เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ

ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ

ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ


ตอนที่ 449 ไม่มีอะไรจะอธิบาย

 

“หนิงหนิง พี่เห็นผู้ชายคนนี้ทิ้งผู้หญิงที่ร้านกาแฟวันนี้!” เกาเหวินซินกล่าวด้วยความโกรธ จ้องไปที่ซินเป่ยราวกับว่าเขาเป็นอาชญากรที่ชั่วร้าย

 

“คุณไม่รู้อะไรสักหน่อย เพราะฉะนั้นหยุดพูดจาโจมตีผมได้แล้ว!” ซินเป่ยเอ่ย

 

“ฉันไม่ได้โจมตีคุณ ฉันได้ยินกับหูตัวเอง!” เกาเหวินซินเถียงกลับ

 

แม้ว่าซู่จินเฉินและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้ความจริงแต่ก็ไม่มีใครช่วยซินเป่ยอธิบายเรื่องนี้ พวกเขายืนดูละครเรื่องนี้ด้วยความสนุก

 

เมื่อเห็นซินเป่ยโกรธมาก กู้หนิงก็พลันเข้าใจว่าเกาเหวินซินคงจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง “ฉันคิดว่ามันต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่าง ให้โอกาสเขาอธิบายก่อนเถอะค่ะ” กู่หนิงกล่าว “ผมไม่มีอะไรจะอธิบายให้ผู้หญิงบ้าคนนี้ฟัง!” ซินเป่ยปฏิเสธ

 

เมื่อได้ยินกู้หนิงพูดอย่างนั้น เกาเหวินซินคิดว่าบางทีเธออาจคิดผิด แต่เมื่อซินเป่ยปฏิเสธที่จะอธิบายให้เธอฟัง เธอก็หงุดหงิดอีกครั้ง “คุณเป็นผู้ชายที่แย่มาก!”

 

“คุณ...” ซินเป่ยโกรธจนไม่อยากจะพูด “ผมจะไม่เถียงอะไรกับคุณอีกเพราะเห็นแก่กู้หนิง”

 

กู้หนิงดึงเกาเหวินซินไปนั่งที่โต๊ะ เธอกังวลว่าเกาเหวินซินจะทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีให้กับซู่จินเฉิน อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่าเกาเหวินซินนั้นหยาบคาย พวกเขากลับชอบเธอเสียอีกเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจช่วยเหลือผู้หญิงด้วยกัน แม้ว่าเธอจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวไปบ้าง

 

“ขอแนะนำนะคะ นี่พี่สาวของฉันเองค่ะ เกาเหวินซิน” กู้หนิงพูดกับทุกคน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

ทุกคนยกเว้นซินเป่ยเอ่ยทักทายเกาเหวินซิน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ” เกาเหวินซินยิ้ม

 

จากนั้นกู้หนิงก็หันไปหาเกาเหวินซิน “นี่คือเฉินเมิ่ง ซีหมิง ซู่จินเฉินและน้องสาวของเขา ซู่ฉินหยิน และนี่คือซินเป่ย พวกเขาล้วนอายุมากกว่าพี่ค่ะ”

 

เกาเหวินซินไม่รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่กู้หนิงวางแผนที่จะแนะนำให้รู้จักกับเธอและเธอก็ไม่ได้สนใจที่จะถาม

 

“พวกเธออยากทานอะไร? เชิญคุณผู้หญิงก่อนครับ” ซู่จินเฉินยื่นเมนูอาหารให้สามสาว พวกเธอไม่ลังเลที่จะสั่งอาหารที่ตัวเองชอบ

 

“คุณเกา จริงๆ แล้ว คุณเข้าใจซินเป่ยผิด มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด…” ซู่เจินเฉินพยายามอธิบายแทนซินเป่ย แม้ว่าพวกเขาจะสนุกกับเรื่องนี้แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการให้พี่สาวของกู้หนิงรู้สึกแย่กับพวกเขา อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะพูดจบ ซินเป่ยก็พูดขัดจังหวะเขา “ไม่มีอะไรต้องอธิบาย มันสำคัญนักหรือ?”

