- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 445 - 446: โคเลนฟาร์มาซูติคอล, เข้าซื้อกิจการ
ตอนที่ 445 - 446: โคเลนฟาร์มาซูติคอล, เข้าซื้อกิจการ
ตอนที่ 445 - 446: โคเลนฟาร์มาซูติคอล, เข้าซื้อกิจการ
ตอนที่ 445 โคเลนฟาร์มาซูติคอล
“ไปกันเถอะ!” เกาเหวินซินกระชับกระเป๋าเดินทางของเจียงซินหยวนไว่ในมือแล้วเริ่มออกเดิน
“ขอบคุณมากค่ะ!” สุดท้ายเจียงซินหยวนก็ยอมรับความช่วยเหลือ
เกาเหวินซินที่มักพูดจ้อไม่หยุดแต่ตอนนี้เธอปิดปากสนิทไม่พูดอะไรสักคำ
ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะเลิ่งเชาถิงและถึงแม้เขาจะขับรถเงียบๆโดยไม่พูดอะไรหรือทำอะไร เกาเหวินซินก็ยังรู้สึกกดดัน เลิ่งเชาถิงพยายามอย่างดีที่สุดแล้วกระนั้นเกาเหวินซินก็ยังไม่อยากนั่งรถร่วมกับเขา เจียงซินหยวนเองก็รู้สึกอึดอัดแต่เธอไม่ได้พูดอะไร
บรรยากาศในรถเงียบสงัด กู้หนิงจึงเป็นฝ่ายชวนคุย
“พี่เหวินซินคะ ถึงโรงแรมแล้วเรากินข้าวเที่ยงกันนะคะ หลังจากนั้นพี่ก็พักผ่อนในห้องส่วนฉันจะไปทำธุระ คืนนี้เราค่อยไปเที่ยวด้วยกันค่ะ” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่ได้บอกเกาเหวินซินว่าเธอจะไปทำธุระเรื่องอะไรเพราะเธอคิดว่าการไม่เปิดเผยออกไปมากเป็นการดีกว่า
“ได้สิ” เกาเหวินซินเห็นด้วย
ภายในครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็มาถึงโรงพยาบาล เจียงซินหยวนกล่าวลาพวกเขาและขอบคุณกู้หนิงอีกครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาขับรถไปที่โรงแรมฮวงเติ้งในตัวเมือง
กู้หนิงขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับเกาเหวินซินเพื่อเก็บสัมภาระขณะที่เลิ่งเชาถิงรออยู่ในห้องรับรอง
เมื่อคล้อยหลังเลิ่งเชาถิง ในที่สุดเกาเหวินซินก็หายใจสะดวกและบ่นออกมาว่า “หนิงหนิง แฟนของเธอนี่น่ากลัวหน่อยๆอยู่นะ เขาเย็นชาจังเลย พี่ไม่กล้าพูดอะไรเลยสักคำ”
“ฮ่า ฮ่า ใช่ค่ะ เขาเย็นชานิดหน่อยแต่ก็ใจดีนะคะ เขาไม่ใช่คนชอบพูด ถ้าพี่ไม่ทำให้เขารำคาญเขาก็เป็นมิตรค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นเกาเหวินซินก็โล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
“อ้อ แฟนเธอรู้รึเปล่าว่าคุณปู่รับเธอเป็นหลานสาวแล้ว?” เกาเหวินซินถาม
“รู้แล้วค่ะ”
ระหว่างกินข้าว เกาเหวินซินไม่เงียบอีกต่อไปแต่ก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง อย่างน้อยเธอก็กล้าคุยกับเลิ่งเชาถิง “พี่เขย ฉันได้ยินจากหนิงหนิงว่าคุณเป็นทหาร คุณทำงานในกองทัพหรือฝ่ายพลเรือนคะ?” เกาเหวินซินถาม
ได้ยินว่าเกาเหวินซินเรียกเขาว่าพี่เขย เลิ่งเชาถิงก็พอใจ “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ผมทำงานในหน่วยรบพิเศษ”
เกาเหวินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน่วยรบอยู่เหนือกว่ากองทัพและทหารฝ่ายพลเรือน! สมาชิกทุกคนในกองทหารมียศทั้งนั้นและยศต่ำสุดคือพันตรี แม้แต่พันตรีจากหน่วยรบก็เป็นที่เคารพนับถือมากกว่าผู้บัญชาการในกองทัพเสียอีก
“อืม ขอทราบยศทหารของคุณหน่อยได้ไหมคะ?” เกาเหวินซินถาม แม้ว่าเขาจะดูเด็กแต่พนันได้เลยว่าเขาต้องเป็นพันตรีหรือไม่ก็พันเอก แต่ว่าเธออยากรู้คำตอบจากปากของเขา ไม่ว่าจะเป็นพันตรีหรือพันเอก เขาต้องมีความโดดเด่นมากถึงได้ตำแหน่งตั้งแต่อายุไม่มากเช่นนี้
“พลตรี” เลิ่งเชาถิงกล่าวเบาๆ
“อะไรนะ!” เกาเหวินซินตะลึง พลตรี! พ่อของเธอรับราชการในกองทัพมาหลายสิบปีแล้วและเพิ่งได้รับตำแหน่งเป็นพันเอกอาวุโสเท่านั้น แม้ว่าผู้พันอาวุโสจะไม่ใช่ยศต่ำๆแต่ก็เทียบไม่ได้กับยพลตรี
เลิ่งเชาถิงเฉยๆกับปฏิกิริยาของเกาเหวินซิน เขากระตุ้นให้กู้หนิงกินให้มากขึ้น “คุณผอมมาก ควรเพิ่มน้ำหนักขึ้นอีกหน่อย”
กู้หนิงยิ้มไม่ได้พูดอะไร ที่จริงเธอกินเยอะแต่น้ำหนักมันไม่ขึ้น กู้หนิงเองก็ไม่สนใจเกาเหวินซินเพราะเธอเข้าใจว่าต้องให้เวลาเกาเหวินซินปรับตัวจากข่าวที่น่าตกใจนี้
เกาเหวินซินรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์อย่างมากระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิง ประการแรกเธอตกใจอย่างมากกับยศทหารของเขา ประการที่สองเธอรู้สึกเหงาเมื่ออยู่ต่อหน้าคู่รัก อยู่ ๆ เธอก็อยากมีแฟนขึ้นมาซะอย่างนั้น
หลังมื้อกลางวันกู้หนิงก็จากไปพร้อมกับเลิ่งเชาถิง ส่วนเกาเหวินซินก็ไปหาเพื่อนของเธอ
ธุระของกู้หนิงคือบริษัทแพทย์โคเลนฟาร์มาซูติคอลและเป็นบริษัทการแพทย์ขนาดกลางที่มีทุนจดทะเบียนสามสิบล้านหยวน ธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ยาสิทธิบัตรของจีน การเตรียมสารเคมี ยาปฏิชีวนะ ยาชีวเคมี ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (ยกเว้นวัคซีน) อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง และอื่นๆ
เหตุผลที่บริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลเกือบล้มละลายนั้นไม่ใช่เพราะว่าบริษัทมียอดขายไม่ดี แต่เป็นเพราะการแข่งขันทางธุรกิจ
จากข้อมูลที่ K มอบให้ คุณภาพยาและยอดขายของบริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลโดยรวมทั่วไปค่อนข้างดีและประธานหนิงฉางไค่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาเช่นกัน คู่แข่งทางธุรกิจต่างอิจฉายอดขายของโคเลนฟาร์มาซูติคอลจึงจงใจสร้างปัญหาให้กับโคเลนด้วยการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐบางคน
เมื่อโคเลนส่งยาไปทดสอบ ยาของพวกเขาไม่เคยผ่าน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถนำยาออกสู่ตลาดได้และล้มเหลวในการจัดหาผู้ขายตามข้อตกลงเป็นผลให้โคเลนต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนมากและผู้ขายจำนวนมากยกเลิกข้อตกลงในภายหลัง ผู้ถือหุ้นก็เริ่มถอนการลงทุนและพนักงานก็ลาออกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตอนนี้บริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลจึงอยู่ท่ามกลางวิกฤต
บริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลก่อตั้งขึ้นมาเพียงแปดปีและไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากนัก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะตอบโต้กลับ
หากบริษัทล้มละลาย ประธานบริษัทจะต้องจ่ายหนี้ก้อนโต ดังนั้นท่านประธานจึงตัดสินใจขายบริษัทก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม อย่างไรก็ตามการขายไม่ใช่เรื่องง่ายเว้นแต่ผู้ที่มีเครือข่ายที่ทรงพลังเต็มใจที่จะรับช่วงต่อ
หลังจากอ่านเอกสารแล้วกู้หนิงก็โทรหาหนิงฉางไค่ทันทีและบอกเขาว่าเธอต้องการซื้อบริษัทของเขา
แม้ว่าโคเลนฟาร์มาซูติคอลจะเป็นเพียงบริษัทขนาดกลางแต่ก็มีทำเลที่ยอดเยี่ยม บริษัทครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณสามพันตารางเมตร พื้นที่ใช้งานจริงคือสองพันตารางเมตรรวมถึงอาคารสำนักงานแปดหลัง หอพักพนักงานหกชั้น และโรงงานห้าชั้น อีกหนึ่งพันตารางเมตรเป็นที่จอดรถและต้นไม้
เมื่อกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงมาถึง เลขานุการของหนิงฉางไค่กำลังรอพวกเขาอยู่ในห้องโถง เขาพาพวกเธอไปที่ห้องทำงานของประธานชั้นบน ขณะที่กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงก้าวเข้าไปในลิฟต์ หญิงสาวสองคนที่ทำงานอยู่ที่แผนกต้อนรับก็พูดคุยกัน
“พระเจ้า! ผู้ชายคนนั้นหล่อชะมัด!”
“ใช่ หล่อยิ่งกว่าดาราผู้ชายอีก”
“แต่เขาดูเย็นชาจัง”
“นั่นเรียกว่าบรรยากาศของผู้สูงส่งยังไงล่ะ!”
ตอนที่ 446 เข้าซื้อกิจการ
“ผู้หญิงที่อยู่กับเขาก็สวยมาก อยากรู้จังว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน?”
“แฟนกันมั้ง คิดว่านะ พวกเขาดูเหมาะสมกันมาก”
“อาจเป็นเจ้านายกับเลขาก็ได้ เธอว่าพวกเขาจะมาเทคโอเวอร์บริษัทเรารึเปล่า?”
พูดถึงเรื่องนั้น สองสาวก็ดูเศร้า พวกเธอยังไม่ลาออกเพราะทำงานที่บริษัทนี้มานานและไม่อยากลาออก อีกอย่างตอนนี้การหางานใหม่ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่าย แม้ว่าบริษัทจะแทบไม่สามารถพยุงตัวต่อไปได้แต่พวกเธอก็ยังได้รับเงินอยู่ดี
เลขาพากู้หนิงและเลิ่งเชาถิงขึ้นไปยังชั้นแปดและเดินตรงไปที่ห้องทำงานของประธานบริษัท
หนิงฉางไค่อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างสันทัด เขามีใบหน้าเรียบๆ ไม่โดดเด่น เมื่อหนิงฉางไค่เห็นกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเขาก็รู้สึกแปลกใจ ไม่ใช่เพราะหน้าตาที่หล่อสวยแต่เพราะพวกเขายังเด็กมาก แต่ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ทายาทเศรษฐีเริ่มดูแลธุรกิจของครอบครัวทันทีหลังจากสำเร็จการศึกษา “เชิญครับ นั่งก่อนๆ”
แม้ว่ากู้หนิงจะเป็นผู้หญิงที่โทรหาเขาแต่หนิงฉางไค่ไม่คิดว่าเธอเป็นเจ้านาย แต่คิดว่าเธอเป็นเลขาของเลิ่งเชาถิง
เลขาฯ รินน้ำชาให้กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงสองถ้วยก่อนจะยื่นเอกสารที่เตรียมไว้ให้พวกเขา “นี่คือเอกสารเกี่ยวกับบริษัทโคเลนฟาร์มาซูติคอลครับ กรุณาอ่านก่อนครับ”
แม้ว่ากู้หนิงจะรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับปัญหาที่โคเลนมี แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นอ่านเนื้อหา
โคเลนเช่าตึกที่นี้เพื่อดำเนินธุรกิจ ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากในการเข้าควบกิจการ
“ด้วยความสัตย์จริง ผมต้องบอกว่ามีคนจงใจป้องกันไม่ให้ยาของเราผ่านกองควบคุมยา ดังนั้นเราจึงไม่สามารถนำยาออกสู่ตลาดได้ นั่นคือที่มาของปัญหาทั้งหมดที่โคเลนมีในตอนนี้ ผมดีใจมากที่คุณยินดีซื้อโคเลนแต่ผมยังต้องเตือนว่าคุณต้องใช้ความสามารถสักหน่อยที่จะผลักดันยาให้ผ่าน” หนิงฉางไค่กล่าวอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาอยากจะขายบริษัทแต่เขาก็ไม่อยากหลอกลวงคนอื่น
กู้หนิงยิ้มเบาๆ ดูเหมือนว่าหนิงฉางไค่คนนี้จะเป็นคนซื่อสัตย์ “คุณหนิงคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกเราจะสืบสวนเรื่องนี้เอง”
ได้ยินเช่นนั้นหนิงฉางไค่ก็เบาใจ
“แต่ว่า...” กู้หนิงพูดต่อ “ฉันมีข้อเสนออื่นอีกและคุณต้องพอใจกับข้อเสนอนี้ของฉันมากแน่”
“ข้อเสนออะไรหรือครับ?” หนิงฉางไค่ถามด้วยความสงสัย
“ฉันหวังว่าคุณจะทำงานที่โคเลนต่อไปในฐานะผู้จัดการทั่วไปได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ฉันจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังและคุณยังได้ดูแลของบริษัทนี้ต่อไป นอกเหนือจากเงินเดือนที่น่าสนใจแล้ว ฉันจะให้ส่วนแบ่ง 20% แก่คุณด้วย” กู้หนิงกล่าว
“อะไรนะ?” หนิงฉางไค่ตะลึง
ผู้หญิงคนนี้จะให้เขาดูแลโคเลนโดยการเป็นผู้จัดการทั่วไป? เธอจะเป็นคนอยู่เบื้องหลัง? เธอเป็นผู้ซื้อโคเลนตัวจริง? และเขายังได้รับส่วนแบ่งหุ้นอีก 20% นอกเหนือจากเงินเดือน?
มันฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง กู้หนิงไม่ได้เร่งรัดเขาแต่ให้เวลาเขาได้คิด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่หนิงฉางไค่ก็ถามด้วยความสงสัยว่า “คุณกู้ คุณแน่ใจหรือครับ?”
“ค่ะ” กู้หนิงตอบ
“แต่ว่าหุ้น 20% ไม่มากไปหรือครับ?” หนิงฉางไค่รู้สึกไม่สบายใจ
“ไม่เลยค่ะ” กู้หนิงยิ้ม “อย่าคิดว่ามันเป็นงานง่ายๆสิคะ คุณต้องรับผิดชอบทุกอย่างในบริษัทส่วนฉันจะอยู่หลังม่าน อีกอย่างนอกจากคุณแล้วฉันยังมีผู้จัดการทั่วไปคอยช่วยฉันบริหารบริษัทอีกหลายบริษัท”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหนิงฉางไค่ก็ตระหนักว่ากู้หนิงมีหลายบริษัทภายใต้ชื่อของเธอ เขาอยากรู้ว่าเธอสามารถทำธุรกิจมากมายตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร แต่ว่าก็ไม่ได้ถามออกไป
“ครับ ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ”
แม้ว่าหนิงฉางไค่จะเห็นด้วยแล้ว กู้หนิงก็ยังเตือนเขาก่อนที่จะเริ่มเซ็นสัญญา
“คุณอายุมากกว่าฉันมาก ดังนั้นฉันควรจะเรียกคุณว่าลุงหนิง ลุงหนิง ตราบใดที่ลุงซื่อสัตย์ต่อฉัน ฉันจะไม่ปฏิบัติต่อลุงอย่างไม่เป็นธรรม” ตอนที่พูดกู้หนิงดูจริงจังและเย็นชามาก “แต่ถ้าลุงกล้าที่หักหลังฉัน ผลที่ตามมาลุงรับไม่ไหวแน่ เพราะฉะนั้นคิดให้ดีค่ะ”
หนิงฉางไค่เกือบหายใจไม่ออกภายใต้แรงกดดันของเธอ ไม่คิดว่าเลยว่าเธอจะมีแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้
“คุณกู้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่มีทางทรยศคุณ” หนิงฉางไค่ให้คำสัญญา
ในตอนนี้กู้หนิงเลือกที่จะเชื่อเขาแต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ทั้งคู่ต้องการเวลาทำความรู้จักกันมากขึ้น
หลังจากนั้นกู้หนิงก็หยิบเอาสัญญาออกมา หลังจากลงนามในเอกสารแล้ว พวกเขายังต้องไปที่ส่วนราชการเพื่อดำเนินการทางกฎหมายให้เสร็จสิ้น
“ตอนนี้ฉันคิดว่าเราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับยาได้แล้ว ฉันต้องการให้ทำลายยาทั้งหมดที่มีเพราะฉันต้องการตัวยาใหม่เอี่ยม” กู้หนิงกล่าว
หนิงฉางไค่ทำหน้าตกใจ เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยาชุดหนึ่งมีมูลค่าหลายล้านหยวนเชียวนะ! หนิงฉางไค่ไม่ได้ขัดจังหวะเธอ ปล่อยให้เธอพูดต่อ
“ฉันมียาพิเศษที่ให้ผลที่ยอดเยี่ยม สามารถช่วยรักษาโรคได้โดยไม่มีผลข้างเคียง เมื่อเราใช้มันผลิตยาและเครื่องสำอาง เท่านี้เราก็จะมีรายได้มหาศาล” กู้หนิงกล่าว
หนิงฉางไค่ตะลึงอีกครั้งแต่ก็ยังสงสัยอยู่ แม้แต่เลิ่งเชาถิงก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย
กู้หนิงอธิบายต่อว่า “ฉันเข้าใจว่าลุงกังวล แต่ถ้ามันไม่ได้มาตรฐาน มันก็จะไม่ผ่านการควบคุมยาใช่ไหมคะ?”
หนิงฉางไค่ตกลง แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งรัฐ แต่ SFDA จะไม่อนุญาตให้พวกเขาผลิตยาที่ไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
“ลุงยังสามารถผลิตยาได้ตามต้องการ เพียงแค่เพิ่มยาเม็ดพิเศษของฉันเข้าไป อย่างไรก็ตามราคาจะต้องเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะยาของฉันมีราคาแพงและหายากมาก”