- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 459 - 460: ผมเก่งรึเปล่า?, คนเห็นแก่ตัว กู้ฉินเซียง
ตอนที่ 459 - 460: ผมเก่งรึเปล่า?, คนเห็นแก่ตัว กู้ฉินเซียง
ตอนที่ 459 - 460: ผมเก่งรึเปล่า?, คนเห็นแก่ตัว กู้ฉินเซียง
ตอนที่ 459 ผมเก่งรึเปล่า?
ส่วนผสมคือ acetaminophen, amantadine hydrochloride, caffeine, artificial bezoar, chlorpheniramine maleate และตอนนี้เพิ่มผงคริสตัลเข้าไป
อัตราสัดส่วนผสมผงคริสตัลต่อวัตถุดิบชนิดอื่นคือ 1 ต่อ 10 ถ้าวัตถุดิบอื่นหนักหนึ่งกิโลกรัม ผงคริสตัลจะหนักประมาณหนึ่งร้อยกรัม
หลายชั่วโมงต่อโมง ยาก็เตรียมพร้อมเรียบร้อย การทดสอบครั้งที่สองยังไม่มีอะไรแตกต่างจากการทดสอบครั้งแรก แต่ประสิทธิภาพที่ได้ค่อนข้างยอดเยี่ยม
พนักงานที่บังเอิญเป็นหวัด เนื่องจากพวกเขาได้ทดสอบแล้วสองครั้ง และมันไม่เป็นอันตราย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทดสอบยาด้วยตัวเอง เมื่อยาเข้าไปในปากของเขา เขารู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ภายในสามนาที เขารู้สึกดีขึ้นมาก สัดส่วนของผลึกพลังในยาตัวนี้มีไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ผลของยาก็น่าทึ่งมากพอแล้ว
สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง กู้หนิงตัดสินใจผลิต มาส์กหน้า ครีม โลชั่น เซรั่ม และอื่นๆ ส่วนผสมคือ 2 ต่อ 10
กู้หนิงพูดคุยกับหนิงชางไค่อยู่สักพักและบอกเขาให้จัดการเรื่องร้านและการตกแต่งร้านให้เร็วที่สุด
หลังจากนั้นกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็กลับออกไป
เกือบห้าโมงเย็น กู้หนิงโทรหาเกาเหวินซินและชวนเธอมาทานข้าวด้วยกัน
กู้หนิงยุ่งตลอดทั้งวันเลยทำให้เลิ่งเชาถิงไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอตามลำพังมากนัก ตอนเย็นเกาเหวินซินก็ยังมาทานข้าวด้วย ทำให้เวลาที่อยู่ตามลำพังของพวกเขาน้อยลงไปอีก เลิ่งเชาถิงหน้าบึ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร
กู้หนิงเข้าใจว่าเขาอยากอยู่กับเธอตามลำพัง แต่เธอไม่สามารถทิ้งเกาเหวินซินในโรงแรมคนเดียวได้
ถางหยุนฟ่านอยู่ที่เมือง D แค่สองวัน เขาได้ไปมหาวิทยาลัยที่กู้ม่านเคยเรียนและสถานที่ที่เขาประสบอุบัติเหตุ แต่เขาก็ยังจำอะไรไม่ได้เลย ถางหยุนฟ่านเริ่มหมดความอดทน
เพื่อที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม ถางหยุนฟ่านจึงบินไปเมือง F และไปที่กาเม่ยบิวตี้ เขาสวมหน้ากากและหลบอยู่ที่มุม สอดส่ายสายตาหากู้ม่าน
ราว ๆ ห้าโมงครึ่ง กู้ม่านก็เลิกงาน วันนี้กู้ชิงไม่มา เธอเลยต้องกลับบ้านคนเดียว
หลังเทศกาลปีใหม่ อากาศเริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้วและวันนี้ก็มีแดดออก กู้ม่านสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาล แต่งหน้าบางเบา รวบผมมัดหลวมๆ เธอดูสวยมาก
เมื่อถางหยุนฟ่านที่ซ่อนอยู่ที่มุมเห็นกู้ม่านออกมาจากร้าน เขาก็ตกตะลึงและรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่แปลกประหลาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขายังจำอะไรไม่ได้เลย
กู้ม่านไม่ขับรถและเกาอี้และเฉียวหยาก็ไม่ได้มาด้วย เธอจึงนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ถางหยุนฟ่านขับรถตามเธอมาจนถึงเฟิ่งหัวแมนชั่น
เมื่อลงจากแท็กซี่ กู้ม่านก็เดินไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ เฟิ่งหัวแมนชั่น
มีอันธพาลอยู่แถวนั้นสามคน เมื่อกู้ม่านปรากฏตัวขึ้น พวกมันก็มองหน้ากันอย่างรู้ทัน จากนั้นก็เดินไปที่กู้ม่าน
ทันใดนั้น หนึ่งในพวกมันก็คว้ากระเป๋าถือของกู้ม่านและวิ่งหนีไป กู้ม่านตกใจกลัวและตะโกนว่า “โจร!”
กู้ม่านอยากจะวิ่งตามไปแต่เธอกลัวโดนพวกมันทำร้าย
ถางหยุนฟ่านที่เดินตามเธอมาตลอดทาง วิ่งตามขโมยไป
แม้ว่าถางหยุนฟานจะอายุมากแล้ว แต่เขายังสามารถวิ่งและต่อสู้ได้เหมือนทหารจากกองกำลังพิเศษ ภายในไม่กี่นาที เขาก็เอาชนะพวกอันธพาลทั้งสามและเอากระเป๋าถือของกู้ม่านกลับคืนมา เขาเดินไปหากู้ม่านพร้อมกระเป๋าถือของเธออยู่ในมือ เขารู้สึกขัดเขินเล็กน้อยที่จะมองตาเธอ
“ขอบคุณมากนะคะ” กู้ม่านเอ่ยขอบคุณเขาด้วยความจริงใจ
ถางหยุนฟ่านพูดเสียงต่ำว่า “ด้วยความยินดีครับ”
“คุณคะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ฉันอยากจะเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อเป็นการตอบแทน?” กู้ม่านเอ่ย แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน แต่เขาช่วยเธอไว้ เธอเลยอยากตอบแทนน้ำใจเขาบ้าง
“ไม่จำเป็น ลาก่อน” ถางหยุนฟ่านบอกปัดเพราะเขาไม่อยากให้เธอเห็นหน้าเขา จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินไปยังแผนกขายของเฟิ่งหัวแมนชั่น เขาคิดจะซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่นี่ โดยจะซื้อห้องที่อยู่ติดกับห้องของกู้ม่าน
เมื่อมองถางหยุนฟ่านเดินจากไป จู่ ๆ กู้ม่านก็รู้สึกคุ้นเคยกับเขา แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมากและเดินไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต
โชคดีที่ถางหยุนฟ่านได้อพาร์ทเม้นท์ที่อยู่ตรงข้ามอพาร์ทเม้นท์ของกู้ม่าน เขาสามารถมองเห็นเธอได้จากฝั่งที่เขาอยู่
กู้หนิงและเกาเหวินซินจะบินกลับพรุ่งนี้พร้อมกัน
เที่ยวบินของกู้หนิงจะออกเดินทางเวลา 13:50 น. ในขณะที่เกาเหวินซินออกเดินทางเวลา 13:35 น. ดังนั้นพวกเธอจะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสนามบิน
“หนิงหนิง เพื่อนของพี่ฝากขอบคุณเธอมาด้วยเรื่องที่เธอทำเพื่อซูตงนั่ว”
ซูตงนั่วและไอ่ซินหยูเป็นเพื่อนสนิทกันในขณะที่ไอ่ซินอยู่และเกาเหวินซินก็เป็นเพื่อนสนิทกัน
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรค่ะ ซูตงนั่วเป็นคนที่ฉันอยากเซ็นสัญญาด้วยอยู่แล้ว”
หลังจากซื้อของเสร็จแล้ว กู้ม่านก็กลับมาบ้านเพื่อทำอาหาร
ในอพาร์ตเมนท์ฝั่งตรงข้าม บางครั้งถางหยุนฟ่านก็สามารถมองเห็นกู้ม่านเดินผ่านห้องนั่งเล่น
ในตอนกลางคืน กู้ม่านนั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่น กู้ชิงมาคุยกับเธอซักพักแล้วก็จากไป กู้ม่านอยู่คนเดียวอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่ากู้ม่านอยู่คนเดียวและเธอก็ดูเหงามาก ถางหยุนฟ่านพลันรู้สึกไม่สบายใจและหัวใจของเขาเจ็บปวด เขาต้องการไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ แต่เขายังจำอะไรไม่ได้เลย