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้พี่สาวของกู้หนิงเข้าใจผิด” ซู่จินเฉินเอ่ย

 

“นายสนความคิดของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ซินเป่ยขมวดคิ้ว จ้องซู่จินเฉินตาเขม็ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่ซู่จินเฉินไม่อยู่ข้างเขา

 

“ก็ได้ ลืมมันซะเถอะ” ซู่จินเฉินไม่อยากทำให้เพื่อนต้องโมโหมากไปกว่านี้

 

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันชอบพวกคุณทุกคนมากและฉันจะไม่มองพวกคุณไม่ดีเพียงเพราะผู้ชายคนหนึ่ง” เกาเหวินซินกล่าว เห็นได้ชัดว่าเธอพูดประชดซินเป่ย

 

“ผู้หญิงบ้า!” ซิยเป่ยคิดว่าเกาเหวินซินน่ารำคาญพอๆกับหยูเหวินจิง

 

“ผู้ชายเฮงซวย!” เกาเหวินซินโต้กลับ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่างแต่เธอไม่ชอบทัศนคติของซินเป่ย

 

“คุณ…”

 

“เอาล่ะ หยุดทะเลาะกับผู้หญิงได้แล้ว เป็นผู้ชายหน่อย” ในที่สุดเลิ่งเชาถิงก็เอ่ยปากห้ามทัพและจบการโต้เถียงระหว่างพวกเขา

 

“พี่เขย พี่นี่เป็นลูกชายตัวจริงจริงๆเลยค่ะ” เกาเหวินซินเอ่ยชมและยิ้มอย่างมีเลศนัยให้ซินเป่ย

 

เลิ่งเชาถิงชอบตอนที่เกาเหวินซินเรียกเขาว่าพี่เขยและเขาก็มายืนข้างเกาเหวินซินโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเช่นนั้น กู้หนิงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมีความสุขมากที่ได้ยินเกาเหวินซินเรียกเขาว่าพี่เขย

 

แต่ในสายตาของเลิ่งเชาถิงมันสำคัญมาก เพราะตอนนี้เกาเหวินซินเป็นครอบครัวของกู้หนิงแล้วและเขาต้องการได้รับการเห็นชอบจากทุกคนที่กู้หนิงแคร์

 

อาหารถูกเสิร์ฟวางบนโต๊ะ ทุกคนต่างทานไปด้วยพูดคุยไปด้วย เมื่อเกาเหวินซินอ้าปากพูดซินเป่ยจะเงียบและถ้าซินเป่ยอ้าปากพูดเกาเหวินซินจะเงียบ การกระทำของทั้งสองเหมือนเด็กที่กำลังโกรธกัน

 

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ซู่จินเฉินก็ถามขึ้นว่า “เราไปต่อที่ไหนกันดี?”

 

“คุณคิดว่าไง?” เลิ่งเชาถิงถามกู้หนิง

 

“ฉันไม่มีความคิดเห็นค่ะ คุณตัดสินใจเอาเองเถอะ” กู้หนิงตอบ

 

“งั้นไปโคสต์ไลน์คลับเฮาส์กันไหม? มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง” ซีหมิงเสนอ

 

โคสต์ไลน์คลับเฮาส์เป็นสถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ มีทั้งบาร์ ห้อง KTV โรงยิม บิลเลียด การชิมไวน์ เกม และอื่นๆ แต่ไม่มีคาสิโน ที่นี่คือเมืองหลวงและคาสิโนไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดที่นี่ พวกเขาไม่ชอบสถานที่ที่มีเสียงดังดังนั้นจึงไม่มีใครไม่เห็น

 

หลังจากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็ขับรถไปที่โคสต์ไลน์คลับเฮาส์ เกาเหวินซินไปกับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิง

 

“ฉันคิดว่าพี่ไม่ชอบซินเป่ยเอามากๆ” กู้หนิงพูดแหย่

 

เกาเหวินซินเม้มปากและพูดว่า “ตอนแรกก็ใช่แต่หลังจากที่พี่พบว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด พี่ก็เลิกเกลียดเขาแล้ว พี่แค่ไม่ชอบทัศนคติของเขาเท่านั้น”

 

“ผู้หญิงคนนั้นทิ้งเขาเพราะตอนนั้นเขาไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จ เธอเลยอยากกลับมาหาเขา” คราวนี้เลิ่งเชาถิงเป็นคนอธิบาย

 

ได้ยินแบบนั้นเกาเหวินซินก็เห็นใจซินเป่ยแต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโคสต์ไลน์คลับเฮาส์ ซู่จินเฉินจองห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดพร้อมกิจกรรมทั้งหมดภายใน

 

ซีหมิงแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบไม้บิลเลียดเมื่อเขาเข้าไปในห้องส่วนตัว “ซินเป่ย มาเล่นกัน!”

 

ซินเป่ยหยิบไม้บิลเลียดอีกอันแล้วพูดว่า “เล่นกันเลย!” ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีและอยากจะระบายความโกรธออกมา

 

สาวสามนั่งรวมกลุ่มกันและซู่จินเฉินก็ถามพวกเธอว่า “พวกเธออยากเล่นอะไร?”

 

ตอนที่ 450 ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ

 

เกาเหวินซินคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เบื้องหลังโคสต์ไลน์คลับเฮาส์เป็นยังไงเหรอ?”

 

“ฉันก็ไม่แน่ใจ ถามทำไมเหรอ?” ซู่ฉินหยินสงสัย

 

“อืม ฉันสังเกตเห็นว่ามีห้องเล่นเกมอยู่บนชั้นสอง...” หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เอิร์ทไนต์คลับ เกาเหวินซินก็ไม่กล้าเล่นเกมหรือเล่นพนันในสถานบันเทิงอีก

 

ซู่ฉินหยินไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันยังไงระหว่างเบื้องหลังของโคสต์ไลน์คลับเฮาส์กับความต้องการเล่นเกมของเกาเหวินซิน แต่กู้หนิงเข้าใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไปกันเถอะ!” พูดจบกู้หนิงก็ลุกขึ้นยืน

 

กู้หนิงได้ทำการตรวรสอบแล้วว่าทั้งแก๊งฉิงและแก๊งคิรินไม่ได้เป็นเจ้าของโคสต์ไลน์คลับเฮาส์ แน่นอนว่าอาจเป็นแก๊งอื่น แต่กู้หนิงไม่สนใจเรื่องนี้เพราะเธอได้จัดการกับแก๊งที่ใหญ่ที่สุดสองแก๊งในประเทศนี้แล้ว กระนั้นเธอก็ไม่ได้อยากมีปัญหาเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะทำตัวไม่ให้โดดเด่น

 

กู้หนิงบอกเลิ่งเชาถิงว่าพวกเธอจะไปห้องเล่นเกมกับเกาเหวินซินและซู่ฉินหยิน

 

เมื่อเห็นหลังเกาเหวินซินเดินออกไป ซินเป่ยก็แค่นเสียง ฮึ ในลำคอ

 

“ซินเป่ย ทำไมนายต้องทำตัวแบบนี้กับผู้หญิงด้วย? เป็นผู้ชายหน่อยสิวะ?” เฉินเมิ่งเอ่ย

 

“เวรเอ้ย!” ซินเป่ยสบถคำหยาบด้วยความโมโหและไม่สนใจเฉินเมิ่งก่อนจะกลับไปเล่นบิลเลียดต่อ

 

“ซินเป่ย วันนี้นายอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ” ซู่จินเฉินส่ายศีรษะ ปกติซินเป่ยเล่นบิลเลียดเก่งมากแต่วันนี้เขากลับเล่นแย่กว่าซีหมิงซะอีก

 

สามสาวขึ้นไปที่ชั้นสองและแลกชิปหนึ่งหมื่นหยวนก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เนื่องจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของพวกเธอ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องเล่นเกม ผู้คนจำนวนมากก็เหลียวมองพวกเธอกันยกใหญ่

 

พวกเธอเดินไปที่ตู้สลอต ทันใดนั้นเองก็มีนักเลงสี่คนเดินมาหาพวกเธอ นักเลงเหล่านั้นมองดูสาวสวยสามคนและพูดอย่างร่าเริงว่า “เฮ้ คนสวย! เล่นอะไรอยู่เหรอ? ให้พวกพี่ช่วยไหม! พวกพี่เล่นเก่งนะ”

 

“ไม่ต้อง” เกาเหวินซินพูดอย่างเย็นชา “อย่ามายุ่ง”

 

“อย่าเย็นชานักสิคนสวย”

 

“อยากเล่นกับพวกฉันงั้นเหรอ? ฉันเกรงว่าพวกนายจะรับไม่ไหวน่ะสิ” กู้หนิงเยาะเย้ย

 

นักเลงทั้งสี่คนไม่พอใจทันที หัวหน้าของพวกเขากล่าวว่า “อะไรนะ? น่าสนใจนี่! ไม่มีอะไรที่พวกเรารับไม่ได้”

 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูกัน เดิมพันหนึ่งหมื่นหยวนเป็นไง? หากพวกนายชนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกฉันก็จะเชื่อฟังทั้งนั้น แต่หากพวกฉันชนะ พวกนายต้องขอโทษพวกฉันแล้วก็ไสหัวไปซะ ว่าไง?” กู้หนิงกล่าวอย่างใจเย็น เธอดูไม่ประหม่าเลย

 

“หนิงหนิง” ซู่ฉินหยินเป็นกังวลเล็กน้อย เธอต้องการห้ามกู้หนิงแต่ถูกเกาเหวินซินพูดขัดจังหวะว่า “ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่เป็นไรหรอก” เกาเหวินซินพูดอย่างสบายใจเพราะตอนนี้เธอเชื่อมั่นกู้หนิงเต็มร้อย

 

ซู่ฉินหยินกังวลว่ากู้หนิงอาจแพ้แต่นักเลงพวกนี้ไม่กล้าทำร้ายพวกเธอแน่นอนเพราะเลิ่งเชาถิงและพวกผู้ชายยังอยู่ชั้นบน

 

“หึหึหึ คนสวย เธอกล้าพนันกับฉันงั้นเหรอ ถ้างั้นจะบอกให้รู้ว่าบอสที่นี่เป็นใคร! คืนนี้พวกเราคงสนุกกันทั้งคืนแน่” หัวหน้านักเลงเป็นคนพูดและส่งสายตาคุกคามทางเพศให้กู้หนิง

 

กู้หนิงไม่พอใจมาก นักเลงพวกนี้หาเรื่องขุดหลุมฝังศพตัวเองแล้ว

 

ทุกคนในห้องเล่นเกมเข้ามามุงดูละครฉากเด็ด มีคนไม่กี่คนที่อยู่ข้างกู้หนิงเพราะนักเลงกลุ่มนี้เป็นนักเล่นขาประจำที่นี่และพวกเขาก็เล่นเก่งมาก

 

“เริ่มกันเลย!” กู้หนิงยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชา

 

กู้หนิงและหัวหน้านักเลงยืนอยู่ตรงหน้าตู้สลอต ทั้งสองคนพนันแถวทั้งหมด

 

หัวหน้านักเลงดึงคันโยกบนเครื่องของเขาก่อนและตู้สลอตก็เริ่มส่งเสียงดัง ในขณะเดียวกันวงล้อ 10 วงก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กู้หนิง

ดึงคันโยกหลัง และ 10 วงล้อบนหน้าจอของเครื่องของเธอก็เริ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

 

หัวหน้านักเลงกดปุ่มหยุดและตู้สลอตก็หยุดทันทีด้วยเสียงเหมือนมีคนมาเหยียบเบรก 10 วงล้อค่อยๆ หยุดทีละอันจากซ้ายไปขวาและทุกคนก็จ้องไปที่หน้าจอ

 

รูปภาพแถวที่ 200 ถูกเรียงหนึ่งแถวจากห้าแถว แม้ว่ารูปภาพแถวที่ 200 จะได้เงินไม่มากนัก แต่เขาก็พอใจแล้วเพราะมันยากมากที่จะชนะพนันทุกแถว

 

กลุ่มนักเลงมองกู้หนิงและพวกด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง “คนสวย คืนนี้เตรียมตัวกับบ้านกับพวกเราได้เลย!”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พวกเขาหัวเราะเสียงดัง

 

“ฉันไม่คิดงั้นนะ” กู้หนิงเอ่ย เธอกดปุ่มหยุดกะทันหันและภาพก็ค่อยๆ หยุดลง

 

ในเวลาเดียวกันก่อนที่พวกเขาจะหัวเราะเยาะ พวกเขาสังเกตเห็นว่ารูปภาพบนหน้าจอตู้สลอตของกู้หนิงเริ่มแสดงเป็นแถวถัดต่อกันลงมาเรื่อย ๆ ทุกคนตกใจ

 

ภายในไม่กี่วินาที ชิปก็เริ่มไหลออกมาจากตู้สลอตด้วยความเร็วสูง

 

“ไม่มีทาง! เธอชนะทั้งแถบ!”

 

“พระเจ้า ดวงโคตรดี!”

 

“อย่างต่ำ ๆ นี่ก็หนึ่งร้อยล้านเลยนะ!”

 

มีคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

แม้ว่าเกาเหวินซินจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็ยังประหลาดใจปนทึ่ง

 

“นะ นี่ ฉันฝันไปรึเปล่า?” ซู่ฉินหยินไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

 

“อยากหยิกฉันดูไหม?” เกาเหวินซินถาม

 

“ไม่ต้อง ขอบคุณ” ซู่ฉินหยินปฏิเสธ

 

กู้หนิงมองไปที่กลุ่มนักเลงและพูดอย่างเย็นชาว่า “พวกนายแพ้เกม ขอโทษพวกฉันซะแล้วไสหัวไปไกลๆ!”

 

“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? กล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันขอโทษ”

 

“จะขอโทษหรือไม่ขอโทษ?” เสียงของกู้หนิงทุ้มต่ำและฟังดูคุกคาม พวกนักเลงรู้สึกเหมือนถูกแช่อยู่ในห้องแช่แข็ง ขนลุกซู่ทั่วสรรพางค์

จบบทที่ ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว