เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 471 - 472: ใครคือพี่เขยของเธอ?, เลิ่งเชาถิงเปลี่ยนไป

ตอนที่ 471 - 472: ใครคือพี่เขยของเธอ?, เลิ่งเชาถิงเปลี่ยนไป

ตอนที่ 471 - 472: ใครคือพี่เขยของเธอ?, เลิ่งเชาถิงเปลี่ยนไป


ตอนที่ 471 ใครคือพี่เขยของเธอ?

 

ถ้าหากพวกเขามีเรื่องบาดหมางกัน แผนการของเกาเหวินจุนก็ยากที่จะสำเร็จ

“ถ้าคุณกล้าว่าฉันอีก ฉันจะบอกหนิงหนิงและพี่เขยให้ช่วยฉันลงโทษคุณ!” เกาเหวินซินข่มขู่

“คุณ...” ซินเป่ยนิ่งไป

“เอาล่ะๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว” ซินเฉินพูดกับซินเป่ย แม้ว่าเกาเหวินซินจะฉุนเฉียวไปบ้าง ถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง

“พี่ก็คิดว่าผมผิดงั้นเหรอ? ผมไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่แรก เธอต่างหากที่ว่าผม!” ซินเป่ยพูดด้วยความหงุดหงิด

ซินเฉินอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร

ซินเป่ยเองก็ปิดปาก เขาจะเงียบตราบใดที่เกาเหวินซินไม่พาดพิงถึงเขา

“อ้อ เหวินซิน พี่เขยเธอนี่ใครกัน?” เกาเหวินจุนถามด้วยความสงสัย “เธอไปมีพี่เขยตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ก็ต้องเป็นแฟนของหนิงหนิงสิ” เกาเหวินซินเอ่ย

“กู้หนิง?” เกาเหวินจุนประหลาดใจ “เธอเพิ่งอายุ 18 เองนี่? เธอมีแฟนแล้วเหรอ?” แม้ว่าเกาเหวินจุนจะยังไม่เคยเจอกู้หนิง แต่ก็ได้ยินเรื่องของเธอมามาก และเขาก็ชื่นชมเธอ

“ค่ะ หล่อมาก เก่งสุดๆ!” เกาเหวินซินชื่นชม “หนิงหนิงเลือกได้ดี”

ซินเป่ยก็คิดว่าบอสของเขานั้นทั้งหล่อและก็เท่สุดๆ ไม่มีใครเทียบกับบอสของเขาได้

เกาเหวินจุนยังเป็นกังวลอยู่ดี “คุณปู่รู้หรือไหมว่ากู้หนิงมีแฟนแล้ว?”

“รู้สิ! พวกเขาเคยเจอกันด้วย” เกาเหวินซินตอบ

เกาเหวินจุนพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว ในเมื่อคุณปู่รู้เรื่องนี้แล้ว เกาเหวินจุนจึงไม่กังวลอีกต่อไป หลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงถนนโบราณที่มีอาคารเก่าแก่มากมาย แม้ว่าอาคารจะได้รับการซ่อมแซมและการตกแต่งใหม่เมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยังคงรักษารูปแบบประวัติศาสตร์ไว้เหมือนเดิม วันนี้เป็นเทศกาลโคมไฟ ดังนั้นถนนจึงเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ และสว่างไสวด้วยโคมไฟที่สวยงามที่แขวนอยู่ทั้งสองข้างทาง

ถ้าผู้คนไม่ได้สวมเสื้อผ้าทันสมัย ​​พวกเขาคงคิดว่าพวกเขาได้ย้อนกลับไปในอดีต!

มีการแสดงโคมไฟทุกหนทุกแห่ง กู้หนิงพร้อมด้วยกู้ม่านและครอบครัวของกู้ชิงก็ได้ไปชื่นชมโคมไฟในคืนนี้ด้วย

การแสดงโคมในเมือง F จัดขึ้นที่จัตุรัสชิงเจียงซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่มีการแสดงพลุ

ฮ่าวหรันและเพื่อนๆ ก็มาที่นี่ด้วย ยกเว้นจางเทียนปิงและฉู่เพ่ยหานที่อยู่คนเดียว คนอื่นๆ มาที่นี่พร้อมกับครอบครัวของพวกเขา

กู้ชิงและกู้ม่านเป็นเพื่อนของแม่ของฮ่าวหรัน และพวกเขามีนัดเพื่อชื่นชมโคมไฟด้วยกัน ดังนั้นกู้ม่านจึงโทรหาแม่ของฮ่าวหรันเมื่อพวกเขามาถึงจัตุรัสฉิงเจียง พวกเขาเจอกันอยู่ที่ลานจอดรถ

ครอบครัวคุณนายลู่ก็มาพร้อมกับครอบครัวของฮ่าวหรัน

สามีของคุณนายลู่คือลู่เซ่อจิน พวกเขามีสูกสาวอายุ 13 ปี ชื่อว่า ลู่อี้เซียว

คุณนายฮ่าวแนะนำให้พวกเขารู้จักกัน หลังจากนั้นฮ่าวจ้งหลงก็ตั้งใจแนะนำกู้หนิงกับลู่เซ่อจิน “เซ่อจิน นี่คือเจ้าของตัวจริงของร้านเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง G กู้หนิง”

ฮ่าวจ้งหลงให้เกียรติและชื่นชมกู้หนิงมาก เพราะกู้หนิงประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

ได้ยินเช่นนั้น ลู่เซ่อจินก็ประหลาดใจมาก แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินเรื่องราวของกู้หนิงมาก่อน แต่เขาค่อนข้างยุ่งมากตอนที่คุณหนูซูจัดงานเลี้ยงวันเกิด เขาจึงยังไม่ได้พบกู้หนิงจนกระทั่งตอนนี้

“คุณกู้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ลู่เซ่อจินเอ่ย เขาไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามเพียงเพราะเธอยังเด็ก แต่เขาปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาและชมเชยเธอต่อหน้าคนอื่นๆ “คุณกู้เป็นนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จ โดดเด่นมากจริงๆ!”

“ขอบคุณค่ะ” กู้หนิงยิ้ม เธอไม่ได้หยิ่งทะนงและไม่เห็นแก่ตัว แต่มีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งทำให้ลู่เซ่อจินประทับใจมากขึ้นไปอีก

“ฉันอิจฉากู้ม่านมากที่มีลูกสาวเก่งขนาดนี้ ฉันหวังว่าลูกชายของฉันจะประสบความสำเร็จได้ครึ่งเดียวของกู้หนิงก็ยังดี!” คุณนายฮ่าวเอ่ย

“แม่ แม่ต้องแสดงความไม่ชอบใจต่อลูกชายตัวเองต่อหน้าทุกคนด้วยเหรอ?” ฮ่าวหรันบ่น

“ก็แสดงความสามารถของลูกออกมาสิ แล้วแม่จะไม่ทำอีก” คุณนายฮ่าวเอ่ย

“ช่างเถอะ” ฮ่าวหรันพูดด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

“เอาล่ะๆ  เข้าไปข้างในงานกันเถอะ!” ฮ่าวจ้งหลงเอ่ย และกลุ่มของพวกเขาก็เคลื่อนไปข้างหน้า

ถางหยุนฟ่านแอบตามพวกกู้หนิงไปด้วยตลอดทาง เมื่อเห็นครอบครัวคนอื่นกำลังสุขสันต์ชื่นมื่น ในขณะที่กู้ม่านอยู่ตัวคนเดียวและกู้หนิงก็ไม่มีพ่ออยู่ด้วย หัวใจของถางหยุนฟ่านเจ็บปวด เขาอยากจะวิ่งไปข้างหน้าเพื่อรวมกลุ่มกับพวกเธอ แต่มันเป็นไปไม่ได้ หากอยู่ๆ เขาพรวดพราดเข้าไปก่อนที่ความทรงจำยังไม่กลับมา เขาไม่อยากให้พวกเธอรู้สึกสับสน

เขาไม่อยากให้กู้ม่านต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ลืมเธอไปแล้ว เพราะเธอคงเจ็บปวดลึกๆ ในใจ ในขณะเดียวกันเขาก็กลัวว่าจะไม่สามารถฟื้นความทรงจำกลับคืนมาได้อีก หากเป็นเช่นนั้น เขาคงไม่สามารถทำให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกได้ และนั่นก็ทรมานเขาเหมือนกัน

ดังนั้นถางหยุนฟ่านจึงกำหนดเส้นตายให้ตัวเอง หากเขาล้มเหลวในการฟื้นความทรงจำภายในหนึ่งเดือน เขาจะไปปรากฏตัวต่อหน้ากู้ม่านและกู้หนิงและรับผิดชอบในฐานะสามีและพ่อ

กู้ม่านเองก็รู้สึกเศร้าใจที่ไม่สามารถให้ครอบครัวที่อบอุ่นแก่ลูกสาวได้ กู้หนิงสัมผัสได้ถึงความเศร้าของแม่ ดังนั้นเธอจึงกุมมือแม่เอาไว้

กู้ม่านพลันรู้สึกสบายใจขึ้นมา เธอใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด 18 ปี และตอนนี้ไม่มีความหมายแล้วที่จะคิดถึงเรื่องนี้

หลังจากนั้นสักพัก พวกเขาก็พบอ้ายกวงเหยาและอ้ายยี่

อ้ายกวงเหยายืนอยู่ด้านซ้ายของกู้หนิง และเธอกำลังแนะนำให้เขารู้จักกับกู้ม่าน พวกเขากำลังคุยกันอย่างมีความสุข ถางหยุนฟ่านไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขาจากที่ที่เขาอยู่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงวิกฤตบางอย่าง เพราะพวกเขาดูกลมกลืนกันมาก

ผู้ชายคนนั้นคือใคร? มีความสัมพันธ์อย่างไรกับภรรยาและลูกสาวของเขา?  ถางหยุนฟ่านไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรถ้ากู้ม่านมีผู้ชายที่เธอชอบอยู่แล้ว

แม้ว่าความทรงจำเขาจะยังไม่กลับมา แต่เขารู้ว่ากู้ม่านและกู้หนิงเป็นภรรยาและลูกสาวของเขา และเขาไม่เต็มใจเห็นกู้ม่านอยู่กับผู้ชายคนอื่น อย่างไรก็ตาม ถ้าหากกู้ม่านรู้สึกมีความสุขกับผู้ชายคนนี้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง เพราะเขาหายหน้าไปนานถึง 18 ปี และไม่ได้ดูแลกู้หนิงเลยแม้แต่วันเดียว

 

Chapter 472 เลิ่งเชาถิงเปลี่ยนไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง กู้หนิงก็ได้รับโทรศัพท์จากฉู่เพ่ยหาน ไม่กี่นาทีต่อมา เธอและจางเทียนปิงก็มาร่วมสนุกกับพวกกู้หนิง มีเพียงฉินซีหุน ซูอันย่า และหยูหมิงซีที่ไม่มา

กู้หนิงถ่ายเซลฟี่ตัวเองอยู่ท่ามกลางโคมไฟที่สวยงามและสว่างสดใส และส่งไปให้เลิ่งเชาถิง ในเวลานี้เขากำลังเล่นหมากรุกกับปู่ของเขา เขาตรวจสอบโทรศัพท์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงข้อความใหม่ เขาได้กำหนดเสียงพิเศษสำหรับข้อความและการโทรของกู้หนิง ดังนั้นเขาจะรู้ว่าข้อความนั้นมาจากเธอทันทีที่เขาได้ยินเสียง

เมื่อเลิ่งเชาถิงอ่านข้อความและเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของกู้หนิงในภาพ ริมฝีปากของเขาก็มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นกันซึ่งทำให้นายท่านเลิ่งตกใจ

หลานชายของเขาเรียนรู้วิธียิ้มตั้งแต่ตอนไหน? ต้องเป็นข้อความาจากหนูกู้หนิงแน่นอน

นายท่านเลิ่งสงสัย เขาโนมตัวแอบดูแต่ถูกหลานชายจับได้ เลิ่งเชาถิงเก็บโทรศัพท์กลับคืน “คุณปู่หลบ” เลิ่งเชาถิงพูดเบาๆและส่งสายตาเย็นชาให้ปู่ตัวเอง

“เจ้าเด็กเหลือขอ…” นายท่นเลิ่งหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาไม่อยากให้หลายชายโกรธ มิฉะนั้นเขาคงจะหาใครซักคนไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นแล้ว

“ปู่ไม่อยากเล่นแล้ว” นายท่านเลิ่งหมดความสนุก

“ตามใจ งั้นผมกลับห้องก่อน” เลิ่งเชาถิงรีบยืนขึ้น เขาไม่สนใจเล่นหมากรุกอยู่แล้ว จึงจากไปอย่างไม่ลังเล

“ไอ้หลานคนนี้…” นายท่านเลิ่งหน้ามุ่ย หลานชายเลือกแฟนมากกว่าปู่! อันที่จริงเขาหวังว่าหลานชายของเขาจะมีความสุข

เลิ่งเชาถิงส่งข้อความกลับหากู้หนิงเมื่อเขากลับมาที่ห้อง

เลิ่งเชาถิง: หนิงหนิง นี่ยั่วกันหรอ?

เมื่อกู้หนิงอ่านข้อความของเขา เธอก็ตะลึงไปชั่วขณะ อะไรนะ?

กู้หนิง: ฉันเปล่านะ

เลิ่งเชาถิง: คุณเป็นคนเดียวที่ยั่วผมได้

เมื่ออ่านข้อความ กู้หนิงก็หน้าแดงและตอบว่า: คุณมีอารมณ์?

เลิ่งเชาถิง: ตั้งแต่ที่คุณยั่วผม

เลิ่งเชาถิงตอบอย่างชัดเจน

กู้หนิงหายใจแรง และจู่ๆ ก็สงสัยว่าคนที่ส่งข้อความหาเธอคือเลิ่งเชาถิงจริงๆ หรือเปล่า เพราะเธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาพิมพ์คำเหล่านั้นออกมาจริงๆ

กู้หนิง: คุณใช่เลิ่งเชาถิงรึเปล่า?

เลิ่งเชาถิงเองก็นิ่งไปชั่วครู่เมื่อเขาอ่านข้อความของกู้หนิง ในไม่ช้าก็คิดออกและโทรหาเธอทันที

เมื่อเห็นว่าเลิ่งเชาถิงโทรมา กู้หนิงก็กดรับโดยไม่ลังเล

“หนิงหนิง” เลิ่งเชาถิงเรียกชื่อเธอ

“ฉันสงสัยว่ามีใครบางคนกำลังเล่นโทรศัพท์ของคุณอยู่หรือเปล่า” กู้หนิงเอ่ย เธอยังรู้สึกเขินอายเมื่อนึกถึงข้อความที่เขาส่งมา

“เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะให้คนอื่นเล่นโทรศัพท์ของผมนอกจากคุณ เพราะผมให้คุณได้ทุกอย่าง”

หัวใจของกู้หนิงเต้นแรง “ก็ได้-ก็ได้ ที่นี่เสียงดังเกินไป ไว้ฉันจะโทรกลับหาคุณตอนที่ฉันถึงบ้านแล้วกันนะคะ” หลังจากนั้นกู้หนิงก็วางสาย

แม้ว่าพวกเขาจะนอนด้วยกันแล้ว เธอก็ยังรู้สึกอายที่จะพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้

เลิ่งเชาถิงยิ้มเจื่อนเมื่อสัญญาณถูกตัดไป เขาไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขารู้ว่าเธอกำลังไปเที่ยวกับครอบครัว และเขาก็ไม่มีเจตนาจะรบกวนเธอด้วย

ที่เมือง B โจ เกาเหวินซินและซินเป่ยมีความขัดแย้งอีกครั้งหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เพียงเพราะเจ้าของแผงขายโคมลอยเข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นคู่รักและชักชวนให้พวกเขาซื้อโคม

พวกเขาไม่ชอบกันมากและทั้งคู่ก็โกรธเมื่อคนอื่นคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน

เกาเหวินซินถึงกับพูดด้วยความรังเกียจว่า “เฮ้ ตาของคุณเป็นอะไรไป? พวกเราไม่ใช่แฟนกันสักหน่อย ฉันเกลียดผู้ชายแบบเขา!”

