เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 437 - 438: ฟางเซียวเข่อ, พานจื่อรุ่ยต้องการความช่วยเหลือ

ตอนที่ 437 - 438: ฟางเซียวเข่อ, พานจื่อรุ่ยต้องการความช่วยเหลือ

ตอนที่ 437 - 438: ฟางเซียวเข่อ, พานจื่อรุ่ยต้องการความช่วยเหลือ


ตอนที่ 437 ฟางเซียวเข่อ

“ใช่ เธอทำให้ฉันหงุดหงิด” เกาเหวินซินพูดตรงๆ หญิงสาวคาดไม่ถึงว่าเกาเหวินซินจะยอมรับออกมาตรงๆ เธอจึงเงียบไปชั่วครู่ ในความทรงจำของเธอ เธอคิดว่าเธอไม่ได้ทำอะไรให้เกาเหวินซินไม่พอใจ

“เหวินซิน” หญิงสาวมองหน้าเกาเหวินซินด้วยความสับสน ก่อนที่เธอจะพูดต่อ เกาเหวินซินก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “ฟางเซียวเข่อ ที่ฉันไม่ได้พูดออกมาดังๆ เพราะว่าฉันใจดีและไม่ต้องการทำให้เธออับอาย ที่ฉันไม่ได้รับสายของเธอหลายวันที่ผ่านมา เธอควรรู้ว่าถึงเวลาที่เธอต้องอยู่ให้ห่างจากฉัน หยุดทำตัวเสแสร้งที่น่าขยะแขยงนี้ได้แล้ว พี่ชายของฉันและฉันต่างรู้ดีว่าเป้าหมายของเธอคืออะไร และเธอควรอยู่ห่างจากพวกเราให้ไกลนับจากนี้ไป!”

“เหวินซิน....” ฟางเซียวเข่อตกใจ อะไรนะ? พวกเขารู้แล้ว? เป็นได้ยังไง?

“เหวินซิน ฉันคิดว่านี่เป็นการเข้าใจผิดนะ!” ฟางเซียวเข่อเอ่ย พยายามแก้ตัว

“เข้าใจผิด? ฉันไม่คิดงั้นนะ การที่เธอทะเยอทะยานอยากแต่งกับคนรวยก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เธอโง่เกินไปที่เล่นกับความรู้สึกของพี่ชายของฉัน ถ้าเธอสุภาพอ่อนโยนจากใจจริงหรือใจดีอย่างที่แกล้งทำ บางทีพี่ชายของฉันอาจจะตกหลุมรักเธอและเธอก็จะได้แต่งเข้าตระกูลของฉัน แต่เสียใจด้วยนะ สิ่งที่เธอทำน่ะมันก็แค่การแสดง” เกาเหวินซินไม่สนใจฟางเซียวเข่ออีก เธอจับมือกู้หนิงเดินหนีออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟางเซียวเข่อก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่น่าเล่นกับความรู้สึกของพวกเขา แต่ถ้าหากเธอไม่ทำอย่างนั้น เธอจะเข้าใกล้ชิดพวกเขาได้อย่างไร?

เมื่อเดินออกมาแล้วเกาเหวินซินก็บ่นกับกู้หนิงว่า “พี่ต้องตาบอดแน่ ๆ ที่เชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นจิตใจดีและอ่อนโยนจริงๆ เธอจงใจผูกมิตรกับพี่หลังจากที่เธอรู้ภูมิหลังของครอบครัวเกาแต่แสร้งทำเป็นว่าไม่รู้อะไรเลย จากนั้นเธอก็ทำตัวอ่อนหวานต่อหน้าพี่ชายของพี่โดยตั้งใจเพราะนั่นเป็นแบบพี่ชายของพี่ชอบ ถ้าพี่ไม่บังเอิญได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธอ พี่ก็คงโดนหลอกเหมือนกัน เธอบอกแม่ของเธอว่าเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะแต่งงานกับครอบครัวคนรวยให้ได้! ถึงกับต้องวางแผน! พี่บอกเรื่องนี้กับพี่ชายแต่เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ พี่ก็เลยเปิดที่บันทึกเสียงให้เขาฟัง เขาอกหักดังเป๊าะ แต่เราก็ยังตัดสินใจที่จะเก็บมันไว้ระหว่างเรา และตีตัวออกห่างจากผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่นั้นมา แม้ว่าครอบครัวของเราจะไม่ได้สนใจเรื่องครอบครัวของใครแต่การถูกจับแบบนี้เราก็ไม่เอาหรอก”

“หนิงหนิง ทำไมคนเราถึงซับซ้อนนักนะ? ผู้หญิงคนนั้นต้องวางแผนขนาดไหนเพื่อที่จะได้แต่งงานกับคนรวย? ถ้ามีคนที่รักเราจริง ๆ เขาจะไม่สนใจสถานะทางสังคมของเราหรือว่าเรามีเงินในบัญชีเท่าไหร่ พี่ไม่คิดว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะยั่งยืนกับคนที่กำลังคิดวางแผนจับผู้ชายอยู่” เกาเหวินซินพูดด้วยอารมณ์

ก็จริง ถ้าใครคนหนึ่งรักคุณจริง ๆ เขาหรือเธอจะไม่สนใจสถานะทางสังคมของคุณหรือว่าคุณมีเงินเท่าไหร่ ตอนที่กู้หนิงเจอกับเลิ่งเชาถิงในช่วงแรก เขาเป็นทายาทผู้สูงส่งของตระกูลเลิ่ง เป็นทหารที่มีอำนาจเหนือกว่าใครในกองทัพ ระหว่างพวกเขามีช่องว่างขนาดใหญ่ แต่เขาไม่เคยดูถูกเธอเลยและเธอก็ไม่ได้ชอบเขาเพราะตระกูลของเขาแต่เป็นเพราะตัวเขาเอง

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงสถานที่นัดหมาย โรงแรมระดับห้าดาว มีห้อง KTV อยู่ในห้องส่วนตัวของโรงแรมแห่งนี้ ดังนั้นกู้หนิงและเกาเหวินซินจึงได้ยินเสียงเพลงดังลอดออกมาจากประตู

เกาเหวินซินผลักประตูให้เปิดออกและเสียงดังอึกทึกก็ดังมากกว่าเดิม เกาเหวินซินปวดหัวและเกือบเตะประตูห้อง KTV แทนที่จะใช้มือ

ทุกคนที่อยู่ข้างในประหลาดใจและเสียงร้องเพลงที่แย่กว่าเสียงสุนัขหอนก็หยุดลง เหลือแต่เสียงดนตรีที่ยังคงดังกระหึ่ม ชายสามคนในห้อง KTV โมโหที่มีคนกล้าขัดจังหวะพวกเขา อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาเห็นเกาเหวินซินเข้ามาข้างใน พวกเขาทั้งหมดก็เงียบ

“เสียงดังแล้วก็ห่วยแตกหมาไม่แดก!” เกาเหวินซินวิจารณ์แต่พวกเขาเคยชินซะแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้โกรธอะไร พวกเขารู้ตัวเองดีว่าเสียงของพวกเขานั้นแย่แค่ไหน

“เฮ้! เหวินซิน หนิงหนิงอยู่ไหนล่ะ?” ถางเจียข่ายเอ่ยถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน เขาเดินมาหาพี่สาวจึงสังเกตเห็นว่ากู้หนิงยืนอยู่ด้านหลังเธอ “หนิงหนิง!”

“ไฮ เหวินซิน” ชายหนุ่มอีกสองคนที่เหลือเดินตามถางเจียข่ายมาทางหญิงสาว พวกเขาอายุไล่เลี่ยกับถางเจียข่าย คนหนึ่งสูงแล้วก็หน้าตาดีส่วนที่เหลือก็ธรรมดาๆ เมื่อพวกเขาเห็นกู้หนิงก็ตื่นเต้นคึกคักขึ้นมา ความพอใจฉายบนใบหน้าพวกเขา “ไฮ เธอคงเป็นกู้หนิงสินะ! เธอเก่งมากเลย พวกเราได้ยินเรื่องของเธอมาตั้งเยอะ”

“ใช่! เจียข่ายบอกพวกเราว่าเธอคือน้องสาวคนเล็กของเขา แต่พวกเราไม่เชื่อ”

“ฉันไม่ได้โกหกพวกนายนะ!” ถางเจียข่ายเถียง จากนั้นเขาก็แนะนำเพื่อนๆของเขาให้รู้จักกับกู้หนิง “หนิงหนิง นี่คือทายาทของสนามแข่งม้า โอวหยางจื่อหยวน”

โอวหยางจื่อหยวนเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีและรูปร่างสูงโปร่ง “และนี่คือคงเหมาซื่อ พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน” ถางเจียข่ายแนะนำชื่อหนุ่มๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” กู้หนิงเอ่ยทักทายพวกเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักเธอเหมือนกัน”

“ปิดเพลงซะ! หนวกหู!” เกาเหวินซินเอ่ย ในห้องเสียงดังมากจริงๆ อย่าว่าแต่เกาเหวินซินเลยแม้แต่กู้หนิงก็ยังทนไม่ค่อยไหว

“ได้ ได้” คงเหมาซื่อเดินไปปิดเพลง เมื่อเสียงเพลงหยุดลง ทุกคนก็สบายหูขึ้นเยอะ

“มาเถอะ มานั่งที่โต๊ะกัน” โอวหยางจื่อหยวนเอ่ยและพวกเขาทั้งหมดก็เดินไปนั่งที่โต๊ะ

“เหวินซิน กู้หนิง อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ” โอวหยางจื่อหยวนยื่นเมนูให้กู้หนิงและเกาเหวินซิน

“หนิงหนิง ที่นี่มีแต่คนรู้จักกันทั้งนั้น เธออยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” เกาเหวินซินพูดกับกู้หนิง

กู้หนิงสั่งอาหารที่เธอชอบหลายอย่างอย่างไม่ลังเล หลังจากสั่งเสร็จ บริกรก็เก็บเมนูคืนและเดินออกไป

เมื่อบริกรออกไปแล้ว โอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อก็เอ่ยถามกู้หนิงด้วยควาอยากรู้ว่า “กู้หนิง เธอเก่งกังฟูมากจริงๆ เธอมีผู้เชี่ยวชาญกังฟูเป็นอาจารย์รึเปล่า?”

“ใช่ๆ หรือเธอถูกฝึกในค่ายทหารเหมือนกับพี่เหวินซินรึเปล่า?”

“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของเธอ อย่าถามอะไรเซ้าซี้” ถางเจียข่ายพูดขัดคอเพื่อนและส่งสายตาให้หยุด เขากังวลว่ากู้หนิงจะรู้สึกเศร้าเมื่อต้องพูดถึงอาจารย์ของเธอ

ตอนที่ 438 พานจื่อรุ่ยต้องการความช่วยเหลือ

โอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อมักชอบล้อเลียนเพื่อนๆของ แต่พวกเขาก็เป็นคนอ่อนไหวเช่นกัน ดังนั้นเมื่อถางเจียข่ายบอกใบ้ให้เปลี่ยนหัวข้อ พวกเขาก็เปลี่ยนคำถามทันที “กู้หนิง เธอรู้วิธีเล่นพนันม้าจริงๆ หรือแค่ดวงดีเฉยๆ?”

อันที่จริงไม่ว่าพวกเขาจะถามอะไรกู้หนิงก็ไม่ได้ใส่ใจ แล้วแต่จะถาม แต่เนื่องจากถางเจียข่ายส่งสายตาให้พวกเขาหยุด เธอก็จะทำเป็นมองไม่เห็น

“ฉันแค่ดวงดีค่ะ” กู้หนิงตอบ

“อะไรนะ?” พวกเขาตกใจ

“เธอชนะพนันได้เงินตั้งเยอะแยะเพราะดวงดีเนี่ยนะ? น่าทึ่งเกินไปแล้ว!” คงเหมาซื่อเอ่ย

“เอ่อ แล้วจะให้ฉันพูดว่าอะไรคะ? ก็ฉันแค่ดวงดีเฉยๆ” กู้หนิงยิ้ม

เกาเหวินซินและถางเจียข่ายเป็นพยานให้กู้หนิงได้ เพราะงั้นพวกเขาจึงเชื่อคำอธิบายของเธอ

ไม่นานอาหารก็ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะและบริกรก็รินไวน์ให้พวกเขา

คงเหมาซื่อชูแก้วไวน์ขึ้นและเอ่ยว่า “พวกเรามาฉลองกันเถอะ! สวัสดีปีใหม่!”

เสียงแก้วชนกัน ทุกคนต่างชื่นมื่นท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลอง

ระหว่างมื้ออาหารโทรศัพท์ของกู้หนิงก็ดังขึ้น คนที่โทรมาคือพานจื่อรุ่ย “สวัสดี” กู้หนิงตอบ

“บอส ช่วยด้วย! เธอยังอยู่ที่เมือง B ไหม? พวกเรากำลังถูกกลุ่มของจ้าวคังหลินไล่ตี พวกมันมีท่อนไม้ในมือด้วย!” พานจื่อรุ่ยหายใจหอบ เสียงของเขาดังมากจนลอดออกมาจากโทรศัพท์ เกาเหวินซินและถางเจียข่ายที่นั่งอยู่ถัดจากเธอก็ยังได้ยิน

กู้หนิงทำหน้าเครียด “ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?”

“พวกเราอยู่ที่สนามแข่งบนถนนบนภูเขาทางตอนใต้” พานจื่อรุ่ยตอบ

พวกเขาไปที่นั่นวันนี้เพื่อแข่งรถ แต่จ้าวคังหลินรู้กำหนดการของพวกเขาและนำกลุ่มคนมาเอาเรื่อง จ้าวคังหลินและคนของเขาเตรียมพร้อมอย่างดี ดังนั้นพานจื่อรุ่ยและเพื่อน ๆ จึงถูกโจมตีก่อนที่พวกเขาจะหนีไปที่ภูเขา

“ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ” กู้หนิงยืนขึ้น “ขอโทษด้วยนะคะ มีเรื่องด่วนและฉันต้องรีบไปตอนนี้”

“พี่จะไปด้วย” เกาเหวินซินยืนขึ้น แม้เธอจะรู้ว่ากู้หนิงสามารถจัดการเรื่องนี้คนเดียวได้ เธอไม่อยากพลาดใช้โอกาสนี้ฝึกทักษะกังฟูของเธอด้วย

“ฉันก็จะไปด้วย” ถางเจียข่ายลุกขึ้นเหมือนกัน เขาไม่ชอบการต่อสู้ แค่อยากไปช่วยกู้หนิงเท่านั้น

“เกิดอะไรขึ้น? พวกเราก็จะไปกับเธอด้วย” โอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อต่างก็ลุกขึ้นยืน แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาเต็มใจช่วย

“พวกคุณสู้เป็นหรือ?” กู้หนิงมองโอวหยางจื่อหยวนและคงเหมาซื่อ

“แน่นอนสิ” ทั้งสองเอ่ย และจากนั้นก็ตระหนักว่ากู้หนิงจะต้องออกไปสู่กับใครบางคน

“ดี งั้นไปกันเลย” กู้หนิงเอ่ยและวิ่งออกไปตามมาด้วยพวกเขา

ตระกูลถางเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องจ่ายบิล

เมื่อพวกเขาไปถึงลานจอดรถ กู้หนิงก็บอกพวกเขาไปขึ้นรถของเกาเหวินซิน และกู้หนิงก็ขึ้นไปนั่งที่คนขับ

“คาดเข็มขัดนิรภัยซะ พวกเราจะไปสนามแข่งรถที่ถนนภูเขาทางใต้ บอกทางฉันด้วย” กู้หนิงเอ่ยขับรถด้วยความเร็วสูง ทุกคนในรถนั่งกันอย่างหวาดเสียว

กู้หนิงขับรถด้วยความรวดเร็วบนท้องถนนและเธอไม่คิดจะลดความเร็วลงเลยแม้จะมีรถมากมาย เธอขับปาดไปมา

ผู้ขับขี่คนอื่นๆ บนท้องถนนต่างสังเกตเห็นว่าแลนด์โรเวอร์สีแดงเคลื่อนที่อย่างราบรื่นด้วยความเร็วสูงท่ามกลางการจราจรที่แน่นหนา ทว่าพวกเขายังคงสบถไล่ตามหลังแต่ต้องยอมรับว่าคนขับแลนด์โรเวอร์สีแดงนั้นเก่งกาจจริงๆ

คนที่นั่งอยู่ในรถต่างโยกตัวไปมาตามแรงเหวี่ยง กระนั้นพวกเขาก็ยังชื่นชมทักษะการขับรถของกู้หนิง

เมื่อการจราจรบนท้องถนนเริ่มคลายความหนาแน่น กู้หนิงก็เหยียบคันเร่งเป็น 120 ไมล์ต่อชั่วโมง ปกติจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเพื่อไปยังสนามแข่งในถนนบนภูเขาทางตอนใต้ แต่กู้หนิงใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น

เมื่อพวกเขามาถึงตีนภูเขา พวกเขาก็เห็นรถเจ็ดคันจอดอยู่แต่ไม่มีคนอยู่รอบๆ

กู้หนิงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาและโยนให้เกาเหวินซิน เธอบอกให้เกาเหวินซินโทรหาพานจื่อรุ่ยแต่ไม่มีใครตอบ

“หรือว่าเขาจะเกิดปัญหา?” เกาเหวินซินเดา กู้หนิงก็รู้สึกแบบเดียวกัน เธอจอดรถและใช้ตาทิพย์สำรวจบนภูเขา

ในที่สุดเธอก็พบคนสองกลุ่มที่กำลังต่อสู้อยู่บนที่สูงชันของภูเขา หรือให้เจาะจงกว่านั้นก็คือกลุ่มหนึ่งไล่ทุบตีอีกกลุ่มก็วิ่งหนี มีอย่างน้อย 12 คนในกลุ่มของจ้าวคังหลินและพวกเขากำลังทุบตีอย่างรุนแรงรวมทั้งเตะคนห้าคนในกลุ่มของพานจื่อรุ่ย

กู้หนิงโกรธมากและคนอื่นๆ ในรถต่างก็รู้สึกกลัว กู้หนิงขับรถไปบนถนนบนภูเขาโดยไม่ลังเล เธอไม่ลดความเร็วลงเลย แม้ว่าทุกคนจะคาดเข็มขัดนิรภัย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไหลไปกระแทกอีกฝ่าย

หลังจากผ่านไปห้านาที พวกเขาก็มาถึงที่ซึ่งพานจื่อรุ่ยและเพื่อนๆ ของเขาถูกทำร้าย กู้หนิงเหยียบเบรกและทุกคนในรถก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง โชคดีที่ทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างแน่นหนา กู้หนิงปลดที่คาดเข็มขัดนิรภัย กระโดดลงจากรถแล้วพุ่งไปหาพวกพานจื่อรุ่ย

ที่จริงแล้วไม่ว่าเกาเหวินซินหรือคนอื่นๆจะมาด้วยหรือไม่ก็ตาม อย่างไรกู้หนิงก็สามารถจัดการได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว กู้หนิงแค่ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของพวกเขาก็เท่านั้นเอง

คนที่เหลือลงจากรถแล้ววิ่งตามกู้หนิงปีนเขาขึ้นไป แต่พวกเขาไม่รวดเร็วเท่าเธอ

กลุ่มของจ้าวคังหลินอยู่ในป่า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ยินเสียงรถข้างนอก และไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีคนมาจนกระทั่งกู้หนิงเตะชายสองคนกระเด็นไปไกล

“เธออีกแล้ว!” จ้าวคังหลินตกใจ เขาทำหน้ากลัวกู้หนิง

“บะ บอส” พานจื่อรุ่ยถูกทุบตีจนตัวเขียวช้ำไปหมด แต่กระนั้นก็ยังทำหน้าดีใจที่เห็นกู้หนิงมาช่วยเขา

“แกกล้าดียังไงมาทุบตีคนของฉัน!” กู้หนิงโกรธจัดและเตะผู้ชายที่อยู่ใกล้เธอที่สุด ผู้ชายคนนั้นลอยไปกระแทกต้นไม้ คาดว่าซี่โครงของเขาต้องหักอย่างแน่นอน

“ทุกคน ยัยนี่คือเป้าหมาย!” จ้าวคังหลินออกคำสั่ง กลุ่มของพานจื่อรุ่ยถูกต่อยจนน่วมไปหมดแล้ว พวกเขาไม่มีทางตอยโต้กลับได้

ในตอนนี้เอง เกาเหวินซิน ถางเจียข่ายและเพื่อนของเขาอีกสองคนก็ตามมาถึง เมื่อเห็นว่ากู้หนิงเตะผู้ชายร่างใหญ่กระเด็นไปไกล พวกเขาก็อ้าปากค้าง จ้าวคังหลินเห็นกลุ่มของถางเจียข่าย เขาก็ตื่นตระหนก ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่?

จบบทที่ ตอนที่ 437 - 438: ฟางเซียวเข่อ, พานจื่อรุ่ยต้องการความช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว