เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 467 - 468: จับเธอเข้าคุก, เลือดเย็น?

ตอนที่ 467 - 468: จับเธอเข้าคุก, เลือดเย็น?

ตอนที่ 467 - 468: จับเธอเข้าคุก, เลือดเย็น?


Chapter 467 จับเธอเข้าคุก

 

“ใช่! เธอทำให้พวกเราเข้าใจผิดผู้หญิงอีกคน!”

 กู้เซียวเซียวหงุดหงิด แต่ไม่รู้ว่าจะเถียงกลับอย่างไร

 “จื่อเหยา ไปกันเถอะ!” ฉินเจิ้งกุมมือเฉินจื่อเหยาเดินหนีไป

 ตั้งแต่ต้นจนจบเฉินจื่อเหยาไม่ได้พูดอะไรสักคำเพราะเธออยากเห็นท่าทีของเขาว่าเขาอยากปกป้องเธอหรือไม่

“ไปไม่ได้นะ!” กู้เซียวเซียวดึงฉินเจิ้งกลับมา เธอทำตัวเองขายหน้าต่อคนมากมายแล้ว เธอจะยอมแพ้ไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องการให้คนสารเลวสองคนนี้ขอโทษเธอ

 

ขณะที่มือของกู้เซียวเซียวสัมผัสมือของฉินเจิ้ง เขาก็สะบัดเธอออกอย่างแรงจนล้มลงพื้น และเดินจากไปทันที

 พวกกู้หนิงเข้าไปในบาร์หลังจากที่เหตุการณ์ดราม่าจบลง กู้หนิงไม่คิดจะหัวเราะเยาะซ้ำเติมกู้เซียวเซียว แต่ฉู่เพ่ยหานนั้นคันปากยิกๆ อยากจะสมหน้าน้ำหน้า แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะกู้หนิงไม่ได้มีทีท่าสนใจ

 พวกเขาเดินเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัว ดื่มแอลกอฮอล์ พูดคุย และฟังเพลงไปด้วย

 มู่เค่อรินน้ำหนึ่งแก้วให้หยูหมิงซีซึ่งดึงดูดความสนใจของทุกคน เขารีบอธิบายทันทีว่า “หมิงซีดื่มเหล้าไม่เก่ง ฉันเลยคิดว่าให้เธอดื่มน้ำเปล่าดีกว่า”

 หยูหมิงซีไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ

 “ฉันก็ดื่มไม่เก่งเหมือนกันนะ” ฉู่เพ่ยหานพูดพลางส่งสายตาล้อเลียนมู่เค่อ

 “เดี๋ยวฉันรินน้ำให้เธอนะ” มู่เค่อเอ่ยและกำลังจะรินน้ำแต่ถูกฉู่เพ่ยหานหยุดไว้ก่อน “ไม่เป็นไร ฉันไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าตอนที่ยังมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย มันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวน่ะ”

 วินาทีนั้นทุกคนก็เริ่มตระหนักรับรู้ว่ามู่เค่อปฏิบัติต่อหยูหมิงซีต่างเพื่อนจากคนอื่น อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าหยูหมิงซีไม่รู้เรื่องอะไรเลย ดังนั้นพวกเขาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่อยากก่อปัญหาโดยไม่จำเป็น

 “อ้อ หมิงซี ลุงกับป้าของเธอยังถูกคุกคามอยู่ไหม?” กู้หนิงถาม

 มู่เค่อก็มองหยูหมิงซีด้วยความเป็นห่วง

 “สองครั้งน่ะ แต่พวกเราโทรเรียกตำรวจแล้ว จากนั้นพวกเขาก็หายตัวไปเลย”

 “ดีแล้วล่ะ” กู้หนิงเอ่ย

 เวลาผ่านไปสักพัก ฮ่าวหรันก็เช็คโทรศัพท์และอุทานด้วยความประหลาดใจว่า “อะไรวะเนี่ย?”

 “มีอะไร?” คนอื่นๆ สงสัย

 “อ่านนี่สิ!” ฮ่าวหรันยกโทรศัพท์ให้เพื่อนๆ ดู

 เด็กหนุ่มและเด็กสาวสองคนทะเลาะกันในที่สาธารณะเพราะความหึงหวง เด็กสาวคนหนึ่งถูกเด็กสาวอีกคนผลักไปกลางถนนและถูกรถชน (ภาพแนบ)

 รูปภาพแสดงภาพที่ห่างไปสองเมตร มีเด็กสาวในชุดสีขาวนอนอยู่หน้ารถ ครึ่งหนึ่งของใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด และมีความเป็นไปได้สูงที่ใบหน้าของเธอจะได้รับความเสียหาย เด็กสาวคนนั้นคือเฉินจื่อเหยา

 คนที่ผลักเฉินจื่อเหยาไปกลางถนนคงเป็นกู้เซียวเซียวอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกคนตกใจที่กู้เซียวเซียวทำแบบนั้น ส่วนเฉินจื่อเหยาไม่มีใครรู้สึกเสียใจไปกับเธอ เพราะไม่มีใครชอบเธอ

 “ฉันว่าครั้งนี้กู้เซียวเซียวเข้าคุกจริงแท้แหงแก๋” ฉู่เพ่ยหานเอ่ย น้ำเสียงไม่มีความเห็นใจ อันที่จริงสิ่งที่กู้เซียวเซียวทำกับกู้หนิงครั้งก่อนก็มากพอส่งตัวเธอเข้าคุก

 “เธอขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ” ฮ่าวหรันเอ่ย

 จากนั้นพวกเขาไม่สนใจข่าวอีกและกลับไปดื่มและพูดคุยกันต่อ

กู้เซียวเซียวเป็นคนเห็นแก่ตัว โหดร้ายและชั่วร้าย ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจผลที่จะตามมา คิดแต่จะทำให้คนที่ตัวเองเกลียดย่อยยับพังพินาศ

 หลังจากเกิดอุบัติเหตุก็มีคนในเหตุการณ์โทรเรียกตำรวจและรถพยาบาล

 รถพยาบาลและตำรวจมาถึงเกือบพร้อมกัน เฉินจื่อเหยาและฉินเจิ้งถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล ในขณะที่กู้เซียวเซียวถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ จากนั้นตำรวจและโรงพยาบาลก็โทรเรียกพ่อแม่ของกู้เซียวเซียวและเฉินจื่อเหยา

 หลังจากได้รับทราบข่าวร้าย พ่อแม่ของเฉินจื่อเหยาก็มาที่โรงพยาบาล ส่วนพ่อแม่ของกู้เซียวเซียวก็มาที่สถานีตำรวจ

 ฉินเจิ้งอารมณ์แปรปรวน ไม่ใช่เพราะเฉินจื่อเหยา แต่เพราะเขากังวลว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะส่งผลต่อตัวเองหรือไม่

 เมื่อรถพยาบาลมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เฉินจื่อเหยาก็ถูกพาเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แม้ว่าการผ่าตัดจำเป็นต้องมีลายเซ็นพ่อแม่ของเธอเพื่อยินยอมให้ทำการผ่าตัด แต่เฉินหลางเว่ย พ่อของเฉินจื่อเหยาบอกให้พวกเขาทำการผ่าตัดทันที เพราะเขาไม่แน่ใจว่าลูกสาวจะทนได้จนกว่าพวกเขาจะมาถึง พ่อของเฉินจื่อเหยาเป็นบุคคลสำคัญ ดังนั้นโรงพยาบาลจึงทำการผ่าตัดทันที

 หลังจากที่พ่อแม่ของเฉินจื่อเหยาทราบเรื่องราวทั้งหมดของอุบัติเหตุ พวกเขาโกรธมากจนเกือบจะต่อยฉินเจิ้ง ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเจิ้ง กู้เซียวเซียวก็คงไม่ผลักเฉินจื่อเหยาไปกลางถนน อย่างไรก็ตาม พ่อของฉินเจิ้งเป็นรองผู้อำนวยการการท่องเที่ยว ดังนั้นพ่อแม่ของเฉินจื่อเหยาจึงไม่กล้าทำร้ายเขา ส่วนกู้เซียวเซียว พวกเขาต้องการให้เธอรับโทษอย่างถึงที่สุดแม้ว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกู้ฉินเซียงก็ตาม

 กู้ฉินเซียง หลินหลี่หยวน และกู้ฉิงหยุนก็มาถึงสถานีตำรวจในเวลาต่อมา หลังจากรับทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็โมโหกับพฤติกรรมของกู้เซียวเซียว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพยายามทำร้ายผู้หญิงคนอื่น

 กู้เซียวเซียวประสบความสำเร็จในการหนีจากสิ่งที่เธอเคยทำมาก่อน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ลิ้มรสความรู้สึกกลัวจนกว่าเธอจะลงเอยที่สถานีตำรวจ เมื่อเห็นพ่อกับแม่ เธอถึงกับน้ำตาไหล “พ่อคะ แม่คะ ช่วยหนูออกไปด้วย!”

 “ฉินเซียง ทำอะไรสักอย่างสิ! เอาลูกออกมาสิ!” หลินหลี่หยวนรู้เพียงวิธีอวดต่อหน้าญาติๆ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาอย่างไร

 กู้ฉินเซียงเข้าใจว่ากู้เซียวเซียวจะถูกตัดสินจำคุกหลายปีหากเขาไม่สามารถจัดการได้ดี ดังนั้นเขาจึงโทรหาพ่อของเฉินจื่อเหยาเพื่อขอโทษและหารือเรื่องการชดเชย เขาเกือบจะขอร้องพ่อของเฉินจื่อเหยาให้ถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แทนที่จะเป็นการทำร้ายโดยเจตนา หากเป็นแบบนั้นกู้เซียวเซียวจะได้ไม่ติดคุก

 พ่อของเฉินจื่อเหยาพูดว่า “กู้ฉินเซียง ฉันไม่ต้องการเงินชดเชย ลูกสาวของแกจะต้องเข้าคุกสถานเดียว!” พูดจบเขาก็กดวางสาย

 “เป็นไงบ้าง? เขาพูดว่าไง?” หลินหลี่หยวนกระวนกระวายใจ

 

ตอนทที่ 468 เลือดเย็น?

 

“เฉินหลางเว่ยบอกว่าเขาจะเอาลูกสาวเราเข้าคุกให้ได้” กู้ฉินเซียงพูดด้วยความสิ้นหวัง

 “อะไรนะ?” หลินหลี่หยวนตกใจจนเกือบล้ม โชคดีที่กู้ฉิงหยุนยืนอยู่ด้านหลังจึงช่วยประคองเธอไว้ได้ทัน

 “พ่อคะ หนูไม่อยากติดคุก! ช่วยหนูด้วยนะคะ!” กู้เซียวเซียวร้องไห้ด้วยความกลัวเมื่อเธอได้ยินว่าเธออาจจะต้องติดคุก

 “แกไม่อยากเข้าคุก? ทำไมไม่คิดถึงผลที่ตามมาก่อนที่แกจะผลักจื่อเหยาไปกลางถนน?” กู้ฉินซียงตวาดลูกสาว เขาทั้งโกรธและผิดหวังจนเกือบจะตบหน้าลูกสาวแรงๆ

 “แล้วพวกเราควรทำยังไงกันดี? จะปล่อยให้เซียวเซียวติดคุกไม่ได้เด็ดขาดนะ!” หลินหลี่หยวนคร่ำครวญ

 “พวกเราจะทำอะไรได้ล่ะ? เฉินหลางเว่ยไม่ยอมความและมันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุ” กู้ฉินเซียงหมดความอดทน ตอนนี้เขาไม่รู้จะจัดการอย่างไรแล้ว

 “โทรหากู้ม่านสิ เธอรู้จักคุณนายฮ่าวไม่ใช่เหรอ? ตระกูลฮ่าวช่วยเซียวเซียวได้แน่ๆ” หลินหลี่หยวนพลักนึกถึงกู้ม่านขึ้นมาทันที

 แม้ว่ากู้ฉินเซียงไม่คิดว่ากู้ม่านยินดีที่จะช่วยเขา แต่เขาก็ยังโทรหาเธอเพราะไม่มีอะไรอื่นอีกแล้วที่เขาสามารถทำได้

 กู้ม่านคิดว่ากู้ฉินเซียงโทรมายืมเงินเธอ แต่เธอก็ยังรับสายเผื่อว่าเขามีเรื่องอื่นจะพูดกับเธอ

 หลังจากที่รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับกู้เซียวเซียว เธอก็ตกใจเช่นกัน อย่างไรก็ตามเธอได้ปฏิเสธคำขอร้องของกู้ฉินเซียงอย่างไม่ลังเล

 “กู้ม่าน แกต้องเลือดเย็นขนาดนี้เลยเหรอ?” กู้ฉินเซียงโกรธจนแทบเต้นผาง “แกไม่ให้ฉันยืมเงินก็แล้วไปเถอะ แต่แกทนเห็นเซียวเซียวติดคุกได้งั้นเรอะ! เซียวเซียวเป็นหลานแกนะ!”

 ดูเหมือนว่ามันเป็นความผิดของกู้ม่านในสายตาของเขา กู้ม่านไม่พอใจอย่างมากและตะโกนด้วยความโกรธว่า “กู้ฉินเซียง! พี่รู้ไหมว่าครอบครัวของพี่ไร้ยางอายและเห็นแก่ตัวแค่ไหน? เซียวเซียวเป็นคนก่อเรื่อง แกสมควรรับผิดชอบกับสิ่งที่แกทำ! ตอนที่แกขอให้ลูกพี่ลูกน้องของแกพยายามทำร้ายหนิงหนิง ตอนนั้นแกน่าจะติดคุกไปแล้วด้วยซ้ำ! ที่เราไม่ได้แจ้งความก็เป็นเพราะเราเห็นแก่ความเป็นญาติ พี่คิดเรอะว่าตระกูลฮ่าวจะช่วยเหลือคนทำผิด!”

 พูดจบกู้ม่านก็วางสายใส่กู้ฉินเซียง ส่วนกู้ฉินเซียงก็เกือบจะขว้างโทรศัพท์ลงพื้น

 “เป็นยังไงคะ? เธอเห็นด้วยไหม?” แม้ว่าหลินหลี่หยวนพอจะเดาคำตอบได้แล้วจากปฏิกิริยาของสามี ทว่าเธอก็ไม่อยากยอมรับ เธอคิดแต่ว่ากู้ม่านต้องช่วยพวกเธอ

 หลังจากวางสายจากกู้ฉินเซียง กู้ม่านก็เดินไปบอกกู้ชิงและครอบครัวของเธอที่อยู่ห้องติดกันและเล่าสิ่งที่กู้เซียวเซียวทำให้พวกเขาฟัง

 กู้ชิงและเจียงซู่ต่างก็ตกใจไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้หลานสาวนิสัยเสียคนนี้ พวกเขาไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของความขัดแย้งที่ทำให้กู้เซียวเซียวผลักผู้หญิงอีกคนไปกลางถนน แต่กู้เซียวเซียวได้ก่อเหตุทำร้ายคนโดยเจตนา และตราบใดที่พ่อแม่ของเฉินจื่อเหยาไม่ให้อภัยเธอ เธอจะต้องถูกจำคุก

 แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อคนก่อเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กู้เซียวเซียวเคยทำกับกู้หนิงมาก่อน ดังนั้นเมื่อกู้ฉินเซียงโทรหากู้ชิงและเจียงซู่ ทั้งคู่จึงไม่รับสายซึ่งทำให้กู้ฉินเซียงหงุดหงิดมากกว่าเดิม แต่เขาไม่ต้องการยอมแพ้จึงลองโทรหากู้ฉินหยางดู เขาพยายามขอให้กู้ฉินหยางช่วยพูดโน้มน้าวกู้ม่าน กู้ฉินหยางก็ตกใจอย่างมากเช่นกันหลังจากได้ยินข่าว เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธ เพราะกู้เซียวเซียวมีโอกาสยากมาดที่จะรอด และเขาเกลียดคนที่ทำผิดแล้วคิดจะหนีโดยไม่ได้รับโทษ เพราะตัวเขาเองก็เป็นข้าราชการคนหนึ่ง

 หลังจากที่ทราบเรื่องที่กู้เซียวเซียวทำกับกู้หนิงครั้งที่แล้ว เขาก็รู้สึกแย่กับหลานสาวคนนี้ พี่ชายของเขาให้ท้ายลูกจนเสียคน เขาจะต้องอบรมสั่งสอนลูกๆ ของเขาให้ดี อย่าได้ทำตัวเหมือนกู้เซียวเซียว

 กู้ฉินเซียงสบถด่ากู้ฉินหยางแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ท้ายที่สุดเขาจำต้องไปโรงพยาบาลเพื่อของโทษพ่อแม่ของเฉินจื่อเหยาด้วยตัวเอง

 พ่อแม่ของเฉินจื่อเหยายังคงปฏิเสธไม่รับเงินชดเชยใดๆทั้งสิ้น กู้ฉินเซียงมีทางเดียวคือจ้างทนายที่ดีที่สุดที่เขาสามารถจ้างได้เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างที่สามารถช่วยลูกสาวเขาได้

 กู้ฉินหยางโทรหากู้ชิงและเล่าให้ฟังว่ากู้ฉินเซียงโทรหาเขา

 กู้ชิงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “บางทีแกอาจคิดว่าพวกเราเลือดเย็นแต่ที่พวกเราทำไปนั้นก็มีเหตุผล ครั้งก่อนที่พวกเราไม่แจ้งความก็เพราะเห็นแก่ความเป็นน้าหลาน แต่ถ้าเธอยังไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่เธอทำ เธอก็จะไม่มีวันเรียนรู้ ดีแล้วล่ะที่แกโทรหาพี่แทนที่จะโทรหาม่าน ม่านจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาอีกหากแกยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดซ้ำอีก แกก็รู้ว่าตอนนี้กู้หนิงประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าแกเห็นว่าพวกเรายังเป็นครอบครัว ในอนาคตหากแกมีเรื่องเดือดร้อนพวกเราก็จะช่วย”

 “ผมเข้าใจครับ” กู้ฉินหยางเอ่ย เขารู้ดีว่ากู้หนิงมีความสามารถในการกำจัดเขา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำให้เธอรำคาญ นอกจากนี้เขายังรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายกู้ม่านและกู้ชิง แม้ว่าเขาจะเคยดูถูกพวกเธอมาก่อน อีกอย่างกู้หนิงยินดีที่จะให้อภัยพวกเขา กู้ฉินหยางและภรรยาเป็นเพียงข้าราชการทั่วไปที่ไม่มีอำนาจหรือเงินมากนัก

 เฉินจื่อเหยาได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า และขาของเธอก็หักด้วย เธอสามารถทำศัลยกรรมเพื่อซ่อมแซมใบหน้าของเธอได้ แต่เธอจะไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป พ่อแม่ของเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะโยนกู้เซียวเซียวเข้าคุก

 กู้หนิงและเพื่อนของเธอไม่ได้ติดตามข่าว และพวกเขาไม่ได้ออกจากบาร์จนกว่าจะเที่ยงคืน

 “มู่เค่อ รบกวนนายไปส่งหมิงซีที่บ้านทีได้ไหม?” กู้หนิงถาม เธอไม่อยากยุ่งความสัมพันธ์ของคนอื่น แต่ถ้ามีโอกาสเธอก็ยินปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง เผื่อว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ได้

 “ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” มู่เค่อไม่ปฏิเสธ แต่ว่าเขาดูประหม่ามากๆ เพราะเขารู้ว่ากู้หนิงต้องเดาออกแล้วแน่ๆว่าเขารู้สึกอย่างไรกับหยูหมิงซี ส่วนหยูหมิงซีผู้เป็นเป้าหมายกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย เธอตกลงกลับกับมู่เค่อ และพวกเขาก็นั่งแท็กซี่กลับไปด้วยกัน

 เมื่อเห็นมู่เค่อและหยูหมิงซีนั่งแท็กซี่กลับไปแล้ว ฮ่าวหรันก็ยิ้มออกแล้วพูดว่า “บอส เธอสร้างโอกาสให้พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังใช่ไหม?”

 “ฉันไม่คิดว่าหมิงซีจะรู้ความรู้สึกของมู่เค่อที่มีต่อเธอ ฉันหวังว่าพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน” ฉู่เพ่ยหานกล่าว ตอนนี้พวกเขายังเด็กมาก และยังไกลเกินไปที่จะแต่งงานหรือมีครอบครัว ดังนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต หากความสัมพันธ์ของมู่เค่อและหยูหมิงซีไปกันไม่รอด พวกเขาอาจออกจากกลุ่มได้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นคู่รักกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งหลังจากเลิกรากันไป

จบบทที่ ตอนที่ 467 - 468: จับเธอเข้าคุก, เลือดเย็น?

คัดลอกลิงก์แล้ว