ซินเป่ยก็โต้กลับด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรง “อะไรนะ? ผมไม่คิดว่าคุณจะสามารถตัดสินคนอื่นได้นะ คุณมันหยาบคายและไร้น้ำใจ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กาเหวินซินก็ยิ่งปรี๊ดแตก "คุณพูดว่าไงนะ? ฉันหยาบคายและไร้น้ำใจ? อย่าลืมสิว่าคุณมันผู้ชายเฮงซวย!”

“ผมผู้ชายเฮงซวย?” ซินเป่ยรู้สึกขบขัน เขาคิดว่าเขาควรอยู่ห่างจากเดาเหวินซินจริงๆ เพราะพวกเขามักจะมีความขัดแย้งทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน “เอาล่ะ ผมไม่ต้องการที่จะเถียงกับคุณหรือเล่นเกมโทษกันไปมาแล้ว ผมว่าเราอยู่ห่างกันไว้ดีกว่า” หลังจากนั้นเขาก็ถอยออกไปยืนอยู่ข้างๆ

“เหวินซิน พี่คิดว่าเธอทำเกินไปหน่อย เธอทำตัวไร้มารยาทแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” เกาเหวินจุนตำหนิน้องสาว

“ฉัน...” เกาเหวินซินไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะเธอทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ หลังจากนั้นทุกคนก็ไปดื่มชาที่ร้านใกล้ๆ

“นี่ ฉันขอโทษ พวกเราเลิกทะเลาะกันเถอะ” เกาเหวินซินไตร่ตรองตัวเองและตระหนักว่ามันเป็นความผิดของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ชอบเขา แต่เขาเป็นญาติของเธอ และไม่จำเป็นที่พวกเขาต้องทะเลาะกันทุกครั้ง ดังนั้นเธอจึงชงชาให้ซินเป่ยด้วยตนเองและเอ่ยขอโทษเขา

ซินเป่ยก็ไม่ได้ใจร้าย ดังนั้นเขาจะไม่พูดถึงมันอีกตราบใดที่เธอไม่พูด ในเมื่อเกาเหวินซินตั้งใจขอโทษเขาด้วยตัวเธอเอง เขายอมรับคำขอโทษและดื่มชาที่เธอรินให้เขา ซึ่งเป็นสัญญาณของการปรองดอง

พวกเขาไม่ได้ออกไปเที่ยวกันนานและกลับบ้านเมื่อเวลาเกือบห้าทุ่ม

ซินเฉินขับรถไปส่งเกาเหวินจุนและเกาเหวินซินกลับบ้าน ก่อนที่เขาจะกลับไปที่บ้านของตระกูลซินกับซินเป่ย เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว เกาเหวินจุนก็ถามน้องสาวว่า “ทำไมเธอถึงเกลียดซินเป่ยมากขนาดนั้น?”

เกาเหวินซินไม่ได้ปิดบังความจริง และเล่าทุกอย่างให้พี่ชายฟัง แต่ละเว้นอุบัติเหตุที่เธอตีเป้าของซินเป่ยบนเครื่องบิน เพราะมันน่าอายจริงๆ

เมื่อได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา เกาเหวินจุนก็โกรธพฤติกรรมของน้องสาว เพราะเธอคือคนที่ควรถูกตำหนิ แต่เธอกลับโทษซินเป่ยสำหรับทุกอย่าง

ซินเฉิยเองก็ถามซินเป่ยว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเกาเหวินซิน ซินเป่าบอกความจริงแต่ละเว้นเหตุการณ์บนเครื่องบิน

“ฉันรู้ว่าปกตินายไม่ใช่คนหยาบคายต่อสาวๆ บางทีนายสองคนอาจเข้ากันไม่ได้ ฉันคิดว่านายควรปล่อยวางเรื่องนี้ไปเถอะ” ซินเฉินไม่ต้องการตำหนิซินเป่ยอีกต่อไป แต่เกลี้ยกล่อมให้เขาปล่อยเรื่องนี้ไปแทน

จบบทที่ ตอนที่ 471 - 472: ใครคือพี่เขยของเธอ?, เลิ่งเชาถิงเปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว