- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 477 - 478: แขก, บอกความจริงกู้ม่าน
ตอนที่ 477 - 478: แขก, บอกความจริงกู้ม่าน
ตอนที่ 477 - 478: แขก, บอกความจริงกู้ม่าน
ตอนที่ 477 แขก
พวกมันสบตากัน จากนั้นก็วิ่งไปหากู้หนิง กู้หนิงเพลิดเพลินกับการเตะต่อยพวกมันเพื่อระบายความโกรธแค้น แต่เธอจะไม่ทำให้พวกมันถึงตาย
ภายในเวลาไม่กี่นาที นักเลงทั้งหกคนก็ร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด อย่าว่าแต่คนที่อยู่ข้างนอกกรงเหล็กเลย แม้แต่ฉู่ซวนเฟิงยังตกใจกลัวอยู่บ้าง
ราวๆ ยี่สิบนาทีต่อมา กู้หนิงก็หยุด นักเลงทั้งหกทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำ
“ฉันพอแล้ว ไปกันเถอะ” กู้หนิงเดินออกมาโดยไม่ปรายตามองพวกมัน
เมื่อเธอออกมาข้างนอก เธอก็พูดว่า “พี่ซวนเฟิง ขอบคุณมากค่ะสำหรับความช่วยเหลือ แต่วันนี้ฉันมีแขกมาที่บ้าน ไว้ฉันจะเลี้ยงข้าวพี่วันหลังนะคะ”
“เธอไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันหรอก ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ และอยากจะเลี้ยงข้าวเธอสักมื้อ” ฉู่ซวนเฟิงกล่าว จากนั้นเขาก็มอบแฟลชไดรฟ์ให้กับกู้หนิงและเช็คหนึ่งล้านหยวน “มีหลักฐานในแฟลตไดรฟ์และเช็คนี้คือค่าชดเชย”
“ขอบคุณ แต่เช็ครับกลับคืนไปเถอะค่ะ ฉันจะให้คนที่เป็นคนร้ายตัวจริงรับผิดชอบ” กู้หนิงเอ่ย
ฉู่ซวนเฟิงเข้าใจจุดประสงค์ของกู้หนิง เขาจึงรับเช็คกลับคืนมา
“ฉันจะบอกสมาชิกทุกคนในแก๊งฉิงไม่ให้ไปยุ่งกับเธออีก และฉันสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” ฉู่ซวนเฟิงพูดอย่างจริงจัง
“ขอบคุณค่ะ ไปนะคะ” กู้หนิงบอกลาแล้วจากไป
หลังจากที่กู้หนิงกลับออกไปแล้ว ฉู่ซวนเฟิงก็แจ้งสมาชิกทุกคนในแก๊งฉิงว่าอย่าได้คุกคามกู้หนิงแต่ให้ปกป้องเธอแทนและคนที่สนิทกับเธอด้วย
หลังจากที่กู้หนิงแยกกับฉู่ซวนเฟิง เธอก็ตัดสินใจกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้เธอค่อยไปจัดการกับเจ้าของร้านเหม่ยหยวน
เมื่อกู้หนิงกลับมาถึงบ้าน กู้ม่านและกู้ชิงก็ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ
กู้ฉินหยางและภรรยาออกจากศาลประมาณสี่โมงเย็น เป็นเพราะกู้เซียวเซียว กู้ฉินหยางจึงไม่มีอารมณ์เลี้ยงข้าวน้องชาย ดังนั้นกู้ฉินหยางและภรรยาจึงนั่งแท็กซี่ไปที่บ้านของกู้ชิง
พวกเขารู้ว่ากู้หนิงรวย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แปลกใจเมื่อพบว่าพวกเธออาศัยอยู่ในเฟิ่งหัวแมนชั่น แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกอิจฉาเพราะเฟิ่งหัวเป็นพื้นที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้รู้สึกเกลียดชังกู้หนิงแล้ว เพราะพวกเขาเข้าใจแล้วว่ากู้หนิงไม่ใช่คนที่พวกเขาสามารถมีเรื่องด้วยได้ในขณะนี้
กู้ฉินหยางและภรรยาไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อผลไม้และดอกไม้เป็นของขวัญ แม้ว่าของขวัญจะไม่ได้มีราคาแพง แต่พวกเขาไม่ต้องการไปเยี่ยมกู้ชิงและกู้ม่านด้วยมือเปล่า หลังจากซื้อของเสร็จพวกเขาก็ไปที่บ้านของกู้ชิง