คืนนี้กู้หนิงแทบไม่ได้นอน เพราะเลิ่งเชาถิงไม่ยอมให้เธอนอน เธอกำลังจะจากไปในวันพรุ่งนี้ และเขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้พบกันอีกครั้งเมื่อไร ดังนั้นเขาจึงรักเธออย่างบ้าคลั่งนับครั้งไม่ถ้วน
“หนิงหนิง บอกผมสิ ผมเก่งไหม?” ผู้ชายทุกคนต้องการคำชมจากผู้หญิงที่เขารัก
ตอนที่ 460 คนเห็นแก่ตัว กู้ฉินเซียง
“น่ะ แน่นอน คุณเก่งมาก!” กู้หนิงยอมรับว่าเขาเก่งเรื่องบนเตียงมาก ได้ยินคำตอบของคนรัก เลิ่งเชาถิงก็ยิ่งขยับตัวมากขึ้น
“ฉันไม่ ฉันไม่ไหวแล้ว” กู้หยากจะหยุดเขาแต่เขาไม่ยอมหยุด
“หนิงหนิง ผมรักคุณ ผมรักคุณมาก!” เลิ่งเชาถิงไม่ยอมหยุด ยังคงเคลื่อนไหวในตัวเธออย่างบ้าคลั่ง
“เชาถิง ฉันรักคุณค่ะ”
คำพูดหวานของเธอยิ่งทำให้เลิ่งเชาถิงเคลื่อนไหวรุนแรงมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ถึงสุขสมอารมณ์หมายพร้อมกัน
วันต่อมา กู้ม่านและกู้ชิงออกจากบ้านตอนแปดโมงครึ่ง เจียงซู่ขับรถไปส่งพวกเธอที่ห้างสรรพสินค้า
ร้านวัสดุก่อสร้างของเจียงซู่ค่อย ๆ ได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีการเปิดเผยตัวตนของกู้หนิง นักธุรกิจจำนวนมากต่างหันไปหาเจียงซู่เพื่อขอความร่วมมือและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของกู้หนิง ดังนั้นเจียงซู่จึงค่อนข้างยุ่งมากในช่วงนี้
ตั้งแต่ที่กู้ม่านและกู้ชิงออกจากเฟิ่งหัว ถางหยุนฟ่านก็ยังคงตามพวกเธอไปอย่างเงียบๆ
เลิ่งเชาถิงตื่นแต่เช้าตรู่เช่นเคยเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กู้หนิง เมื่อคืนนี้กู้หนิงเหนื่อยมาก เธอจึงตื่นตอนเก้าโมง
หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เลิ่งเชาถิงก็กอดเธอไว้ในอ้อมแขนและเริ่มกิจกรรมบนเตียงอีกครั้ง ประมาณสิบโมงพวกเขาจึงออกจากบ้านไปที่โรงแรมฮวงเติ้ง
กู้ชิงและกู้ม่านไปทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้เคียง ไม่คาดคิดว่ากู้ฉินเซียงจะปรากฏตัวขึ้นและมาขอยืมเงินจากพวกเธอ
“อาชิง อาม่าน พี่รู้ว่าพี่ทำผิดไปหลายอย่าง แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว พวกเราเป็นพี่น้องกันนะ เธอจะไม่ช่วยพี่หน่อยเหรอ?” กู้ฉินเซียงเอ่ย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดจาดีกับกู้ชิงและกู้ม่าน
พี่น้อง? กู้ฉินเซียงเป็นไอ้บัดซบของแท้ เขาไม่เพียงแต่รังแกพวกเธอตั้งแต่เด็ก ยังปฏิเสธที่จะให้ยืมเงินตอนที่กู้หนิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และอาจเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ และตอนนี้เขาก็เล่นการ์ดครอบครัวเพื่อขอยืมเงินจากพวกเธอ?
