- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 473 - 474: หงายไพ่, กู้ชิงและกู้ม่านถูกทำร้าย
ตอนที่ 473 - 474: หงายไพ่, กู้ชิงและกู้ม่านถูกทำร้าย
ตอนที่ 473 - 474: หงายไพ่, กู้ชิงและกู้ม่านถูกทำร้าย
ตอนที่ 473 หงายไพ่
เมื่อเกาเหวินจุนและเกาเหวินซินกลับมาถึงบ้าน ถางหยุนหรงก็ถามลูกสาวว่า "ซิน ลูกคิดยังไงกับซินเป่ย?"
แม่ๆทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องลูกสาวลูกชายของตัวเองที่บ้านตระกูลซินหลังจากที่พวกเขาออกไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟ ถางหยุนหรงพึงพอใจซินเป่ยมาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เลือกคบคนที่ฐานะ แต่การเลือกคนที่ฐานะใกล้เคียงกันย่อมดีกว่า
แม้ว่าครอบครัวของซินเป่ยจะไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ซินเป่ยเป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นมีความสามารถมากคนหนึ่ง
"ไม่มีความคิดเห็นค่ะ" เกาเหวินซินตอบ
"ลูกหมายความยังไง? ตกลงชอบเขาหรือไม่ชอบ?" ถางหยุนหรงถามลูกสาว
"ชอบหรือไม่ชอบเขา?“เกาเหวินซินประหลาดใจกับคำถามของผู้เป็นแม่ ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าแม่หมายถึงอะไร”แม่คะ พวกเราเข้ากันไม่ได้เลยสักนิด!”
“บ้า!” ถางหยุนหรงมองลูกสาวด้วยสายตาตำหนิ “เข้ากันไม่ได้อะไรกัน? พวกลูกสองคนเพิ่งเคยเจอกัน!”
“แม่คะ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะค่ะ” เกาเหวินซินไม่อยากทะเลาะกับแม่
“แต่...” ถางหยุนหรงอยากจะพูดบางอย่างแต่เกาเหวินซินเดินฉับๆกลับไปที่ห้องของเธอแล้ว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้องการได้ยินอะไรเกี่ยวกับซินเป่ยอีก ในความคิดของเธอ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเธอที่จะคบกับซินเป่ยเพราะพวกเขาทะเลาะกันแทบจะทุกครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน หัวใจของเกาเหวินซินก็เต้นเร็วและหน้าของเธอก็แดง เธอไม่เคยขายหน้าอะไรแบบนี้มาก่อน
คุณนายซินเองก็ถามซินเป่ยว่ารู้สึกอย่างไรก็เกาเหวินซินเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ซินเฉินและเฉียวเว่ยก็มองแม่ของพวกเขาแล้วถอนหายใจ ก่อนที่ซินเป่นจะทันได้พูดอะไร ซินเฉินก็พูดขึ้นก่อนว่า “แม่ครับ ให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะครับ” พูดจบเขาก็ขยิบตาให้แม่ คุณนายซินจึงไม่เซ้าซี้ต่อ
เมื่อซินเป่ยกลับมาที่ห้อง เขาก็อดคิดถึงคำถามที่ป้าถามเขาไม่ได้ เขาคิดยังไงกับเกาเหวินซิน?
