- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 481 - 482: ภาคเรียนใหม่เริ่มต้นขึ้น, พิธีเปิดการศึกษา
ตอนที่ 481 - 482: ภาคเรียนใหม่เริ่มต้นขึ้น, พิธีเปิดการศึกษา
ตอนที่ 481 - 482: ภาคเรียนใหม่เริ่มต้นขึ้น, พิธีเปิดการศึกษา
ตอนที่ 481 ภาคเรียนใหม่เริ่มต้นขึ้น
“เอาล่ะๆ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ไม่ต้องกังวล ฉันจัดการทุกอย่างแล้ว” กู้หนิงกล่าว เธอรู้สึกซาบซึ้งที่มีเพื่อนแท้ที่ห่วงใยเธอ
“ไม่ บอส ฉันจะบอกเรื่องนี้กับฮ่าวหรันและคนอื่นๆ พวกเราจะไปเยี่ยมเธอทีหลังนะ อย่าปฏิเสธล่ะ พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ”
แม้ว่ากู้หนิงจะคิดว่ามันไม่จำเป็น เธอไม่อยากทำลายน้ำใจของเพื่อน ดังนั้นเธอจึงตอบตกลง
“ก็ได้” กู้หนิงบอกที่อยู่บ้านของเธอให้เขา หลังจากวางสายจากกู้หนิง มู่เค่อก็โทรหาเพื่อนทุกคน และพวกเขาก็โกรธป้าของฉินเจิ้งมาก
กู้หนิงบอกกู้ม่านว่าเพื่อนของเธอจะมาเยี่ยม กู้ม่านดีใจที่ลูกสาวของเธอมีเพื่อนดีๆ
ประมาณบ่ายสาม มู่เค่อและเพื่อนๆ รวมถึงซูอันย่าก็มาถึง
พวกเขามาพร้อมกับของขวัญ กู้หนิงบอกพวกเขาไม่ต้องเอาของขวัญมา แต่พวกเขามาเยี่ยมเธอมือเปล่าไม่ได้
กู้ม่านยังบอกพวกเขาว่าไม่ต้องซื้อของขวัญ แต่พวกเขาก็มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์หลายขนาดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้พวกเขายังใส่ใจสุขภาพของกู้ม่านและกู้ชิงซึ่งทำให้พวกเธอรู้สึกซาบซึ้ง
กู้ชิงและกู้ม่านไปทำกับข้าวในครัว ในขณะที่กู้หนิงกำลังคุยกับพวกเขาในห้องนั่งเล่น แม้ว่าจะมีเสียงดังไปบ้างเล็กน้อย แต่พวกเขาทั้งหมดก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และกู้ม่านไม่มีเวลาคิดถึถางหยุนฟ่าน
“บอส พรุ่งนี้เริ่มเทอมใหม่แล้ว จำได้รึเปล่า?” มู่เค่อถามเพราะกู้หนิงยุ่งตลอดเวลา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู้หนิงก็กลายเป็นใบ้ไปชั่วครู่ เธอลืมไปแล้วจริงๆ อันที่จริงเด็กนักเรียนรุ่นเธอเริ่มเข้าเรียนแล้ว แต่กู้หนิงช่วงนี้ยุ่งมาก ดังนั้นเธอจึงยังไม่กลับไปโรงเรียน อย่างไรก็ตามเธอทำคะแนนสอบได้ดีจนครูของเธอเต็มใจที่จะมองข้าม
“ฉันเกือบลืมไปเลย” กู้หนิงเอ่ย
“ฉันอิจฉาเธอจัง พวกเราเข้าเรียนมาหลายวันแล้ว” ซูอันย่ากล่าว
“เธอก็ลองสอบคะแนนได้ที่ 1 สิ แบบนี้เธอก็ขาดเรียนได้แล้ว” ฉู่เพ่ยหานเป็นคนพูด
“ฉันก็หวังอยู่ แต่มันทำไม่ได้ ให้ทำไง!” ซูอันย่าตอบ
"อย่าคิดมาก ในกลุ่มของเราก็มีแค่มู่เค่อ หมิงซี อ้านยี่เท่านั้นที่เป็นนักเรียนดีเด่น พวกเขาไปโรงเรียนทุกวัน ไม่เหมือนพวกเราที่เหลือ” ฮ่าวหรันกล่าว
“อย่าเหมารวมฉันสิ ฉันก็ไปโรงเรียนนะ” ฉินซีหุนเถียง
“ฮ่าๆ นายไปด้วยเหรอ” จางเทียนปิงหัวเราะเพื่อน เขาไม่เชื่อว่าอยู่ๆ ฉินซีหุนก็กลายเป็นเด็กเรียนขึ้นมา
“เห็นด้วย” อ้ายยี่เห็นด้วยกับจางเทียนปิง
“พวกนายไม่เชื่อฉันเหรอ? ถ้างั้นมาดูกัน!” ฉินซีหุนกล่าวด้วยความมั่นใจ
“ฉินซีหุน นายบ้าหรือเปล่า? ทำไมจู่ๆ ถึงได้ตั้งใจเรียนนัก?” ฮ่าวหรันจ้องไปที่ฉินซีหุน เขาคิดว่าฉินซีหุนนั้นผิดปกติมาก
“เพราะว่าฉันอยากเข้ามหาลัยดีๆ เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเรียนหน่อย” ฉินซีหุนตอบ
“เฮ้ พวกนายอยากเข้าคณะอะไร?” ฉู่เพ่ยหานขัดจังหวะพวกเขา “พูดตามตรง ฉันไม่มีความสนใจที่จะเรียนต่อ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจทำงานในวงการบันเทิงหลังจากเรียนจบ”
มีบริษัทบันเทิงภายใต้ชื่อของแก๊งฉิง ดังนั้นฉู่เพ่ยหานจึงมีโอกาสมากมายในการแสดง
“ฉันจะเรียนกฎหมาย ฉันอยากจะเป็นทนาย” ซูอันย่ากล่าว
“ฉันว่าจะเลือกเรียนวิทยาศาสตร์การจัดการ” ฮ่าวหรันกล่าว เพราะเขากำลังจะรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว
“ฉันด้วย” อ้ายยี่กล่าว แม้ว่าเจิ้งหัวเรียลเอสเตทจะไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวอีกต่อไปแล้ว แต่ตระกูลอ้ายยังเป็นผู้ดูแลอยู่ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิทยาศาสตร์การจัดการด้วย
“ฉันว่าจะเรียนการเงิน” หยูหมิงซีเอ่ย
"ส่วนฉันการเมือง!" ฉินซีหุนกล่าว ทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นนักการเมือง ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่เขาจะทำงานด้านการเมือง
“ฉันชอบเล่นคอมพิวเตอร์ ดังนั้นฉันจะเรียนเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์” จางเทียนปิงกล่าว
สี่โมงเย็น กู้หนิงได้รับโทรศัพท์จากหยวนจื่อซ่ง เขาบอกกับเธอว่าฉินหลี่หลินถูกตัดสินจำคุก 2 ปี และเธอต้องจ่าย 2 ล้านหยวนเป็นค่าชดเชย หลังจากนั้นกู้ชิงและกู้ม่านก็สามารถเริ่มซ่อมแซมและตกแต่งร้านใหม่ได้ ส่วนพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินชดเชยความเสียหายทางจิตคนละห้าหมื่นหยวน
ประมาณหกโมงเย็น อาหารก็วางอยู่บนโต๊ะ ทุกคนต่างเพลิดเพลินกับอาหารค่ำ
วันรุ่งขึ้น เมื่อกู้หนิงไปโรงเรียน เธอพบฉินเจิ้งที่ประตู พูดให้ชัดคือฉินเจิ้งตั้งใจรอเธออยู่ที่นั่น
เมื่อเห็นกู้หนิงกำลังเดินมา ฉินเจิ้งก็เดินไปหาเธอทันที “กู้หนิง คุยกันหน่อยได้ไหม?”
“พวกเราไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกันแล้ว” กู้หนิงไม่สนใจเขาและเดินหนีไป
“กู้หนิง!” ฉินเจิ้งพยายามหยุดเธอ
“ถ้าไม่อยากโดนต่อยก็อยู่ให้ห่างจากฉัน!” กู้หนิงเอ่ยเตือนแล้วจากไป ฉินเจิ้งไม่กล้าหยุดเธออีก เพราะเขากลัวเธอจริงๆ ถึงแม้กู้หนิงตกลงที่จะคุยกับเขา แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเธอ เพราะป้าของเขาถูกตัดสินจำคุกแล้ว แต่ว่า...เขาไม่อยากยอมแพ้ไปทั้งอย่างนี้
ฉินเจิ้งยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่ว่าครั้งหนึ่งกู้หนิงที่เคยมืดหม่นและชอบเขามากกลายเป็นคนโดดเด่นและน่าทึ่ง
กู้หนิงไปพบเพื่อนของเธอเมื่อเธอไปโรงเรียน และเดินไปที่ห้องเรียนด้วยกัน
การปรากฏตัวของกู้หนิงไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากเพื่อนร่วมชั้นมากนัก เพราะมีเพียงสังคมคนรวยเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเป็นเจ้าของหยกบิวตี้
ตอนที่ 482 พิธีเปิดการศึกษา
อย่างไรก็ตาม คะแนนที่ยอดเยี่ยมของกู้หนิงได้สร้างความประทับใจให้กับเพื่อนร่วมชั้นของเธอหลายคน ดังนั้นพวกเขาจึงทักทายเธอเมื่อเธอเดินเข้าไปข้างใน
จ้าวเฟยเฟย หยางหยูลู่ และอู่ฉินหยายังเกลียดกู้หนิงเหมือนเดิม
“เธอไม่ได้มาเรียนเพียงเพราะว่าเธอคือที่ 1 ในชั้นของเรา ฉันคิดว่าเธอจะต้องเสียใจแน่เมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาถึง!” จ้าวเฟยเฟยกล่าวด้วยความรังเกียจ
หลังจากการสอบปลายภาค นักเรียนคนอื่นๆ ทั้งหมดต้องเข้าเรียนต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ และหลังจากเทศกาลปีใหม่ พวกเขาก็ต้องกลับไปโรงเรียนหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้นด้วย ขณะที่กู้หนิงมีความสุขกับวันหยุดของเธอ
“ใช่ ฉันว่าครั้งนี้เธอสอบไม่ผ่านแน่” หยางหยูลู่เอ่ย
แม้ว่าเสียงของพวกเธอจะไม่ดัง แต่กู้หนิงยังคงได้ยินคำพูดของพวกเธอ แต่เธอไม่สนใจแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นชั้นเรียนก็เริ่มต้นขึ้น
เนื่องจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนมัธยมปลายสามารถมีวันหยุดได้เพียงครึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ แต่กู้หนิงแตกต่างออกไป เธอจะมาเมื่อเธอว่าง แต่ขอลาเมื่อเธอเมื่อต้องไปจัดการธุรกิจของเธอ
ดังนั้นกู้หนิงจึงไปขอลาในห้องทำงานของอาจารย์ประจำชั้นทันทีหลังจากคาบเรียนแรกจบลง อาจารย์ของเธอไม่พอใจ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะกู้หนิงเป็นที่ 1 ในชั้น
กู้หนิงได้ขอลาหยุดอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเช่นกันเพราะ K โทรหาเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อนของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และแพทย์บอกว่าต้องตัดขาเพื่อนของเขา
K บอกกู้หนิงว่าตราบใดที่เธอสามารถรักษาเพื่อนของเขาได้ เพื่อนของเขาก็จะเต็มใจที่จะทำตามคำสั่งของเธอ เพื่อนของเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับเอซและผู้บริหารธุรกิจที่โดดเด่น
กู้หนิงเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนของ K เพราะเขาเป็นคนเก่งที่เธอกำลังมองหา กู้หนิงยังวางแผนที่จะให้ K และเพื่อนของเขาช่วยเธอดำเนินธุรกิจในกลุ่มบริษัทของเธอในเมืองหลวง
แม้ว่า K จะรู้เรื่องธุรกิจเพียงเล็กน้อย แต่ความสามารถในการสืบสวนของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ซึ่งจำเป็นสำหรับการบริหารกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่
เมื่อกู้หนิงโทรหาอาจารย์ในตอนกลางคืน อาจารย์ก็โกรธจัดและตะโกนใส่เธอด้วยความโกรธว่า “กู้หนิง! เธอขอลาสองครั้งภายในสองวัน! เธอยังรู้ตัวหรือว่าเป็นนักเรียนรุ่นพี่ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว?”
แม้ว่าอาจารย์จะเข้าใจว่ากู้หนิงเรียนเก่ง แต่การสอบเข้าวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งที่เธอสามารถทำตัวตามสบายได้
“หนูขอโทษค่ะ แต่มันฉุกเฉินมาก! เพื่อนของหนูเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเขากำลังจะถูกตัดขา หนูต้องไปเยี่ยมเขา!” กู้หนิงกล่าว
“เธอ...” อาจารย์ไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ
หลังจากนั้นกู้หนิงก็บอกกู้ม่านด้วยเหตุผลเดียวกันก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังพูดถึงถางหยุนฟ่าน และบอกแม่ว่าเขากลับไปที่เมื่อ B เพราะต้องกลับไปทำงาน ดังนั้นกู้ม่านจึงมีเวลามากพอที่จะทบทวนว่าเธอจะยอมรับถางหยุนฟ่านหรือไม่
เช้าวันต่อมากู้หนิงก็ไปสนามบินเพื่อบินไปเมือง D
ขณะที่กู้หนิงอยู่บนเครื่องบิน ครูใหญ่ของโรงเรียนก็ได้พูดคุยกับอาจารย์ประจำชั้นของเธอ จางฉิวฮวา
“อาจารย์จาง เด็กนักเรียนที่ชื่อกู้หนิงอยู่ห้องคุณใช่ไหม?” อาจารย์ใหญ่ถาม
“ค่ะ มีอะไรหรือคะ?” จางฉิวฮวาตื่นตระหนกเล็กน้อยเพราะเธอไม่รู้ว่าอาจารย์ใหญ่ทราบแล้วหรือยังว่ากู้หนิงขาดเรียน
อาจารย์ใหญ่ได้โชว์รูปภาพในโทรศัพท์ของเขาให้จางฉิวฮวากู "ดูนี่สิ ใช่เธอไหม?”
มีเด็กสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวสวยอยู่ในงานเลี้ยง จางฉิวฮวาจำได้ว่าเด็กสาวคนนั้นคือกู้หนิง
“ใช่ นั่นเธอค่ะ มีอะไรหรือคะ?”
เมื่อได้ยินคำตอบยืนยัน อาจารย์ใหญ่ก็หัวเราะออกมาดังๆ ซึ่งทำให้จางฉิวฮวาตะลึง เพราะเธอคิดว่าอาจารย์ใหญ่โมโห
“อาจารย์จาง ดูเหมือนว่าคุณยังไม่รู้สินะ เด็กนักเรียนที่ชื่อกู้หนิงประสบความสำเร็จมากเลยนะ” อาจารย์ใหญ่พูดด้วยความปลาบปลื้มใจ
“อะไรนะคะ?” จางฉิวฮวาไม่เข้าใจ
“อาจารย์จาง คุณรู้จักร้านหยกบิวตี้ไหม?”
“แน่นอน ต้องรู้จักสิคะ”
“หยกบิวตี้เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ และเกือบครึ่งหนึ่งของบุคคลสำคัญในเมือง G มาร่วมงานเปิดตัวเชียวนะ” อาจารย์ใหญ่กล่าว แล้วถามจางฉิวฮวาว่า “คุณรู้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของ?”
จางฉิวฮวาไม่โง่ เธอรู้ได้ทันทีว่ากู้หนิงต้องเป็นเจ้าของหยกบิวตี้
จางฉิวฮวาไม่อยากเชื่อ “กะ กะ กู้หนิง?”
“ถูกต้อง!” อาจารย์ใหญ่เอ่ย “ผมได้ยินมาว่าเธอทำเงินได้มากมายจากการพนันและเอาเงินนั้นไปก่อตั้งหยกบิวตี้
เมื่อคิดอย่างนั้น อาจารย์ใหญ่ก็ชื่นชมกู้หนิงมาก เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าการพนันด้วยหินเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง แต่กู้หนิงสามารถสร้างโชคลาภจากการพนันและกลายเป็นตำนานได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ว่าหยกทั้งหมดในร้านหยกบิวตี้ถูกตัดออกจากหินที่กู้หนิงซื้อมาเอง พวกเขาไม่ค่อยรู้เรื่องหยกมากนัก แต่รู้แค่ว่ามันต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก
“พระเจ้า!” จางฉิสฮวาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความตกใจ
“อาจารย์จาง กู้หนิงคือความภาคภูมิใจของโรงเรียนเรา! ไม่ใช่แค่นักเรียนอันดับหนึ่งแต่ยังเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากอีกด้วย!
“โอ๊ะ พรุ่งนี้มีพิธีเปิดภาคการศึกษานี่นา คุณบอกกู้หนิงให้เตรียมสุนทรพจน์ด้วยนะ ผมอยากให้เธอกล่าวกระตุ้นให้กำลังใจนักเรียนของเราหน่อย”
จางฉิวฮวาอึกอัก “เอ่อ คือว่า เธอขอลาหยุดค่ะ”