กู้ชิงและกู้ม่านยังคงนิ่งอย่างใจเย็น “ไม่ พวกเราไม่ช่วย กรุณาอยู่ให้ห่างจากพวกเราด้วย” กู้ม่านเอ่ย
“แกเลือดเย็นแบบนี้ได้ยังไง!” แม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกปฏิเสธ เขาก็ยังยอมรับไม่ได้
พวกเธอเลือดเย็น? ทันใดนั้นกู้ชิงก็โต้กลับไปว่า “ตอนที่หนิงหนิงถูกรถชน พวกเราไปขอยืมเงินแค่หนึ่งหมื่นหยวนจากพี่ แต่พี่บอกปฏิเสธโดยไม่ลังเล! หนิงหนิงอาจตายได้ทุกเมื่อ! ตอนนี้พี่อยากยืมเงินพวกเราหลายสิบล้าน คิดว่าเป็นไปได้ไหมล่ะ?”
แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ของกู้ฉินเซียงที่จะให้ยืมเงิน แต่ตอนนั้นเขามีเงินและชีวิตของกู้หนิงก็ตกอยู่ในอันตราย ทว่าเขายังคงปฏิเสธที่จะช่วยพวกเธอ เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก กู้ชิงและกู้ม่านไม่ได้โง่และไม่ได้อ่อนแอ แน่นอนว่าครั้งนี้เธอย่อมไม่เต็มใจให้เขายืมเงิน
ถางหยุนฟ่านนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ดังนั้นเขาจึงได้ยินการสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน เขาโกรธมากที่ลุงแท้ๆของกู้หนิงเป็นคนเห็นแก่ตัวและไร้ยางอาย
“ตอนนี้หนิงหนิงก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ยังจะมีปัญหาอะไรอีก?” กู้ฉินเซียงเถียงกลับ เขาไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
คราวนี้กู้ชิงและกู้ม่านทนไม่ได้อีกต่อไป “พูดแบบนี้ได้ยังไง!” กู้ชิงตะโกนลั่นด้วยความโกรธ
“ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ไม่ให้ยืม พี่จะคิดยังกับเราก็เรื่องของพี่” กู้ม่านเชิดหน้าพูดอย่างเย็นชา
“ถ้าพี่ต้องการเงินก็แค่ขายบริษัททิ้งซะ ที่ผ่านมาเงินไม่กี่หมื่นหยวนพวกเราก็ใช้ชีวิตกันมาได้ พี่ก็คงไม่ต่างกันหรอก”
“กู้ม่าน! แกกำลังจะบอกว่าพวกฉันจะกลับไปใช้ชีวิตจนๆอย่างนั้นเรอะ?” กู้ฉินเซียงตวาดใส่กู้ม่าน
“ฉันไม่สนว่าพี่จะคิดยังไง เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ไม่ว่าพี่จะมีชีวิตที่ดีหรือจน! ถ้ากล้าคุกคามพวกเราอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ!” กู้ม่านเอ่ย
“กู้ม่าน!” กู้ฉินเซียงโกรธจัด แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เขาเห็นแก่ตัวและไม่เคยโทษตัวเองเลนสักครั้ง
“เขาไร้ยางอายขนาดนี้ได้ยังไง! พี่ล่ะโกรธมากจริงๆที่มีพี่ชายเฮงซวยแบบนั้น!” กู้ชิงเอ่ย
“เอาน่าๆ อย่าไปอารมณ์เสียเพราะคนแบบนั้นเลย” กู้ม่านปลอบเธอ
ประมาณเที่ยง กู้หนิงและเกาเหวินซินก็ไปสนามบินด้วยกัน
ระหว่างทางไปสนามบิน เลิ่งเชาถิงได้แต่นิ่งเงียบ เขาไม่ต้องการแยกจากเธอ กู้หนิงก็เช่นกัน แต่พวกเขายังมีสิ่งที่ต้องทำนั่นก็คือภาระหน้าที่ของแต่ละคน
เมื่อมาถึงสนามบิน เลิ่งเชาถิงยังไม่กลับ เขารอให้เธอเดินเข้าไปนั่งในเลาน์ของสายการบินก่อน
ประตูที่กู้หนิงและเกาเหวินซินจะผ่านเข้าไปนั้นอยู่ไม่ไกลกัน ดังนั้นกู้หนิงจึงไปนั่งกับเกาเหวินซินขณะที่กำลังเวลาขึ้นเครื่อง
ในตอนนั้นเอง ซินเป่ยก็เดินเข้ามา
พวกเขามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
“กู้หนิง เธอจะไปเมือง B ด้วยเหรอ?” ซินเป่ยถามกู้หนิงและเมินเกาเหวินซิน เกาเหวินซินเองก็หันหน้าหนีไปอีกทาง