พวกเขาจะทานอาหารเย็นที่อพาร์ตเมนต์ของกู้ชิง ดังนั้นกู้ชิงและกู้ม่านจึงยุ่งอยู่กับการทำอาหาร เจียงซู่ก็กลับมาบ้านก่อนหน้านี้เช่นกันเพราะกู้ฉินหยางและภรรยากำลังจะมาเยี่ยมพวกเขา
เมื่อกู้ฉินหยางและเหวินอวี้หลานกำลังใกล้ถึงบ้านของกู้ชิง พวกเขารู้สึกประหม่ามาก เพราะตอนนี้มีช่องว่างระหว่างพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงลังเลอยู่ข้างนอกสองสามนาทีก่อนจะกดกริ่งประตู
เจียงซู่เป็นคนเปิดประตู กู้ฉินหยางและภรรยาเอ่ยทักทายเขาทันที “สวัสดีครับ/ค่ะ พี่เขย”
เจียงซู่ไม่เคยได้ยินพวกเขาเรียกเขาว่าพี่เขยมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะพวกเขาไม่เคยแสดงความเคารพต่อเขามาก่อน กู้ฉินหยางและภรรยารู้สึกเคอะเขินเมื่อเผชิญหน้ากับเจียงซู่
ในทางกลับกัน เจียงซู่ให้การต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน “สวัสดีๆ เข้ามา!”
กู้ฉินหยางและเหวินอวี้หลานเดินเข้าไปข้างใน พวกเขามองไปรอบๆ และเห็นสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าพวกเขามาก
กู้ชิงและกู้ม่านเดินออกมาจากห้องครัวเมื่อได้ยินเสียงกู้ฉินหยางและภรรยา “ยินดีต้อนรับ เชิญนั่งๆ”
“นั่งเล่นรอไปก่อนนะ กับข้าวใกล้เสร็จแล้ว”
“ให้ฉันช่วยไหมคะ?” เหวินอวี้หลานถามขึ้นและเดินเข้าไปในห้องครัว เธอไม่ได้แสดงท่าทางเย่อหยิ่งอีกแล้ว
“งั้นดีเลย”
แม้ว่ากู้ชิงและกู้ม่านจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ พวกเธอก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจ เพราะมันเป็นวิธีที่ดีสำหรับการคืนดีกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เหวินอวี้หลานรู้สึกอบอุ่นระหว่างญาติพี่น้อง และเธอรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่เธอเคยทำกับกู้ชิงและกู้ม่าน หลังจากหายใจเข้ายาวๆ เหวินอวี้หลานก็ขอโทษด้วยความจริงใจ “พี่กู้ชิง กู้ม่าน ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่เคยทำค่ะ”
“มันผ่านไปแล้ว พวกเราอย่าพูดถึงอีกเลย”
“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นญาติพี่น้องกันจริงๆแล้ว”
เหวินอี้หลานรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่พวกเขาให้อภัยเธอ
ในห้องนั่งเล่น กู้ฉินหยางกำลังคุยกับเจียงซู่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในศาลในวันนี้ กู้เซียวเซียวถูกตัดสินจำคุกสามปีและครอบครัวของเธอต้องจ่ายเงินหกแสนหยวนให้กับเฉินจื่อเหยาเพื่อเป็นการชดเชย
เจียงซู่ถอนหายใจ แม้ว่าครอบครัวของกู้ฉินเซียงจะทำร้ายพวกเขา กระนั้นเจียงซู่ก็ยังรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่เขายังเชื่อว่ากู้เซียวเซียวต้องเรียนรู้บทเรียนของเธอไม่ช้าก็เร็ว
ไม่นานกู้หนิงและเจียงซินหยูก็กลับมาถึงบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณลุง” กู้หนิงและเจียงซินหยูทักทายกู้ฉินหยางอย่างสุภาพ
ตอนที่ 478 บอกความจริงกู้ม่าน
“สวัสดี หนิงหนิง ซินหยู!” กู้ฉินหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขายังรู้สึกละอายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นกู้หนิง แต่กู้หนิงทำตัวตามสบาย เขาก็เลยผ่อนคลายตาม
เมื่อนึกถึงข่าวเกี่ยวกับวันงานเปิดตัวหยกบิวตี้ กู้ฉินหยางก็อดชื่นชมหลานสาวคนนี้ไม่ได้ เพราะคนสำคัญกว่าครึ่งหนึ่งของเมือง G มาร่วมงาน เขาไม่คิดว่าเธอจะรู้จักคนมากมายขนาดนี้
อาหารถูกวางบนโต๊ะ “อาหารพร้อมแล้ว” กู้ชิงเอ่ย
“ไปกินข้าวกันเถอะ!” เจียงซู่เป็นคนพูดและพากู้ฉินหยางไปยังห้องทานข้าว ตามมาด้วยกู้หนิงและเจียงซินหยู
เมื่อเหวินอวี้หลานเห็นกู้หนิง เธอก็รู้สึกละอายใจ “สวัสดีจ๊ะ หนิงหนิง ซินหยู”
“สวัสดีค่ะ คุณป้า” กู้หนิงและเจียงซินหยูตอบกลับอย่างสุภาพ
เมื่อเห็นกู้หนิงไม่แสดงท่าทางเชิดหยิ่ง เหวินอวี้หลานก็คลายความวิตก หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งลงล้อมโต๊ะทานข้าว
“ฉินหยาง ดื่มเหล้าด้วยกันเถอะ ฉลองปีใหม่กัน!” เจียงซู่เอ่ย
เจียงซู่ไม่ใช่คอเหล้าและเขาไม่เคยนั่งดื่มคนเดียวมาก่อน ถ้าไม่ใช่เทศกาลปีใหม่หรือเทศกาลโคมไฟ เขาก็ไม่ดื่ม วันนี้กู้ฉินหยางอยู่ด้วย เขาจึงอยากดื่มเหล้าสักหน่อย
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” กู้ฉินหยางเห็นด้วย
เจียงซู่เดินไปหยิบขวดเหล้าจากตู้ เป็นเหล้าเหลาไถอายุ 30 ปี 500 มิลลิลิตร แอลกอฮอล์ 53% ราคาของพันมากกว่าสี่พันหยวน
("เหมาไถ" ถือว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมักแบบดั้งเดิม ที่คนจีนเรียกว่า ไป๋จิ่ว)
เมื่อเห็นเหมาไถซึ่งมีราคาขวดละสี่พันหยวน กู้ฉินหยางลังเลที่จะดื่ม เพราะแค่แก้วเล็กๆ อาจมีราคาหลายร้อยหยวนแล้ว! เขาไม่มีเงินซื้อหรอก ถึงมีก็ไม่กล้าซื้อ แม้แต่พี่ใหญ่กู้ฉินเซียงที่รวยที่สุดในครอบครัวก็ยังไม่ซื้อ
ระหว่างมื้ออาหาร นอกจากกู้ฉินเซียงและเหวินอวี้หลานที่รู้สึกกระอักกกระอ่วนอยู่บ้าง คนที่เหลือล้วนเพลิดเพลินกับอาหาร
หลังทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็พากันไปนั่งคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น กู้ฉินหยางหยิบเอาอั่งเปาออกมาแล้วยื่นให้กู้หนิงกับเจียงซินหยู “นี่สำหรับสองสาว เงินอาจไม่มาก สุขสันต์ปีใหม่นะ”
หากเป็นเมื่อก่อนเงินสองพันหยวนถือว่ามากสำหรับกู้หนิง แต่ตอนนี้มันแทบไม่มีค่าอะไรกับเธอ
“ขอบคุณมากค่ะ” กู้หนิงและเจียงซินหยูไม่ได้แสดงอาการรังเกียจ
เมื่อเห็นหลานสาวรับไปด้วยดี กู้ฉินหยางก็แอบดีใจลึกๆ
กู้ม่านและกู้ชิงก็ได้เตรียมอั่งเปาสองซองสำหรับลูกๆของกู้ฉินหยางด้วย แม้ว่าจำนวนเงินจะไม่มาก แต่ว่าพวกเธอก็ให้ด้วยความปรารถนาดี
สามทุ่ม กู้ฉินหยางและฉินอวี้หลานก็ขอตัวกลับ กู้ชิงและกู้ม่านเสนอให้พวกเขานอนค้างที่นี่ แต่กู้ฉินหยางบอกว่าเขาจะไปพักที่โรงแรมเพราะไม่อยากรบกวน จากนั้นเจียงซู่ก็ขับรถไปส่งพวกเขาที่โรงแรม
หลังจากที่กู้ฉินหยางและภรรยากลับไปแล้ว กู้หนิงก็กลับไปที่บ้านของเธอ แต่กู้ม่านยังอยู่คุยต่อกับกู้ชิง
“หนิงหนิง ครอบครัวของลุงลูกเปลี่ยนไปจนน่าประหลาดใจ! ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นญาติกัน อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะนะ ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ ลูกก็ช่วยเหลือพวกเขาหน่อยเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่แม่” กู้ม่านถามลูกสาวทันทีที่กลับมาบ้าน
“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ทิ้งครอบครัวของคุณลุงแน่นอนค่ะ”
“ดีจ๊ะ” กู้ม่านสบายใจ
ตอนที่พวกเธอกลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว กู้หนิงจึงล้มเลิกที่จะบอกกู้ม่านเกี่ยวกับถางหยุนฟ่าน เธอกลัวว่าแม่จะกังวลจนนอนไม่หลับ
เมื่อกู้หนิงอยู่ในห้องของเธอ เธอโทรหาเลิ่งเชาถิงและเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับถางหยุนฟ่าน เลิ่งเชาถิงหวังว่าเธอจะมีครอบครัวที่อบอุ่นมีความสุข และถางหยุนฟ่านอาจเป็นพ่อที่ดีและสามี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือถางหยุนฟ่านเคยรักกู้ม่านมาก่อน มันจึงง่ายสำหรับพวกเขาที่จะกลับมาอยู่ด้วยกัน
“หนิงหนิง ช่วงนี้ผมจะยุ่งๆ หน่อย อาจจะไม่ค่อยมีเวลาโทรหาคุณ ไว้ผมว่างแล้วจะมาหาคุณ”
“ฉันคิดถึงคุณค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน ดูแลตัวเองด้วย”
“ค่ะ คุณก็ดูแลตัวเองด้วย”
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้ชิงและกู้ม่านกำลังจะออกไปเคลียร์ของที่อยู่ในร้าน แต่ถูกกู้หนิงหยุดไว้ กู้หนิงวางแผนที่จะเอาเงินชดเชยจากคนที่จ้างพวกอันธพาลมาพังร้านของพวกเธอก่อน แล้วจึงค่อยเปิดร้านอีกครั้ง
กู้ชิงและกู้ม่านเชื่อคำพูดกู้หนิงอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเธอจึงเห็นด้วย
หลังทานข้าวกลางวันเสร็จ กู้หนิงก็พากู้ม่านไปนั่งที่โซฟา “แม่คะ หนูมีเรื่องจะพูดด้วยค่ะ”
“อะไรหรือ?” เมื่อเห็นลูกสาวทำหน้าตาจริงจัง กู้ม่านก็ประหม่า
“เอ่อ เกี่ยวกับพ่อของหนู” กู้หนิงเอ่ย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่างของกู้ม่านก็แข็งทื่อขึ้นครู่หนึ่งและเธอก็ดูอารมณ์เสีย "เกิดอะไรขึ้น?"
“แม่ยังจำได้ไหมคะที่หนูบอกว่าพ่ออาจจะยังมีชีวิตอยู่? ตอนที่แม่พบกับพ่อ ตอนนั้นพ่อความจำเสื่อม ดังนั้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นไปได้ที่ความทรงจำของพ่ออาจฟื้นคืนกลับมา แต่สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับแม่ไป”
“ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ แต่ลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่พ่ออยู่กับแม่ ถ้าพ่อยังไม่แต่งงาน ถ้าพ่อยังรักแม่อยู่ ถ้า....หนูหมายถึงถ้าแม่ยังมีโอกาสได้พบกันอีก แม่อยากจะลองให้โอกาสตัวเองอีกครั้งไหมคะ?” กู้หนิงถามกู้ม่าน
กู้ม่านตะลึง เป็นไปได้จริงๆหรือที่หนิงยังมีชีวิตอยู่?