เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 465 - 466: ช่วยชีวิตซื่อตู้เย่, กู้เซียวเซียว, ฉินเจิ้งและเฉินจื่อเหยา

ตอนที่ 465 - 466: ช่วยชีวิตซื่อตู้เย่, กู้เซียวเซียว, ฉินเจิ้งและเฉินจื่อเหยา

ตอนที่ 465 - 466: ช่วยชีวิตซื่อตู้เย่, กู้เซียวเซียว, ฉินเจิ้งและเฉินจื่อเหยา 


ตอนที่ 465 ช่วยชีวิตซื่อตู้เย่

 

กู้หนิงรู้สึกประทับใจ ตอนนี้เธอมีครอบครัวที่ห่วงใยเธออย่างแท้จริงแล้ว

 

“แม่คะ ป้าคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะดูแลตัวเองอย่างดี” กู้หนิงเอ่ย

 

เพื่อให้พวกเขามีความสุข กู้หนิงพยายามกินให้มากเท่าที่จะมากได้

 

เมื่อฉู่เพ่ยหานได้ยินมาว่ากู้หนิงกลับมาแล้ว เธอก็ชวนเพื่อนทุกคนมารวมตัวกัน สถานที่นัดพบคือตี่ฮ่าวคลับ

 

กู้หนิงคิดว่าจะมีแค่เพื่อนที่โรงเรียนมา แต่ปรากฏว่ามีซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงด้วย และเพื่อนของเธอที่มามีแต่ฮ่าวหรัน มู่เค่อ และหยูหมิงซี

 

เมื่อกู้หนิงเดินเข้าไปข้างใน ฮ่าวหรันและมู่เค่อกำลังเล่นบิลเลียด ส่วนฉู่เพ่ยหานและหยูหมิงซีกำลังเล่นปาลูกดอก

 

“สวัสดี บอส!”

 

“หนิงหนิง!”

 

เมื่อเห็นกู้หนิงเดินเข้ามา ฮ่าวหรัน มู่เค่อ หยูหมิงซี และฉู่เพ่ยหาน ก็หยุดทักทายเธอ

 

กู้หนิงทักทายพวกเขากลับ จากนั้นเดินไปหาซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟา พวกเขากำลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ “สวัสดีค่ะ คุณซื่อตู้ พี่ซวนเฟิง”

 

ท่าทางง่ายๆ ไม่มีพิธีรองตองมากมายของกู้หนิงทำให้ฉู่ซวนเฟิงประทับใจ  ในสายตาของเขา กู้หนิงแตกต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ ฉู่ซวนเฟิงรู้แล้วว่ากู้หนิงรู้ตัวตนที่แท้จริงของซื่อตู้เย่เพราะซื่อตู้เย่เป็นคนบอกเขา ดังนั้นเขาจึงประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงยังมีท่าทีสบายๆ ยามที่เจอซื่อตู้เย่ มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่กลัวซื่อตู้เย่ แม้แต่เขาเองยังกลัวซื่อตู้เย่ในบางครั้ง สิ่งที่ทำให้ฉู่ซวนเฟิงตกใจยิ่งกว่าคือแฟนของกู้หนิงที่เป็นทายาทตระกูลเลิ่งในเมืองหลวงและยังเป็นนายพลหนุ่มของกองทัพ

 

“สวัสดี กู้หนิง มานี่สิ มานั่งด้วยกัน” ฉู่ซวนเฟิงเอ่ยทักทายเธอ และรินไวน์ให้เธอ

 

ซื่อตู้เย่มองกู้หนิงและบ่นอุบอิบว่า “ผมไม่ได้โทรหา คุณก็ไม่คิดจะโทรมาเลยสินะ คุณแค่ส่งข้อความมาช่วงเทศกาล”

 

ได้ยินเสียงบ่นซื่อตู้เย่ ฉู่ซวนเฟิงและฉู่เพ่ยหานก็ทำหน้าประหลาดใจ บอสของพวกเขาเป็นคนอ่อนไหวง่ายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ช่วงนี้เขาเปลี่ยนไปเยอะมากตั้งแต่ที่ได้พบกู้หนิง

 

ฉู่ซวนเฟิงรู้ว่าซื่อตู้เย่ชอบกู้หนิง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมซื่อตู้เย่ถึงปฏิบัติต่อกู้หนิงต่างออกไป แต่ว่าฉู่เพ่ยหานไม่ทราบเรื่องนี้ ลูกดอกของเธอจึงพลาดเป้าไปเพราะเธอมัวแต่ตะลึง

 

หยูหมิงซีไม่รู้เรื่อง แต่รู้สึกได้ว่าฉู่เพ่ยหานแปลกๆ ไป

 

“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันขี้เกียจน่ะ” กู้หนิงตอบทีเล่นทีจริง

 

ซื่อตู้เย่รู้ว่าเธอตอบแบบขอไปที กระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้

 

“ผมส่งของขวัญปีใหม่ไปให้ แต่คุณไม่มีของขวัญให้ผมเลยหรือ?” ซื่อตู้เย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

ฉู่ซวนเฟิงและฉู่เพ่ยหานประหลาดใจอีกครั้ง บอสของพวกเขาอยากได้ของขวัญตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

กู้หนิงเองก็ประหลาดใจ “คุณออกจะรวย ยังอยากได้ของขวัญจากฉันอีกหรอคะ?”

 

“ใช่” ซื่อตู้เย่ตอบเสียงหนักแน่น

“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันหาของขวัญให้” กู้หนิงเอ่ย ยังไม่ทันที่เขาจะได้ดีใจ กู้หนิงก็พูดต่อว่า “ฉันจะเอาของขวัญมาให้ทุกคนเลยค่ะ!”

 

ซื่อตู้เย่หน้ามุ่ย ถ้ามีของขวัญให้ทุกคนก็ไร้ความหมายน่ะสิ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรเรื่องนี้ได้

 

“พวกเราจะได้ของขวัญด้วยงั้นเหรอ? เป็นอะไรอ่ะ?” ฮ่าวหรันและคนที่อยู่ในห้องมารวมตัวยืนล้อมกู้หนิง พวกเขารู้ว่าของขวัญของกู้หนิงนั้นต้องพิเศษ ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยใคร่รู้

 

กู้หนิงล้วงเอาขวดกระเบื้องยาออกมา มียา 3 เม็ดอยู่ในแต่ละขวด “นี่คือยาที่คุณสมบัติพิเศษมาก ซึ่งสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ และค่อนข้างปลอดภัย”

 

จากนั้นกู้หนิงก็เล่าสรรพคุณตัวยาให้ทุกคนฟัง เพื่อนๆ ของกู้หนิงได้ยินเรื่องยาตัวนี้มาก่อนตอนอยู่ที่บ้านซูอันย่า ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อที่กู้หนิงเล่า

 

ส่วนซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงทำหน้าไม่เชื่อ “จริงหรือ?”

 

 

“จริงๆ ครับ พวกเราเห็นกับตาตัวเอง!”  ฮ่าวหรันชิงพูดก่อนกู้หนิงและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลซูให้พวกเขาฟัง แม้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องลับในหมู่ไฮโซ แต่ใช่ว่าทุกคนจะทราบรายละเอียดเชิงลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉู่ซวนเฟิงที่ไปๆ มาเมือง F

 

หลังจากฟังคำอธิบายของฮ่าวหรัน พวกเขาก็เริ่มเชื่อ แม้จะยังสงสัยอยู่บ้าง พวกเขาก็ยอมรับของขวัญด้วยความพึงพอใจ สำหรับแหล่งที่มาของยา ไม่มีใครถามทั้งๆ ที่ต่างก็อยากรู้เรื่องนี้

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปดื่มและเล่นเกมต่อ

 

ทันใดนั้น จุดสีแดงก็ส่องประกายในดวงตาของกู้หนิง เธอรู้สึกฉงน และยกขาขึ้นเตะอย่างหนักที่โซฟาใกล้ ๆ โซฟาเลื่อนไปด้านข้างภายใต้แรงเตะ และกู้หนิงผลักมันให้ตั้งขึ้นทันที

 

ก่อนที่ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระสุนปืนยิงเข้าที่โซฟาด้วยเสียงอันดัง

 

กู้หนิงมองไปที่มือปืนทันที และมือปืนก็ตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเก็บของและวิ่งหนีไป

 

ฉู่เพ่ยหานและคนอื่นๆ ตกตะลึง ขณะที่ฉู่ซวนเฟิงเดินไปที่ด้านข้างของซื่อตู้เย่อย่างรวดเร็ว ซื่อตู่เย่ยังคงนิ่ง ทว่าภายในนั้นเดือดเหมือนมีลาวากำลังลุกไหม้ หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญก็ไม่มีใครมีอารมณ์ที่จะสนุกสนานต่อ พวกเขาจึงพากันออกจากคลับเฮาส์

 

“ขอบคุณมาก กู้หนิง” ซื่อตู้เย่เอ่ย หากไม่มีเธอ เขาคงถูกฆ่าไปแล้ว

 

ตอนที่ 466 กู้เซียวเซียว, ฉินเจิ้งและเฉินจื่อเหยา 

 

ผู้คนที่อยู่ด้านนอกไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในห้องรับรองส่วนตัว ดังนั้นพวกเขาจึงยังเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในคลับเฮ้าส์

 

หลังจากที่กู้หนิงและเพื่อนของเธอกลับไปแล้ว เหลือเพียงซื่อตู้เย่และฉู่ซวนเฟิงที่ยังอยู่ในห้องรับรองส่วนตัว

 

ซื่อตู้เย่นั่งพิงโซฟา ใบหน้าตึงเครียด เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ดูเหมือนว่ามีคนรอไม่ได้แล้ว” แม้ว่าเขาจะยังไม่มีหลักฐาน แต่คนที่อยู่เบื้องหลังนั้นเขาทราบดี

 

ภายในแก๊งค์ต่างๆ ผู้คนวางแผนร้ายกันยิ่งกว่าในทางการเมือง เมื่อมีความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ ก็อาจมีบางคนที่ต้องตาย นอกจากนี้ยังมีวิธีมากมายที่จะเลี่ยงไม่รับโทษทางกฎหมายแม้ว่าจะฆ่าคนในแก๊งค์ก็ตาม นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนมากถึงกลัวแก๊งค์เพราะว่าแก๊งนั้นกฏหมายไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้

 

“พวกเราควรทำไงต่อ?” ฉู่ซวนเฟิงถาม เขาไม่พอใจเช่นกันเพราะเขารู้ว่าใครเป็นคนวางแผนลอบสังหาร

 

“ทำเป็นอุบัติเหตุแล้วกำจัดเขาซะ” ซื่อตู้เย่สั่ง

 

อันที่จริง ซื่อตู้เย่คิดว่าจะแสร้งทำเป็นตาบอด เนื่องจากบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งแก๊งฉิง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคนๆ นี้วางแผนจะฆ่าเขา เขาจึงไม่ลังเลที่จะฆ่าคนทรยศคนนั้น แม้ว่าเขาจะไม่มีหลักฐาน แต่การฆ่าใครสักคนเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา

 

ฮ่าวหรันและคนอื่นๆ เดินลงไปชั้นล่างด้วยอาการตกใจกลัว ไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของหยูหมิงซี มูเค่อก็ถามเธอด้วยความเป็นห่วงว่า “เธอเป็นอะไรไหม?”

 

“ฉันสบายดี” หยูหมิงซีพยายามฝืนยิ้ม

 

กู้หนิงเหลือบมองหน้ามู่เค่อก่อนเลื่อนไปยังหยูหมิงซี เธอเห็นประกายแววตาในดวงตาของมู่เค่อ แต่หยูหมิงซียังคงราบเรียบ กู้หนิงไม่รู้ว่าหยูหมิงซีต้องการให้มู่เค่อเป็นเพียงเพื่อนหรือคิดพัฒนากลายเป็นแฟน

 

พวกเขายังเด็กด้วยกันทั้งคู่และมิตรภาพของทั้งสองก็เป็นเพื่อนกันมานาน บางทีอาจไม่ง่ายที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เป็นอย่างอื่น

 

เมื่อพวกเขาออกจากคลับเฮ้าส์ พวกเขาก็บังเอิญเจอฉินอี้ฟานที่ห้องโถง ฉินอี้ฟานมีนัดกับเพื่อนและเขามาสายเล็กน้อย เมื่อเห็นกู้หนิง เขาก็ชะงัก และยิ้มเบาๆ ให้เธอ “สวัสดีกู้หนิง ทุกคนด้วย บังเอิญจัง”

 

ฉินอี้ฟานไม่ได้ดูเศร้าหรือสิ้นหวังแล้วเพราะเขาทำใจได้แล้ว แม้จะยังเจ็บอยู่บ้างเมื่อเห็นกู้หนิง แต่เขาก็สงบจิตใจได้รวดเร็ว

 

“สวัสดีค่ะ” กู้หนิงทักทายเขากลับ

 

“กำลังจะกลับบ้านกันเหรอ? ยังไม่ดึกเลยนี่นา” ฉินอี้ฟานเอ่ย

 

“ไม่เชิงค่ะ พวกเรากำลังจะไปร้านอื่น” กู้หนิงตอบ “พวกเราต้องไปแล้ว ขอให้สนุกนะคะ”

 

“อืม บาย” ฉินอี้ฟานเอ่ยและพวกเขาก็แยกย้ายไปตามทางของใครของมัน

 

เมื่อเห็นกู้หนิงเดินจากไปแล้ว ฉินอี้ฟานก็ยิ้มแห้งๆ หัวใจของเขาเจ็บปวดตุบๆ

 

“ยังไม่สี่ทุ่มเลย ไป V5 bar กันเถอะ! ฉันอยากดื่มสงบอารมณ์หน่อย” ฮ่าวหรันเอ่ย

 

ทันใดนั้นทุกคนก็มองไปที่กู้หนิง รอความคิดเห็นจากเธอ

 

“ไปสิ”

 

“เย้! เธอเป็นบอสที่ดีที่สุดเลย” ฉู่เพ่ยหานประจบประแจง

“พวกนายไปเที่ยวกันต่อโดยไม่มีฉันก็ได้นะ” กู้หนิงเอ่ย

 

“ถ้าเธอไม่ไปก็ไม่สนุกน่ะสิ” ฮ่าวหรันเอ่ย

 

“ใช่ๆ” ฉินซีหุนพูดเสริม

 

โดยไม่คาดคิดเมื่อพวกเขาเดินไปถึงทางเข้า V5  พวกเขาก็เห็นละครดราม่า ตัวแสดงมีกู้เซียวเซียว เฉินจื่อเหยา และฉินเจิ้ง

 

กู้เซียวเซียวและเฉินจื่อเหยาผลักกันไปมา ฉินเจิ้งเดินเข้าไปผลักกู้เซียวเซียว “กู้เซียวเซียว พอสักที!”

 

“พอ?” กู้เซียวเซียวโมโหจัด “ฉินเจิ้ง เฉินจื่อเหยา พวกเธอกล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง? คนหนึ่งเป็นแฟนฉัน อีกคนก็เป็นเพื่อนสนิทของฉัน พวกเธอกล้าทำเรื่องลับหลังฉันได้ยังไง!”

 

สิ้นเสียงของกู้เซียวเซียว บรรดาคนมุงก็มองเฉินจื่อเหยาและฉินเจิ้งด้วยสายตารังเกียจ

 

“อะไรนะ? เธอนอนกับแฟนเพื่อนสนิทตัวเอง?”

 

“ว้าว ดราม่าสุดๆ”

 

“พวกผู้ชายมักทำตามแรงกระตุ้นทางเพศของพวกเขา!”

 

“เธอพูดตรงไปไหม!”

 

“ส่วนผู้หญิงก็เป็นนังร่านชอบแย่งแฟนเพื่อน!”

 

“เห็นด้วย”

 

ผู้คนที่อยู่รอบข้างเป็นลูกค้าประจำของไนท์คลับ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนใจที่จะทำตัวสุภาพ

 

เฉินจื่อเหยาไม่เคยถูกทำให้ขายหน้ามาก่อน น้ำตาคลอเบ้า ส่วนฉินเจิ้งยังคงไม่เป็นอะไร

 

"หุบปาก! พวกคุณไม่รู้อะไร หยุดวิจารณ์พวกเราเสียที!“ฉินเจิ้งตะคอกใส่พวกเขาแล้วหันไปหากู้เซียวเซียว”กู้เซียวเซียว เราเลิกกันไปแล้ว ฉันจะอยู่กับใครก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ!”

 

“เลิก? เมื่อไหร่?” กู้เซียวเซียวถาม

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินเจิ้งก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย เขายังไม่ได้บอกเลิกเธอแบบต่อหน้า ตอนที่กู้เซียวเซียวออกจากเมือง F แล้ว  พวกเขาก็ค่อย ๆ ขาดการติดต่อซึ่งกันและกัน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบก็นับว่าพวกเขาเลิกกันแล้ว แต่เมื่อกู้เซียวเซียวพบว่าฉินเจิ้งเป็นแฟนขอเฉินจื่อเหยา เธอไม่สามารถยอมรับได้และรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง นั่นคือสาเหตุของเหตุการณ์วุ่นวายนี้

 

แม้ว่าฉินเจิ้งจะไม่ได้บอกเลิกกู้เซียวเซียวตรงๆ และเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ เขาจึงเอ่ยว่า “กู้เซียวเซียว เราเลิกกันแล้ว นั่นคือเหตุผลที่พวกเราไม่โทรหากันเลย เธอเคยเห็นคู่รักไม่ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือเปล่าล่ะ?”

 

“นาย!” กู้เซียวเซียวโมโหแต่ไม่รู้จะโต้กลับอย่างไร เพราะสิ่งที่ฉินเจิ้งพูดมานั้นถูกต้อง

 

ปฏิกิริยาของเธอถูกบรรดาคนมุงดูจับได้ และพวกเขาก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์เธอ

 

“อ้อ ผู้หญิงสารเลวคือผู้หญิงคนนี้นี่เองสินะ? หน้าไม่อาย กลับมาหาแฟนเก่าทั้งๆที่เลิกกันไปแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 465 - 466: ช่วยชีวิตซื่อตู้เย่, กู้เซียวเซียว, ฉินเจิ้งและเฉินจื่อเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว