- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 453 - 454: เธออยู่ไหน ฉันอยู่นั่น
ตอนที่ 453 - 454: เธออยู่ไหน ฉันอยู่นั่น
ตอนที่ 453 - 454: เธออยู่ไหน ฉันอยู่นั่น
ตอนที่ 453 เธออยู่ไหน ฉันอยู่นั่น
ทางด้านซ้ายของลานมีหินเทียมที่มีสระบัวที่สวยงามอยู่ข้างใต้ หน้าหนาวไม่มีดอกบัวแต่มีฝูงปลาคาร์ปแหวกว่ายไปมา ข้างสระบัวมีศาลาขนาดเล็กที่มีโต๊ะหินและเก้าอี้หินสี่ตัว เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้น พวกเขาสามารถพักผ่อนและผ่อนคลายได้ที่นี่ ทั้งสองด้านของลานมีทางเดินในแบบสไตล์โบราณ
กู้หนิงพลันตกหลุมรักสไตล์การตกแต่งสวนแบบนี้
นี่แค่ส่วนด้านหน้า ยังมีส่วนด้านหลังอีก
พวกเขาเดินต่อไป เข้าไปยังห้องโถงด้านหน้าทะลุไปยังลานด้านหลัง ดวงตาของกู้หนิงเปล่งประกายอีกครั้งเมื่อเธอให้วิว ลานหลังบ้านนั้นงดงามมากจนเธอตกหลุมรักสถานที่แห่งนี้จริงๆ
“ชอบไหม?” แม้ว่าเขาจะรู้คำตอบแล้วจากใบหน้าของเธอ ทว่าก็ยังอยากได้ยินจากปากของเธอเอง
“ชอบมากเลยค่ะ!” กู้หนิงยิ้มอย่างมีความสุข
เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วเอ่ยว่า “ที่นี่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเมืองหลวง ไว้คุณมาเรียนที่นี่แล้วก็พักอยู่ที่นี่เถอะ”
กู้หนิงตะลึงไปชั่วครู่ก่อนปฏิเสธเสียงดังว่า “ไม่ ฉันจะซื้อบ้านของฉันเองค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น เลิ่งเชาถิงก็เสียใจ “ไม่ คุณจะต้องอยู่กับผม”
“ไม่”
“ช่างเถอะ คุณอยู่ไหน ผมก็อยู่นั่น” เขาไม่ต้องการทะเลาะกับเธอ ทั้งหมดที่เขาต้องการคือการได้อยู่กับเธอเท่านั้นเอง กู้หริงรู้สึกขบขันกับการตอบสนองแบบเด็กๆ ของเขา เอาไว้เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอค่อยตัดสินใจอีกที
แม้ว่าเลิ่งเชาถิงจะไม่เคยพักในซื่อเหอหยวนแห่งนี้ แต่ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นก็มีพร้อมไว้แล้ว และมันได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถพักที่นี่ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
“หนิงหนิง คุณอยากนอนพักในห้องหรือไปซื้อของกับผม?”
“ฉันจะไปกับคุณค่ะ”
เลิ่งเชาถิงยิ้ม จากนั้นก็กุมมือเธอไปที่รถแล้วขับไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปข้างในซุปเปอร์มาร์เก็ต ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างมองพวกเขาตาค้าง ผู้หญิงบางคนถึงกับจ้องมองเลิ่งเชาถิงตรง ๆ โดยไม่สนใจแฟนตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ เลิ่งเชาถิงไม่สนใจพวกเธอ แต่กลับถามกู้หนิงว่า “คุณต้องการอะไรไหม?”
“เดินดูรอบๆก่อนแล้วกันค่ะ!” เธอไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี เพราะเธอไม่ได้สนใจการทำอาหารมากนัก
เลิ่งเชาถิงเข็นรถเข็นในขณะที่กู้หนิงกำลังมองหาสิ่งที่เธอต้องการ กู้หนิงไม่ได้เลือกอะไรมากนักเพราะมีเพียงสองคนเท่านั้น
หลังจากซื้อของเสร็จแล้ว เลิ่งเชาถิงบอกกู้หนิงให้นอนพักผ่อน ส่วนเขาจะเป็นคนทำอาหาร
ในตอนนี้เองกู้ม่านก็โทรมา
“หนิงหนิง! อีกสามวันจะเป็นเทศกาลโคมไฟ เมื่อไรลูกจะกลับบ้าน?” กู้ม่านถามลูกสาว
“พรุ่งนี้หนูยังมีธุระอยู่ค่ะ หนูจะกลับวันมะรืนนะคะ”
“ลูกยุ่งอยู่ตลอดเลยแต่แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดี เรื่องเงินไม่สำคัญเท่ากับสุขภาพ เข้าใจไหม?” กู้ม่านเอ่ย
“เข้าใจค่ะ แม่ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ” กู้หนิงยิ้ม “อ้อ แม่คะ คนจากตระกูลกู้ยังมาหาเรื่องแม่อีกไหมคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ม่านก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “กู้ฉินเซียงโทรหาแม่ครั้งนึง บริษัทของเขาแทบจะไม่สามารถอยู่ได้ในตอนนี้ เขาต้องการยืมเงิน แต่แม่ปฏิเสธ”
แม้ว่ากู้ฉินเซียงจะเป็นพี่ชายของกู้ม่าน แต่สิ่งที่เขาทำในอดีตทำให้หัวใจของเธอแตกสลาย ดังนั้นเธอจะไม่ลืมอดีตเพื่อช่วยเขา เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและมั่งคั่งแล้วในตอนนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการขี่เสื้อคลุมของเธอ ถ้าเธอยากจนข้นแค้นเหมือนในอดีต พวกเขาคงไม่มีวันจำได้ว่าเธอเป็นครอบครัวของพวกเขา
“ทำดีแล้วค่ะ อย่าไปสนใจพวกเขา” หลังจากคุยกับกู้ม่านสักสามนาที กู้หนิงก็กดวางสาย
ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง อาหารห้าจานถูกวางลงบนโต๊ะ เลิ่งเชาถิงเรียกกู้หนิงให้มาทานข้าว
เกาเหวินซินและไอ่ซินหยูมีนัดกันในวันนี้ และไอ่ซินหยูก็มาพร้อมกับเพื่อนหญิงอีกคนหนึ่ง ซูตงนั่ว
ซูตงนั่วเป็นคนสวย เธอไม่ใช่นักแสดงที่มีชื่อเสียงแต่ทักษะการแสดงของเธอค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับโอกาสมากมายนักเพราะเธอยอมรับกฏเกณฑ์ต่างๆในวงการบันเทิงไม่ได้ และนับตั้งแต่ที่เธอทำให้บอสใหญ่หงุดหงิด งานของเธอก็หดหายและถูกแบนโดยทางอ้อม
ซูตงนั่วเรียนจบสาขาการออกแบบกราฟิกและเธอได้เข้าสู่วงการบันเทิงโดยบังเอิญ เนื่องจากบริษัทที่เธอทำงานด้วยไม่ป้อนงานให้ เธอจึงอาศัยไอ่ซินหยูช่วยเธอหางานเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ครอบครัวของไอ่ซินหยูค่อนข้างร่ำรวยแต่ไม่มีอำนาจ ดังนั้นพ่อแม่ของเธอจึงไม่สามารถช่วยซูตงนั่วเรื่องความไม่เป็นธรรมได้
เมื่อสาว ๆ ทั้งสามคนเพิ่งย่างเท้าเข้าไปในร้านอาหาร พวกเธอก็สังเกตเห็นโจรคนหนึ่ง เกาเหวินซินวิ่งไปจับขโมยโดยไม่ชักช้า แม้ว่าโจรจะวิ่งเร็วแต่เกาเหวินซินวิ่งเร็วกว่า ภายในไม่กี่วินาทีเธอก็จับโจรได้สำเร็จและได้กระเป๋าคืนหญิงวัยกลางคนที่ถูกปล้น หญิงกลางวันขอบคุณเกาเหวินซินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บังเอิญซู่จินเฉินและซินเป่ยนั่งอยู่ข้างหน้าต่างภายในร้านอาหารพอดี พวกเขาเห็นเหตุการณ์นี้เหมือนกัน ในตอนนั้นเองซินเป่ยก็เริ่มมองเกาเหวินซินใหม่
“ไม่น่าเชื่อว่าเกาเหวินซินต่อสู้เป็นด้วย” ซู่จินเฉินประหลาดใจ “และก็กล้ามากด้วย”
“ใช่แต่ใจร้อนเกินไป บางครั้งเธอไม่ควรรีบเข้าไปยุ่ง” ซินเป่ยกล่าว
ซู่จินเฉินยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
“พวกเธอเดินขึ้นมาแล้ว ทำไมพวกเราไม่ชวนพวกเธอมากินข้าวด้วยกันล่ะ?” ซู่จินเฉินเอ่ย
“แล้วแต่” ซินเป่ยพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตร
“นายไม่ชอบเธอจริงๆสินะ มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง ทำไมนายถึงปล่อยมันไปไม่ได้?” ซู่จินเฉินไม่เข้าใจว่าทำไมซินเป่ยถึงกลายเป็นคนใจแคบ “เอาล่ะๆ ถ้านายไม่ต้องการเจอเธอ ฉันจะไม่เชิญพวกเธอมานั่งด้วย แกล้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”
ซินเป่ยขมวดคิ้ว เขาขยับปากคล้ายจะพูด แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
ตอนที่ 454 โบราณวัตถุจากราชวงศ์ชิง
ร้านอาหารนี้มีเฉพาะห้องอาหาร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะแสร้งทำเป็นไม่เห็นเกาเหวินซินและเพื่อนของเธอ เว้นแต่ว่าสาว ๆ จะเดินไปฝั่งตรงข้าม อย่างไรก็ตาม พนักงานคนหนึ่งได้นำทางเกาเหวินซินและเพื่อนของเธอเดินมาทางพวกเขา ที่แย่ไปกว่านั้น เกาเหวินซินดันสบตากับซู่จินเฉิน และมันคงเป็นการหยาบคายถ้าซู่จินเฉินไม่ทักทายเธอ
“โอ้ สวัสดีครับ คุณเกา! บังเอิญจังเลยนะครับ สนใจนั่งด้วยกันไหมครับ?” ซู่จินเฉินเอ่ยชวน
เกาเหวินซินปรายตามองซินเป่ยแล้วเอ่ยปฏิเสธ “ขอบคุณค่ะคุณซู่ แต่พวกเราจองโต๊ะไว้แล้วค่ะ”
เธอไม่สนใจซินเป่ย เดินตามพนักงานไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ซึ่งอยู่โต๊ะตรงหน้าซู่จินเฉิน
เมื่อไอ่ซินหยูเห็นซินเป่ย เธอก็ค่อนข้างประหลาดใจ “เหวินซิน โลกเรานี่แคบจังเลยเนอะ เธอรู้จักเพื่อนของผู้ชายเฮงซวยคนนั้นด้วย?” ไอ่ซินหยูพูดกับเกาเหวินซิน
แม้ว่าไอ่ซินหยูจะพูดกระซิบกระซาบ ซินเป่ยและซู่จินเฉินก็ยังได้ยิน ซินเป่ยทำหน้าบึ้งตึงในขณะที่ซู่จินเฉินหัวเราะเบาๆ
เกาเหวินซินรู้สึกละอายใจเล็กน้อยจึงรีบอธิบายให้เพื่อนฟังว่า “อันที่จริงมันเป็นการเข้าใจผิดกันน่ะ เขาไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยหรอก ผู้หญิงคนนั้นที่เป็นแฟนของเขาทิ้งเขาไปตอนที่เขายังไม่มีอะไร แต่พอเขาประสบความสำเร็จในชีวิต ผู้หญิงคนนั้นก็กลับมาหาเขา พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่เขยฉันเองและเมื่อคืนพวกเราก็ไปกินข้าวด้วยกัน” เธอไม่ชอบซินเป่ยก็จริงแต่ก็ไม่อยากทำลายชื่อเสียงของเขา
“อะไรนะ?” ไอ่ซินหยูตกใจ “เมื่อคืนพวกเธอไปด้วยกันงั้นเหรอ?”
“อืม แต่ก็ทะเลาะกันซะส่วนใหญ่อ่ะนะ” เกาเหวินซินตอบ
“เหวินซิน ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าบางครั้งเธอก็หุนหันพลันแล่นเกินไป แล้วเป็นไงล่ะ เธอทำร้ายคนบริสุทธิ์” ไอ่ซินหยูเอ่ย
“ไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย! เมื่อวานเธอก็เป็นพยาน เห็นแบบนั้นมีใครไม่เข้าใจผิดบ้างล่ะ” เกาเหวินซินยอมรับว่าเธอเข้าใจซินเป่ยผิดไป แต่มันไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อย
ซู่จินเฉินและซินเป่ยทานข้าวเสร็จแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะกลับ ซู่จินเฉินบอกลาเกาเหวินซิน ความสุภาพของเขาสร้างความประทับใจแก่สาวๆ
“ผู้ชายคนนี้หล่อมากแล้วก็สุภาพมาก เขาโสดรึเปล่า? ทำไมเธอไม่ทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ล่ะ?” ไอ่ซินหยูพูดขึ้น
เกาเหวินซินนิ่งคิดอยู่สักพัก ซู่จินเฉินเป็นผู้ชายที่โดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เธอยังไม่มีความรู้สึกใดๆให้เขา ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะรอก่อน
เมื่อเกาเหวินซินกับเพื่อนทานข้าวเสร็จและเดินไปจ่ายเงิน พนักงานแจ้งว่าซู่จินเฉินจ่ายให้พวกเธอเรียบร้อยแล้ว
“โว้ว ไม่ใช่แค่หล่อและสุภาพอย่างเดียวแต่ยังใจป้ำซะด้วย!” ไอ่ซินหยูเอ่ยชม
กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเดินเล่นในบริเวณรอบๆ ซื่อเหอหยวนหลังรับประทานอาหาร ไม่นานพวกเขาก็มาถึงสวนเป๋ยไห่
“อยากล่องเรือไหม?” เลิ่งเขาถิงเอ่ยถาม
“ค่ะ!” กู้หนิงยิ้มตาหยี
หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปเช่าเรือลำเล็ก นอกจากพวกเขาแล้วมีเพียงคนพายเรือเท่านั้นที่อยู่บนเรือ พวกเขาชื่นชมวิวริมแม่น้ำในขณะที่เรือเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
กู้หนิงนั่งชิดขอบเรือ เธอสังเกตเห็นปลาทองตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาใกล้เรือและดูเหมือนว่ามันกำลังจะตาย เธอจึงถือมันไว้ในมือและใส่พลังลงไป ไม่นานนัก ปลาทองก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เลิ่งเชาถิงก็ประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
กู้หนิงพูดติดตลกว่า “มันเป็นปลาทองและเรากินไม่ได้ ฉันว่าจะเอามันกลับบ้านไปปรุงทำอาหาร”
เลิ่งเชาถิงยิ้มและลูบหัวกู้หนิงเบา ๆ “ถ้าอยากกินปลา เราค่อยซื้อปลาทีหลัง”
กู้หนิงกระพริบตา “คุณแพ้อาหารทะเลไม่ใช่เหรอ? ปลาก็เป็นอาหารทะเล”
“ผมไม่ได้แพ้ปลา”
“เยี่ยม! งั้นบ่ายนี้พวกเรากินปลากัน” กู้หนิงกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
อาหารโปรดของกู้หนิงคืออาหารทะเล น่าเสียดายที่เลิ่งเชาถิงแพ้อาหารทะเล ดังนั้นเธอจึงไม่เคยพูดถึงอาหารทะเลเมื่ออยู่กับเขา
หลังจากที่กู้หนิงเอาปลาทองกลับลงไปในน้ำ ปลาทองกลับไม่ว่ายหนี มันกระโดดดึ๋ง ๆ ขึ้นฟ้าตรงหน้าเธอ ราวกับว่ามันกำลังแสดงให้เธอเห็นอะไรบางอย่าง กู้หนิงรู้สึกว่ามันกำลังมองมาที่เธออย่างซาบซึ้งซึ่งนั่นทำให้เธอประหลาดใจ เลิ่งเชาถิงก็มีความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันและเขาไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นกับกู้หนิง เธอรีบใช้ตาทิพย์ดูว่ามีอะไรอยู่ในน้ำ
น้ำขุ่นแต่สะอาดใสเมื่ออยู่ต่อหน้าตาทิพย์ของเธอ มีปลาจำนวนมากในน้ำและพืชน้ำหนาทึบ ขณะที่เธอกำลังจะถอนสายตากลับ กล่องไม้สีแดงขนาดเท่ากระเป๋าเดินทาง 50 ซม. ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ
มีโบราณวัตถุอยู่ในนั้นหรือเปล่านะ? เธอคิดกับตัวเองและมองเข้าไปในกล่องไม้ มีโบราณวัตถุมากมายอยู่ในกล่องจริงๆด้วย กู้หนิงรู้จักแค่บางอย่าง เช่นขวดกระเบื้องจากราชวงศ์ชิง โบราณวัตถุทั้งหมดมาจากพระราชวังในสมัยราชวงศ์ชิง
เธอเดาว่าอาจมีใครบางคนขโมยของเก่าเหล่านั้นจากพระราชวังแต่ถูกจับได้ ดังนั้นของเก่าจึงถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำที่เธอกำลังนั่งเรือล่องอยู่ในขณะนี้
ประกายในดวงตาของกู้หนิงวาววับระยิบระยับซึ่งไม่รอดพ้นสายตาของเลิ่งเชาถิง
“มีอะไรหรือ? ทำไมคุณมีความสุขขนาดนั้น?” เลิ่งเชาถิงถามด้วยความสงสัย
ทันใดนั้นกู้หนิงก็รู้สึกตัวว่าเธอไม่ควรแสดงความตื่นเต้นออกมา “เอ่อ อ้อ ฉันเห็นปลาสู้กันในน้ำ”
“ปลาสองตัวสู้กัน?” เลิ่งเชาถิงประหลาดใจ
กู้หนิงไม่สามารถงมหาวัตถุโบราณได้ในตอนนี้ โดยเฉพาะตอนที่มีเลิ่งเชาถิงอยู่ด้วย ดังนั้นเธอจึงวางแผนจะกลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้ง
เธอไม่รีบร้อนเพราะไม่มีใครสามารถหากล่องไม้นั่นเจอ ถ้ามันถูกหาเจอได้ง่าย ๆ ก็คงไม่ซ่อนอยู่ในน้ำมาเป็นร้อย ๆ ปี
หลังจากเดินไปรอบ ๆ สวนสาธารณะเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็กลับไปที่ Siheyuan และขับรถไปที่ถนนโบราณ