- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 443 - 444: ใครที่มีอำนาจคนนั้นก็คือเจ้านาย, เจียงซินหยวน
ตอนที่ 443 - 444: ใครที่มีอำนาจคนนั้นก็คือเจ้านาย, เจียงซินหยวน
ตอนที่ 443 - 444: ใครที่มีอำนาจคนนั้นก็คือเจ้านาย, เจียงซินหยวน
ตอนที่ 443 ใครที่มีอำนาจคนนั้นก็คือเจ้านาย
“เอาล่ะ ขึ้นเครื่องกันเถอะ” กู้หนิงเอ่ย ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงพากันขึ้นเครื่อง
ได้ยินเสียงกู้หนิง หญิงสาวที่เป็นลมก็นึกได้ว่าเป็นกู้หนิงที่เป็นคนช่วยเธอโดยการป้อนยาเข้าปาก เธอกล่าวขอบคุณกู้หนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเตรียมตัวเดินขึ้นเครื่อง
“พวกแกจะหนีงั้นเหรอ? ไม่มีทาง! หยุดพวกมันไว้!” หัวหน้าพนักงานหญิงที่ถูกเกาเหวินซินทุ่มลงกับพื้นตะโกนบอกลูกน้อง ลูกน้องของเธอจำเป็นต้องทำตามเพราะด้วยตำแหน่งที่ต่ำกว่า
“พวกแกอยากเจ็บตัวเหมือนหัวหน้าพวกแกใช่ไหม?” เกาเกวินซินมองพวกเขาอย่างเย็นชาและพูดข่มขู่
พวกเขาหยุดการกระทำในทันใด
“จับพวกมันเดี๋ยวนี้!” หัวหน้าหญิงตะคอกใส่ลูกน้องด้วยโกรธจัด
“อย่ามารวมตัวกันตรงนี้ ถอยออกไป!” ครั้งนี้เสียงเข้มของผู้ชายก็ดังขึ้น ทุกคนมองไปรอบๆ เห็นกลุ่มคนของสนามบินเดินมาอย่างไวพร้อมกับทีมพยาบาล ผู้โดยสารหลีกทางให้พวกเขา
ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าอายุราว ๆ 34 ปี เขาเป็นผู้จัดการสนามบิน “พี่คะ” พนักงานหญิงที่ถูกเกาเหวินซินทุ่มลงพื้นเอ่ยปากฟ้องทันที “พี่คะ พวกเธอทำร้ายฉัน! พี่ต้องจัดการพวกเธอเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้จัดการสนามบินเป็นญาติผู้พี่ของพนักงานหญิงคนนี้ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงหยิ่งยโสโอหังและหยาบคาย
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็มองกู้หนิงและเกาเหวินซิน พวกเขาคิดว่าพวกเธอซวยแล้วตอนนี้เพราะใครก็ตามที่มีอำนาจคนนั้นก็คือเจ้านาย
ใช่ ใครก็ตามที่มีอำนาจก็คือเจ้านายแต่คนที่มีอำนาจคือเกาเหวินซินและกู้หนิง ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจญาติผู้น้องแต่กลับเอ่ยทักทายเกาเหวินซิน “ยินดีที่ได้พบครับคุณเกา! ไม่ทราบว่าคุณบินไฟล์ทไหนครับ?”
เมื่อเห็นท่าทางนอบน้อมของเขาที่มีต่อเกาเหวินซิน ทุกคนที่อยู่แถวนั้นก็รู้ทันทีว่าใครคือผู้มีอำนาจ
“อ้อนี่คะ แต่ผู้โดยสารคนอื่นขึ้นเครื่องไปแล้ว” เกาเหวินซินพยักเพยิดหน้าไปทางเกท
“ได้โปรดให้ผมพาคุณไปขึ้นเครื่องครับ” เขาเอ่ยและผายมือเชิญเกาเหวินซินไปขึ้นเครื่องบิน เขาไม่สนใจที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่สนใจญาติของเขาด้วยซ้ำ
“พี่คะ!” เธอผิดหวังที่ญาติผู้พี่เมินเธอ ไม่แม้แต่จะหันมามอง
เกาเหวินซินและกู้หนิงกำลังรีบ ดังนั้นพวกเธอจึงรีบเดินไปขึ้นเครื่องพร้อมกับแม่และลูกชายของหล่อน คนเป็นแม่ซาบซึ้งน้ำใจของกู้หนิง เธอจึงรอขึ้นเครื่องพร้อมกู้หนิงและเกาเหวินซิน
หลังจากที่กลุ่มของผู้จัดการสนามบินเดินไปส่งพวกกู้หนิงและเดินกลับมา เขามองญาติผู้น้องด้วยสายตาตำหนิ “ตามฉันไปที่ห้องการเงิน เอาเงินเดือนเธอไปซะแล้วพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาทำงานอีก!”
เขาอยากจะไล่เธอออกตั้งนานแล้วเพราะเธอทั้งขี้เกียจและอวดเก่ง ก่อนหน้านี้เธอสร้างปัญหามากมายแต่เขาก็แกล้งทำเป็นตาบอด แต่ตอนนี้เขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอเป็นเพียงญาติฝั่งแม่เลี้ยงของเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเขา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ ให้ตายเขาก็ไม่มีวันให้เธอทำงานที่นี่
“พี่คะ!”
หลังจากที่กู้หนิงและผู้โดยสารคนอื่นขึ้นเครื่องบิน แม่และเด็กก็บังเอิญนั่งแถวเดียวกับกู้หนิง เด็กชายตัวน้อยเอาแต่จ้องหน้ากู้หนิงจากอ้อมอกของแม่ กู้หนิงรู้สึกขำ เธอยิ้มให้เด็กชาย “ทำไมถึงจ้องพี่ตลอดเลยล่ะ?”
“ผมคิดว่าพี่สาวเก่งมาก พี่ให้ยาแม่และแม่ก็ไม่เป็นไรแล้ว” เด็กชายตัวน้อยตอบ
กู้หนิงหัวเราะเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร
เด็กชายพูดต่อว่า “คุณตาของผมไม่สบาย พี่สาวช่วยคุณตาของผมได้ไหมครับ?”
หืม....
ได้ยินเช่นนั้นกู้หนิงก็ทำหน้าประหลาดใจ คนเป็นแม่รู้สึกอายและรีบอธิบายว่า “อย่าไปสนใจเขาเลยค่ะ เขายังเด็กอยู่”
“ไม่ทราบว่าคุณตาป่วยเป็นอะไรคะ? บางทีฉันอาจช่วยอะไรได้” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่สามารถปฏิเสธเด็กน้อยน่ารักได้
ดวงตาของคนเป็นแม่สว่างไสวแต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีความหวัง “พ่อของฉันเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง แม้ว่าครั้งล่าสุดท่านจะรอดชีวิตแต่ก็เป็นอัมพาตครึ่งซีก [1] และต้องอาศัยเคมีบำบัดเพื่อยืดอายุ” เมื่อนึกถึงความเจ็บป่วยของผู้ให้กำเนิด เธอก็ทำหน้าเศร้าสร้อย
“พ่อของคุณอยู่ที่เมืองหลวงไหมคะ?” กู้หนิงถาม
“ใช่ค่ะ”
“ถ้าคุณเชื่อใจฉันก็ให้ท่านกินยาที่คุณเพิ่งกินเข้าไป อืม...คุณคงไม่เชื่อฉันแม้ฉันจะบอกว่ายาได้ผลดีแค่ไหน แต่มันไม่เป็นอันตรายแน่นอนค่ะ” กู้หนิงกล่าว “ถ้าคุณกังวลก็เอาเบอร์และถ่ายบัตรประชาชนฉันไว้ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้น คุณจะได้ตามหาฉันได้”
“ฉันเชื่อใจคุณค่ะ”
เธอไม่เชื่อว่ายาสามารถรักษาพ่อของเธอได้แต่เชื่อว่ามันไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน เธอตื่นขึ้นมาหลังจากกินยา และกู้หนิงยังอนุญาตให้เธอถ่ายรูปบัตรประจำตัวของเธอ แค่นี้ก็แสดงน้ำใจของเธอมากแล้ว
“มีเม็ดยาอยู่ในขวดทั้งสามขวดนี้ ยาจะละลายเมื่อสัมผัสกับน้ำ กินยาทุก ๆ สามวันและคุณสามารถขอให้แพทย์ตรวจร่างกายพ่อของคุณหลังจากกินยาไปสองชั่วโมงได้”
[1] อัมพาตครึ่งซีกคือการที่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวส่วนล่างของร่างกายรวมทั้งขา และมักจะเป็นส่วนล่างของลำตัว
ตอนที่ 444 เจียงซินหยวน
“ขอบคุณมากนะคะ” ถึงแม้เธอจะไม่มีความหวังแต่ก็ซาบซึ้งใจมาก
ท้ายที่สุดเธอก็ได้แต่บันทึกเบอร์โทรของกู้หนิงไม่ได้ถ่ายบัตรประชาชนไว้ หากพ่อของเธอดีขึ้น เธอจะได้โทรไปขอบคุณกู้หนิง
ระหว่างการสนทนา กู้หนิงก็ได้รู้ว่าเธอชื่อเจียงซินหยวน เธออาศัยอยู่ในเมืองหลวงและลูกชายของเธอชื่อเจียงเซียง เจียงซินหยวนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเพราะสามีของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะตั้งครรภ์และเธอก็ถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้าน
เธอกับสามีรักกันมาก เธอจึงปฏิเสธที่จะทำแท้ง ในตอนแรกพ่อแม่ของเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะเธอยังเด็กมากและชีวิตของเธอคงลำบากถ้าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อย่างไรก็ตาม เธอยืนกรานที่จะเก็บเด็กไว้ และในที่สุดพ่อแม่ของเธอก็ยอมรับ เธอทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด ในขณะที่พ่อแม่ของเธอช่วยดูแลลูกชายให้เธอ
ถึงแม้ว่าครอบครัวของเธอจะไม่ได้ยากจน พ่อแม่ของเธอเป็นครูที่กินเงินเกษียณเดือนละประมาณหนึ่งหมื่นหยวนแต่ก็แทบไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อ เธอบินมาเมือง B เพื่อมาหาพี่ชายและพี่สะใภ้ เธออยากยืมเงินพวกเขาแต่พวกเขาปฏิเสธที่จะพบเธอ
พี่ชายและพี่สะใภ้ยังคงโกรธเธอตั้งแต่ที่เธอเลือกคลอดเด็กหลังจากสามีตายและยังปฏิเสธที่จะดูแลพ่อกับแม่
เจียงซินหยวนยิ้มแห้งๆ อพาร์ทเม้นท์ที่พี่ชายของเธออาศัยอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ของพวกเขา สามปีก่อนพี่ชายของเธอสูญเสียเงินก้อนใหญ่ไปเพราะธุรกิจและพ่อกับแม่ต้องขายอพาร์ทเม้นท์เพื่อใช้หนี้ให้เขา คนที่ซื้อไปก็ปล่อยเช่าให้พี่ชายของเธอแต่กลายเป็นว่าเธอและพ่อกับแม่ต้องเป็นคนจ่ายค่าเช่า ไม่ว่าเธอจะเพียรพยายามอธิบายเท่าไหร่เขาก็เอาแต่คิดว่าเธอโกหก
ได้ยินแบบนั้นกู้หนิงและเกาเหวินซินก็รู้สึกเห็นใจเจียงซินหยวนอย่างมากและพวกเธอก็ตำหนิการกระทำของพี่ชายและพี่สะใภ้ของเจียงซินหยวนที่ทำตัวหน้าไม่อาย
โชคดีที่พ่อของเจียงซินหยวนจะฟื้นตัวในไม่ช้าหลังจากที่เขากินยาและกู้หนิงก็หวังว่าชีวิตของเจียงซินหยวนจะดีขึ้นเมื่อพ่อของเธอสุขภาพดีขึ้น
เครื่องบินที่กู้หนิงและเกาเหวินซินนั่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในขณะที่ถางหยุนฟ่านปรากฏตัวที่สนามบินเมือง B เขาปล่อยให้เลขาจัดการงานที่บริษัทแทนเขา ส่วนเขาจะบินไปเมือง D เพื่อฟื้นความทรงจำ เขาไม่ต้องการรอหรือปล่อยให้กู้หนิงและกู้ม่านต้องรอนานอีกแล้ว
ที่ประตูทางออกของสนามบินเมืองหลวง ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูง แม้เขาจะแต่งกายทั่วๆไปเขาก็ยังโดดเด่นเกินกว่าที่จะมองข้าม ขณะที่เขาเดินเข้ามาในสนามบิน คนหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงต่างก็มองเขาตาเป็นมัน บางคนอยากเดินเข้ามาหาแต่ถูกสายตาเย็นชาแบบข้าไม่สนโลกตวัดมองจนต้องล้มเลิกความคิด ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้เขา
อย่างไรก็ตามยังมีคนที่ใจกล้า เธอเป็นสาวสวยวัยยี่สิบห้าปี แม้ว่าเธอจะดูนิ่งๆและมั่นใจแต่ภายในใจนั้นสั่นไปหมด เธออยู่ห่างจากเลิ่งเชาถิงสองเมตร เขาตวัดตามองเธออย่างเย็นชาจนเธอก้าวขาไม่ออก กระนั้นเธอก็ยังไม่อยากยอมแพ้ หลังจากสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เธอก็เอ่ยทักเลิ่งเชาถิงไปว่า “สวัสดีค่ะ คุณกำลังรอใครอยู่เหรอคะ?”
เลิ่งเชาถิงไม่สนใจเธอและหันหน้าหนี เธอรู้สึกขายหน้ามากและรีบเดินหนีไปอย่างไว
เมื่อเห็นสาวสวยถูกชายหนุ่มเมินซึ่งๆหน้าก็ไม่มีใครคิดอยากลองดีอีก
กู้หนิงและเกาเหวินซินลงจากเครื่องบินอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเธอเดินไปเอากระเป่าก่อนเดินออกไปพร้อมกัน
เจียงซินหยวนอุ้มลูกไว้กับอก ดังนั้นเกาเหวินซินจึงช่วยเธอถือกระเป๋าเดินทาง เมื่อพวกเธอเดินออกจากสนามบิน กู้หนิงก็สบตากับเลิ่งเชาถิงที่กำลังยืนรออยู่
เกาเหวินซินและเจียงซินหยวนต่างตกตะลึงทันทีที่เห็นเลิ่งเชาถิง ผู้ชายที่หล่อเหลาโดดเด่นกำลังเดินมาหาพวกเธอ! ไม่ใช่สิ มาหากู้หนิง เกาเหวินซินพลันนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นแฟนของกู้หนิงแน่นอน
“รอนานไหมคะ?” กู้หนิงยิ้ม
เลิ่งเชาถิงมองกู้หนิงอย่างอ่อนโยนด้วยรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า "ไม่เท่าไหร่ เดินทางเป็นไงบ้าง?” เขาถางพลางหยิบกระเป๋าเดินทางของกู้หนิงมาถือ
“ไม่แย่เท่าไหร่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
“อ้อ มีคนที่อยากแนะนำให้รู้จักค่ะ นี่คือหลานสาวของคุณปู่ถางค่ะ เกาเหวินซิน พี่เหวินซินคะ นี่คือแฟนของฉันค่ะ เลิ่งเชาถิง”
“สวัสดีครับ” เลิ่งเชาถิงเอ่ยทัก
“สวัสดีค่ะ” เกาเหวินซินพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ให้ความรู้สึกแบบเป็นคนสูงศักดิ์และมีอำนาจ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนสำคัญในกองทัพและเขาก็ดูหยิ่งนิดๆและเข้มงวดซึ่งทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้
เห็นได้ชัดว่าแฟนของกู้หนิงไม่ใช่แค่นายทหาร เขาอาจจะเป็นคุณชายจากตระกูลที่มีอำนาจมากหรือร่ำรวยในเมืองหลวงก็ได้ เกาเหวินซินสงสัย และตระกูลเลิ่งก็เป็นตระกูลระดับท็อปของเมืองหลวง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นคนจากตระกูลเลิ่งที่เธอกำลังสงสัยอยู่ก็ได้
หรือว่าใช่? เกาเหวินซินตะลึง เธอไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่ว่ากู้หนิงไม่เหมาะสมกับตระกูลเลิ่งแต่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป ตระกูลเลิ่งที่โด่งดังและมีชื่อเสียงในเมืองหลวงนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะคิดได้
บางทีอาจจะมีตระกูลเลิ่งอื่นอยู่อีก คนแซ่เลิ่งใช่ว่าจะไม่มี ก็เหมือนกับแซ่ถางและแซ่เกานั่นแหละน่า เกาเหวินซินคิด
“นี่คือคุณเจียงซินหยวน พวกเราเพิ่งพบกันค่ะ” กู้หนิงแนะนำเจียงซินหยวนกับเลิ่งเชาถิง
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเลิ่ง” เจียงซินหยวนพูดกับเลิ่งเชาถิงด้วยความนอบน้อมอย่างกับว่าเขาคือชายสูงศักดิ์ในขณะที่เธอคือสามัญชน
เจียงซินหยวนก็มีประสบการณ์ชีวิตพอสมควร ดังนั้นเธอจึงพอจะรู้ว่าเขาต้องเป็นคนสำคัญคนหนึ่ง
เลิ่งเชาถิงเอ่ยทักทายเธอเช่นกัน
“คุณเจียงคะ ให้ฉันไปส่งคุณที่โรงพยาบาลเถอะค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“โอ้ ไม่ต้องค่ะ ขอบคุณมาก ฉันนั่งแท็กซี่ไปได้ค่ะ” เจียงซินหยวนเอ่ย เมืองหลวงมีขนาดใหญ่มากและใช้เวลานานในการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B เธอไม่ต้องการรบกวนพวกเขาอีกต่อไป
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ยังไงซะพวกเราก็จะไปโรงแรมฮวงเติ้งพอดีและโรงพยาบาลก็อยู่ใกล้ๆโรงแรม พวกเราไปส่งคุณได้ค่ะถ้าคุณต้องการ” กู้หนิงเอ่ย