- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา
ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา
ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา
ตอนที่ 439 จังหวะแห่งโชค
กลุ่มของพานจื่อรุ่ยก็ค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงมากับกลุ่มของถางเจียข่าย
ตระกูลของจ้าวคังหลินก็เป็นตระกูลคนรวยในเมือง B แต่ตระกูลของเขาเทียบไม่ได้กับตระกูลของถางเจียข่ายและเพื่อนของเขา ดังนั้นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือการมีเรื่องกับพวกถางเจียข่าย
ถางเจียข่ายและเพื่อนก็เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้
มันไม่ง่ายเลยที่พวกถางเจียข่ายจะสู้กับอีกฝ่ายด้วยมือเปล่า พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกู้หนิง ดังนั้นพวกเขาจึงแย่งท่อนไม้จากอีกฝ่ายก่อนแล้วจึงเริ่มใช้ท่อนไม้ตีพวกเขา
แม้ว่ากลุ่มของจ้าวคังหลินจะต่อสู้ได้ดี แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เมื่อเผชิญหน้ากับถางเจียข่ายและเพื่อนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ และเมื่อพวกถางเจียข่ายแย่งท่อนไม้ไปได้ กลุ่มของจ้าวคังหลินก็ถูกทุบตี ภายใน 10 นาที พวกเขาทั้งหมดถูกทุบตีจนลงไปนอนบนพื้น
หลังจากนั้นกู้หนิงหยิบขวดยาออกมาและยื่นให้ถางเจียข่าย “บอกพานจื่อรุ่ยและเพื่อนของเขาให้กินยาในขวดนี้”
ถางเจียข่ายหยิบขวดยาเดินไปทางกลุ่มของพานจื่อรุ่ย ส่วนกู้หนิงเดินไปหาจ้าวคังหลินซึ่งนอนอยู่บนพื้น จ้าวคังหลินตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อเห็นกู้หนิงเดินมาหาตัวเองและเขาก็เอ่ยขอร้องว่า “ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
“ถ้ามันเกิดขึ้นอีก ฉันสาบานเลยว่าจะทุบตีนายจนกว่านายจะเป็นอัมพาตไปชั่วชีวิต” กู้หนิงกล่าวอย่างเย็นชา
“ได้ ได้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” จ้าวคังหลินกลัวมากจริงๆในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกู้หนิงและอีกส่วนเป็นเพราะถางเจียข่ายและเพื่อนของเขา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ข้างพานจื่อรุ่ย ถ้าหากเขากล้าหาเรื่องพานจื่อรุ่ยอีกนั่นเท่ากับว่าเขาต่อต้านถางเจียข่ายและพวก
ในขณะเดียวกันนั้น.....
“สวัสดีครับ คุณชายเจียข่าย” พานจื่อรุ่ยและเพื่อนทักทายถางเจียข่ายด้วยความเคารพ
แม้ว่าพานจื่อรุ่ยจะเย่อหยิ่งอยู่เสมอ แต่เขารู้กฎเกณฑ์และรังแกเฉพาะคนที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยพอๆ กับเขา หรือคนที่ยากจนกว่าเขาเท่านั้น
"นายโชคดีที่ได้พบน้องสาวของฉัน รู้ไหมว่าพวกเรากำลังกินข้าวกันอยู่ตอนที่นายโทรมา พวกเราต้องรีบแจ้นมาที่นี่เพื่อช่วยนายกับเพื่อน ลำบากคนอื่นจริงๆ" ถางเจียข่ายพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก เขาไม่ชอบพานจื่อรุ่ย ถ้าไม่ใช่เพราะกู้หนิง ให้ตายเขาก็ไม่มา
พานจื่อรุ่ยรู้สึกละอายใจ แต่กู้หนิงเป็นคนเดียวที่เขานึกถึงตอนที่เกิดเรื่อง เดี๋ยวก่อนนะ น้องสาวงั้นเหรอ? บอสเป็นน้องสาวของถางเจียข่าย? พานจื่อรุ่ยตกใจ แน่นอนพวกเขาไม่ได้เป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกันเพราะพวกเขาใช้ชื่อคนล่ะแซ่ แต่อย่างไรก็ตามถ้ากู้หนิงเป็นญาติของตระกูลถาง ถ้างั้นเธอก็มีอิทธิพลมากเหมือนกันน่ะสิ!
"รับนี่ไป หนิงหนิงบอกฉันให้เอายามาให้นาย" ถางเจียข่ายโยนขวดยาให้พานจื่อรุ่ยจากนั้นก็หมุนตัวกลับเดินไปหากู้หนิงและกลุ่มของเขา พานจื่อรุ่ยและเพื่อนรับขวดยามาอย่างไม่ลังเล ยาละลายในปาก ภายในหนึ่งนาทีพวกเขาก็รู้สึกถึงพละกำลังคืนกลับมาและความเจ็บปวดก็หายไป ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนได้
"บอส นี่มันยาอะไร? มันน่าทึ่งมาก!" พานจื่อรุ่ยกระโดดมาตรงหน้ากู้หนิงและถามด้วยความสงสัย
"ยาวิเศษน่ะ" กู้หนิงตอบยียวน พานจื่อรุ่ยยิ้มหน้าแป้น จะยาอะไรก็ช่างเถอะ เขาเชื่อกู้หนิงหมดใจ "ขอบคุณเธอมากนะ" เพื่อนของพานจื่อรุ่ยพูดขอบคุณกู้หนิง
"ด้วยความยินดี" กู้หนิงเอ่ย "เอาล่ะ ไปกันเถอะ!"
ก่อนที่พวกเขาจะไป พานจื่อรุ่ยและเพื่อนก็ทุบตีพวกจ้าวคังหลินอีกครั้งด้วยความแค้น ฆ่าพวกมันไม่ได้อย่างน้อยก็ตีให้หนำใจให้หายแค้น
"บอส ฉันได้ยินมาจากถางเจียข่ายว่าพวกเธอกำลังกินข้าวกันตอนที่ฉันโทรหา เพื่อเป็นการขอบคุณและขอโทษ เธออยากกินอะไรฉันจะเป็นคนจ่ายเอง" พานจื่อรุ่ยพูดกับกู้หนิง
"อาหารทะเล" กู้หนิงตอบโดยไม่ต้องคิด ดังนั้นพวกเขาจึงไปยังร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเมือง B
เมื่อพวกกู้หนิงจากไปแล้ว จ้าวคังหลินล้วงเอามือถือออกมาโทรหารถพยาบาล เขาไม่กล้าบอกครอบครัวเพราะครอบครัวของเขาไม่กล้าแก้แค้นแน่ๆ หนำซ้ำอาจตำหนิการกระทำที่โง่เง่าของเขาและอาจส่งเขาไปอยู่ต่างประเทศไม่ก็ขังเขาเอาไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน แค่คิดก็สยองแล้ว
ภายในห้องทำงานซีอีโอของถางฮวงกรุ๊ป ถางหยุนฟ่านกำลังทำงานแต่ก็อดคิดถึงกู้หนิงไม่ได้ เป็นไปได้ไหมว่าเธอเป็นลูกสาวของเขา? ถ้าใช่ล่ะ เขาควรทำอย่างไร? เขาคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวและไม่รู้ว่าจะรับมือกับความสัมพันธ์​ที่กะทันหัน​นี้ยังไงและยังแม่ของเด็กคนนี้อีก เขาไม่แน่ใจเลยจริงๆ
ไม่นานฉวนหมิงข่ายก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเดินไปหาถางหยุนฟ่านและยื่นเอกสารให้กับเจ้านาย "บอสครับ นี่คือข้อมูลที่ผมได้จากนักสืบ"
ถางหยุนฟ่านรีบเปิดอ่านดูทันที
ส่วนบนสุดของเอกสารเป็นรูปถ่ายของกู้หนิงและแม่ของเธอ เมื่อสายตาของถางหยุนฟ่านเลื่อนมาที่ใบหน้าของกู้ม่าน ร่างกายของเขาก็กระตุก เขาเกิดความรู้สึกแปลกๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ พอคิดถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่ปวดศีรษะแล้วหลังจากการรักษาของกู้หนิง กระนั้นก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ
ฉวนหมิงข่ายรู้สึกตกใจเล็กน้อย "บอส ใจเย็นก่อนครับ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากตอนนี้เลยครับ"
ได้ยินเสียงของลูกน้อง ถางหยุนฟ่านก็กลับมาเป็นปกติ เขาวางรูปไว้ด้านข้างก่อนแล้วเริ่มอ่านเอกสาร
กู้ม่าน เพศหญิง อายุ 39 ปี อาศัยอยู่ที่เมือง F เรียนมหาลัยในเมือง D ตอนอายุ 20 แต่ท้องก่อนแต่งจึงต้องออกจากมหาวิทยาลัย ช่วงระยะเวลากว่า 18 ปี เธอถูกทางบ้านถากถางมาโดยตลอด เธอทำงานที่โรงงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูกสาว สี่เดือนก่อนเธอตกบันไดและหมดสติ หลังจากนั้นก็ออกจากงาน ตอนนี้เป็นเจ้าของร้านซาลอนเสริมสวย
กู้หนิง เพศหญิง อายุ 18 ปี อาศัยอยู่ในเมือง F เป็นนักเรียน ม. 6 ที่โรงเรียนมัธยมอันดับสามในเมือง F ลักษณะนิสัยขี้ขลาด อ่อนแอ เรียนแย่ และประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อสี่เดือนก่อน หลังจากฟื้นขึ้นมานิสัยของเธอก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นกล้ามากขึ้น มั่นใจมากขึ้นและยังเรียนเก่งขึ้นมาก ใช้เวลาไม่นานเธอก็กลายเป็นเจ้าของหยกบิวตี้ ว่ากันว่าเธอเงินมาจากการพนันหิน คนสำคัญมากมายในเมือง G มาร่วมพิธีเปิดร้าน
ตอนที่ 440 ลูกสาวของเขา
สำหรับการพนันพินตระกูลถางรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจ แม้ว่าเขาจะอยากรู้ว่ากู้หนิงสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้จากการพนันหินได้อย่างไรแต่ก็ยากที่จะหาข้อมูล สรุปว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นเมื่อสี่เดือนก่อน
ข้อมูลที่ได้มายังไม่มีประโยชน์มากนัก เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้น อันที่จริงพวกเขาสามารถไปหาสำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ได้หากพวกเขาต้องการทราบว่าบริษัทใดอยู่ภายใต้ชื่อของกู้หนิงบ้าง แต่พวกเขาไม่สนใจที่จะทำอย่างนั้นเพราะมันไม่สำคัญ เพราะพวกเขารู้เกี่ยวกับบริษัทของกู้หนิงหลายแห่งแล้ว
เมื่อรู้ว่ากู้หนิงและกู้ม่านผ่านอะไรมาบ้าง ถางหยุนฟ่านก็รู้สึกโกรธ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่มีความเห็นอกเห็นใจมากมาย แต่พอมีเรื่องของกู้หนิงและกู้ม่านเข้ามาเกี่ยวข้องเขาก็ไม่สามารถระงับความโกรธได้
แม้ว่าเขาจะยังไม่มั่นใจแต่เชื่อว่ากู้หนิงและกู้ม่านต้องมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเขาไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้สึกเหมือนว่าเคยเจอกู้ม่านมาก่อน ไม่อย่างนั้นกู้หนิงก็คงไม่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเขา ไม่อย่างนั้นกู้ม่านก็คงไม่ได้ท้องพอดีกับช่วงที่เขาหายตัวไป
เรื่องบังเอิญเพียงครั้งเดียวอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่เรื่องบังเอิญที่บังเอิญต่อเนื่องกันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
เขาอยากได้ความทรงจำกลับมาเหลือเกินเพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในช่วงนั้น
เพราะเขาสูญเสียความทรงจำเขาจึงไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับกู้หนิงและกู้ม่านอย่างไรแม้ว่าพวกเธอจะเป็นครอบครัวของเขาก็ตาม เขาลืมความรู้สึกของความรักไปแล้ว และกู้ม่านก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยในสายตาของเขาในตอนนี้
ถางหยุนฟ่านบอกความรู้สึกของเขากับฉวนหมิงข่ายและถามว่า “นายคิดว่ากู้หนิงเป็นลูกสาวของฉันจริงๆหรือ?”
“ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงครับไม่อย่างนั้นท่านคงไม่มีความรู้สึกแบบนี้” ฉวนหมิงข่ายกล่าว “ถ้าหากท่านมีเวลาก็ไปเยือนเมือง D ดูสักครั้ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่กู้ม่านเคยเรียน บางทีท่านอาจจะจำอะไรได้บ้าง แม้ว่าสิบแปดปีจะผ่านไปแล้วและเมือง D ก็เปลี่ยนแปลงไปมากแต่ย่อมต้องมีบางอย่างที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไป”
ในขณะเดียวกัน ฉีเทียนหลินก็ได้รับรายงานผลการสอบสวนตัวตนของกู้หนิง ข้อมูลที่เขาได้รับก็คล้ายๆกับข้อมูลที่อยู่ในมือของถางหยุนฟ่าน
ฉีเทียนหลินเอนกายอย่างเกียจคร้านบนโซฟาในห้องทำงานชั้นบนสุดของเอิร์ทไนต์คลับ เขายังดูอวดดีและเย่อหยิ่ง
หลังจากอ่านข้อมูลของกู้หนิง เขาก็มีความคิดหลายอย่าง
เธอเปลี่ยนไปจากหลังมือเป็นหน้ามือหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์? การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าทึ่งมาก! จู่ ๆ เธอก็กลายเป็นมหาเศรษฐีที่ชาญฉลาด กล้าหาญ มั่นใจ จากเด็กสาวที่โง่เขลา อ่อนแอ เอาแต่ใจตัวเอง? ฟังดูเหมือนในนิยาย! หรือเธอแค่แกล้งทำเป็นโง่เง่าก่อนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์? แต่ทำไมล่ะ? และความสามารถพิเศษในการเล่นการพนันหินด้วยล่ะ มาจากไหน? เธอต้องแม่นยำแค่ไหนจึงจะทำเงินได้มากพอที่จะเปิดร้านขายเครื่องประดับระดับไฮเอนด์ได้? นอกจากนี้คนสำคัญส่วนใหญ่ในเมือง G ล้วนเข้าร่วมในพิธีเปิด รวมถึงคนจากแก๊งฉิง พวกเขายังมอบปะการังสีแดงซึ่งมีมูลค่าหลายสิบล้านหยวนให้เธอเป็นของขวัญสำหรับวันเปิดร้านวันแรก ความสัมพันธ์ของพวกเขาต้องไม่ใช่ธรรมดาๆ
ฉีเทียนหลินไม่รู้ว่ากู้หนิงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัทที่แก๊งฉิงเป็นเจ้าของหรือกับแก๊งฉิงโดยตรง และเธอยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงของแก๊งฉิงหรือหัวหน้าของแก๊งฉิง ซื่อตู้เย่ หรือไม่? เขาจึงสั่งให้คนให้ตรวจสอบเรื่องนี้และเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาตรวจสอบค่อนข้างนาน
ถ้ากู้หนิงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซื่อตู้เย่จริง เป็นไปได้ไหมว่าการที่เธอปรากฏตัวในเอิร์ทไนท์คลับนั้นเพราะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง?
แม้ว่าแก๊งคิรินและแก๊งฉิงจะอยู่ในเส้นทางของตนเองและสนใจแต่ธุรกิจของใครของมัน ทว่าพวกเขายังคงมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับข้อตกลงบางอย่าง นอกจากนี้ทั้งคู่ก็ยังเป็นคู่แข่งกัน ฉีเทียนหลินมีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นหัวหน้าแก๊งอันดับหนึ่งในประเทศนี้ และเขาไม่เชื่อว่าซื่อตู้เย่ไม่เคยคิดเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงจับตาดูการเคลื่อนไหวของแก๊งฉิงอย่างใกล้ชิด ถ้าแก๊งฉิงคิดจะกำจัดเขา เขาก็พร้อมรบเสมอ
“ไปสืบดูสิว่าเธอกับแก๊งฉิงมีความสัมพันธ์กันยังไง” ฉีเทียนหลินสั่งลูกน้อง
เขาไม่สนใจเรื่องอื่นแต่เขาต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของเธอกับแก๊งฉิงให้ชัดเจน ถ้ากู้หนิงกำลังช่วยแก๊งฉิง เขาจะ….. น่าแปลกที่เขาไม่เต็มใจที่จะฆ่าเธอ เขาจะ....ขังเธอไว้ในห้อง
“ครับบอส” อวี้ฮ่าวรับคำสั่ง
“ทำไมพวกเราไม่ไปเที่ยวต่อกันที่เอิร์ทไนท์คลับล่ะ?” พานจื่อรุ่ยเสนอไอเดียหลังจากทานข้าวเสร็จ
“ไม่ไป!” เกาเหวินซินและถางเจียข่ายพูดขึ้นพร้อมๆกัน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่พวกเขาได้ประสบ พวกเขาไม่อยากไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง
“ฉันก็ไม่อยากไปเหมือนกัน” กู้หนิงไม่ได้กลังแต่เธอไม่อยากไปที่นั่น
เธอรู้ว่าฉีเทียนหลินจะต้องสืบเรื่องเธอหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ถ้าเขารู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับแก๊งฉิงและคิดไปว่าเธอเป็นสายลับให้แก๊งฉิง เธอจะมีปัญหาใหญ่
ในเมื่อพวกเขาปฏิเสธ โอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อก็ไม่ไปเหมือนกัน
“งั้นพวกเราจะไปไหนกันดี?” พานจื่อรุ่ยไม่ได้คิดอะไร เขาแค่คิดว่าพวกกู้หนิงไม่ชอบสถานที่นั้นเฉยๆ
“ทำไมเราไม่ไปล่องเรือในแม่น้ำล่ะ? หนิงหนิงยังไม่เคยไปเลย วิวแม่น้ำในเมือง B ตอนกลางคืนสวยมากเลยนะ!” เกาเหวินซินกล่าว
กู้หนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง ตระกูลถางเป็นตระกูลชั้นนำในอุตสาหกรรมการเดินเรือในเมือง B ดังนั้นจึงมีเรือสำราญหรูหรามากมาย ถางเจียข่ายโทรศัพท์ให้คนเตรียมเรือไว้ให้พวกเขาและพวกเขาก็ขึ้นเรือทันทีหลังจากที่มาถึง
ภายในบ้านเก่าแก่ของตระกูลถาง ถางไห่เฟิง ถางหยุนฮางและภรรยากำลังดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น
ถางหยุนฟ่านเดินเข้ามาในบ้านหลังจากที่ชั่วโมงอาหารเย็นจบลงแล้ว เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยของถางหยุนฟ่าน พวกเขาก็เอ่ยถามว่าเขารู้สึกไม่สบายตรงไหนแต่ถางหยุนฟ่านไม่ตอบ อย่างน้อยถางหยุนฟ่านก็ไม่อยากพูดอะไรก่อนที่จะพบความจริง
“โอ้ ในเมื่อหนูกู้เป็นสมาชิกของครอบครัวเราแล้ว พ่อคิดว่าจำเป็นต้องจัดงานเลี้ยงและประกาศให้ทุกคนทราบว่าเธอเป็นหนึ่งในพวกเราแล้ว พ่อไม่ต้องการให้ใครเอาเปรียบเธอ” ถางไห่เฟิงกล่าว
เนื่องจากว่าถางหยุนฟ่านยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะรับกู้หนิงเป็นลูกสาวของเขา ถางไห่เฟิงจึงคิดว่าควรบอกทุกคนว่าเขายอมรับกู้หนิงเป็นหลานสาวแล้ว
ถางหยุนฟ่านนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยปากห้ามพ่อของเขาว่า “พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอกครับ ให้เวลาผมหน่อย”
เขาเกือบจะแน่ใจแล้วว่ากู้หนิงเป็นลูกสาวแท้ๆของเขา ดังนั้นเขาจะประกาศข่าวนี้ให้ทุกคนทราบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้รายละเอียดใดๆ และเขาก็ไม่สามารถบอกพ่อว่าเขาเจออะไรเพราะเขาสูญเสียความทรงจำในปีนั้น