- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 493 - 494: นักแสดง B-List I, II
ตอนที่ 493 - 494: นักแสดง B-List I, II
ตอนที่ 493 - 494: นักแสดง B-List I, II
ตอนที่ 493 นักแสดง B-List I
กู้หนิงกลับไปที่รถบัสและถามเพื่อนๆว่า “พวกเราอาจนอนกันที่นี่คืนนี้ พวกนายโอเคไหม?”
“ไม่มีปัญหา”
ทีมงานของลู่เจินต่างก็สงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงต้องถ่ายทำภาพยนตร์อย่างเร่งรีบขนาดนี้ แต่ไม่มีใครบอกเหตุผลให้พวกเขาทราบ ระหว่างที่รอ พวกเขาท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อฆ่าเวลา เนื่องจากพวกเขาอยู่ในเมือง D แล้ว พวกเขาจึงอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ไม่นานก็มีคนพบข่าวผีดิบ
“พระเจ้า! อ่านข่าวนี่สิ ผีดิบล่ะ!”
“จริงหรอ? ผีดิบมีจริงเหรอ?”
เมื่อเปิดวิดีโอ ทุกคนต่างตกใจและหวาดกลัวกับเสียงกรีดร้องอันน่ากลัวของผีดิบ
“ภูเขาชางหยาง เมือง D ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเราอยู่กันตอนนี้เหรอ!” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“อะไรนะ? ที่นี่น่ะเรอะ?”
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็ตื่นตระหนก ไม่ว่าข่าวนั่นจะจริงหรือไม่จริง มันก็น่าตกใจเพียงพอแล้วที่สถานที่นี้คือสถานที่เดียวกับที่ผีดิบถูกขุดขึ้นมา
“ผู้กำกับลู่ ข่าวในวิดีโอนั่นจริงไหมครับ?” คนที่ถามคือลู่อี้เฉิน ญาติของลู่เจิน
ลู่อี้เฉินอายุยี่สิบเจ็ดปี แม้ว่าเขาจะยังอายุไม่มาก เขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่มั่นคงทางอารมณ์คนหนึ่ง แม้ว่าจะยังตกใจกลัวกับสิ่งที่อยู่ในวิดีโอที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่การคาดเดาไม่รู้จบมีแต่จะทำให้คนตกใจกลัวเท่านั้น เขาจึงพูดอย่างใจเย็นว่า “มีข่าวปลอมตั้งเยอะแยะ ใครจะรู้ว่าเป็นคนหรือผี ไกลขนาดนั้น? น่าจะเป็นผู้ก่อการร้ายที่ถูกเผามากกว่า แต่ก็โหดอยู่นะ ถูกเผาทั้งเป็นแบบนั้น”
หลังจากใคร่ครวญตามคำพูดของลู่อี้เฉิน ทุกคนก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลดี แต่ก็ยังรู้สึกสั่นประสาทอยู่บ้าง
เมื่อกู้หนิงมาพร้อมกับแบนเนอร์ เธอได้ยินการสนทนาของพวกเขาและรีบบอกลู่เจินให้อธิบายกับทุกคนเพราะเธอยังเด็กเกินไปที่จะโน้มน้าวใจพวกเขา นอกจากนี้เธอยังไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ
จากนั้นลู่เจินก็เดินไปหาพวกเขาและพูดตามที่ลู่อี้เฉินเพิ่งอธิบายให้พวกเขาฟัง หลังจากได้ยินหลู่เจินอธิบายด้วยตนเอง ทุกคนก็โล่งใจ จากนั้นพวกเขาก็กลับไปเตรียมตัวสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
“นักแสดงชายคนหนึ่งมีประสบการณ์มาก เขาอายุสี่สิบต้นๆ เท่าผม ชื่อของเขาคือจ้าวฉีกาง ผมคิดว่าเขาสามารถแสดงเป็นศาสตราจารย์ให้กับทีมโบราณคดีได้ ส่วนอีกสองคนอายุประมาณ 20 ปี หานเลิ่งซวนและไป่หลิน ผมคิดว่าพวกเขาสามารถเป็นนักแสดงนำชายและนักแสดงนำหญิง” ลู่เจินกล่าว
กู้หนิงเห็นด้วยกับเขา เธอไม่สนใจว่าพวกเขามีชื่อเสียงหรือไม่ ตราบใดที่ลู่เจินคิดว่าทักษะการแสดงของพวกเขาเป็นที่ยอมรับ
หลังจากนั้นกู้หนิงก็โทรหาคนขับรถและบอกให้เขาไปรับนักแสดงเมื่อเครื่องบินพวกเขาลงจอด คนขับรถได้รับคำสั่งจากเจียงโบเหวินว่าให้ทำตามคำสั่งของกู้หนิง ไม่ว่าเธออยากให้ทำอะไรก็ต้องทำตาม
ไม่นานซูตงนั่วก็มาพร้อมกับผู้ช่วยของเธอ หลินเสี่ยวเซี่ย
“สวัสดีค่ะ บอส!” เมื่อเห็นกู้หนิง ทั้งซูตงนั่วและหลินเสี่ยวเซี่ยก็ทักทายเธอด้วยความเคารพ
เมื่อสายตาของซูตงนั่วเหลือบไปเห็นลู่เจิน เธอก็ประหลาดใจเล็กน้อย “ผู้กำกับลู่!”
ซูตงนั่วเคยทำงานกับลู่เจินเมื่อสองสามปีก่อน แม้ว่าเธอจะไม่ใช่นักแสดงหลัก ลู่เจินก็ชื่นชมความสามารถของเธอ ดังนั้นเขาจึงจำชื่อเธอได้
“สวัสดี ตงนั่ว” ลู่เจินก็แปลกใจที่เห็นซูตงนั่วที่นี่
ซูตงนั่วรู้ว่าลู่เจินถูกแบนจากวงการ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาทำงานอีกครั้งเพราะกู้หนิง
“สวัสดีค่ะ คุณซู ยินดีที่ได้พบค่ะ” ต้วนลี่ซินทักมายซูตงนั่ว
“เช่นกันค่ะ” ซูตงนั่วตอบกลับ
หลังจากนั้นกู้หนิงได้แนะนำต้วนลี่ซินให้กับซูตงนั่ว จากนั้นจึงหันไปหาลู่เจิน “ซูตงนั่วเป็นนักแสดงคนแรกที่ฉันเซ็นสัญญาด้วย ในเมื่อพวกคุณรู้จักกันอยู่แล้ว ฉันไม่ต้องทำการแนะนำตัวอีกต่อไป ลุงลู่ คุณสามารถเลือกนักแสดงตามมาตรฐานของคุณเองได้ และไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อซูตงนั่วเป็นพิเศษ”
ลู่เจินหัวเราะนิดหน่อย “ตงนั่วเป็นนักแสดงที่ดี และผมคิดว่าเธอเหมาะเป็นนักแสดงนำเหมือนกัน หลังจากที่ไป่หลินมาถึงก็ให้พวกเธอสองคนออดิชั่นดู ดูว่าใครเหมาะเป็นตัวร้ายหรือตัวเอก”
ทั้งสองคนต่างเป็นนักแสดงที่ดีทั้งคู่ ดังนั้นพวกเขาจึงเหมาะเป็นนักแสดงนำ
ซูตงนั่วรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อได้ยินว่าเธอมีโอกาสเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวร้ายหรือตัวเอก เธอก็จะพยายามแสดงให้ดีที่สุด เธอเคยได้ยินชื่อไป่หลิน แต่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน
ไป่หลินและซูตงนั่วต่างก็แสดงเก่ง แต่ความแตกต่างระหว่างพวกเขาก็คือไป่หลินไม่ได้มีชื่อเสียงเพราะโชคไม่ดีของเธอ ในขณะที่ซูตงนั่วไม่โด่งดังเพราะเธอปฏิเสธที่จะยอมรับกฎที่พูดไม่ได้ของวงการบันเทิง มิฉะนั้นป่านนี้ซูตงนั่วคงเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงไปนานแล้ว
“เป็นเกียรติสำหรับฉันที่ได้รับการยอมรับจากคุณค่ะ” ซูตงนั่วเอ่ย
หลังจากคุยกันอยู่สักพัก พวกเขาก็ไปพักผ่อน
อย่างไรก็ตามการหลับในภูเขาเป็นเรื่องยากที่จะนอนหลับ
ตีสี่ยี่สิบ ไป่หลินก็มาถึงเมือง B ลู่เจินและลู่อี้เฉินออกไปต้อนรับเธอ
ไป่หลิน อายุ 27 ปี และทำงานในวงการบันเทิงมาห้าปีแล้ว แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนสวยแบบที่ต้องตกตะลึง แต่เธอก็มีเสน่ห์มาก และยิ่งคุณมองเธอมากเท่าไหร่ คุณจะพบว่าเธอน่าดึงดูดใจมาก
ไป่หลินมาพร้อมกับผู้ช่วยของเธอ เนื่องจากเธอเป็นเพียงนักแสดง B-list และตัวแทนของเธอต้องรับผิดชอบนักแสดงหญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน ตัวแทนของเธอจึงไม่มากับเธอในครั้งนี้ ตัวแทนของเธอเคยได้ยินชื่อเสียงของลู่เจิน ดังนั้นตัวแทนของเธอจึงยอมให้เธอรับงานนี้
แม้ว่าลู่เจินจะถูกแบนจากวงการ แต่ตอนนี้เขาได้รับการสนับสนุนจากกู้หนิง ดังนั้นหนังของเขาจะต้องถูกฉายแน่
ตอนที่ 494 นักแสดง B-List II
ที่สำคัญที่สุดคือไป่หลินล้มเหลวในการเป็นดาราดังมาตลอดในระยะสองสามปีนี้ ดังนั้นตัวแทนของเธอจึงลังเลว่าจะทำงานต่อกับเธอดีหรือไม่ อยู่ๆ ก็มีคนเสนองานให้เธอปัจจุบันทันด่วน ตัวแทนของเธอแทบตะครุบงานนี้ไว้ไม่ทัน
หลังจากไปรับไป่หลิน ลู่เจินก็พาเธอไปพักผ่อนบนรถบัสคันใหญ่
ทุกคนบนรถรู้ว่ากู้หนิงเป็นใคร และเธอเห็นด้วยที่ควรบอกให้ไป่หลินรู้ว่าเธอคือเจ้านาย
“ไป่หลิน นี่คือกู้หนิง เธอเป็นนักลงทุนรายเดียวของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเธอก็เป็นเจ้านายของผมด้วย” ลู่เจินแนะนำกู้หนิงกับไป่หลิน
ไป่หลินทำหน้าประหลาดใจสุดๆ พระเจ้า! เด็กคนนี้ต้องอายุต่ำกว่ายี่สิบแน่! ไป่หลินคิดว่าครอบครัวของกู้หนิงต้องเป็นมหาเศรษฐีแน่นอนและเธอก็ต้องชื่นชอบหนังสยองขวัญเป็นพิเศษ ดังนั้นเธอจึงขอให้ครอบครัวช่วยลงทุนเรื่องหนัง
ถึงกระนั้น ไป่หลินก็ไม่ได้ดูหมิ่นกู้หนิงเพราะกู้หนิงเป็นคนเสนองานให้เธอ ถ้าเธอทำตัวแย่ เธออาจตกงานได้
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณกู้” ไป่หลินยื่นมือมาจับทักทาย
กู้หนิงจับมือทักทายเธอ “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณไป่ ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ”
“รบกวนอ่านสัญญาและบทก่อนค่ะ คุณกับซูตงนั่วจะออดิชั่นเพื่อดูว่าใครเหมาะกับบทอะไร ก่อนที่จะเซ็นสัญญาค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
ไป่หลินเพิ่งได้รับการแนะนำสั้น ๆ เกี่ยวกับบทบาทนำหญิงทั้งสอง และเธอไม่รู้รายละเอียดของบท
พวกเขาได้พิมพ์สัญญาและบทออกมาแล้ว และลู่เจินตกลงที่จะจ่ายค่าตัวของไป่หลินกับตัวแทนของเธอตอนที่เขาโทรหาเธอ
“ไม่มีปัญหาค่ะ” ไป่หลินกล่าวและรับสัญญาและบทจากมือของลู่เจิน จากนั้นเธอก็เดินไปที่ที่นั่งว่างแถวหลังในรถบัสคันใหญ่ เธอทักทายซูตงนั่วอย่างสุภาพ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มศึกษาบท
ครึ่งชั่วโมงต่อมาจ้าวฉีกางและหานเลิ่งซวนก็มาถึงด้วย พวกเขายังมาพร้อมกับผู้ช่วยของพวกเขา จ้าวฉีกางไม่ใช่ดาราดัง ดังนั้นเขาจึงทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หานเลิ่งซวนอยู่ในสถานการณ์เดียวกับไป่หลิน เขาถูกตัวแทนไม่เอาใจใส่เช่นกัน ดังนั้นตัวแทนของเขาจึงไม่สนใจที่จะมากับเขาด้วย
หานเลิ่งซวนอายุน้อยและหน้าตาดี แต่ปัจจุบันมีดาราประเภทนี้มากมายในวงการ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะได้รับความนิยมมากกว่าคนอื่น ที่สำคัญที่สุด เขาไม่ค่อยมีงานดีๆเข้ามา
กู้หนิงลงจากรถบัส ไม่ใช่เพื่อต้อนรับจ้าวฉีกางและหานเลิ่งซุน เธอบอกคนขับให้ทิ้งรถไว้ให้เธอ เธอกำลังจะจัดการกับบางสิ่งในเมือง ดังนั้นเธอจึงต้องการรถ และไม่สะดวกที่จะขับรถบัสขนาดใหญ่ไปที่นั่น
เจียงโบเหวินบอกคนขับให้ทำตามคำแนะนำของกู้หนิงในทุกคำขอ ดังนั้นคนขับจึงไม่ลังเลใจที่จะทิ้งรถให้กู้หนิง
หลังจากนั้นลู่เจินก็แนะนำกู้หนิงกับจ้าวฉีกังและหานเลิ่งซุน พวกเขาทั้งคู่ประหลาดใจที่รู้ว่ากู้หนิงคือผู้ลงทุนรายเดียวในหนังเรื่องนี้ และพวกเขาก็มีความคิดแบบเดียวกับไป่หลินว่าครอบครัวของกู้หนิงต้องรวยมาก พวกเขาทักทายกู้หนิงด้วยความสุภาพ จากนั้นก็เข้าไปข้างในรถบัสเพื่ออ่านบท
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนลี่ซินได้เจอกับนักแสดงหลายคนในคราวเดียวกัน เธอรู้สึกประหม่ามาก
เมื่อจ้าวฉีกางและหานเลิ่งซวนเห็นไป่หลินและซูตงนั่ว พวกเขาก็ทักทายพวกเธออย่างสุภาพ
รถบัสมีขนาดใหญ่และมีคนอยู่ภายในไม่กี่คน ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงมีที่ว่างเพียงพอ เมื่อพวกเขาทุกคนมารวมตัวกันในรถบัสคันใหญ่ อีกสองชั่วโมงก็รุ่งสาง โชคดีที่พวกเขานอนบนเครื่องบิน ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถจดจ่อกับบทได้ในตอนนี้
เมื่อรุ่งสาง โม่เฉินยี่พร้อมทหารอีกสองคนไปซื้ออาหารเช้าให้พวกเขา พวกเขาได้ซาลาเปา ขนมปัง ไข่ และนมเป็นอาหารเช้าซึ่งก็ไม่เลว
กู้หนิงไม่ลืมแบ่งปันอาหารเช้ากับคนเหมืองด้วย
หลังอาหารเช้า กู้หนิงขับรถไปที่ถนนขายของเก่าเพื่อซื้อของเก่าและชุดการแสดงโบราณสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ขณะที่กู้หนิงไม่อยู่ ผู้คนที่เหลือก็เริ่มตั้งเวทีสำหรับพิธีเปิดกล้อง
ในเวลาเดียวกัน ไป่หลินและซูตงนั่วก็มีการออดิชั่น และผลที่ได้คือไป่หลินจะเล่นเป็นฝ่ายตัวเอกหญิง ในขณะที่ซูตงนั่วรับบทผีผู้หญิง
ชื่อนักแสดงนำหญิงในเรื่องคือ ติงถง
หลังจากทุกคนรับทราบบทของตนเองแล้ว ซูตงนั่วจำเป็นต้องแต่งหน้าแบบพิเศษและสวมชุดการแสดงแบบโบราณ ตามเนื้อเรื่องมีเพียงเถามู่ซวนและติงถงเท่านั้นที่สามารถมองเห็นผีผู้หญิงได้ สำหรับผีดิบนั้น คนที่เหลือจะสลับกันเล่น จ้าวฉีกางรับบทเป็นนักโบราณคดี ‘ศาสตราจารย์เฟย’ ในขณะที่ฉู่เพ่ยหาน ฮ่าวหรัน และจางเทียนปิงรับบทเป็นนักเรียนของเขา
ในทีมโบราณคดีจะมีเพียงสี่คนไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงจ้างคนงานเหมืองเจ็ดคนมาสมทบกับพวกเขา ตราบใดที่พวกเขาได้รับค่าตัว คนงานเหมืองเหล่านั้นก็เต็มใจที่จะเล่น
กู้หนิงมาถึงถนนขายของเก่าตั้งแต่เช้าตรู่ ดังนั้นเธอจึงไปซื้อชุดการแสดงสีแดงแบบโบราณก่อน หลังจากนั้นเธอก็ไปซื้อเครื่องมือบางอย่างให้กับทีมโบราณคดี
กู้หนิงวางแผนที่จะซื้อของเก่าทั้งของปลอมและของจริงอีกหลายชิ้นสำหรับการถ่ายระยะใกล้ นอกจากนี้ เธอยังจะกล่าวถึงร้านเซียงหยุนของเธอว่าเป็นผู้สนับสนุนของเก่าในการถ่ายทำ
กู้หนิงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก และเธอซื้อของเสร็จตอนสิบโมงเช้า
หลังจากที่เธอกลับไปที่ภูเขาชางหยางแล้ว ซูตงนั่วก็สวมชุดการแสดงโบราณสีแดงก่อนเริ่มพิธีเปิด พวกเขายังถ่ายรูปนักแสดงนำเพื่อทำโปสเตอร์เพื่อโปรโมต
กู้หนิงโทรหาเค ถามว่าเขารู้วิธีทำโปสเตอร์หรือไม่ เคพูดว่า “บอส คิดว่าผมเป็นแค่แฮ็กเกอร์เหรอ? บอกตามตรง ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผมรับปากว่าจะทำโปสเตอร์ที่ดีที่สุดที่คุณเคยเห็น!”
จากนั้นกู้หนิงก็ส่งรูปนักแสดงนำทั้งสามพร้อมชื่อให้เขา และคำโปรยของเรื่อง
โพสต์ที่เกี่ยวกับผีดิบได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ บนอินเทอร์เน็ต และนักข่าวหลายคนไปที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเช้าเพื่อพยายามสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ เจียงโบเหวินถูกเพื่อนร่วมงานหลายคนโจมตีเพราะเขามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการกับปัญหา ถ้าเขาไม่สามารถจัดการได้ดี พวกเขาทั้งหมดจะมีปัญหาใหญ่