- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 483- 484 เฉินข่านอี้, ผีดิบถูกขุดออกมาจากเหมือง
ตอนที่ 483- 484 เฉินข่านอี้, ผีดิบถูกขุดออกมาจากเหมือง
ตอนที่ 483- 484 เฉินข่านอี้, ผีดิบถูกขุดออกมาจากเหมือง
ตอนที่ 483 เฉินข่านอี้
“อะไรนะ เธอขอลาหยุดหรือ?” อาจารย์ใหญ่ประหลาดใจเพราะภาคเรียนใหม่เพิ่งเริ่มไปไม่นานนี้เอง ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากตำหนิเธอ แต่นึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ใช่เด็กนักเรียนธรรมดาๆ แล้ว เธอเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่เข้าใจได้ว่างานของเธอยุ่งมาก
“เธอบอกว่าเพื่อนของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเขาต้องถูกตัดขา เธอก็เลยต้องไปเยี่ยมเขาค่ะ” จางฉิวฮวาอธิบาย เธอกลัวว่าอาจารย์ใหญ่จะโกรธกู้หนิง
ได้ยินเช่นนั้น อาจารย์ใหญ่ก็จำได้ว่าเขาเคยได้ยินว่ากู้หนิงมียาวิเศษที่งานเลี้ยงวันเกิดซูอันย่า ดังนั้นเขาจึงสันนิษฐานว่ากู้หนิงต้องไปช่วยเพื่อนของเธอ
“อืม ช่างมันเถอะ” อาจารย์ใหญ่เอ่ย
หลังจากที่อาจารย์ใหญ่กลับไปแล้ว จางฉิวฮวาก็ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้วยความตกใจ เธอยังอยู่ในภวังค์จนกระทั่งเสียงออดดังและอาจารย์ท่านอื่นเข้ามาในห้องพักครู จางฉิวฮวาสูดลมหายใจลึกๆ และสงบสติอารมณ์ตัวเอง
เธอไม่ได้ป่าวประกาศข่าวไปทั่ว อาจารย์ใหญ่ก็เช่นกัน พวกเขาไม่รู้ว่ากู้หนิงเต็มใจให้คนอื่นในโรงเรียนรู้ข่าวที่น่าตกใจนี้หรือไม่ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเก็บเป็นความลับไว้ก่อน
10.20 น. กู้หนิงมาถึงสนามบินเมือง D
ด้านนอกสนามบิน แลมโบกินีสีแดงจอดอยู่ที่ถนน และมีชายหนุ่มหน้าตาดียืนพิงรถอยู่ เขาได้รับความสนใจจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิง หลายคนเริ่มซุบซิบเกี่ยวกับเขา เขาไม่เย็นชาเหมือนเลิ่งเชาถิง เขาตอบผู้หญิงทุกคนที่พูดคุยกับเขาด้วยความอ่อนโยน
เมื่อกู้หนิงเดินเข้าไปหาและเห็นภาพนี้เข้า เธอก็ขมวดคิ้ว เธอไม่คิดว่าเขาจะมารับเธอด้วยรถคันหรูที่เป็นที่สังเกตได้ง่ายแบบนี้
ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ขับแลมโบกินีสีแดงมารับกู้หนิงคือ K นั่นเอง
เมื่อเห็นคนถ่ายรูป K กับรถ กู้หนิงก็ดึงเอาหน้ากากมาสวมทันทีเผื่อว่ามีคนถ่ายรูปเธอติดไปด้วยแล้วโพสลงโลกออนไลน์
หลังจากสวมหน้ากาก กู้หนิงก็เดินไปหา K
K จำเธอไม่ได้เพราะเธอสวมหน้ากาก แต่เขาจำเสียงเธอได้
กู้หนิงมอง K และพูดด้วยความหงุดหงิดใจว่า “ไปกันได้แล้ว! เป็นลิงในสวนสัตว์รึไง?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น K ก็รู้สึกฉุนเพราะคำอุปมานี้ฟังดูน่าขายหน้ามาก เขาคิดว่ากู้หนิงควรชมเชยรูปลักษณ์ที่น่าดึงคนของเขาสิ แทนที่จะเยาะเย้ยกัน
เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีขับรถหรูมารับหญิงสาว บรรดาหญิงสาวหลายคนก็พากันอิจฉาและอยากจะเป็นกู้หนิง
กู้หนิงเข้าไปนั่งในรถแล้ว K ก็ขับรถออกไปทันที
“ช่วงนี้คุณทำอะไรมั่ง?” กู้หนิงถาม K และดึงหน้ากากออก
“สนุกไปเรื่อย” K ตอบ กู้หนิงเหลียวมองหน้าเขาพร้อมทำหน้าระอา
“ฉันยินดีช่วยเพื่อนของคุณ แต่พวกคุณสองคนต้องทำงานให้ฉัน”
“งานอะไร?”
“คุณก็รู้ว่าฉันยังเป็นนักเรียนอยู่ และไม่ค่อยมีเวลามาบริหารบริษัท เพราะฉะนั้นพวกคุณสองคนต้องช่วยฉันเรื่องนี้” กู้หนิงเอ่ย แม้ว่าเธอจะยังไม่ได้พบกับเพื่อนของ K แต่เธอไว้ใจ K
“เงินเดือนและสวัสดิการเป็นไง?” K ถามตรงๆ
“พวกคุณจะได้รับหุ้น 5% ซึ่งมีมูลค่าอย่างน้อยหลายสิบล้าน”
“ดี ตกลง” K ตอบตกลงง่ายๆ
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโรงพยาบาลและพากันเดินไปยังห้องผู้ป่วย VIP ด้านหน้าห้องมีผู้ชายสองคนยืนอยู่ หนึ่งในนั้นคือเกาฮ่าวที่กู้หนิงเคยเจอ ส่วนอีกคนเธอไม่รู้จัก
“สวัสดีครับ บอส คุณกู้” เกาฮ่าวทักทายกู้หนิง
“บอส คุณกู้” ชายอีกคนหนึ่งทักทายพวกเขาด้วยความเคารพอย่างสูง ชื่อของเขาคือโจวฉุน เขาเป็นบอดี้การ์ดของ K ด้วย
เกาฮ่าวเปิดประตูให้กู้หนิงและ K เข้าไป
ผู้ชายอายุราวสามสิบปีนอนอยู่บนเตียง เขามีรูปร่างหน้าตาที่ดีพมสมควรแต่ดูซีดเซียว
“สวัสดี” เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง K เดินไปหาเขา
K ได้เล่าเรื่องกู้หนิงให้เขาฟังเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ประหลาดใจที่กู้หนิงโผล่มา เขาไม่สงสัยในความสามารถของกู้หนิงเพราะเขารู้ว่าเธอเป็นคนรักษาขาของ K แม้จะยังตะลึงที่ว่า K สามารถเดินได้อีกครั้ง กระนั้นเขาก็เลือกเชื่อมั่นในกู้หนิง
“นี่คือเพื่อนสนิทของผม เฉินข่านอี้” K พูดกับกู้หนิง จากนั้นหันไปหาเฉินข่านอี้ “ข่านอี้ นี่คือคุณกู้”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“คุณกู้ ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันครับ และขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ” เฉินข่านอี้เอ่ย
หลังจากนั้นกู้หริงก็เอายาออกมาและบอกให้เฉินข่านอี้กินยา
เม็ดยาละลายในปากภายในไม่กี่วินาที เฉินข่านอี้รู้สึกเย็นสบายทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตามเฉินข่านอี้บาดเจ็บหนัก ดังนั้นยาตัวเดียวจึงยังไม่พอ กู้หนิงต้องใช้พลังของเธอถ่ายทอดไปที่ขาของเขาโดยตรงเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซม
อาการบาดเจ็บของเฉินข่านอี้นั้นค่อนข้างสาหัส และเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างมากตอนที่กู้หนิงสัมผัสขาของเขา แต่เมื่อกู้หนิงถ่ายทอดพลังของเธอเข้าไปในขาของเขา ความเจ็บปวดก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็น
แม้ว่าเขาจะได้ยินประสิทธิภาพมหัศจรรย์ของยาจาก K มาแล้ว กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกทึ่งเมื่อประสบด้วยตัวเอง
กู้หนิงไม่ได้รักษาเฉินข่านอี้ให้หายสมบูรณ์ แต่เขาก็ฟื้นฟูจนเกือบหายแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำต่อจากนี้คือพักผ่อนให้มากๆ
การรักษาค่อนข้างสิ้นเปลืองพลัง ใบหน้าของกู้หนิงจึงซีดเผือดเล็กน้อย
กู้หนิงหยิบขวดยาออกมา “กินยานี้สามวันต่อเนื่อง เขาจะดีขึ้นหลังจากนั้น” เธอพูดกับ K
“ขอบคุณมาก” K รับขวดยามา “ไว้ข่านอี้หายแล้ว พวกเราจะไปพบเธอ”
ตอนที่ 484 ผีดิบถูกขุดออกมาจากเหมือง
“ดีค่ะ” กู้หนิงตอบ
หลังจากนั้นเคก็ชวนกู้หนิงไปทานข้าวด้วยกันแต่ถูกกู้หนิงปฏิเสธ เธอมีกำหนดการของเธอแล้ว
จากนั้นกู้หนิงก็กลับออกไป เธอไปร้านอาหารเพื่อทานข้าวและตรวจสอบไฟล์ทบินล่าสุดไปเมือง F ตอนนี้ยังมีเวลา ถ้าเธอกลับบ้านวันนี้ได้เธอก็จะกลับ
หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบิน 4.20 น. ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมง เธอมีเวลาเหลือประมาณสามชั่วโมงเพื่อพักผ่อนหย่อนกายก่อนไปสนามบิน
เธอไล่ดูข่าวในโทรศัพท์เพื่อฆ่าเวลา ทันใดนั้นข่าวที่น่าตกใจก็ปรากฏสู่สายตา ‘ผีดิบถูกขุดออกมาจากเหมืองที่ภูเขาชางหยาง มีคนบาดเจ็บหลายคน’ (แนบรูป)
ภาพนี้ถ่ายจากระยะไกลจึงไม่ชัดเจน ในภาพมีทหารประมาณ 10 นายกำลังต่อสู้กับเงาที่เป็นสีดำ แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นผีดิบหรือไม่หรือไม่ยกเว้นกู้หนิง เธอรู้ว่าเงาดำนั้นเป็นผีดิบแน่นอน
แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อว่าเป็นผีดิบ แต่ข่าวก็สร้างความตื่นตะลึง
“พระเจ้า! ผีดิบจริงๆเหรอ?”
“โลกกำลังจะแตกแล้วเหรอ?”
“ฉันไม่เชื่อว่ามีผีดิบ!”
“ถ้าไม่ใช่ผีดิบ แล้วทหารกำลังสู้อยู่กับอะไร?
“ใครจะรู้ล่ะ รูปถ่ายจากระยะไกล มองไม่ชัด”
ส่วนใหญ่ไม่เชื่อเรื่องผีดิบ
กู้หนิงไม่สนใจความคิดเห็นของชาวเน็ต ในเมื่อผีดิบปรากฏตัว เธอก็ต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะตราบใดที่ผีดิบปรากฏตัวย่อมหมายความว่ามีสุสานโบราณอยู่ ถ้ามีสุสานโบราณย่อมต้องมีของเก่า ดังนั้นกู้หนิงจึงตัดสินใจไปดู
กู้หนิงออกจากร้านอาหาร นั่งแท็กซี่มุ่งตรงไปยังภูเขาชางหยาง
ภูเขาชางหยางห่างจากเมือง D 23 กิโลเมตร กู้หนิงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็มาถึง
จากระยะไกล กู้หนิงเห็นภูเขาที่เต็มไปด้วยพลังหยินที่แรงกล้า เธอวิ่งเข้าไปดูทันที
เมื่อเธอมาถึงเชิงเขา มียามคอยห้ามไม่ให้คนเข้าไปข้างใน นักข่าวสองกลุ่มก็ถูกกันไม่ให้เข้าเช่นกัน
เนื่องจากกู้หนิงไม่สามารถเข้าไปทางด้านหน้าได้ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปทางด้านหลังภูเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาจะทำได้ แต่มันง่ายมากสำหรับกู้หนิง
ไม่นานเธอก็มาถึงสถานที่ที่มีพลังหยินแรงกล้า และเห็นว่าทหารกว่า 10 นายกำลังเผชิญหน้ากับผีดิบ ผีดิบตัวนั้นค่อนข้างดุร้ายและยากที่จะปราบมันได้ แต่มันอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารแล้ว มันผูกมัดด้วยเชือก แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังอันตรายอยู่ และเชือกก็ไม่สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของมันได้ตลอดไป
ผีดิบอยู่ในเครื่องแบบทหารโบราณ แต่กู้หนิงไม่รู้ว่ามันมาจากราชวงศ์ใด
คนงานเหมืองถูกกันออกมาให้ห่างจากไซต์เหมืองแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้ลงจากภูเขาไป เพราะจะทำให้เกิดความกลัวเป็นวงกล้างหากพวกเขาโพสต์สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นที่ไซต์เหมืองบนอินเทอร์เน็ต สำหรับข่าวทางอินเทอร์เน็ต มันถูกลบไปแล้วหลังจากเผยแพร่ไปไม่กี่นาที และคนงานเหมืองที่โพสต์ข่าวก็เตือนว่าอย่าทำอีก นอกจากนี้ประชาชนบนภูเขาทุกคนยังได้รับคำเตือนว่าอย่าเผยแพร่ข่าว
อย่างไรก็ตาม นักข่าวหลายคนยังคงมาที่นี่เพื่อทำข่าวที่น่าตื่นตะลึงนี้ แต่พวกเขาทั้งหมดถูกห้ามเข้าที่เชิงเขา
“พวกเขาถูกซอมบี้ข่วนจนเป็นแผลและบาดแผลก็กลายเป็นสีดำ ยาของเราไม่สามารถรักษาได้!” หมอวัยกลางคนกล่าว
“อะไรนะ? แล้วพวกเราควรทำไงดี?”
ทุกคนตื่นตระหนก
“ฉันรักษาพวกเขาได้ค่ะ” กู้หนิงพูดขึ้น
“เธอรักษาพวกเขาได้งั้นเหรอ?” ไม่มีใครเชื่อว่าเด็กสาวที่อยู่ๆก็โผล่มากจะรักษาคนเจ็บได้
“เธอเป็นใคร? แล้วมาทำอะไรที่นี่? ตำรวจปล่อยเธอมาได้ยังไง?” คนที่เป็นหมอเอ่ยถามกู้หนิง เขาคือผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกลางในเมือง D ถ้าเขาไม่สามารถรักษาคนบาดเจ็บได้แล้วเด็กสาวที่ไหนไม่รู้จะรักษาได้งั้นหรือ? นี่เธอกำลังท้าทายความสามารถเขาอยู่ใช่หรือไม่?
“ฉันบอกว่าฉันรักษาพวกเขาได้ค่ะ” กู้หนิงเดินไปหาคนเจ็บโดยไม่ลังเล แต่ถูกหมอขวางเอาไว้ก่อนที่เธอจะทันได้เข้าใกล้ “เธอเป็นหมอรึไง? ทำไมพวกเราต้องเชื่อเธอด้วย?” เขาไม่คิดว่าเธอจะสามารถทำได้ในสิ่งที่เขาทำไม่ได้
“ในเมื่อคุณรักษาพวกเขาไม่ได้ ทำไมไม่ให้ฉันลองล่ะ? คุณจะดูพวกเขาตายรึยังไง?” กู้หนิงย้อนถาม จ้องไปที่หมอ
“นี่เธอ...” หมอไม่สบอารมณ์
“หมอถาน ผมว่าเด็กคนนี้พูดมีเหตุผล ในเมื่อคุณรักษาพวกเขาไม่ได้ ก็ปล่อยให้เธอลองดูเถอะ” เกาเฉียง หัวหน้าไซต์เหมืองกล่าว
เกาเฉียงไม่ได้กล่าวโทษถานเจียงเฟิง เขาเพียงแค่ต้องการให้ผู้บาดเจ็บเหล่านั้นได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด แต่ถานเจียงเฟิงไม่พอใจ “เกาเฉียง คุณเลือกที่จะเชื่อเด็กคนนี้แทนผมงั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เกาเฉียงก็หงุดหงิด “หมอถาน คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ในเมื่อคุณไม่สามารถทำอะไรได้ ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นลองทำดูล่ะ? ไม่มีใครอยากเห็นพวกเขาตายต่อหน้าต่อตา ถ้าเธอสามารถทำอะไรได้ อย่างน้อยพวกเราก็มีความหวัง!”
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" ในขณะนั้นเอง เจียงโบเหวิน นายกเทศมนตรีเมือง D ก็ได้เดินเข้ามา เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ เขาจำกู้หนิงได้อย่างรวดเร็วและค่อนข้างแปลกใจ “คุณกู้ มาทำอะไรที่นี่?” เจียงโบเหวินไม่เพียงแต่แปลกใจ แต่ยังดีใจที่ได้เห็นกู้หนิงเพราะเขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา เธอได้ช่วยชีวิตหยวนเจิ้งหลินและเสี่ยวฉางชุน
ในสายตาของเจียงโบเหวิน กู้หนิงเป็นเด็กสาวที่ตรงไปตรงมาและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