อันที่จริงเกาเหวินซินไม่มีอะไรที่แย่เลย เธอเป็นคนสวยและเป็นรักความยุติธรรม น่าเสียดายที่พวกเขามักจะโต้เถียงกันตลอด การที่พวกเขาอยู่ด้วยกันไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดี
เช้าวันต่อมา หลังจากที่กู้ม่านออกไปทำงานแล้ว กู้หนิงก็โทรหาถางหยุนฟ่าน
กู้หนิงไม่อยากให้ถางหยุนฟ่านแอบมองแอบตามพวกเธอตลอดเวลา ในเมื่อเขาสนใจกู้ม่านเป็นพิเศษ ก็หมายความว่าเขายินดีจะกลับมาอยู่เคียงข้างเธอ แค่ตอนนี้เขายังกังวล
ถางหยุนฟ่านประหลาดใจที่กู้หนิงโทรหาเขา เขายังไม่รู้ตัวว่ากู้หนิงรู้เรื่องของเขาแล้วที่แอบตามพวกเธอ
“สวัสดี” ถางหยุนฟ่านเอ่ย น้ำเสียงของเขาไม่เย็นชาเหมือนเช่นปกติ
“สวัสดีค่ะ ลุงถาง” ก่อนที่กู้หนิงจะวางไพ่บนโต๊ะ เธอตัดสินใจเรียกเขาว่าลุงไปก่อน “หนูรู้ว่าคุณลุงอยู่ที่เมือง F และตามแม่ของหนูมาสองสามวันแล้ว พวกเราคุยกันหน่อยดีไหมคะ?”
ถางหยุนฟ่านตัวกระตุกด้วยความตกใจ เขาคาดไม่ถึงว่ากู้หนิงจะรู้ตัวแล้ว เขากังวลว่าเธอจะเข้าใจจุดประสงค์ของเขาผิด
“ได้สิ” ในเมื่อกู้หนิงรู้ตัวแล้ว ถางหยุนฟ่านก็เลยคิดว่าการไปพบเธอนั้นเป็นวิธีที่ดีกว่า
“ดีค่ะ คุณลุงมาบ้านหนูได้ไหมคะ?” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่ได้บอกที่อยู่บ้านของเธอให้เขาทราบ เพราะเขาทราบดีอยู่แล้ว
กู้ม่านออกไปทำงาน ดังนั้นถางหยุนฟ่านจึงตกลงไปพบกู้หนิงที่บ้านของเธอ
เมื่อถางหยุนฟ่านเดินไปที่บ้านของกู้หนิง เขารู้สึกประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ากู้ม่านจะไม่อยู่บ้าน สิบนาทีต่อมา กริ่งก็ดังขึ้น และกู้หนิงก็เดินไปเปิดประตู
เมื่อเห็นถางหยุนฟ่าน กู้หนิงก็ยังดูสงบนิ่ง “คุณลุง เชิญเข้ามาค่ะ”
ถางหยุนฟ่านเดินเข้าไปข้างใน และมองสำรวจไปรอบๆบ้านของกู้หนิงที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น เขารู้สึกว่านี่คือบ้านเป็นครั้งแรกที่เขาย่างเท้าเข้ามา ภรรยาและลูกสาวของเขาอาศัยอยู่ที่นี่และนั่นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดทั้งหมด
“เชิญนั่งค่ะ” กู้หนิงเอ่ย และรินน้ำชาให้เขา “ลุงถางคะ เชิญดื่มชาค่ะ”
หลังจากที่รู้ว่ากู้หนิงคือลูกสาวของตน ถางหยุนฟ่านก็รู้สึกเศร้าเมื่อเธอเรียกเขาว่าคุณลุง
“คุณลุงถางคะ ทำไมคุณลุงถึงได้แอบตามแม่หนูคะ? คุณลุงคิดว่าหนูเข้าหาตระกูลถางเพื่อผลประโยชน์หรือคะก็เลยมาที่นี่เพื่อสืบดูด้วยตัวเอง?” กู้หนิงถาม
“ไม่ใช่นะ” ถางหยุนฟ่านรีบปฏิเสธ
“ถ้างั้นทำไมหรอคะ?” กู้หนิงถาม “การกระทำของคุณลุงทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายๆนะคะ”
“ฉัน...” ถางหยุนฟ่าน ชายผู้ประสบความสำเร็จ จนคำพูดต่อหน้าเด็กสาวนามว่ากู้หนิง
กู้หนิงยังคงรอคำตอบของเขา
ถางหยุนฟ่านสงบสติอารมณ์ลงในไม่ช้าและโกหกว่า “ฉันมาที่เมือง F เพื่อทำธุรกิจและฉันบังเอิญอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ตรงข้ามบ้านของเธอ ดังนั้นก็เลยคิดว่าฉันให้ความสนใจครอบครัวของเธอสักหน่อย เผื่อต้องการความช่วยเหลืออะไรรึเปล่า แล้วพ่อของฉันก็ชอบเธอมาก ถึงกับถือว่าเธอเป็นหลานสาวของเขา ดังนั้นครอบครัวของเธอก็เหมือนกับครอบครัวของฉัน”
“เพราะคุณปู่ถือว่าหนูเป็นหลานสาวของท่านหรือว่าหนูเป็นหลานสาวแท้ๆของท่านกันแน่คะ?” กู้หนิงยิ้ม
“เธอ…” ถางหยุนฟ่านเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่ากู้หนิงจะรู้แล้ว
“ที่จริงแล้ว ตอนที่คุณปู่บอกว่าหนูคล้ายกับลูกชายคนที่สองของเขามาก และบอกด้วยว่าคุณหายตัวไปเมื่อ 18 ปีก่อน หนูก็เลยให้คนไปสืบเรื่องนี้ มีหลายอย่างบังเอิญตรงกันมากเกินไป ดังนั้นหนูจึงแน่ใจว่าคุณเป็นพ่อของหนูจริงๆ แต่ว่าแม่คิดว่าคุณตายไปแล้ว หนูเลยยังไม่ได้บอกแม่ และคุณก็จำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับปีนั้น และหนูไม่รู้ว่าคุณคิดอย่างไร หนูไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของแม่”
ตอนที่ 474 กู้ชิงและกู้ม่านถูกทำร้าย
กู้หนิงพูดต่อว่า “ในเมื่อคุณลุงปรากฏตัวที่เมือง F และแอบตามแม่หนูมาสองสามวันแล้ว หนูคิดว่าคุณลุงเองก็ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วและต้องการครอบครัวกลับคืน”
เนื่องจากกู้หนิงได้หงายไพ่ของเธอแล้ว ถางหยุนฟ่านจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะซื่อสัตย์กับเธอ “ใช่ ฉันยอมรับความจริงที่ว่าเธอคือลูกสาวแท้ๆ ของฉัน แต่ฉันยังไม่สามารถฟื้นความทรงจำที่หายไปได้ ฉันจึงไม่กล้าพบแม่ของเธอในตอนนี้ ฉันรู้ว่ามันขาดความรับผิดชอบ แต่ฉันยังอยากฟื้นความจำก่อนไปพบแม่ของเธอ เพื่อจะได้ปฏิบัติต่อเธอด้วยความรู้สึกที่แท้จริง และฉันคิดว่ามันจะดีกว่าสำหรับพวกเราทุกคนที่จะรักษาสภาพที่เป็นอยู่”
“เห็นด้วยค่ะ แต่คุณลุงไม่กลัวว่าแม่จะตกหลุมรักผู้ชายคนอื่นก่อนที่คุณลุงจะฟื้นความจำหรือคะ?” กู้หนิงถาม
คำพูดของกู้หนิงทำให้ถางหยุนฟ่านนึกถึงสิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนนี้ และเขาก็ตื่นตระหนกมาก “แม่ของเธอมีคนที่เธอชอบหรือยัง?”
เมื่อเห็นว่าถางหยุนฟ่านตื่นตระหนก กู้หนิงก็พอใจ “ยังค่ะ แต่หนูคิดจะหาผู้ชายที่ดีให้แม่ แม่อยู่เป็นโสดมา 18 ปี และอีกครึ่งปีหนูก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวง หนูไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียว หนูหวังว่าจะมีผู้ชายที่พึ่งพาได้มาดูแลแม่แทนหนู แต่ในเมื่อคุณปรากฏตัวแล้วในตอนนี้ หนูคิดว่าพวกคุณเป็นคู่ที่เหมาะสมกันและหนูหวังว่าพวกคุณจะกลับมาอยู่ด้วยกันได้อีก”
ได้ยินแบบนี้ ถางหยุนฟ่านก็ผ่อนคลาย
“คุณรู้ไหมคะว่าทำไมแม่ถึงต้องชื่อหนูว่ากู้หนิง?” กู้หนิงถาม “สิบแปดปีก่อน ตอนที่แม่ยังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง แม่ได้ช่วยผู้ชายบาดเจ็บคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุ แต่ผู้ชายคนนั้นความจำเสื่อมและไม่ยอมจากแม่ไปไหน แม่ก็เลยเรียกเขาว่าหนิง”
เมื่อได้ยินชื่อ หนิง สมองของถางหยุนฟ่านก็เจ็บปวดเล็กน้อย เขารู้สึกแปลกๆ เพราะเขารู้สึกว่าหนิงคือเขาจริงๆ แต่เขาจำรายละเอียดไม่ได้
กู้หนิงพูดต่อว่า “ในตอนแรกแม่ช่วยเขาเพราะสงสาร แต่ในตอนท้ายพวกเขาก็ตกหลุมรักกัน เขาเป็นคนที่มีความสามารถและในไม่ช้าเขาก็กลายเป็นหัวหน้าหลังจากอยู่ในบริษัทเพียงครึ่งปี จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการแผนกวางแผน แต่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในการเดินทางไปทำธุรกิจ อุบัติเหตุครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 6 คน รวมทั้งเขาด้วย”
เมื่อได้ยินเรื่องราวที่กู้หนิงเล่า ชิ้นส่วนแห่งความทรงจำก็แวบเข้ามาในหัวขอถางหยุนฟ่าน เขาพยายามจะคว้ามันไว้ แต่ก็ล้มเหลว และสมองของเขาก็เจ็บปวดอย่างมาก
กู้หนิงไม่ได้หยุดพูดเพราะเธอต้องการดูว่าสิ่งนี้จะสามารถกระตุ้นความทรงจำของเขาได้หรือไม่ “หลังจากนั้น แม่ก็พบว่าตัวเองท้องและลาออกจากมหาวิทยาลัย”
ต่อมากู้หนิงได้เล่าให้ถางหยุนฟ่านฟังเกี่ยวกับชีวิตที่น่าสังเวชของกู้ม่านในตระกูลกู้ และสิ่งที่พวกเธอได้รับในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา
"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอผ่านอะไรมาบ้าง ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ…” ถางหยุนฟ่านขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากำลังโทษตัวเอง
เมื่อเห็นว่าถางหยุนฟ่านยังคงจำอะไรไม่ได้ กู้หนิงจึงหยุดเล่าเรื่องและลุกขึ้นเดินไปหาเขา เธอกดขมับของเขาเบา ๆ และถ่ายทอดพลังของเธอเข้าไปในร่างกายของเขา
เมื่อถางหยุนฟ่านสงบลง กู้หนิงก็ถามว่า “คุณวางแผนจะทำอะไรต่อไป? คุณต้องการพบแม่ของหนูตอนนี้ หรือรอจนกว่าคุณจะฟื้นความจำได้?”
ทันทีที่กู้หนิงพูดจบประโยคและก่อนที่ถางหยุนฟ่านจะพูดอะไร โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น และผู้โทรมาคือคุณนายฝู เธอเป็นเจ้าของร้านขายอุปกรณ์สำหรับแม่และเด็ก ซึ่งอยู่ติดกับกาเม่ยบิวตี้ซาลอน เธอยังเป็นหนึ่งในสมาชิกร้านของพวกเขา กู้หนิงได้แลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์กับคุณนายฝูก่อนหน้านี้เผื่อว่ามีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับแม่และป้าของเธอในกรณีที่พวกท่านไม่สามารถโทรหาเธอได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเมื่อกู้หนิงเห็นชื่อคุณนายฝู กู้หนิงก็ใจคอไม่ดี “สวัสดีค่ะ คุณนายฝู”
“หนูกู้ มาที่นี่เดี๋ยวนี้! มีคนมาพังร้านของครอบครัวหนู ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรในร้านบ้าง!” คุณนายฝูกล่าวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
“อะไรนะคะ? โทรเรียกตำรวจ หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“ฉันจะไปด้วย” ถางหยุนฟ่านก็ได้ยินที่คุณนายฝูพูดผ่านโทรศัพท์
กู้หนิงไม่ได้ปฏิเสธและพวกเขาก็วิ่งออกไปด้วยกัน” รถของถางหยุนฟ่านจอดอยู่ด้านล่าง ดังนั้นพวกเขาจึงขับรถไปยังห้างสรรพสินค้าด้วยกันอย่างไม่ลังเล
ระหว่างทาง กู้หนิงเอาแต่คิดว่าใครกันที่มาพังร้านของเธอ และเธอก็ห่วงแม่กับป้ามากๆ
เดินทางปกติใช้เวลาประมาณ 15 นาที แต่ถางหยุนฟ่านใช้เวลาขับรถเพียง 7 นาที
เมื่อพวกเขามาถึง ร้านก็ถูกพังทำลายเรียบร้อย ตำรวจอยู่ที่ร้าน แต่ว่าผู้ก่อเหตุหายไปแล้ว
“คุณครับ เข้าไม่ได้ครับ” เมื่อกู้หนิงจะเดินเข้าไปข้างในร้าน ตำรวจนายหนึ่งก็ห้ามเธอไว้
“ฉันเป็นลูกสาวเจ้าของร้านค่ะ” กู้หนิงพูด จากนั้นก็เดินเข้าไปตามหลังด้วยถางหยุนฟ่าน
เพื่อไม่ให้กู้ม่านจำเขาได้ ถางหยุนฟ่านจึงสวมหน้ากาก
มีคนได้รับบาดเจ็บมากมายในร้าน รวมทั้งกู้ชิงและกู้ม่านด้วย กู้ม่านได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด เพราะศีรษะของเธอมีเลือดออกและเธอก็หมดสติไปแล้ว รถพยาบาลยังมาไม่ถึง ดังนั้นกู้ม่านจึงได้แต่นอนอยู่บนโซฟาเท่านั้น กู้ชิงยืนอยู่ข้างเธอ แต่กำลังร้องไห้อย่างกังวล
แขนของกู้ชิงถูกตีด้วยแท่งเหล็กและพนักงานคนอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บในระดับที่แตกต่างกัน โชคดีที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่
“แม่คะ ป้าคะ!” กู้หนิงวิ่งไปหาพวกเขา ตามมาด้วยถางหยุนฟ่าน
เมื่อเห็นกู้ม่านตกอยู่ในอันตราย หัวใจของถางหยุนฟ่านก็เจ็บปวด และเขากังวลอย่างมากว่าเธอจะตาย
เมื่อรู้ว่าถางหยุนฟ่านกลัว กู้หนิงก็ปลอบโยนเขา “แม่จะไม่เป็นไร” กู้หนิงไม่เพียงแต่ปลอบโยนถางหยุนฟ่าน แต่ยังรวมถึงกู้ชิงด้วย เพราะเธอยังคงร้องไห้อยู่ตลอดเวลา
พวกเขาอยู่ในที่สาธารณะ ดังนั้นจึงไม่สะดวกสำหรับกู้หนิงที่จะถ่ายทอดพลังของเธอเข้าสู่ร่างกายของกู้ม่านโดยตรง เธอหยิบผลึกพลังออกมาและบอกให้คนที่บาดเจ็บกินยา สำหรับกู้ม่านที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด กู้หนิงต้องช่วยชีวิตเธอโดยเร็วที่สุด
ผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ กินยาที่กู้หนิงให้โดยไม่ได้คิดอะไรมาก