เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 469 -470: ศัตรูมักจะข้ามทับเส้นทางกันและกัน, ใครเฮงซวย?

ตอนที่ 469 -470: ศัตรูมักจะข้ามทับเส้นทางกันและกัน, ใครเฮงซวย?

ตอนที่ 469 -470: ศัตรูมักจะข้ามทับเส้นทางกันและกัน, ใครเฮงซวย?


ตอนที่ 469 ศัตรูมักจะข้ามทับเส้นทางกันและกัน

 

“อะไรจะเกิดก็เกิด” กู้หนิงเอ่ย อนาคตไม่อาจคาดเดาได้ต่อให้มีแผนการมากมายนับพัน ดังนั้นการปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้และเติบโตไปกับมันนั้นดีสุด

 ถึงแม้หยูหมิงซีจะไม่รับรู้ว่ามู่เค่อชอบตนเอง แต่เธอรู้สึกอึดอัดและเขินอายยามที่ต้องอยู่ตามลำพังกับเขา มู่เค่อเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและมารยาทดี หากบอกว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเลยก็เป็นการโกหก แต่เธอรู้ดีว่าระหว่างพวกเขามีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่ เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่คิดวาดฝันตัวเธอกับเขาในอนาคต

 ระหว่างทาง ทั้งสองคนแทบไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อมาถึงบ้าน มู่เค่อก็เดินไปส่งเธอถึงหน้าบันไดบ้าน

 “ขอบคุณนะ” หยูหมิงซีเอ่ย

 “อื้ม ฝันดีนะ” มู่เค่อพูดเบาๆ

 หัวใจของหยูหมิงซีเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่งเมื่อมู่เค่อบอกฝันดีเธอ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายพูดกับเธอแบบนี้

 “ฝันดีนะ” หยูหมิงซีตอบก่อนเดินขึ้นบันไดไป

 มู่เค่อยังไม่กลับไปจนกว่าหยูหมิงซีจะเดินหายเข้าไปในประตูบ้าน

 เมื่อกู้หนิงกลับมาถึงบ้าน กู้ม่านยังไม่นอน เพียงแค่มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าแม่อารมณ์ไม่ดี

 “แม่คะ เกิดอะไรขึ้นคะ?” กู้หนิงถามด้วยความเป็นห่วง

 กู้ม่านจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับกู้เซียวเซียวให้กู้หนิงฟัง 

กู้หนิงรู้อยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่แปลกใจ แต่ก็ประหลาดใจที่กู้ฉินเซียงโทรหาแม่ของเธอจริงๆและอยากให้ตระกูลฮ่าวช่วยกู้เซียวเซียวไม่ให้ติดคุกซึ่งนั่นมันบ้ามาก

 “อย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ เราอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องผิดกฎหมายด้วยเลย กู้เซียวเซียวสมควรได้รับแล้ว” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่ได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ให้แม่ฟังเพราะเธอคิดว่าไม่จำเป็นและเธอเองก็ไม่ใส่ใจด้วย

 สักพักโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้น คนที่โทรเข้ามาคือเลิ่งเชาถิง ตอนนี้เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เขาโทรมาอวยพรเทศกาลโคมไฟ เนื่องจากว่ากู้ม่านยังไม่เข้านอน กู้หนิงจึงไม่ได้คุยกับเขานานนัก เธอไม่อยากให้แม่สงสัย

 เช้าวันต่อมาเป็นวันเทศกาลโคมไฟ

 ที่บ้านตระกูลเลิ่งในเมืองหลวง

 นายท่านเลิ่งตื่นแต่เช้าตรู่และรู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉง นี่ต้องเป็นผลจากยาที่เขากินเมื่อวานนี้ นายท่านเลิ่งถึงกับเอ่ยปากชมกู้หนิงต่อหน้าเลิ่งเชาถิงซึ่งทำให้เขาพึงพอใจมาก

หลังจากนั้นเลิ่งเชาถิงก็โทรหานายท่านเจียง เขาแทบรอไม่ไหวที่จะได้พูดอวดต่อหน้าเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ แต่เขาไม่ได้บอกว่ายานี้ได้มาจากกู้หนิง เขาเพียงแต่บอกว่าเขาได้ยาวิเศษมาและมันดีต่อสุขภาพมาก

 นายท่านเจียงเป็นกังวล “เลิ่ง แกแน่ใจนะว่ายาปลอดภัยจริงๆ? มันฟังดูน่าเหลือเชื่อเกินไป!” นายท่านเจียงไม่ต้องการให้เพื่อนถูกหลอก

 “ปลอดภัยแน่นอนหายห่วง ฉันไม่ได้โง่นะ” นายท่านเลิ่งเถียง “ฉันรู้สึกสบายดี จริงๆ ฉันเคยรู้สึกเหนื่อยหลังจากเดินเพียงสิบนาที แต่เมื่อเช้านี้ฉันเดินครึ่งชั่วโมงในสวน ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลย!”

 “จริงๆหรือ?” นายท่านเจียงสงสัยแต่ก็ยังอยากรู้ เขาไม่เคยได้ยินว่ามียาวิเศษมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่เชื่อ ในขณะเดียวกันเขาก็รู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาจึงค่อนข้างสงสัยใคร่รู้

 “ฉันจะหลอกแกไปทำไม?” นายท่านเลิ่งเอ่ย เขาหัวเสียนิดหน่อยและผิดหวังที่อวดเพื่อนไม่สำเร็จ หนำซ้ำเพื่อนยังคิดว่านี่ผิดปกติอีกด้วย “ช่างเถอะ ลืมมันซะ” หลังจากนั้นเขาก็วางสาย

 ตอนแรกนายท่านเลิ่งคิดจะโทรหานายท่านซู่ แต่ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะอารมณ์ของเขาถูกนายท่านเจียงทำลายลงเรียบร้อยแล้ว

 แม้แต่ครอบครัวของเขาเองก็ยังสงสัยว่าทำไมเขาถึงได้แข็งแรงกระฉับกระเฉงขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ไม่มีใครรู้เหตุผลเพราะเขาไม่บอก

 ที่เมือง F กู้หนิงไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อกับกู้ชิงและกู้ม่านในตอนเช้า

 พวกเขาใช้เวลาช่วงเทศกาลปีใหม่ที่บ้านกู้ม่านแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะใช้เวลาช่วงเทศกาลโคมไฟที่บ้านกู้ชิง

 เมื่อพวกเธอเดินออกมา กู้หนิงรู้สึกว่ามีใครบางคนแอบมองพวกเธออยู่ และเธอรู้ว่าใครที่แอบมอง เขายังอยู่ที่นี่? ไม่ได้กลับบ้านไปเทศกาลโคมไฟ? กู้หนิงคิดในใจ ทันใดนั้นกู้หนิงก็รู้สึกเสียใจ เธออยากชวนเขามาร่วมฉลองเทศากาลโคมไฟด้วยแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

 ที่บ้านกู้ฉินเซียง นี่เป็นเทศกาลโคมไฟที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเขาเคยมีเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับกู้เซียวเซียว กู้ฉินเซียงหันไปหาทนายขอคำแนะนำเกี่ยวกับคดีในเช้าวันนี้  แต่คำตอบของทนายความคือกู้เซียวเซียวจะถูกตัดสินจำคุกตราบใดที่ครอบครัวเฉินไม่เต็มใจไกล่เกลี่ยนอกศาล กู้เซียวเซียวจะถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อยสามปีตามความรุนแรงของอุบัติเหตุ

 เมื่อได้ยินคำตอบ กู้ฉินเซียงก็รู้ว่าไม่มีความหวัง แต่เขาก็ยังพยายามทำอย่างสุดความสามารถแม้จะมีความหวังริบหรี่

 ครอบครัวของเกาเหวินซินไปที่บ้านของป้าของเธอวันนี้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟด้วยกัน

 ขณะที่เธอเดินเข้าไปในบ้าน เธอก็ชะงักกึกเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งที่โซฟา

 ซินเป่ย! ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?

ซินเป่ยบอกว่าเขาจะไปเยี่ยมลุงของเขา แต่เขามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่  หรือว่า...ลุงของเธอก็คือลุงของเขาด้วยเหมือนกัน! พระเจ้า! เป็นไปไม่ได้!

 เกาเหวินซินเกือบเป็นบ้าโดยเฉพาะเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานบนเครื่องบิน เธออยากจะวิ่งเสียเดียวนี้

 ซินเป่ยเองก็ชะงักไปเหมือนกันตอนที่เกาเหวินซินเดินเข้ามา คาดไม่ถึงว่าเธอเป็นลูกสาวของน้องชายคุณป้าของเขา เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินเมื่อวานนี้ ซินเป่ยก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เขาเบือนหน้าหนี แสร้งทำเป็นไม่รูจักเธอ

 “เหวินจุน เหวินซิน เข้ามาๆ ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉัน ซินเป่ย!” ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี ยืนอยู่ข้างซินเป่ยพูดกับเกาเหวินจุนและเกาเหวินซิน แล้วหันไปหาซินเป่ย “สองคนนี้ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเหมือนกัน เกาเหวินจุนและเกาเหวินซิน”

 ผู้ชายที่แนะนำพวกเขาให้รู้จักกันชื่อ ซินเฉิน เขาเป็นลูกชายของลุงของซินเป่ย

 “ยินดีที่ได้รู้จักครับ!”

 “ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน!”

 ซินเป่ยทักทายเกาเหวินจุน แต่ไม่สนใจเกาเหวินซิน โชคดีที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

 “พี่เฉิน พี่สะใภ้อยู่ไหน?” เกาเหวินซินไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้แม้แต่วินาทีเดียว ดังนั้นเธอจึงถามถึงภรรยาของลูกพี่ลูกน้อง

 “อ๋อ อยู่ข้างบนกับเด็กๆน่ะ

 “โอเค ฉันขึ้นไปหาพี่สะใภ้นะ” พูดจบ เกาเหวินซินก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง

 ซินเฉินและเกาเหวินจุนรู้สึกว่าเกาเหวินซินแปลกไปในวันนี้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พวกผู้ชายนั่งที่ชั้นล่างพูดคุยกัน

 

ตอนที่ 470 ใครเฮงซวย?

 

ซินเฉินทำงานด้านการเมือง ซินเป่ยรับใช้กองทัพ และเกาเหวินจุนเป็นตำรวจ ในหมู่พวกเขา ซินเป่ยประสบความสำเร็จที่สุด แต่ตัวตนของเขาที่รับรู้โดยทั่วกันเป็นเพียงผู้พัน มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเขาเป็นสมาชิกของทีมเรดเฟรม เพราะมันเป็นความลับอย่างสูง

 เกาเหวินจุนเคยได้ยินเกี่ยวกับซินเป่ยจากซินเฉินแล้ว และเขาชื่นชมซินเป่ยมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน

 “ซินเป่ย ฉันคิดว่านายโตพอที่จะมีแฟนได้แล้ว นายคิดยังไงกับเหวินซิน?” อยู่ๆซินเฉินก็พูดกับซินเป่ย อันที่จริงซินเฉินมีความตั้งใจที่จะแนะนำซินเป่ยให้กับเกาเหวินซิน ประจวบเหมาะกับวันนี้เป็นเทศกาลโคมไฟพอดี

 ในสายตาของซินเฉิน ซินเป่ยเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ และเกาเหวินซินก็เป็นหญิงสาวที่ดีเช่นกัน พวกเขาจะต้องเข้ากันได้ดีมาก! แน่นอนว่าซินเฉินทำได้เพียงแค่แนะนำพวกเขาให้รู้จักกันเท่านั้น และมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าจะคบกันหรือไม่

 ซินเป่ยมึนงงอยู่ครู่หนึ่งและมีอารมณ์ที่หลากหลายยากจะอธิบาย เมื่อเผชิญหน้ากับเกาเหวินวิน เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ เขาไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่ได้เกลียดเธอ และไม่คิดว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

 “พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมคิดว่าจะมีแฟนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” ซินเป่ยไม่ได้ปฏิเสธตรงๆแต่ก็ไม่ตอบตกลงเช่นกัน

 ในเมื่อซินเป่ยพูดอย่างนั้น ซินเฉินไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม แต่เกาเหวินจุนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาหวังว่าน้องสาวของเขาจะได้ลงเอยกับซินเป่ย อย่างไรก็ตามเกาเหวินจุนก็คิดว่าพวกเขาเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก และมันก็ยากที่จะบอกได้ในช่วงแรก ในขณะเดียวกันเกาเหวินจุนก็ได้วางแผนที่จะชวนพวกเขามาสนุกด้วยกันหลังอาหารเย็น เพื่อที่ซินเป่ยจะมีโอกาสได้พบปะกับเกาเหวินซินมากขึ้น

 สิ่งที่เกาเหวินจุนไม่รู้ก็คือซินเป่ยและเกาเหวินซินเคยพบกันหลายครั้งแล้ว

 เกาเหวินซินพยายามหลีกเลี่ยงซินเป่ย ดังนั้นเธอจึงไปหาภรรยาของลูกพี่ลูกน้องของเธอ โดยไม่คาดคิด ภรรยาของลูกพี่ลูกน้องของเธอ เฉียวเหว่ยได้ลงไปชั้นล่างแล้ว ดังนั้นเกาเหวินซินจึงต้องกลับไปที่ห้องนั่งเล่น สิ่งที่แย่กว่านั้นคือเฉียวเหว่ยนั่งอยู่กับพวกผู้ชาย

 “เหวินซิน มานี่สิ!” เฉียวเว่ยเอ่ย

 เพื่อไม่ให้คนอื่นค้นพบสิ่งผิดปกติ เกาเหวินซินจึงบังคับตัวเองให้เข้าไปนั่งกับพวกเขา และเล่นกับเด็กอายุ 2 ขวบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่สบตาซินเป่ย  ซินเป่ยยังหันหลังให้เกาเหวินซิน พูดคุยกับเกาเหวินจุนและซินเป่ยต่อไป

ในสายตาของคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ชอบอีกฝ่าย ถึงกระนั้นเกาเหวินจุนก็ยังต้องการที่จะดำเนินการตามแผนของเขาสำหรับคืนนี้

 หลังอาหารเย็น เกาเหวินซินคิดว่าในที่สุดเธอก็สามารถออกไปได้ แต่พี่ชายตัวดีของเธอเสนอให้ไปเดินเล่นชื่นชมโคมไฟด้วยกัน

 “ฉันไม่ไปได้ไหม?” เกาเหวินซินถาม เธอไม่อยากใช้สักนาทีเดียวร่วมกับซินเป่ย อย่างไรก็ตาม ซินเป่ยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเกาเหวินซินปฏิเสธที่จะออกไปกับเขา

 “เธอชอบเดินเล่นงานเทศกาลจะตายไป? ทำไมไม่ไปล่ะ?” เกาเหวินจุนขมวดคิ้ว

 “เหวินซิน ออกไปเที่ยวสนุกกับพี่ๆเขาเถอะ กลับบ้านไปลูกก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่” ถางหยุนหรงเอ่ย

 “เหวินซิน ฉันก็จะไปด้วยนะ เธอจะได้ไม่เป็นผู้หญิงคนเดียวไงล่ะ” เฉียวเหว่ยคิดว่าเกาเหวินซินอาจจะเขินที่ไปตามลำพังกับพวกผู้ชาย

 เกาเหวินซินกำลังจะอ้าปาก แต่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธพวกเขาอย่างไร เพราะมันคงจะแปลกมากหากเธอยืนกรานจะไม่ไปกับพวกเขา

 “ก็ได้ ไปกันเถอะ” เกาเหวินซินยอมไปในที่สุด

 เมื่อเห็นเกาเหวินซินไม่เต็มใจ ซินเป่ยก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร ซินเฉินเป็นคนขับรถ เฉียวเหว่ยนั่งด้านหน้าคู่คนขับ ในขณะที่ซินเป่ยและเกาเหวินซินนั่งข้างหลังโดยมีเกาเหวินจุนนั่งอยู่ตรงกลาง

 ระหว่างทาง เกาเหวินซินไม่ปริปากพูดซึ่งไม่ใช่สไตล์ของเธอเลย ดังนั้นคนอื่นๆ ในรถจึงรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าซินเป่ยเป็นสาเหตุ

 “เหวินซิน เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? วันนี้เธอไม่คุยกับพวกเราเลย ผิดปกติมาก” ซินเฉินกล่าว

 “ไม่มีอะไรจะพูด” เกาเหวินซินเอ่ย “อย่าสนใจฉันเลยน่า ขอร้อง”

 ซินเฉินไม่สนใจคำพูดของเธอ “พี่ได้ยินมาว่าเธอไปเมืองหลวงมาเหรอ?”

 “ใช่” เกาเหวินซินตอบ

 “สนุกไหม?” ซินเฉินถาม

 เกาเหวินซินหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนพูดว่า “ก็สนุกตอนที่มีความสุข ตอนไม่มีความสุขก็ไม่สนุก”

 เกาเหวินซินจงใจเน้นคำพูดเมื่อเธอบอกว่าเธอไม่สนุกเมื่อเธอไม่มีความสุข เธอจงใจพูดกระทบซินเป่ย ซินเป่ยรู้สึกเคืองเล็กน้อยเพราะเธอไม่ใช่คนเดียวที่ไม่มีความสุข

 เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรก เธอสาดกาแฟใส่หน้าเขาและบอกคนอื่นว่าเขาเป็นผู้ชาเฮงซวย พบกันครั้งที่สอง เธอก็ตีเขาด้วยไม้คิว  พบกันครั้งที่สาม เธอก็ทำกาแฟหกใส่เขาอีกครั้งและยังทำให้น้องชายของเขาเจ็บอีกด้วย! ซินเป่ยคิดว่าเขาต่างหากที่ไม่มีความสุข

 “อ้อ แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ?”เฉียวเหว่ยถาม

 “ฉันเจอผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง” อยู่ๆเกาเหวินซินก็โพล่งออกมา เธอรีบเอามืออุดปาก ตกใจที่เผลอพูดออกไป

 “ผู้ชายเฮงซวย?” ซินเป่ยทนไม่ไหวอีกแล้ว หันควับไปมองเกาเหวินซิน

 คนอื่นๆ ในรถตระหนักได้ในทันทีว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนที่คนอื่นไม่รู้

 “ฉันผิดงั้นเหรอ? ฉันบังเอิญตีเขาแค่ครั้งเดียว และเขาจงใจกระแทกฉัน!” เกาเหวินซินกล่าว

 ซินเป่ยรู้สึกขบขันและถามว่า “งั้นเหรอ? แล้วใครกันที่สาดกาแฟใส่หน้าผมทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย และใครกันที่ใช้ไม้คิวตีผมโดยตั้งใจ? เมื่อวานใครเทกาแฟใส่ผมอีกแล้ว แถมยังทำ…” ซินเป่ยหยุดกะทันหัน เพราะเขารู้สึกอายที่จะพูดแบบนั้นในที่สาธารณะ “ก็ได้ ผมรู้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิดตอนที่เราพบกันครั้งแรก แต่หลังจากนั้นล่ะ?”

“คุณ...” เกาเหวินซินเถียงไม่ออก

 เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าทั้งสองเคยพบกันมาก่อนและมีเรื่องขัดแย้งกันหลายเรื่อง

จบบทที่ ตอนที่ 469 -470: ศัตรูมักจะข้ามทับเส้นทางกันและกัน, ใครเฮงซวย?

คัดลอกลิงก์แล้ว