เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา

ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา

ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา


ตอนที่ 439 จังหวะแห่งโชค

 

กลุ่มของพานจื่อรุ่ยก็ค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นกู้หนิงมากับกลุ่มของถางเจียข่าย

 

ตระกูลของจ้าวคังหลินก็เป็นตระกูลคนรวยในเมือง B แต่ตระกูลของเขาเทียบไม่ได้กับตระกูลของถางเจียข่ายและเพื่อนของเขา ดังนั้นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือการมีเรื่องกับพวกถางเจียข่าย

 

ถางเจียข่ายและเพื่อนก็เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้

 

มันไม่ง่ายเลยที่พวกถางเจียข่ายจะสู้กับอีกฝ่ายด้วยมือเปล่า พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกู้หนิง ดังนั้นพวกเขาจึงแย่งท่อนไม้จากอีกฝ่ายก่อนแล้วจึงเริ่มใช้ท่อนไม้ตีพวกเขา

 

แม้ว่ากลุ่มของจ้าวคังหลินจะต่อสู้ได้ดี แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เมื่อเผชิญหน้ากับถางเจียข่ายและเพื่อนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ และเมื่อพวกถางเจียข่ายแย่งท่อนไม้ไปได้ กลุ่มของจ้าวคังหลินก็ถูกทุบตี ภายใน 10 นาที พวกเขาทั้งหมดถูกทุบตีจนลงไปนอนบนพื้น

 

หลังจากนั้นกู้หนิงหยิบขวดยาออกมาและยื่นให้ถางเจียข่าย “บอกพานจื่อรุ่ยและเพื่อนของเขาให้กินยาในขวดนี้”

 

ถางเจียข่ายหยิบขวดยาเดินไปทางกลุ่มของพานจื่อรุ่ย ส่วนกู้หนิงเดินไปหาจ้าวคังหลินซึ่งนอนอยู่บนพื้น จ้าวคังหลินตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อเห็นกู้หนิงเดินมาหาตัวเองและเขาก็เอ่ยขอร้องว่า “ได้โปรด ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”

 

“ถ้ามันเกิดขึ้นอีก ฉันสาบานเลยว่าจะทุบตีนายจนกว่านายจะเป็นอัมพาตไปชั่วชีวิต” กู้หนิงกล่าวอย่างเย็นชา

 

“ได้ ได้ มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” จ้าวคังหลินกลัวมากจริงๆในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกู้หนิงและอีกส่วนเป็นเพราะถางเจียข่ายและเพื่อนของเขา

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ข้างพานจื่อรุ่ย ถ้าหากเขากล้าหาเรื่องพานจื่อรุ่ยอีกนั่นเท่ากับว่าเขาต่อต้านถางเจียข่ายและพวก

 

ในขณะเดียวกันนั้น.....

 

“สวัสดีครับ คุณชายเจียข่าย” พานจื่อรุ่ยและเพื่อนทักทายถางเจียข่ายด้วยความเคารพ

แม้ว่าพานจื่อรุ่ยจะเย่อหยิ่งอยู่เสมอ แต่เขารู้กฎเกณฑ์และรังแกเฉพาะคนที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยพอๆ กับเขา หรือคนที่ยากจนกว่าเขาเท่านั้น

"นายโชคดีที่ได้พบน้องสาวของฉัน รู้ไหมว่าพวกเรากำลังกินข้าวกันอยู่ตอนที่นายโทรมา พวกเราต้องรีบแจ้นมาที่นี่เพื่อช่วยนายกับเพื่อน ลำบากคนอื่นจริงๆ" ถางเจียข่ายพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก เขาไม่ชอบพานจื่อรุ่ย ถ้าไม่ใช่เพราะกู้หนิง ให้ตายเขาก็ไม่มา

พานจื่อรุ่ยรู้สึกละอายใจ แต่กู้หนิงเป็นคนเดียวที่เขานึกถึงตอนที่เกิดเรื่อง เดี๋ยวก่อนนะ น้องสาวงั้นเหรอ? บอสเป็นน้องสาวของถางเจียข่าย? พานจื่อรุ่ยตกใจ แน่นอนพวกเขาไม่ได้เป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกันเพราะพวกเขาใช้ชื่อคนล่ะแซ่ แต่อย่างไรก็ตามถ้ากู้หนิงเป็นญาติของตระกูลถาง ถ้างั้นเธอก็มีอิทธิพลมากเหมือนกันน่ะสิ!

"รับนี่ไป หนิงหนิงบอกฉันให้เอายามาให้นาย" ถางเจียข่ายโยนขวดยาให้พานจื่อรุ่ยจากนั้นก็หมุนตัวกลับเดินไปหากู้หนิงและกลุ่มของเขา พานจื่อรุ่ยและเพื่อนรับขวดยามาอย่างไม่ลังเล ยาละลายในปาก ภายในหนึ่งนาทีพวกเขาก็รู้สึกถึงพละกำลังคืนกลับมาและความเจ็บปวดก็หายไป ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นยืนได้

"บอส นี่มันยาอะไร? มันน่าทึ่งมาก!" พานจื่อรุ่ยกระโดดมาตรงหน้ากู้หนิงและถามด้วยความสงสัย

"ยาวิเศษน่ะ" กู้หนิงตอบยียวน พานจื่อรุ่ยยิ้มหน้าแป้น จะยาอะไรก็ช่างเถอะ เขาเชื่อกู้หนิงหมดใจ "ขอบคุณเธอมากนะ" เพื่อนของพานจื่อรุ่ยพูดขอบคุณกู้หนิง

"ด้วยความยินดี" กู้หนิงเอ่ย "เอาล่ะ ไปกันเถอะ!"

ก่อนที่พวกเขาจะไป พานจื่อรุ่ยและเพื่อนก็ทุบตีพวกจ้าวคังหลินอีกครั้งด้วยความแค้น ฆ่าพวกมันไม่ได้อย่างน้อยก็ตีให้หนำใจให้หายแค้น

"บอส ฉันได้ยินมาจากถางเจียข่ายว่าพวกเธอกำลังกินข้าวกันตอนที่ฉันโทรหา เพื่อเป็นการขอบคุณและขอโทษ เธออยากกินอะไรฉันจะเป็นคนจ่ายเอง" พานจื่อรุ่ยพูดกับกู้หนิง

"อาหารทะเล" กู้หนิงตอบโดยไม่ต้องคิด ดังนั้นพวกเขาจึงไปยังร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเมือง B

เมื่อพวกกู้หนิงจากไปแล้ว จ้าวคังหลินล้วงเอามือถือออกมาโทรหารถพยาบาล เขาไม่กล้าบอกครอบครัวเพราะครอบครัวของเขาไม่กล้าแก้แค้นแน่ๆ หนำซ้ำอาจตำหนิการกระทำที่โง่เง่าของเขาและอาจส่งเขาไปอยู่ต่างประเทศไม่ก็ขังเขาเอาไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน แค่คิดก็สยองแล้ว

ภายในห้องทำงานซีอีโอของถางฮวงกรุ๊ป ถางหยุนฟ่านกำลังทำงานแต่ก็อดคิดถึงกู้หนิงไม่ได้ เป็นไปได้ไหมว่าเธอเป็นลูกสาวของเขา? ถ้าใช่ล่ะ เขาควรทำอย่างไร? เขาคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวและไม่รู้ว่าจะรับมือกับความสัมพันธ์​ที่กะทันหัน​นี้ยังไงและยังแม่ของเด็กคนนี้อีก เขาไม่แน่ใจเลยจริงๆ

ไม่นานฉวนหมิงข่ายก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเดินไปหาถางหยุนฟ่านและยื่นเอกสารให้กับเจ้านาย "บอสครับ นี่คือข้อมูลที่ผมได้จากนักสืบ"

ถางหยุนฟ่านรีบเปิดอ่านดูทันที

ส่วนบนสุดของเอกสารเป็นรูปถ่ายของกู้หนิงและแม่ของเธอ เมื่อสายตาของถางหยุนฟ่านเลื่อนมาที่ใบหน้าของกู้ม่าน ร่างกายของเขาก็กระตุก เขาเกิดความรู้สึกแปลกๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ พอคิดถึงเรื่องนี้เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่ปวดศีรษะแล้วหลังจากการรักษาของกู้หนิง กระนั้นก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ

ฉวนหมิงข่ายรู้สึกตกใจเล็กน้อย "บอส ใจเย็นก่อนครับ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากตอนนี้เลยครับ"

ได้ยินเสียงของลูกน้อง ถางหยุนฟ่านก็กลับมาเป็นปกติ เขาวางรูปไว้ด้านข้างก่อนแล้วเริ่มอ่านเอกสาร

กู้ม่าน เพศหญิง อายุ 39 ปี อาศัยอยู่ที่เมือง F เรียนมหาลัยในเมือง D ตอนอายุ 20 แต่ท้องก่อนแต่งจึงต้องออกจากมหาวิทยาลัย ช่วงระยะเวลากว่า 18 ปี เธอถูกทางบ้านถากถางมาโดยตลอด เธอทำงานที่โรงงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูกสาว สี่เดือนก่อนเธอตกบันไดและหมดสติ หลังจากนั้นก็ออกจากงาน ตอนนี้เป็นเจ้าของร้านซาลอนเสริมสวย

กู้หนิง เพศหญิง อายุ 18 ปี อาศัยอยู่ในเมือง F เป็นนักเรียน ม. 6 ที่โรงเรียนมัธยมอันดับสามในเมือง F ลักษณะนิสัยขี้ขลาด อ่อนแอ เรียนแย่ และประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อสี่เดือนก่อน หลังจากฟื้นขึ้นมานิสัยของเธอก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นกล้ามากขึ้น มั่นใจมากขึ้นและยังเรียนเก่งขึ้นมาก ใช้เวลาไม่นานเธอก็กลายเป็นเจ้าของหยกบิวตี้ ว่ากันว่าเธอเงินมาจากการพนันหิน คนสำคัญมากมายในเมือง G มาร่วมพิธีเปิดร้าน

ตอนที่ 440 ลูกสาวของเขา

 

สำหรับการพนันพินตระกูลถางรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจ แม้ว่าเขาจะอยากรู้ว่ากู้หนิงสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้จากการพนันหินได้อย่างไรแต่ก็ยากที่จะหาข้อมูล สรุปว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นเมื่อสี่เดือนก่อน

 

ข้อมูลที่ได้มายังไม่มีประโยชน์มากนัก เป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้น อันที่จริงพวกเขาสามารถไปหาสำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ได้หากพวกเขาต้องการทราบว่าบริษัทใดอยู่ภายใต้ชื่อของกู้หนิงบ้าง แต่พวกเขาไม่สนใจที่จะทำอย่างนั้นเพราะมันไม่สำคัญ เพราะพวกเขารู้เกี่ยวกับบริษัทของกู้หนิงหลายแห่งแล้ว

 

เมื่อรู้ว่ากู้หนิงและกู้ม่านผ่านอะไรมาบ้าง ถางหยุนฟ่านก็รู้สึกโกรธ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่มีความเห็นอกเห็นใจมากมาย แต่พอมีเรื่องของกู้หนิงและกู้ม่านเข้ามาเกี่ยวข้องเขาก็ไม่สามารถระงับความโกรธได้

 

แม้ว่าเขาจะยังไม่มั่นใจแต่เชื่อว่ากู้หนิงและกู้ม่านต้องมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเขาไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้สึกเหมือนว่าเคยเจอกู้ม่านมาก่อน ไม่อย่างนั้นกู้หนิงก็คงไม่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับเขา ไม่อย่างนั้นกู้ม่านก็คงไม่ได้ท้องพอดีกับช่วงที่เขาหายตัวไป

 

เรื่องบังเอิญเพียงครั้งเดียวอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่เรื่องบังเอิญที่บังเอิญต่อเนื่องกันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

 

เขาอยากได้ความทรงจำกลับมาเหลือเกินเพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในช่วงนั้น

 

เพราะเขาสูญเสียความทรงจำเขาจึงไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับกู้หนิงและกู้ม่านอย่างไรแม้ว่าพวกเธอจะเป็นครอบครัวของเขาก็ตาม เขาลืมความรู้สึกของความรักไปแล้ว และกู้ม่านก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยในสายตาของเขาในตอนนี้

 

ถางหยุนฟ่านบอกความรู้สึกของเขากับฉวนหมิงข่ายและถามว่า “นายคิดว่ากู้หนิงเป็นลูกสาวของฉันจริงๆหรือ?”

 

“ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงครับไม่อย่างนั้นท่านคงไม่มีความรู้สึกแบบนี้” ฉวนหมิงข่ายกล่าว “ถ้าหากท่านมีเวลาก็ไปเยือนเมือง D ดูสักครั้ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่กู้ม่านเคยเรียน บางทีท่านอาจจะจำอะไรได้บ้าง แม้ว่าสิบแปดปีจะผ่านไปแล้วและเมือง D ก็เปลี่ยนแปลงไปมากแต่ย่อมต้องมีบางอย่างที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไป”

 

ในขณะเดียวกัน ฉีเทียนหลินก็ได้รับรายงานผลการสอบสวนตัวตนของกู้หนิง ข้อมูลที่เขาได้รับก็คล้ายๆกับข้อมูลที่อยู่ในมือของถางหยุนฟ่าน

 

ฉีเทียนหลินเอนกายอย่างเกียจคร้านบนโซฟาในห้องทำงานชั้นบนสุดของเอิร์ทไนต์คลับ เขายังดูอวดดีและเย่อหยิ่ง

 

หลังจากอ่านข้อมูลของกู้หนิง เขาก็มีความคิดหลายอย่าง

 

เธอเปลี่ยนไปจากหลังมือเป็นหน้ามือหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์? การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าทึ่งมาก! จู่ ๆ เธอก็กลายเป็นมหาเศรษฐีที่ชาญฉลาด กล้าหาญ มั่นใจ จากเด็กสาวที่โง่เขลา อ่อนแอ เอาแต่ใจตัวเอง? ฟังดูเหมือนในนิยาย! หรือเธอแค่แกล้งทำเป็นโง่เง่าก่อนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์? แต่ทำไมล่ะ? และความสามารถพิเศษในการเล่นการพนันหินด้วยล่ะ มาจากไหน? เธอต้องแม่นยำแค่ไหนจึงจะทำเงินได้มากพอที่จะเปิดร้านขายเครื่องประดับระดับไฮเอนด์ได้? นอกจากนี้คนสำคัญส่วนใหญ่ในเมือง G ล้วนเข้าร่วมในพิธีเปิด รวมถึงคนจากแก๊งฉิง พวกเขายังมอบปะการังสีแดงซึ่งมีมูลค่าหลายสิบล้านหยวนให้เธอเป็นของขวัญสำหรับวันเปิดร้านวันแรก ความสัมพันธ์ของพวกเขาต้องไม่ใช่ธรรมดาๆ

 

ฉีเทียนหลินไม่รู้ว่ากู้หนิงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบริษัทที่แก๊งฉิงเป็นเจ้าของหรือกับแก๊งฉิงโดยตรง และเธอยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงของแก๊งฉิงหรือหัวหน้าของแก๊งฉิง ซื่อตู้เย่ หรือไม่? เขาจึงสั่งให้คนให้ตรวจสอบเรื่องนี้และเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาตรวจสอบค่อนข้างนาน

ถ้ากู้หนิงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซื่อตู้เย่จริง เป็นไปได้ไหมว่าการที่เธอปรากฏตัวในเอิร์ทไนท์คลับนั้นเพราะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง?

แม้ว่าแก๊งคิรินและแก๊งฉิงจะอยู่ในเส้นทางของตนเองและสนใจแต่ธุรกิจของใครของมัน ทว่าพวกเขายังคงมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับข้อตกลงบางอย่าง นอกจากนี้ทั้งคู่ก็ยังเป็นคู่แข่งกัน ฉีเทียนหลินมีความทะเยอทะยานอยากจะเป็นหัวหน้าแก๊งอันดับหนึ่งในประเทศนี้ และเขาไม่เชื่อว่าซื่อตู้เย่ไม่เคยคิดเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงจับตาดูการเคลื่อนไหวของแก๊งฉิงอย่างใกล้ชิด ถ้าแก๊งฉิงคิดจะกำจัดเขา เขาก็พร้อมรบเสมอ

“ไปสืบดูสิว่าเธอกับแก๊งฉิงมีความสัมพันธ์กันยังไง” ฉีเทียนหลินสั่งลูกน้อง

เขาไม่สนใจเรื่องอื่นแต่เขาต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของเธอกับแก๊งฉิงให้ชัดเจน ถ้ากู้หนิงกำลังช่วยแก๊งฉิง เขาจะ….. น่าแปลกที่เขาไม่เต็มใจที่จะฆ่าเธอ เขาจะ....ขังเธอไว้ในห้อง

“ครับบอส” อวี้ฮ่าวรับคำสั่ง

“ทำไมพวกเราไม่ไปเที่ยวต่อกันที่เอิร์ทไนท์คลับล่ะ?” พานจื่อรุ่ยเสนอไอเดียหลังจากทานข้าวเสร็จ

“ไม่ไป!” เกาเหวินซินและถางเจียข่ายพูดขึ้นพร้อมๆกัน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่พวกเขาได้ประสบ พวกเขาไม่อยากไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง

“ฉันก็ไม่อยากไปเหมือนกัน” กู้หนิงไม่ได้กลังแต่เธอไม่อยากไปที่นั่น

เธอรู้ว่าฉีเทียนหลินจะต้องสืบเรื่องเธอหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ถ้าเขารู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับแก๊งฉิงและคิดไปว่าเธอเป็นสายลับให้แก๊งฉิง เธอจะมีปัญหาใหญ่

ในเมื่อพวกเขาปฏิเสธ โอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อก็ไม่ไปเหมือนกัน

“งั้นพวกเราจะไปไหนกันดี?” พานจื่อรุ่ยไม่ได้คิดอะไร เขาแค่คิดว่าพวกกู้หนิงไม่ชอบสถานที่นั้นเฉยๆ

“ทำไมเราไม่ไปล่องเรือในแม่น้ำล่ะ? หนิงหนิงยังไม่เคยไปเลย วิวแม่น้ำในเมือง B ตอนกลางคืนสวยมากเลยนะ!” เกาเหวินซินกล่าว

กู้หนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง ตระกูลถางเป็นตระกูลชั้นนำในอุตสาหกรรมการเดินเรือในเมือง B ดังนั้นจึงมีเรือสำราญหรูหรามากมาย ถางเจียข่ายโทรศัพท์ให้คนเตรียมเรือไว้ให้พวกเขาและพวกเขาก็ขึ้นเรือทันทีหลังจากที่มาถึง

ภายในบ้านเก่าแก่ของตระกูลถาง ถางไห่เฟิง ถางหยุนฮางและภรรยากำลังดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น

ถางหยุนฟ่านเดินเข้ามาในบ้านหลังจากที่ชั่วโมงอาหารเย็นจบลงแล้ว เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยของถางหยุนฟ่าน พวกเขาก็เอ่ยถามว่าเขารู้สึกไม่สบายตรงไหนแต่ถางหยุนฟ่านไม่ตอบ อย่างน้อยถางหยุนฟ่านก็ไม่อยากพูดอะไรก่อนที่จะพบความจริง

“โอ้ ในเมื่อหนูกู้เป็นสมาชิกของครอบครัวเราแล้ว พ่อคิดว่าจำเป็นต้องจัดงานเลี้ยงและประกาศให้ทุกคนทราบว่าเธอเป็นหนึ่งในพวกเราแล้ว พ่อไม่ต้องการให้ใครเอาเปรียบเธอ” ถางไห่เฟิงกล่าว

เนื่องจากว่าถางหยุนฟ่านยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะรับกู้หนิงเป็นลูกสาวของเขา ถางไห่เฟิงจึงคิดว่าควรบอกทุกคนว่าเขายอมรับกู้หนิงเป็นหลานสาวแล้ว

ถางหยุนฟ่านนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยปากห้ามพ่อของเขาว่า “พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอกครับ ให้เวลาผมหน่อย”

เขาเกือบจะแน่ใจแล้วว่ากู้หนิงเป็นลูกสาวแท้ๆของเขา ดังนั้นเขาจะประกาศข่าวนี้ให้ทุกคนทราบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้รายละเอียดใดๆ และเขาก็ไม่สามารถบอกพ่อว่าเขาเจออะไรเพราะเขาสูญเสียความทรงจำในปีนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 439 - 440: จังหวะแห่งโชค, ลูกสาวของเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว