เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 455 - 456: คิดว่าฉันอ่อนแองั้นเหรอคะ?, ซูตงนั่ว

ตอนที่ 455 - 456: คิดว่าฉันอ่อนแองั้นเหรอคะ?, ซูตงนั่ว

ตอนที่ 455 - 456: คิดว่าฉันอ่อนแองั้นเหรอคะ?, ซูตงนั่ว


ตอนที่ 455 คิดว่าฉันอ่อนแองั้นเหรอคะ?

 

เมื่อพวกเขาไปที่ถนนขายของเก่า กู้หนิงก็ใช้ตาทิพย์สำรวจของเก่าที่ตั้งขายเรียงรายสองข้างทาง เธอเจอของเก่าแท้ๆสองชิ้นแม้ว่ามันจะไม่ได้มีมูลค่าสูงมาก

 

จากนั้นเธอก็เดินไปที่ร้านเซียงหยุน กู้หนิงยื่นของเก่าที่เธอเพิ่งซื้อมาให้เฉินต้าหรง

เฉินต้าหรงรายงานยอดขายของร้านให้กู้หนิงทราบ

 

ร้านขายของเก่าไม่ได้มีลูกค้าทุกวัน แต่ว่าร้านเซียงหยุนเป็นข้อยกเว้น ร้านสามารถขายของเก่าได้หลายชิ้นต่อวัน

 

เจ้าของร้านขายของเก่าที่อยู่ละแวกเดียวกันต่างอิจฉาร้านเซียงหยุนแต่ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหาให้ร้านเซียงหยุน เพราะร้านได้รับการสนับสนุนจากนายท่านซู่และนายท่านเจียง

 

ถึงแม้ว่ากู้หนิงจะไม่ได้ทำอะไรลับหลังเลิ่งเชาถิง แต่ก็มีบางครั้งที่เธอจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง ตัวอย่างเช่น เธอไม่สามารถโชว์ของเก่าที่เธอนำติดตัวมาด้วยต่อหน้าเลิ่งเชาถิง

 

เลิ่งเชาถิงอยู่กับเธอแทบจะตลอดเวลา ดังนั้นถ้าเธอเอาของเก่าหลายชิ้นออกมา เขาอาจสงสัยได้ แต่เฉินต้าหรงจะไม่สงสัยเธอ ดังนั้นเธอจึงบอกเฉินต้าหรงว่าเธอมีเรื่องคุยด้วยและปล่อยให้เลิ่งเชาถิงนั่งรอในห้องรับรองแขก

 

เมื่อทั้งสองเข้าไปในห้องทำงาน กู้หนิงก็ล้วงเอาของเก่าหลายชิ้นออกมาจากกระเป๋าของเธอ

 

เฉินต้าหรงทำตาโตด้วยความตกใจ

 

กู้หนิงบอกให้เขาจัดการของเก่าเหล่านี้ จากนั้นเธอก็กลับออกไปพร้อมกับเลิ่งเชาถิง

 

ในตอนบ่ายวันเดียวกัน หนิงชางไค่ก็โทรมา เขาบอกเธอว่าทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้พร้อมแล้ว กู้หนิงบอกเขาไปว่าเธอจะไปพบเขาในตอนบ่ายวันพรุ่งนี้

 

หลังจากนั้นกู้หนิงก็ชวนเกาเหวินซินมาทานข้าวด้วยกันที่ซื่อเหอหยวน เลิ่งเชาถิงไม่พอใจเล็กน้อยที่ไม่ได้อยู่กันตามลำพังกับแฟนสาว แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร

 

เมื่อเกาเหวินซินมาถึงซื่อเหอหยวน เธอก็ตะลึงพรึงเพลิดไปกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่สวยงามของซื่อเหอหยวน

 

โอ้พระเจ้า พี่เขยของเธอรวยโคตรๆ!

 

“หนิงหนิง พี่คิดว่าพี่เขยไม่ใช่แค่ทหารแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถซื้อบ้านที่แพงหูฉี่แบบนี้ได้แน่!” ถ้าเลิ่งเชาถิงเป็นแค่ทหาร เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมีเงินซื้อบ้านแบบนี้ได้

 

“เขามีทรัพย์สินมากมายภายใต้ขื่อของเขาค่ะและเขาก็จ้างคนช่วยเขาบริหารทรัพย์สินเหล่านั้น ส่วนรายละเอียดฉันก็ไม่รู้อะไรมากค่ะ” กู้หนิงเอ่ย ทันใดนั้นเธอก็เกิดความอยากรู้เรื่องทรัพย์สินของเลิ่งเชาถิงขึ้นมา เธอตัดสินใจจะถามเขาคืนนี้ ส่วนครอบครัวของเขา กู้หนิงไม่ได้เล่าให้เกาเหวินซินฟัง

 

เกาเหวินซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้รวมทั้งเรื่องซูตงนั่วให้กู้หนิงฟัง

 

หลังจากได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับซูตงนั่ว กู้หนิงก็คิดอะไรบางอย่างได้ ซูตงนั่วเป็นคนสวยและมีทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยม กู้หนิงตัดสินใจที่จะจ้างซูตงนั่ว

 

แน่นอนว่าเธอจะไม่รีบด่วนสรุปเพียงเพราะคำพูดของเกาเหวินซิน ดังนั้นเธอจึงส่งข้อความหา K บอกให้เขาช่วยตรวจสอบซูตงนั่ว

 

ภายใน 10 นาที K ก็กลับมาพร้อมกับข้อมูลของซูตงนั่ว สิ่งที่เกาเหวินซินกล่าวมานั้นเป็นความจริง ซูตงนั่วทำให้คนใหญ่คนโตไม่พอใจ เธอจึงโดนแบนจากวงการบันเทิง

 

บริษัทที่ซูตงนั่วทำงานให้นั้นคือบริษัทเฟยเถิงที่ไม่มีชื่อเสียงแถมยังมีขนาดเล็กอีกด้วย

 

กู้หนิงบอก K ตรวจสอบบอสใหญ่ของเฟยเถิงว่าเขามีความลับสกปรกซ่อนไว้อยู่หรือไม่ ถ้ามี เธอจะใช้ความลับสกปรกของเขาขู่ตัวเขาเอง และใช้มันฉีกสัญญาของซูตงนั่ว แน่นอนว่าเธอจะพูดกับเขาด้วยวิธีการดีๆก่อน ถ้าหากว่าเขาไม่เต็มใจ เธอค่อยขู่เขา

 

“พี่เหวินซิน พี่ช่วยฉันเรื่องสัญญาของซูตงนั่วได้ไหมคะ?” กู้หนิงถาม

 

“ได้สิ” เกาเหวินซินตอบ แม้ว่าเธอไม่รู้เหตุผลว่าทำไมกู้หนิงถึงถามเธอแบบนี้

 

“แล้วก็คืนนี้ชวนเธอมากินข้าวกับเราด้วยนะคะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอค่ะ”

 

“เธอจะคุยอะไรกับซูตงนั่วเหรอ?” เกาเหวินซินไม่เข้าใจ

 

กู้หนิงไม่ปิดบังแผนการของเธอและเล่าให้เกาเหวินซินฟังถึงแผนการของเธอ

 

“หนิงหนิง เธอนี่ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ อายุแค่นี้ก็มีบริษัทของตัวเองหลายบริษัท พี่รู้สึกละอายใจตัวเองจริงๆ”

 

“ฉันแค่อยู่เบื้องหลังค่ะ คนที่ฉันจ้างมาต่างหากล่ะคะที่เป็นคนบริหารบริษัท”

 

“พวกเขาจะเอาเปรียบเธอไหม? เพราะเธอเด็กกว่าพวกเขามาก?”

 

“คิดว่าฉันอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

 

เกาเหวินซินนิ่งไปอึดใจ จากนั้นก็พลันนึกได้ว่ากู้หนิงนั้นน่าทึ่งเพียงใด เธอไม่กลัวแม้การเผชิญหน้ากับแก๊งใหญ่ระดับประเทศ นับประสาอะไรกับคนธรรมดาๆ

 

เกาเหวินซินโทรหาซูตงนั่วทันทีและบอกเธอว่ากู้หนิงจะเซ็นสัญญากับเธอ ซูตงนั่วตื่นเต้นดีใจและตอบตกลงมาพบพวกเธอในวันนี้

 

ไม่นานนัก กู้หนิงก็ได้รับอีเมลจาก K ตามที่เธอคิดไว้จริงๆ บอสใหญ่ของเฟยเถิงมีความลับสกปรกมากมาย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขามีความลับสกปรก เธอเองก็ยังมีบางสิ่งที่เธอไม่ต้องการให้คนอื่นค้นพบ

 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เลิ่งเชาถิงก็ขับรถพากู้หนิงและเกาเหวินซินไปพบซูตงนั่ว พวกเธอเดินเข้าไปยังสถานที่นัดหมาย ส่วนเลิ่งเชาถิงรออยู่ในรถ

 

เมื่อกู้หนิงและเกาเหวินซินมาถึง ซูตงนั่งก็นั่งรอพวกเธออยู่ก่อนแล้ว

 

เมื่อเห็นกู้หนิง ซูตงนั่วก็ประหลาดใจ เพราะเธอไม่คิดว่ากู้หนิงจะยังเด็กอยู่ กระนั้นเธอก็ยังแสดงความเคารพกู้หนิงแม้ว่าเธอจะดูเหมือนเป็นแค่เด็กนักเรียนก็ตาม

 

“ตงนั่ว ให้ฉันแนะนำนะ นี่คือน้องสาวของฉัน กู้หนิง” เกาเหวินซินพูดกับซูตงนั่ว

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณกู้!”

 

“เช่นกันค่ะ คุณซู”

 

“เชิญนั่งค่ะ” ซูตงนั่วเอ่ย “อยากดื่มอะไรกันคะ?”

 

พนักงานเสิร์ฟยื่นเมนูให้เกาเหวินซินและกู้หนิง กู้หนิงสั่งกาแฟ เกาเหวินซินสั่งชา

 

ตอนที่ 456 ซูตงนั่ว

 

หลังจากสั่งเครื่องดื่มเสร็จ กู้หนิงก็พูดกับซูตงนั่วว่า “คุณซูคะ พี่เหวินซินเล่าให้ฉันฟังบางอย่างเกี่ยวกับคุณ ฉันเลยอยากรู้รายละเอียดมากขึ้น ในความคิดของฉัน คุณเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมากและฉันอยากเซ็นสัญญากับคุณค่ะ ถ้าคุณสนใจทำงานกับฉัน ฉันสามารถช่วยคุณเรื่องสัญญากับเฟยเถิงได้ และฉันสัญญาว่าจะไม่มีกฎนอกคอกใด ๆ ในบริษัทของฉัน  คุณไม่จำเป็นต้องบริการลูกค้าเพื่อไต่เต้า  ตราบใดที่คุณตั้งใจทำงานและซื่อสัตย์ ฉันจะจ่ายให้คุณอย่างงาม สำหรับบริษัทของฉัน พูดตามตรงว่าเพิ่งก่อตั้งและยังอยู่ในระหว่างตกแต่ง ดังนั้นมันจึงมีความเสี่ยงถ้าคุณย้ายมาทำงานกับฉัน ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจชองคุณค่ะ”

 

ไม่มีกฎนอกคอกและไม่ต้องบริการเอาใจผู้ชายอ้วนๆเพื่อความเจริญก้าวหน้าทางอาชีพ นั่นเป็นสิ่งที่ซูตงนั่วฝันถึง เธอไม่สนใจเรื่องอนาคตบริษัทของกู้หนิงแล้วในตอนนี้เพราะเธออยากออกจากเฟยเถิงแทบแย่ และเธอกล้าพอที่เสี่ยงไปตามเอาดาบหน้า

 

ดังนั้นซูตงนั่วจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “คุณกู้ ฉันเต็มใจทำงานกับคุณค่ะเพราะสถานการณ์ของฉันในตอนนี้ไม่สามารถแย่ไปกว่านี้ได้แล้ว ฉันจะทำงานเต็มความสามารถและภักดีต่อบริษัท แต่ว่า...” แม้ว่าซูตงนั่วอยากจะออกจากเฟยเถิงมากแค่ไหน แต่พอนึกถึงคนที่เธอมีเรื่องด้วยก็พลันไม่สบายใจ “คนที่แบนฉันจากวงการคือลูกชายของรองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม”

 

ที่นี่คือเมืองหลวง หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล นับประสาเฟยเถิง แม้แต่บริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดก็ยังไม่สามารถดำเนินธุรกิจในที่นี้ได้ อำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าบดบังประเทศนี้

 

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจัดการได้”

 

ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น ซูตงนั่วจึงเลือกที่จะเชื่อ ไม่ใช่เพราะกู้หนิง แต่เป็นเพราะอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังเธอ กู้หนิงยังเด็ก ซูตงนั่วจึงคิดว่าต้องมีใครบางคนที่มีตำแหน่งสูงคอยช่วยเหลือเธออยู่

 

“โอ้ ไม่ทราบว่าคุณสามารถช่วยฉันเรื่องสัญญาของผู้ช่วยฉันกับเฟยเถิงได้ไหมคะ? เธอเป็นคนดีมากและฉันอยากทำงานกับเธอต่อ” ซูตงนั่วเอ่ย

 

“ไม่มีปัญหาค่ะ”

 

“ขอบคุณมากค่ะ”

 

“เอาล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปเฟยเถิงประมาณเก้าโมงครึ่ง บริษัทของฉันคือเฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเม้นท์ และคุณเป็นคนที่สามที่ฉันจ้างมาทำงานด้วย ยินดีต้อนรับค่ะ!” กู้หนิงกล่าวและเอื้อมมือไปจับมือซูตงนั่ว

 

ซูตงนั่วที่เจ็บปวดจากเฟยเถิงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากในการตัดสินใจที่จะร่วมมือกับกู้หนิง แต่ว่าพวกเธอสามารถเซ็นสัญญาได้หลังจากที่สัญญาของซูตงนั่วกับเฟยเถิงสิ้นสุดลงเท่านั้น

 

พูดคุยกันได้สักพักก็แยกย้ายกันกลับ

 

กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงขับรถไปส่งเกาเหวินซินที่โรงแรมก่อนกลับบ้าน เนื่องจากว่ายังไม่ดึก พวกเขาจึงยังนั่งอยู่ที่โซฟาดูทีวี

 

“เชาถิง คุณมีบริษัทกี่แห่งกันแน่?” กู้หนิงถาม

ในที่สุดแฟนสาวของเขาก็สนใจอยากรู้เกี่ยวกับตัวเขาขึ้นมาบ้างแล้ว “อืม ไม่แน่ใจ ผมจ้างคนช่วยจัดการแทนผมภายใต้เฉิงซือกรุ๊ป”

 

บริษัทของเขาคือเฉิงซือกรุ๊ป ดังนั้นเขาเลยคิดว่าเธอและเขาเกิดมาเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันเมื่อตอนที่กู้หนิงบอกเขาว่าบริษัทของเธอชื่อเฉิงหนิงกรุ๊ป

 

“เฉิงซือกรุ๊ป?” กู้หนิงตะลึง เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับเฉิงซือกรุ๊ปมาก่อน เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติด้วยทรัพย์สินกว่าแสนล้านหยวน! นี่เขาต้องรวยขนาดไหนเนี่ย!

 

เธอจ้องเขาด้วยดวงตาเหม่ยลอยก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่คิดว่าคุณจะรวยขนาดนี้! ฉันไม่จำเป็นต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ”

 

กู้หนิงพูดติดตลกแต่เลิ่งเชาถิงกลับยิ้มกริ่ม เขาพลิกร่างเธอไว้ใต้ร่างของเขา “อืม ได้สิ แต่คุณต้องทำให้ผมพอใจก่อน” พูดจบแล้วเขาก็ก้มหน้าลงจูบเธอ

 

กู้หนิงไม่คิดว่าเขาจะหื่นขนาดนี้ มือของเขาลูบไล้ไปตามตัวเธอ ทั้งสองโรมรันกันอย่างดุเดือดบนโซฟา

 

กู้หนิงนอนจนถึงแปดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพราะเธอ "ออกกำลังกาย" หนักมากเมื่อคืนนี้ เลิ่งเชาถิงได้เตรียมอาหารเช้าสำหรับเธอไว้แล้วตอนที่เธอลุกจากเตียง หลังอาหารเช้า กู้หนิงก็อปปี้สำเนาเอกสารที่ K ส่งให้เธอทางอีเมล

 

เมื่อเห็นเอกสาร เลิ่งเชาถิงก็ถามว่า “อยากให้ผมช่วยไหม?”

 

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันจัดการเองได้” กู้หนิงเอ่ย “ฉันไม่สามารถพึ่งคุณได้ตลอดเวลา ฉันจำเป็นต้องฝึกเรียนรู้วิธีจัดการธุรกิจด้วยตัวฉันเอง”

 

เลิ่งเชาถิงไม่คัดค้าน “โทรหาผมแล้วกันถ้าต้องการอะไร”

 

“ค่ะ” จากนั้นกู้หนิงก็เก็บเอกสารใส่ในกระเป๋า “ไปกันเถอะ!”

 

ซูตงนั่วมาถึงเฟยเถิงก่อนเก้าโมง แม้ว่าเธอจะถูกแบนจากวงการ เธอก็ยังมาทำงานเช่นปกติยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ เธอไม่มีอะไรทำ จึงได้แต่นั่งรออยู่เฉยๆ นักแสดงคนอื่นๆในบริษัทต่างพูดจาล้อเลียนทันที่เห็นเธอ

 

“ดูสิ ซูตงนั่วมาทำงานเช้าอีกแล้ว!” เสียงผู้หญิงดังขึ้นด้านหลังซูตงนั่ว จากนั้นเธอก็เดินเข้ามาข้างใน ตามมาด้วยผู้ชายหลายคนราวกับว่าเธอคือราชินี เธอมองไปที่ซูตงนั่วด้วยท่าทางเชิดหยิ่ง และคนที่เดินตามเธอก็มองไปที่ซูตงนั่วด้วยความไม่ชอบใจเช่นกัน

 

เธอคือหลี่เจียเยว่ นักแสดงหญิงสังกัดเฟยเถิง เธอเซ็นสัญญาในเวลาไล่เลี่ยกันกับซูตงนั่ว แต่ว่าซูตงนั่วแสดงเก่งกว่าเธอ ดังนั้นหลี่เจียเยว่จึงไม่ค่อยได้รับโอกาสมากมายเท่าไหร่นัก เธอก็เลยพานเกลียดซูตงนั่วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอยอมรับว่าเธอไม่สวยและแสดงละครไม่เก่งเท่าซูตงนั่ว แต่เธอก็ไม่ควรถูกเพิกเฉยแบบนี้

 

นับตั้งแต่ที่ซูตงนั่วถูกแบน ในที่สุดหลี่เจียเยว่ก็มีโอกาสที่จะมีชื่อเสียงด้วยการทำในสิ่งที่ซูตงนั่วไม่ต้องการที่จะทำ

จบบทที่ ตอนที่ 455 - 456: คิดว่าฉันอ่อนแองั้นเหรอคะ?, ซูตงนั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว