที่พบเช่นกันครับ” ลู่เจินเป็นคนดีและถ่อมตน
กู้หนิงบอกลู่เจินว่าต้วนลี่ซินเป็นผู้แต่งนวนิยายฮาเร็มของจักรพรรดิ และเธอจะเป็นนักเขียนบทในบริษัทของพวกเขา
ลู่เจินค่อนข้างพอใจกับนวนิยายเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจเมื่อกู้หนิงบอกเขาว่าต้วนลี่ซินคือผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ เธอยังเด็กมาก
หลังจากตรวจสอบอุปกรณ์ “นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องการ” ลู่เจินกล่าว
จากนั้นกู้หนิงก็บอกลู่เจินและต้วนลี่ซินให้ออกไปข้างนอกกับเธอ เพราะเธอคิดว่าเธอควรเก็บเป็นความลับจากฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ในตอนนี้
ทหารยืนอยู่ข้างนอก ดังนั้นรถบัสเล็กของพวกเขาจึงไม่มีคนอยู่ กู้หนิงพาลู่เจินและต้วนลี่ซินขึ้นรถบัสของพวกทหาร
เมื่อขึ้นรถบัสเล็กมาแล้ว กู้หนิงก็เล่าทุกอย่างให้ทั้งสองคนฟัง พวกเขานิ่งไปสักพักใหญ่ ต้วนลี่ซินถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว ใครจะคิดว่าผีดิบมีอยู่จริง!
กู้หนิงหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาแล้วเปิดวิดีโอโดยปิดเสียง เผื่อว่าพวกเขาจะเกิดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
“โพสต์นี้แพร่ระบาดบนอินเทอร์เน็ตไปแล้ว บางคนเชื่อ บางคนสงสัย หากเราไม่จัดการให้ดี ก็อาจทำให้เกิดความหวาดกลัวเป็นวงกว้างและจะคุกคามอำนาจของรัฐบาล ในขณะเดียวกัน ฉันก็ต้องการประชาสัมพันธ์บริษัทของเราด้วย เราะถ่ายทำฉากผีดิบก่อนได้ ถ่ายรูปและโพสต์บนอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นเราจะจัดพิธีเปิดกล้องกัน แต่เราต้องเปลี่ยนเวลาของกล้องเป็นเมื่อวานซืนซึ่งจะทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น” กู้หนิงกล่าว
ต้วนลี่ซินและลู่เจินพยักหน้ารับทราบ กระนั้นพวกเขาก็ยังตกใจอยู่
“ส่วนบท กรุณาเขียนตอนนี้ เสร็จเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี” กู้หนิงเอ่ย
เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนฉุกเฉิน และพวกเขาไม่ได้เตรียมการใดๆ ถึงกระนั้นต้วนลี่ซินก็เป็นนักเขียนนวนิยาย และลู่เจินก็เป็นผู้กำกับมืออาชีพ ดังนั้นจึงไม่ยากสำหรับพวกเขาที่จะเขียนบทในสถานที่แห่งนี้
“โอ้ ฉันเคยเขียนบทหนังสยองขวัญมาก่อนค่ะ เคยส่งบทให้บริษัทภาพยนตร์ แต่พวกเขาไม่ชอบมัน คุณลองอ่านและดูว่ามันเหมาะไหม” ต้วนลี่ซินกล่าวและหยิบแล็ปท็อปของเธอออกมาทันที
ต้วนลี่ซินเป็นนักเขียนนิยายและนักเขียนบท เธอจึงนำแล็ปท็อปติดตัวไปด้วยตลอดเวลา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งลู่เจินและกู้หนิงก็ตื่นเต้น เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถของต้วนลี่ซิน
เมื่อเปิดถูกไฟล์แล้ว กู้หนิงก็อ่านโครงร่าง ตัวหนังสือหลายพันคำเสร็จ
เรื่องนี้มีชื่อว่า ‘สยองขวัญไม่รู้จบ’ เมื่อชายและหญิงคู่หนึ่งได้ทราบข่าวว่าทีมโบราณคดีติดอยู่ในหลุมศพโบราณ พวกเขารู้ทันทีว่าต้องมีผีอยู่ในหลุมศพ พวกเขาจึงไปตรวจสอบด้วยตนเอง ปรากฎว่ามีผีอยู่ในนั้นจริงๆ ในระหว่างกระบวนการช่วยเหลือทีมโบราณคดี จู่ๆ ก็มีผีหญิงในชุดแดงปรากฏขึ้นเพื่อช่วยชายและหญิงคู่นั้น และพวกเขาก็ได้รวมทีมกัน อย่างไรก็ตาม ผีหญิงเพียงต้องการใช้พวกเขาเพื่อฆ่าศัตรูของเธอในหลุมศพ และพวกเขาก็เริ่มต่อสู้กันเองในตอนท้าย
หลังจากอ่านแล้ว กู้หนิงก็พอใจ สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้คือแทนที่ผีด้วยผีดิบ
"ดีมาก! เรื่องนี้ดีมาก! ฉันคิดว่าบริษัทภาพยนตร์ตัดสินใจผิดที่จะไม่รับบทของคุณ เราสามารถแทนที่ผีด้วยผีดิบ ก่อนที่เราจะใช้บทนี้ และมันสมเหตุสมผลมากที่ทหารจะมาช่วยเหลือทีมโบราณคดี” ลู่เจินกล่าวด้วยความพึงพอใจ
ได้รับความเห็นชอบจากลู่เจิน ต้วนลี่ซินก็มีความสุขมาก เธอเขียนได้เขียนบทนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถเริ่มถ่ายทำได้
“เรื่องนี้มันค่อนข้างฉุกละหุก ฉันจึงโทรหานักแสดงที่เพิ่งเซ็นสัญญามาช่วยเรา และคนอื่นที่เหลือเป็นเพื่อนของฉัน ส่วนทหารจะทำหน้าที่เป็นนักแสดงและเจ้าหน้าที่ชั่วคราว ลุงลู่ ติดต่อนักแสดงชามาช่วยเราโดยเร็วที่สุดได้ไหมคะ? จะดีมากหากพวกเขาบินมาที่นี่คืนนี้” กู้หนิงกล่าว
มีเที่ยวบินหลายเที่ยวบินในตอนกลางคืน แต่ก็ขึ้นอยู่กับนักแสดงชายจะเต็มใจช่วยเหลือหรือไม่
“แน่นอน ผมหาได้ แต่กังวลว่าพวกเขาจะปฏิเสธเพราะใครๆ ก็รู้ว่าผมถูกกีดกันออกจากวงการ ยังไงผมก็จะพยายามแล้วกัน” ลู่เจินกล่าว
แม้ว่าลู่เจินจะถูกกีดกันจากวงการบันเทิง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาเพียงเพราะเรื่องนั้น
“เรายังต้องการชุดการแสดงแบบโบราณเพิ่มอีกสำหรับผีดิบและผีผู้หญิง โอ้ ของเก่าของปลอมด้วย” ลู่เจินกล่าว
“ฉันจัดการเองค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“เยี่ยม”
หลังจากนั้นกู้หนิงก็ลงจากรถพร้อมต้วนลี่ซิน
กู้หนิงบอกทหารให้ย้ายปลั๊กไฟจากหอพักคนงานมาที่นี่ เพราะต้วนลี่ซินกำลังจะพิมพ์บทและต้องเสียบปลั๊กเครื่องพิมพ์