- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 447 - 448: เกาเหวินซินพบกับซินเป่ย, ผู้หญิงบ้ากับผู้ชายเฮงซวย?
ตอนที่ 447 - 448: เกาเหวินซินพบกับซินเป่ย, ผู้หญิงบ้ากับผู้ชายเฮงซวย?
ตอนที่ 447 - 448: เกาเหวินซินพบกับซินเป่ย, ผู้หญิงบ้ากับผู้ชายเฮงซวย?
ตอนที่ 447 เกาเหวินซินพบกับซินเป่ย
“สำหรับเครื่องสำอาง ฉันจะสร้างแบรนด์ระดับไฮเอนด์และราคาจะสูงพอๆ กับแบรนด์ดังระดับโลก ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจะให้รายการราคากับลุงอีกทีในภายหลัง” กู้หนิงกล่าว
“เราไม่จำเป็นต้องผลิตยาหรือเครื่องสำอางจำนวนมากในระยะแรก แค่อย่างละ 100 ชิ้นเท่านั้น หลังการผลิตรบกวนบอกฉันก่อนส่งไปกองควบคุมยาเพราะฉันต้องเตรียมการบางอย่าง เราไม่จำเป็นต้องติดต่อผู้ค้ารายอื่นเช่นกัน เราจะเปิดร้านของเราเอง ฉันจะดูแลการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ตราบใดที่สินค้าของเรามีชื่อเสียงและเป็นที่นิยม คนขายก็จะมาหาเราเอง”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้เสร็จสิ้น
ทุนจดทะเบียนเริ่มต้นคือสามสิบล้านหยวนและกู้หนิงได้เพิ่มเงินเข้าไปเจ็ดสิบล้านหยวน ดังนั้นจึงเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยล้านหยวน ซึ่งทำให้หนิงฉางไค่ตกใจ
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย กู้หนิงก็ให้บัตรธนาคารแก่หนิงฉางไค่ที่มีเงิน 10 ล้านหยวนอยู่ในนั้น เขาสามารถใช้เงินนี้ซื้อวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุดได้
เมื่อเผชิญหน้ากับความไว้วางใจของกู้หนิงที่มีต่อเขา หนิงฉางไค่รู้สึกประทับใจและสัญญาว่าจะทำงานให้หนักและภักดีต่อเธอ
ในตอนท้ายกู้หนิงกล่าวกับเขาว่า “ลุงสามารถกลับไปเตรียมวัตถุดิบและจ้างพนักงานเพิ่มให้เพียงพอ เมื่อทุกอย่างเตรียมหมดแล้ว โทรหาฉันทันที ฉันจะนำยาของฉันไปทำยาใหม่ด้วยตัวเอง แต่ฉันจะอยู่ในเมืองหลวงอีกแค่สามวันเท่านั้น ดังนั้นรีบเร่งดำเนินการให้เร็วหน่อยก็ดีค่ะ”
แม้ว่าเธอจะสามารถมอบผลึกพลังของเธอให้กับหนิงฉางไค่ได้ในตอนนี้ แต่เธอก็ยังต้องการตรวจสอบโรงงานด้วยตัวเอง
“ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มทำยาตัวใหม่ได้วันมะรืนนี้” หนิงฉางไค่กล่าว เขาจำเป็นต้องเตรียมวัตถุดิบใหม่หมดและต้องให้เวลาสำหรับซัพพลายเออร์ในการส่งมอบวัตถุดิบ
เมื่อหนิงฉางไค่กลับไปทำงาน กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็ไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทของเธอ จางชุนเจี๋ย เลขานุการของอ้ายกวงเหยาเป็นผู้ดูแล
เมื่อเกือบจะถึง กู้หนิงโทรหาจางซุนเจี๋ยและเขาก็ลงไปชั้นล่างเพื่อมารอต้อนรับ
“ยินที่ได้พบครับคุณกู้ คุณเลิ่ง!” จางซุนเจี๋ยเอ่ย บริเวณนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยดังนั้นเขาจึงไม่เรียกกู้หนิงว่าบอส
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมคะ?” กู้หนิงถาม
“ดีมากครับ! ผมคิดว่าพวกเราจะตกแต่งเสร็จภายในประมาณสามเดือน” จางซุนเจี๋ยกล่าว “และนักออกแบบหญิงที่คุณแนะนำมาก็เยี่ยมมาก” จางซุนเจี่ยกล่าวชมซ่งหมานหนี่
กู้หนิงพยักหน้าเบาๆอย่างพึงพอใจ
หลังจากนั้นกู้หนิงก็ไปพบซ่งหมานหนี่และพูดคุยกับเธอแค่สั้นๆ
“บอสคะ ฉันขายอพาร์ทเมนต์ของฉันไปแล้วและจ่ายเงินมัดจำอพาร์ทเมนต์ใหม่ในอาคารที่พักใกล้เคียง ฉันสามารถย้ายเข้ามาได้หลังจากที่ห้องได้รับการตกแต่งใหม่แล้ว” ซ่งหมานหนี่กล่าว “โอ้ ฉันวาดรูปออกแบบสำหรับสำนักงานของคุณแล้วด้วย นี่ค่ะ”
ซ่งหมานหนี่เปิดคอมพิวเตอร์โชว์ภาพวาดการออกแบบให้กู้หนิงดู กู้หนิงไม่มีข้อกำหนดมากมายสำหรับสำนักงานตราบใดที่มันสะดวก แต่เธอชอบการออกแบบของซ่งหมานหนี่มาก ชั้นทั้งหมดเป็นของเธอ รวมถึงห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ และอื่นๆ
“สวยมากค่ะ” กู้หนิงเอ่ยชม
ในขณะที่กู้หนิงกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เกาเหวินซินกำลังไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอในห้างสรรพสินค้า
เพื่อนของเกาเหวินซินอายุเท่าเธอแต่ดูอ่อนกว่าวัยและมีใบหน้าเหมือนเด็ก พวกเธอช้อปปิ้งมาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงตัดสินใจหยุดพักที่ร้านกาแฟ อย่างไรก็ตามก่อนที่กาแฟของพวกเธอจะถูกวางบนโต๊ะ พวกเธอก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันจากโต๊ะตรงมุมร้าน
“ซินเป่ย! ฉันรักคุณมากและฉันก็ทำเพื่อคุณมากเช่นกัน คุณใจร้ายกับฉันขนาดนี้ได้ยังไง? คุณคิดว่าคุณประสบความสำเร็จแล้วสามารถดูถูกฉันได้งั้นเหรอ?” สาวงามตะโกนใส่ชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นก็คือซินเป่ย เพื่อนร่วมทีมของเลิ่งเชาถิง
ในทางกลับกัน ซินเป่ยมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างเย็นชาและเย้ยหยัน "อะไรนะ? ผมใจร้ายกับคุณ? คุณไม่ไร้ยางอายไปหน่อยเหรอ? ใช่ ตอนนี้ผมประสบความสำเร็จแล้วและตอนนี้ผมก็ดูถูกคุณ แล้วไง? ผมไม่ได้บังคับให้คุณทำอะไรเพื่อผมสักหน่อย!”
ได้ยินคำพูดไม่รับผิดชอบของเขาเกาเหวินซินก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นเพลย์บอยแน่นอน ทุกคนในร้านกาแฟก็คิดแบบเดียวกับเกาเหวินซิน
“คุณ...” สาวงามขุ่นเคือง
“หยูเหวินจิง อย่ามายุ่งกับผมอีก” ซินเป่ยพูดจบแล้วก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจากไป
“ซินเป่ย ได้โปรด อย่าไป...” หยูเหวินจิงลุกขึ้นยืนตามเขา เธอพยายามจับมือซินเป่ยแต่ถูกเขาสะบัดจนเธอล้มลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง
“หยูเหวินจิง คุณยังมียางอายอยู่ไหม?” ซินเป่ยเกือบทนไม่ไหวแล้วในตอนนี้เพราะผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาหน้าด้านซะเหลือเกิน
“บ้าอะไรวะเนี่ย!” เกาเหวินซินก็โกรธเช่นกัน เธอลุกขึ้นยืนและหยิบกาแฟที่พนักงานเสิร์ฟเพิ่งวางลงบนโต๊ะแล้ววิ่งไปข้างหน้า
“เหวินซิน!” ไอ่ซินหยู เพื่อนของเกาเหวินซินต้องการหยุดเธอแต่สายไปแล้ว
ระยะห่างระหว่างโต๊ะของพวกเขาอยู่ไม่ไกล ดังนั้นเกาเหวินซินจึงพุ่งไปข้างหน้าซินเป่ยภายในไม่กี่วินาที เธอสาดกาแฟอุ่น ๆ ลงบนใบหน้าของซินเป่ยและด่าเขาว่า “ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!”
ซินเป่ยไม่ได้สังเกตว่ามีคนวิ่งเข้ามาหา ดังนั้นกาแฟจึงถูกสาดใส่หน้าเขาเต็มๆ โชคดีที่กาแฟไม่ร้อนแต่เขาก็ยังรู้สึกแย่เอามากๆ
"บ้าไปแล้วเหรอ! ไม่รู้อะไรแล้วเอากาแฟมาสาดใส่คนอื่น อีกอย่างนะคุณผู้หญิง นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” ซินเป่ยจ้องไปที่เกาเหวินซินด้วยดวงตาวาบวับ เขาโกรธมากแต่ระงับความโกรธไว้เพราะเขาได้รับการอบรมอย่างดีและไม่เคยทุบตีผู้หญิง
“นี่ยังไม่ชัดอีกเหรอ? ฉันได้ยินชัดหมดทุกอย่างแล้ว ผู้หญิงคนนี้ทำเพื่อคุณตั้งมากมายแต่คุณทิ้งเธอทันทีที่คุณประสบความสำเร็จในชีวิต! คุณมันผู้ชายเฮงซวย แย่ที่สุด!” เกาเหวินซินตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ
ไอ่ซินหยูวิ่งไปหาพวกเขาทันทีและดึงเกาเหวินซินกลับมา “เหวินซิน มันเป็นเรื่องของพวกเขา ไปกันเถอะ!”
"ไม่!" เกาเหวินซินปฏิเสธ “อย่าได้คิดที่จะทำผู้หญิงร้องไห้! วันนี้ฉันจะสอนบทเรียนให้คุณเอง!” พูดจบ เกาเหวินซินก็ตบหน้าซินเป่ยทันที อย่างไรก็ตามมือของเธอถูกเขาจับไว้ก่อนที่มันจะฟาดหน้าเขา “คุณมันผู้หญิงบ้า!”
เกาเหวินซินรู้สึกประหลาดใจที่เขาสามารถจับมือเธอได้ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ธรรมดา หลังจากนั้นเกาเหวินซินก็เตะเขา แต่ซินเป่ยหลบได้ ตอนนี้เกาเหวินซินตระหนักว่าผู้ชายคนนี้รู้วิธีต่อสู้เช่นกันและเขาเก่งกว่าเธอด้วยซ้ำ
"ปล่อยฉัน!" เกาเหวินซินยอมแพ้และพยายามสะบัดมือเขาออก
ตอนที่ 448 ผู้หญิงบ้ากับผู้ชายเฮงซวย?
ซินเป่ยไม่ต้องการเสียเวลากับเธอเช่นกันเพราะมีคราบกาแฟอยู่เต็มเสื้อผ้าและหน้าของเขา ซินเป่ยเหวี่ยงมือของเกาเหวินซินออกไปก่อนจะหันหลังและเดินออกไป
เกาเหวินซินโกรธจัดแต่ก็รู้ตัวว่าเธอสู้เขาไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงเดินกลับไปที่นั่งของเธอด้วยความโกรธ “ผู้ชายเฮงซวย! นิสัยแย่มาก แย่ที่สุด!”
“ฉันคิดว่าเธอยุ่งแค่เรื่องของตัวเองจะดีกว่านะ เห็นไหม ครั้งนี้เธอเอาชนะผู้ชายคนนั้นไม่ได้เลย” ไอ่ซินหยูเอ่ย
“ฉันแค่ช่วยผู้หญิงคนนั้นนะ! เธอไม่เห็นเหรอว่าเขามันแย่แค่ไหน?” เกาเหวินซินเถียง
“นั่นมันปัญหาของพวกเขา ไม่ใช่เธอจ๊ะ” ไอ่ซินหยูกรอกตาใส่เพื่อน
หลังจากแวะไปดูตึกออฟฟิศ กู้หนิงโทรหาลู่เจินและคุยกับเขาทางโทรศัพท์อยู่สักพัก
การตกแต่งต้องใช้เวลาอีกสามเดือนในการตกแต่งอาคารสำนักงานใหม่ทั้งหมด ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเช่าสตูดิโอขนาดเล็กสำหรับลู่เจินเพื่อที่เขาจะได้เตรียมตัวสำหรับรายการทีวีหลังจากเทศกาลโคมไฟ
กู้หนิงต้องการผู้จัดการที่มีความสามารถโดยด่วนแต่เธอยังไม่พบใครที่มีคุณสมบัติตามที่เธอต้องการได้เลย ดังนั้นเลิ่งเชาถิงจึงช่วยเธอจ้างคนสองคน ส่วนสตูดิโอของลู่เจิน กู้หนิงสั่งให้จางชุนเจี๋ยเป็นคนจัดการ
กว่าจะออกจากที่ทำงานก็ปาไปห้าโมงครึ่ง กู้หนิงโทรหาเกาเหวินซินและถามว่าเธออยู่ที่ไหน ในขณะนั้นเกาเหวินซินกลับมาที่โรงแรมได้พักหนึ่งแล้ว
สถานที่นัดพบคือโรงแรมของตระกูลซู่ โรงแรมจินหลินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เกาเหวินซินพักอยู่ ดังนั้นกู้หนิงจึงบอกให้เธอนั่งแท็กซี่ไปที่โรงแรมจินหลิน ส่วนกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงจะตามไปสมทบที่นั่น
หลังจากที่กู้หนิงบอกหมายเลขห้องรับรองส่วนตัวให้เกาเหวินซินทราบ เกาเหวินซินก็เดินทางไปที่โรงแรมทันที
ในขณะเดียวกัน ซู่จินเฉินและคนอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึงทีละคน
ซู่จินเฉินและญาติสาวของเขามาถึงก่อนตามด้วยเฉินเมิ่งและซีหมิง
เมื่อเห็นซีหมิง ซู่ฉินหยินก็พูดหยอกล้อว่า “เอ๊ะ ทำไมอี้ซินไม่มาด้วยล่ะ?”
สีหน้าของซีหมิงเศร้าและเขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอแต่ใบหน้าของเขาพูดทุกอย่างแทนแล้ว เขารู้สึกผิดหวังที่ฉิวอี้ซินไม่สามารถมาที่เมืองหลวงได้ ซู่ฉินหยินรู้เรื่องนี้และจงใจพูดหยอกเขา ที่แย่ไปกว่านั้นความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้ซีหมิงกังวลมากที่สุด
“เธอเองก็ไม่โสดเหมือนกันน่า อ่า ตอนนี้ฉันรู้สึกเหงานิดหน่อยแฮะ” ซู่จินเฉินเอ่ย
“ตอนนี้ซีหมิงก็ยังโสดนะ” เฉินเมิ่งหัวเราะ
ซีหมิงรู้สึกเจ็บ “หยุดได้แล้วน่า! ถ้าฉันเศร้าตาย พวกนายจะเสียพี่น้องคนสำคัญไปนะ!”
“ไม่เห็นสนใจเลย” ซู่จินเฉินและเฉินเมิ่งพูดประสานเสียงกัน
“พวกนายนี่มัน....” ซีหมิงเอามือข้างหนึ่งทาบหน้าอกตัวเอง ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคประตูก็เปิดออกเสียงดัง ทุกคนในห้องส่วนตัวต่างประหลาดใจและหันไปมองที่ประตู ซินเป่ยเดินเข้ามาข้างในด้วยความโกรธซึ่งยากที่จะเห็น
ซู่จินเฉินเอ่ยถามว่า “ซินเป่ย นายเป็นอะไร? ไปโกรธอะไรมา?”
ซินเป่ยเดินมานั่งลงและดื่มชาสักถ้วยก่อนที่จะอ้าปากพูดว่า “วันนี้ฉันเจอหยูเหวินจิง เธอไม่ยอมปล่อยฉันไปและอ้างว่าเธอทำเพื่อฉันมากมายและฉันก็ทิ้งเธอไป ผู้หญิงคนนี้ไร้ยางอายจริงๆ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็แสดงความไม่ชอบใจต่อหยูเหวินจิงออกมา
“ชิ หยูเหวินจิงไร้ยางอายจริงๆนั่นแหละ! เธอเองที่เป็นคนดูถูกนายก่อนเพราะตอนนั้นนายไม่มีอะไร แต่ตอนนี้นายประสบความสำเร็จแล้ว เธอต้องการให้นายกลับไปอยู่เคียงข้างเธอ? น่าสนใจ!” ซีหมิงกล่าว
“ใช่ ซีหมิงพูดถูกต้อง” ซู่จินเฉินเอ่ย
“และมีผู้หญิงบ้าที่ไหนไม่รู้ อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นและสาดกาแฟใส่หน้าฉัน! เธอยังตะโกนว่าฉันเป็นผู้ชายเฮงซวย!” ซินเป่ยโกรธมาก “ฉันเนี่ยนะเป็นผู้ชายเฮงซวย? ฉันเนี่ยนะ?”
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!" ทุกคนหัวเราะดังลั่น แม้ว่าเรื่องนี้ซินเป่ยจะตกเป็นเหยื่อแต่มันก็ตลกมากจริงๆ
“แต่ไหนแต่ไรสิ่งที่หยูเหวินจิงพูดมักจะทำให้คนอื่นเข้าใจนายผิดตลอด” เฉินเมิ่งกล่าว
ซู่ฉินหยินก็ร่วมออกความคิดเห็นว่า “ใช่ ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้น ฉันก็อาจเข้าใจผิดว่านายเป็นผู้ชายเฮงซวยเหมือนกัน!”
“แล้วไง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่นั่นสักหน่อย!” ซินเป่ยบ่น “แม่นั่นควรสนใจแต่เรื่องตัวเองสิ”
“เธอเป็นคนเห็นใจผู้อื่นแต่แค่โจมตีผิดคนก็เท่านั้นเอง” ซู่จินเฉินหัวเราะอีกครั้ง
ซินเป่ยก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกันแต่เขาก็ยังโกรธผู้หญิงบ้าคนนั้นอยู่
ประมาณ 17:50 น. เกาเหวินซินก็มาถึงโรงแรมจินหลินแต่เธอยังไม่ได้ไปที่ห้องส่วนตัวเพราะเธอไม่รู้จักใครที่นั่นและรู้สึกเขินเล็กน้อยที่จะอยู่ที่นั่นคนเดียว ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจรอกู้หนิงและเลิ่งเชาถิวในห้องโถง
เกือบ 6 โมงเย็น กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก็มาถึงและทั้งสามก็ขึ้นไปชั้นบนด้วยกัน
“สวัสดีเชาถิง กู้หนิง!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ซินเป่ยได้พบกับกู้หนิง เขารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะกู้หนิงเป็นผู้หญิงที่ชนะใจบอสของเขา “คุณเป็นแฟนของเชาถิงใช่ไหม?”
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันกู้หนิงค่ะ” กู้หนิงเอ่ยอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ ผม…” ก่อนที่ซินเป่ยจะพูดจบประโยค เกาเหวินซินก็สังเกตเห็นเขาและอุทานว่า “คุณมันผู้ชายเฮงซวยคนนั้นนี่!” เมื่อได้ยินเกาเหวินซินอุทาน ทุกคนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหน้าเกาเหวินซิน ซินเป่ยก็โกรธทันทีและโต้กลับว่า “คุณก็เป็นผู้หญิงบ้าคนนั้นเอง! ฟังนะ ผมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวย!”
นอกจากกู้หนิงและเลิ่งเชาถิง คนอื่น ๆ ที่เหลือพลันตระหนักได้ในทันทีว่าผู้หญิงที่มากับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงคือผู้หญิงบ้าที่ซินเป่ยบอกพวกเขา อย่างไรก็ตามผู้หญิงบ้าคนนี้มาที่นี่พร้อมกับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิง สนุกแล้วงานนี้!
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” กู้หนิงถามด้วยความสงสัย