- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ
ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ
ตอนที่ 449 - 450: ไม่มีอะไรจะอธิบาย, ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ
ตอนที่ 449 ไม่มีอะไรจะอธิบาย
“หนิงหนิง พี่เห็นผู้ชายคนนี้ทิ้งผู้หญิงที่ร้านกาแฟวันนี้!” เกาเหวินซินกล่าวด้วยความโกรธ จ้องไปที่ซินเป่ยราวกับว่าเขาเป็นอาชญากรที่ชั่วร้าย
“คุณไม่รู้อะไรสักหน่อย เพราะฉะนั้นหยุดพูดจาโจมตีผมได้แล้ว!” ซินเป่ยเอ่ย
“ฉันไม่ได้โจมตีคุณ ฉันได้ยินกับหูตัวเอง!” เกาเหวินซินเถียงกลับ
แม้ว่าซู่จินเฉินและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้ความจริงแต่ก็ไม่มีใครช่วยซินเป่ยอธิบายเรื่องนี้ พวกเขายืนดูละครเรื่องนี้ด้วยความสนุก
เมื่อเห็นซินเป่ยโกรธมาก กู้หนิงก็พลันเข้าใจว่าเกาเหวินซินคงจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง “ฉันคิดว่ามันต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่าง ให้โอกาสเขาอธิบายก่อนเถอะค่ะ” กู่หนิงกล่าว “ผมไม่มีอะไรจะอธิบายให้ผู้หญิงบ้าคนนี้ฟัง!” ซินเป่ยปฏิเสธ
เมื่อได้ยินกู้หนิงพูดอย่างนั้น เกาเหวินซินคิดว่าบางทีเธออาจคิดผิด แต่เมื่อซินเป่ยปฏิเสธที่จะอธิบายให้เธอฟัง เธอก็หงุดหงิดอีกครั้ง “คุณเป็นผู้ชายที่แย่มาก!”
“คุณ...” ซินเป่ยโกรธจนไม่อยากจะพูด “ผมจะไม่เถียงอะไรกับคุณอีกเพราะเห็นแก่กู้หนิง”
กู้หนิงดึงเกาเหวินซินไปนั่งที่โต๊ะ เธอกังวลว่าเกาเหวินซินจะทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีให้กับซู่จินเฉิน อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่าเกาเหวินซินนั้นหยาบคาย พวกเขากลับชอบเธอเสียอีกเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจช่วยเหลือผู้หญิงด้วยกัน แม้ว่าเธอจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวไปบ้าง
“ขอแนะนำนะคะ นี่พี่สาวของฉันเองค่ะ เกาเหวินซิน” กู้หนิงพูดกับทุกคน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ทุกคนยกเว้นซินเป่ยเอ่ยทักทายเกาเหวินซิน
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ” เกาเหวินซินยิ้ม
จากนั้นกู้หนิงก็หันไปหาเกาเหวินซิน “นี่คือเฉินเมิ่ง ซีหมิง ซู่จินเฉินและน้องสาวของเขา ซู่ฉินหยิน และนี่คือซินเป่ย พวกเขาล้วนอายุมากกว่าพี่ค่ะ”
เกาเหวินซินไม่รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่กู้หนิงวางแผนที่จะแนะนำให้รู้จักกับเธอและเธอก็ไม่ได้สนใจที่จะถาม
“พวกเธออยากทานอะไร? เชิญคุณผู้หญิงก่อนครับ” ซู่จินเฉินยื่นเมนูอาหารให้สามสาว พวกเธอไม่ลังเลที่จะสั่งอาหารที่ตัวเองชอบ
“คุณเกา จริงๆ แล้ว คุณเข้าใจซินเป่ยผิด มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด…” ซู่เจินเฉินพยายามอธิบายแทนซินเป่ย แม้ว่าพวกเขาจะสนุกกับเรื่องนี้แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการให้พี่สาวของกู้หนิงรู้สึกแย่กับพวกเขา อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะพูดจบ ซินเป่ยก็พูดขัดจังหวะเขา “ไม่มีอะไรต้องอธิบาย มันสำคัญนักหรือ?”
“ฉันแค่ไม่อยากให้พี่สาวของกู้หนิงเข้าใจผิด” ซู่จินเฉินเอ่ย
“นายสนความคิดของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ซินเป่ยขมวดคิ้ว จ้องซู่จินเฉินตาเขม็ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่ซู่จินเฉินไม่อยู่ข้างเขา
“ก็ได้ ลืมมันซะเถอะ” ซู่จินเฉินไม่อยากทำให้เพื่อนต้องโมโหมากไปกว่านี้
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันชอบพวกคุณทุกคนมากและฉันจะไม่มองพวกคุณไม่ดีเพียงเพราะผู้ชายคนหนึ่ง” เกาเหวินซินกล่าว เห็นได้ชัดว่าเธอพูดประชดซินเป่ย
“ผู้หญิงบ้า!” ซิยเป่ยคิดว่าเกาเหวินซินน่ารำคาญพอๆกับหยูเหวินจิง
“ผู้ชายเฮงซวย!” เกาเหวินซินโต้กลับ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าต้องมีความเข้าใจผิดบางอย่างแต่เธอไม่ชอบทัศนคติของซินเป่ย
“คุณ…”
“เอาล่ะ หยุดทะเลาะกับผู้หญิงได้แล้ว เป็นผู้ชายหน่อย” ในที่สุดเลิ่งเชาถิงก็เอ่ยปากห้ามทัพและจบการโต้เถียงระหว่างพวกเขา
“พี่เขย พี่นี่เป็นลูกชายตัวจริงจริงๆเลยค่ะ” เกาเหวินซินเอ่ยชมและยิ้มอย่างมีเลศนัยให้ซินเป่ย
เลิ่งเชาถิงชอบตอนที่เกาเหวินซินเรียกเขาว่าพี่เขยและเขาก็มายืนข้างเกาเหวินซินโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเช่นนั้น กู้หนิงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมีความสุขมากที่ได้ยินเกาเหวินซินเรียกเขาว่าพี่เขย
แต่ในสายตาของเลิ่งเชาถิงมันสำคัญมาก เพราะตอนนี้เกาเหวินซินเป็นครอบครัวของกู้หนิงแล้วและเขาต้องการได้รับการเห็นชอบจากทุกคนที่กู้หนิงแคร์
อาหารถูกเสิร์ฟวางบนโต๊ะ ทุกคนต่างทานไปด้วยพูดคุยไปด้วย เมื่อเกาเหวินซินอ้าปากพูดซินเป่ยจะเงียบและถ้าซินเป่ยอ้าปากพูดเกาเหวินซินจะเงียบ การกระทำของทั้งสองเหมือนเด็กที่กำลังโกรธกัน
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ซู่จินเฉินก็ถามขึ้นว่า “เราไปต่อที่ไหนกันดี?”
“คุณคิดว่าไง?” เลิ่งเชาถิงถามกู้หนิง
“ฉันไม่มีความคิดเห็นค่ะ คุณตัดสินใจเอาเองเถอะ” กู้หนิงตอบ
“งั้นไปโคสต์ไลน์คลับเฮาส์กันไหม? มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง” ซีหมิงเสนอ
โคสต์ไลน์คลับเฮาส์เป็นสถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ มีทั้งบาร์ ห้อง KTV โรงยิม บิลเลียด การชิมไวน์ เกม และอื่นๆ แต่ไม่มีคาสิโน ที่นี่คือเมืองหลวงและคาสิโนไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดที่นี่ พวกเขาไม่ชอบสถานที่ที่มีเสียงดังดังนั้นจึงไม่มีใครไม่เห็น
หลังจากนั้นกลุ่มของพวกเขาก็ขับรถไปที่โคสต์ไลน์คลับเฮาส์ เกาเหวินซินไปกับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิง
“ฉันคิดว่าพี่ไม่ชอบซินเป่ยเอามากๆ” กู้หนิงพูดแหย่
เกาเหวินซินเม้มปากและพูดว่า “ตอนแรกก็ใช่แต่หลังจากที่พี่พบว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด พี่ก็เลิกเกลียดเขาแล้ว พี่แค่ไม่ชอบทัศนคติของเขาเท่านั้น”
“ผู้หญิงคนนั้นทิ้งเขาเพราะตอนนั้นเขาไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จ เธอเลยอยากกลับมาหาเขา” คราวนี้เลิ่งเชาถิงเป็นคนอธิบาย
ได้ยินแบบนั้นเกาเหวินซินก็เห็นใจซินเป่ยแต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงโคสต์ไลน์คลับเฮาส์ ซู่จินเฉินจองห้องส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดพร้อมกิจกรรมทั้งหมดภายใน
ซีหมิงแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบไม้บิลเลียดเมื่อเขาเข้าไปในห้องส่วนตัว “ซินเป่ย มาเล่นกัน!”
ซินเป่ยหยิบไม้บิลเลียดอีกอันแล้วพูดว่า “เล่นกันเลย!” ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีและอยากจะระบายความโกรธออกมา
สาวสามนั่งรวมกลุ่มกันและซู่จินเฉินก็ถามพวกเธอว่า “พวกเธออยากเล่นอะไร?”
ตอนที่ 450 ขอโทษแล้วไสหัวไปซะ
เกาเหวินซินคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เบื้องหลังโคสต์ไลน์คลับเฮาส์เป็นยังไงเหรอ?”
“ฉันก็ไม่แน่ใจ ถามทำไมเหรอ?” ซู่ฉินหยินสงสัย
“อืม ฉันสังเกตเห็นว่ามีห้องเล่นเกมอยู่บนชั้นสอง...” หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เอิร์ทไนต์คลับ เกาเหวินซินก็ไม่กล้าเล่นเกมหรือเล่นพนันในสถานบันเทิงอีก
ซู่ฉินหยินไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกันยังไงระหว่างเบื้องหลังของโคสต์ไลน์คลับเฮาส์กับความต้องการเล่นเกมของเกาเหวินซิน แต่กู้หนิงเข้าใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไปกันเถอะ!” พูดจบกู้หนิงก็ลุกขึ้นยืน
กู้หนิงได้ทำการตรวรสอบแล้วว่าทั้งแก๊งฉิงและแก๊งคิรินไม่ได้เป็นเจ้าของโคสต์ไลน์คลับเฮาส์ แน่นอนว่าอาจเป็นแก๊งอื่น แต่กู้หนิงไม่สนใจเรื่องนี้เพราะเธอได้จัดการกับแก๊งที่ใหญ่ที่สุดสองแก๊งในประเทศนี้แล้ว กระนั้นเธอก็ไม่ได้อยากมีปัญหาเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะทำตัวไม่ให้โดดเด่น
กู้หนิงบอกเลิ่งเชาถิงว่าพวกเธอจะไปห้องเล่นเกมกับเกาเหวินซินและซู่ฉินหยิน
เมื่อเห็นหลังเกาเหวินซินเดินออกไป ซินเป่ยก็แค่นเสียง ฮึ ในลำคอ
“ซินเป่ย ทำไมนายต้องทำตัวแบบนี้กับผู้หญิงด้วย? เป็นผู้ชายหน่อยสิวะ?” เฉินเมิ่งเอ่ย
“เวรเอ้ย!” ซินเป่ยสบถคำหยาบด้วยความโมโหและไม่สนใจเฉินเมิ่งก่อนจะกลับไปเล่นบิลเลียดต่อ
“ซินเป่ย วันนี้นายอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ” ซู่จินเฉินส่ายศีรษะ ปกติซินเป่ยเล่นบิลเลียดเก่งมากแต่วันนี้เขากลับเล่นแย่กว่าซีหมิงซะอีก
สามสาวขึ้นไปที่ชั้นสองและแลกชิปหนึ่งหมื่นหยวนก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เนื่องจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของพวกเธอ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องเล่นเกม ผู้คนจำนวนมากก็เหลียวมองพวกเธอกันยกใหญ่
พวกเธอเดินไปที่ตู้สลอต ทันใดนั้นเองก็มีนักเลงสี่คนเดินมาหาพวกเธอ นักเลงเหล่านั้นมองดูสาวสวยสามคนและพูดอย่างร่าเริงว่า “เฮ้ คนสวย! เล่นอะไรอยู่เหรอ? ให้พวกพี่ช่วยไหม! พวกพี่เล่นเก่งนะ”
“ไม่ต้อง” เกาเหวินซินพูดอย่างเย็นชา “อย่ามายุ่ง”
“อย่าเย็นชานักสิคนสวย”
“อยากเล่นกับพวกฉันงั้นเหรอ? ฉันเกรงว่าพวกนายจะรับไม่ไหวน่ะสิ” กู้หนิงเยาะเย้ย
นักเลงทั้งสี่คนไม่พอใจทันที หัวหน้าของพวกเขากล่าวว่า “อะไรนะ? น่าสนใจนี่! ไม่มีอะไรที่พวกเรารับไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูกัน เดิมพันหนึ่งหมื่นหยวนเป็นไง? หากพวกนายชนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกฉันก็จะเชื่อฟังทั้งนั้น แต่หากพวกฉันชนะ พวกนายต้องขอโทษพวกฉันแล้วก็ไสหัวไปซะ ว่าไง?” กู้หนิงกล่าวอย่างใจเย็น เธอดูไม่ประหม่าเลย
“หนิงหนิง” ซู่ฉินหยินเป็นกังวลเล็กน้อย เธอต้องการห้ามกู้หนิงแต่ถูกเกาเหวินซินพูดขัดจังหวะว่า “ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่เป็นไรหรอก” เกาเหวินซินพูดอย่างสบายใจเพราะตอนนี้เธอเชื่อมั่นกู้หนิงเต็มร้อย
ซู่ฉินหยินกังวลว่ากู้หนิงอาจแพ้แต่นักเลงพวกนี้ไม่กล้าทำร้ายพวกเธอแน่นอนเพราะเลิ่งเชาถิงและพวกผู้ชายยังอยู่ชั้นบน
“หึหึหึ คนสวย เธอกล้าพนันกับฉันงั้นเหรอ ถ้างั้นจะบอกให้รู้ว่าบอสที่นี่เป็นใคร! คืนนี้พวกเราคงสนุกกันทั้งคืนแน่” หัวหน้านักเลงเป็นคนพูดและส่งสายตาคุกคามทางเพศให้กู้หนิง
กู้หนิงไม่พอใจมาก นักเลงพวกนี้หาเรื่องขุดหลุมฝังศพตัวเองแล้ว
ทุกคนในห้องเล่นเกมเข้ามามุงดูละครฉากเด็ด มีคนไม่กี่คนที่อยู่ข้างกู้หนิงเพราะนักเลงกลุ่มนี้เป็นนักเล่นขาประจำที่นี่และพวกเขาก็เล่นเก่งมาก
“เริ่มกันเลย!” กู้หนิงยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชา
กู้หนิงและหัวหน้านักเลงยืนอยู่ตรงหน้าตู้สลอต ทั้งสองคนพนันแถวทั้งหมด
หัวหน้านักเลงดึงคันโยกบนเครื่องของเขาก่อนและตู้สลอตก็เริ่มส่งเสียงดัง ในขณะเดียวกันวงล้อ 10 วงก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กู้หนิง
ดึงคันโยกหลัง และ 10 วงล้อบนหน้าจอของเครื่องของเธอก็เริ่มเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
หัวหน้านักเลงกดปุ่มหยุดและตู้สลอตก็หยุดทันทีด้วยเสียงเหมือนมีคนมาเหยียบเบรก 10 วงล้อค่อยๆ หยุดทีละอันจากซ้ายไปขวาและทุกคนก็จ้องไปที่หน้าจอ
รูปภาพแถวที่ 200 ถูกเรียงหนึ่งแถวจากห้าแถว แม้ว่ารูปภาพแถวที่ 200 จะได้เงินไม่มากนัก แต่เขาก็พอใจแล้วเพราะมันยากมากที่จะชนะพนันทุกแถว
กลุ่มนักเลงมองกู้หนิงและพวกด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง “คนสวย คืนนี้เตรียมตัวกับบ้านกับพวกเราได้เลย!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พวกเขาหัวเราะเสียงดัง
“ฉันไม่คิดงั้นนะ” กู้หนิงเอ่ย เธอกดปุ่มหยุดกะทันหันและภาพก็ค่อยๆ หยุดลง
ในเวลาเดียวกันก่อนที่พวกเขาจะหัวเราะเยาะ พวกเขาสังเกตเห็นว่ารูปภาพบนหน้าจอตู้สลอตของกู้หนิงเริ่มแสดงเป็นแถวถัดต่อกันลงมาเรื่อย ๆ ทุกคนตกใจ
ภายในไม่กี่วินาที ชิปก็เริ่มไหลออกมาจากตู้สลอตด้วยความเร็วสูง
“ไม่มีทาง! เธอชนะทั้งแถบ!”
“พระเจ้า ดวงโคตรดี!”
“อย่างต่ำ ๆ นี่ก็หนึ่งร้อยล้านเลยนะ!”
มีคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ว่าเกาเหวินซินจะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็ยังประหลาดใจปนทึ่ง
“นะ นี่ ฉันฝันไปรึเปล่า?” ซู่ฉินหยินไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“อยากหยิกฉันดูไหม?” เกาเหวินซินถาม
“ไม่ต้อง ขอบคุณ” ซู่ฉินหยินปฏิเสธ
กู้หนิงมองไปที่กลุ่มนักเลงและพูดอย่างเย็นชาว่า “พวกนายแพ้เกม ขอโทษพวกฉันซะแล้วไสหัวไปไกลๆ!”
“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? กล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันขอโทษ”
“จะขอโทษหรือไม่ขอโทษ?” เสียงของกู้หนิงทุ้มต่ำและฟังดูคุกคาม พวกนักเลงรู้สึกเหมือนถูกแช่อยู่ในห้องแช่แข็ง ขนลุกซู่ทั่วสรรพางค์