- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 435 - 436: ธุรกิจเสื้อผ้า, เธอประสบความสำเร็จมาก
ตอนที่ 435 - 436: ธุรกิจเสื้อผ้า, เธอประสบความสำเร็จมาก
ตอนที่ 435 - 436: ธุรกิจเสื้อผ้า, เธอประสบความสำเร็จมาก
ตอนที่ 435 ธุรกิจเสื้อผ้า
เมื่อกู้หนิงและเกาเหวินซินเพิ่งนั่งลงก็มีคนรินน้ำชาให้พวกเธอ
กู้หนิงมองไปรอบๆร้าน ร้านไม่ได้ใหญ่มากนัก มีขนาดเพียงยี่สิบตารางเมตรเท่านั้นแต่มีเสื้อผ้าให้เลือกมากมายเช่นชุดราตรีแบบทางการและชุดเดรส กู้หนิงเจอชุดเดรสแบบทางการชุดหนึ่งซึ่งสวยมากตามที่เกาเหวินซินบอกเธอ
อวี้จื่อออกแบบและตัดเย็บด้วยตัวเองทุกชุดภายในร้านเล็กๆนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะมีโรงงานเป็นของตัวเอง
“ฉันอยากดูชุดราตรี พวกพี่ๆคุยกันไปก่อนนะคะ ฉันขอเดินดูเสื้อผ้ารอบๆ” กู้หนิงเอ่ย จากนั้นก็ลุกขึ้นไปดูชุด
หลังจากเดินวนอยู่หนึ่งรอบ กู้หนิงก็ชี้ไปที่ชุดราตรีที่เธอหมายตาเอาไว้และเอ่ยถามว่า “นี่ไซส์อะไรคะ? พอดีกับฉันรึเปล่า?”
อวี้จื่อเงียบไปอึดใจ เธอไม่คิดว่ากู้หนิงจะซื้อเสื้อผ้าจากร้านของเธอ “ไซส์ S น่ะ เธออยากจะลองใส่ไหม?” ว่าแล้วอวี้จื่อก็ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหากู้หนิง
“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันซื้อตัวนี้” กู้หนิงไม่ลองหรือถามราคา เธอซื้ออย่างไม่ลังเล
ได้ยินแบบนั้นอวี้จื่อก็ประหลาดใจ ไม่ใช่ประหลาดใจเพราะกู้หนิงต้องการซื้อชุดของเธอแต่เป็นเพราะกู้หนิงไม่ได้ถามถึงราคาด้วยซ้ำ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอลูกค้าใจป้ำแบบนี้ แต่ถ้ากู้หนิงไม่ลองใส่ เธอกังวลว่ามันอาจไม่พอดีตัว
ช่วงนี้เป็นหน้าหนาวและพวกเธอก็สวมเสื้อคลุมหนาๆ เพราะงั้นเลยยากที่จะเห็นขนาดรูปร่างของกู้หนิง อวี้จื่อไม่รู้ว่าชุดที่กู้หนิงซื้อไปจะพอดีกับตัวเธอหรือไม่ เธอกะขนาดไม่ได้เลย
ถ้าหากเป็นชุดเดรสธรรมดาๆก็ไม่เป็นไรหากหลวมหน่อยๆหรือรัดนิดๆ แต่ชุดราตรีนั้นต้องพอดีตัว
“หนิงหนิง เธอไม่ลองสวมดูหน่อยเหรอ?” เกาเหวินซินเอ่ยถาม ผู้หญิงทุกคนชอบการลองใส่เสื้อผ้าใหม่ๆแต่กู้หนิงไม่ยอมเสียเวลาเพราะเรื่องนั้น
“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันรู้ไซส์ของฉันค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“เอางั้นก็ได้ ฉันจะไปแพ็คให้เดี๋ยวนี้” อวี้จื่อเอ่ย
อวี้จื่อไม่ใช่คนโง่และตระหนักดีว่าเกาเหวินซินและกู้หนิงตั้งใจมาที่ร้านเพื่อช่วยซื้อเสื้อผ้าของเธอ
“ราคาชุดหกหมื่นแปดพันหยวน ในเมื่อเธอคือน้องของเหวินซิน ฉันลดให้อีก 20% เป็นห้าหมื่นสี่พันสี่ร้อยหยวน” อวี้จื่อกล่าว
“โอเคค่ะ” กู้หนิงยื่นบัตรเครดิตสีดำให้อวี้จื่อ
อวี้จื่อรู้สึกเซอร์ไพรส์อีกครั้ง กู้หนิงต้องรวยมากแน่ๆถึงซื้อเสื้อผ้าราคาหลายหมื่นหยวนโดยไม่ถามราคา
ความจริงแล้วอวี้จื่อไม่รู้จักครอบครัวของเกาเหวินซิน ไม่ใช่เพราะเกาเหวินซินไม่เต็มใจบอก แต่พวกเธอเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆไม่ได้สนิทสนมกันมากก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องคุยกันเรื่องครอบครัว เกาเหวินซินเป็นนักช้อปตัวยง อวี้จื่อจึงรู้ว่าเธอเป็นคนรวยแต่ไม่รู้ว่ารวยเพราะอะไร
“หนิงหนิง นั่งรอพี่อยู่นี่แปบนะ พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อน” เกาเหวินซินพูดกับกู้หนิง จู่ๆเธอก็รู้สึกไม่สบายท้อง
“ค่ะ จะนั่งรออยู่นี่ค่ะ” กู้หนิงตอบ
หลังจากจ่ายเงิน อวี้จื่อและกู้หนิงก็นั่งคุยเล่นกันในห้องรับรอง
“คุณอวี้คะ ฉันได้ยินมาจากพี่เหวินซินว่าคุณออกแบบชุดทั้งหมดเองเหรอคะ?” กู้หนิงถาม
“ใช่ ฉันจบการออกแบบเสื้อผ้ามาน่ะและสนใจพวกชุดราตรีเป็นพิเศษ”
“ชุดของคุณสวยมากเลยค่ะ ต้องดังมากแน่ๆ” กู้หนิงจงใจถาม
อวี้จื่อไม่สบอารมณ์เล็กน้อยแต่ยังยิ้มได้อยู่ “ไม่เท่าไหร่หรอก อันที่จริงขายได้แค่ห้าชุดต่อเดือนเอง รายได้พอจ่ายแค่ค่าเช่า ค่าเงินเดือน และค่าใช้จ่ายประจำวันต่างๆ”
กู้หนิงเป็นน้องที่รู้จักของเกาเหวินซิน ดังนั้นอวี้จื่อจึงเต็มใจบอกความจริงกับเธอ
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคุณจะยังเปิดร้านต่อไปได้อีกเหรอคะ? ฉันชอบการออกแบบของคุณ ไว้ฉันจะกลับมาอุดหนุนอีกแน่นอนค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
“ขอบคุณนะ แต่ถึงฉันเครียดแค่ไหนแต่ก็เป็นทางที่ฉันเลือกเอง และฉันจะดูแลร้านนี้ต่อไปตราบเท่าที่มันทำกำไรได้จนกว่าฉันจะประสบความสำเร็จในสักวันหนึ่ง แต่ว่าชีวิตไม่ใช่ความฝัน ดังนั้นฉันอาจจะต้องเปลี่ยนงานหากร้านของฉันไม่สามารถอยู่ได้” อวี้จื่อกล่าว
หลังจากนิ่งเงียบไปสองสามวินาที อวี้จื่อก็เอ่ยต่อว่า “ไม่ว่าร้านนี้จะยังเปิดต่อหรือปิดไป เธอสามารถติดต่อฉันได้เสมอตอนที่ต้องการชุดและฉันจะออกแบบให้เธอเอง” ต่อให้เธอไม่สามารถดำเนินธุรกิจร้านต่อไปได้ เธอก็จะทำเป็นงานเสริมเพื่อหารายได้
“ฉันมีความคิดอยากจะช่วยคุณสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมา ฉันไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำให้เป็นแบรนด์ระดับท็อปได้ไหม แต่ที่แน่ๆคือแบรนด์ของคุณจะกลายเป็นที่รู้จัก ฉันมั่นใจ แล้วคุณล่ะคะ คิดว่าไง?” กู้หนิงถาม
“อะไรนะ? จริงๆเหรอ?” อวี้จื่อค่อนข้างเซอร์ไพรส์ ดวงตาของเธอสว่างขึ้นมา “ยังไง?”
แม้ว่าอวี้จื่อจะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุของกู้หนิงแต่เธอจะไม่ด่วนสรุป ไอเดียของกู้หนิงก็ไม่ได้เลวร้าย ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย อวี้จื่อรู้ว่าการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ค่อนข้างใช้เงินมากและเธอก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น
“ในความคิดของฉัน การออกแบบของคุณสวยมากและฉันมีความตั้งใจอยากทำธุรกิจเสื้อผ้า ดังนั้นฉันจึงอยากลงทุนกับแบรนด์ของคุณ ถ้าคุณตกลงฉันจะจัดการเรื่องโฆษณาเอง ส่วนคุณก็มีหน้าที่โฟกัสกับการออกแบบและดูแลร้าน คุณยังเป็นคนสร้างแบรนด์นี้อยู่ สิ่งที่คุณต้องทำคือออกแบบและฉันจะแบ่งหุ้น 20% ให้คุณ คุณคิดว่าไงคะ?” กู้หนิงเอ่ยพลางทำสีหน้าจริงจัง
จุดประสงค์ของกู้หนิงคือการจ้างอวี้จื่อ ถึงแม้มันจะฟังดูแปลกๆที่พูดคุยเรื่องธุรกิจแบบจริงจังในการพบกันครั้งแรก แต่กู้หนิงไม่อยากเสียเวลาไปสักนาทีเดียวเพื่อธุรกิจของเธอ
ตอนที่ 436 เธอประสบความสำเร็จมาก
อีกอย่างมันก็เป็นผลประโยชน์ของอวี้จื่อเองเพราะมีคนมากมายที่จบเอกการออกแบบเสื้อผ้าและหลายคนก็มีพรสวรรค์ กู้หนิงจะจ้างนักออกแบบชื่อดังเป็นใครก็ได้ตราบเท่าที่เธอต้องการ แต่กระนั้นเธอก็ยังเลือกอวี้จื่อ
หลังจากที่กู้หนิงก่อตั้งเฟิ่งหัวเอนเตอร์เทนเม้นต์เสร็จแล้ว คงหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้เสื้อผ้าในการประชาสัมพันธ์ในหนังหรือละครไม่ได้ หากเธอมีบริษัทเสื้อผ้าของเธอเองก็จะยิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้น และจะมีมากกว่าหนึ่งแบรนด์ในบริษัทเสื้อผ้าของเธอ แบรนด์ชาร์มอาจเป็นแบรนด์ชุดราตรีโดยเฉพาะถ้าอวี้จื่อตกลงและเธอสามารถจัดการแบรนด์ดัวยตัวเองได้
นอกจากชุดราตรีแล้ว กู้หนิงยังวางแผนที่จะทำเสื้อผ้าสำหรับบุรุษและสตรีเพิ่มอีก แต่เธอยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้
กู้หนิงยังเสนอหุ้นให้อวี้จื่อซึ่งน่าดึงดูดใจมากแทนที่จะเป็นแพ็คเกจประจำปีเพราะเธอต้องการผู้จัดการ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยรู้เรื่องอวี้จื่อมากนัก แต่เธอก็เชื่อว่าอวี้จื่อนั้นเชื่อถือได้เพราะอวี้จื่อรู้จักกับเกาเหวินซิน ยิ่งไปกว่านั้นอวี้จื่อเป็นคนก่อตั้งแบรนด์ชาร์มด้วยตัวเธอเอง ดังนั้นชาร์มจึงเปรียบเสมือนลูกของเธอ และเธอก็จะทุ่มเทให้กับงานของเธอมากกว่าใครๆ อย่างแน่นอน
ได้ยินที่กู้หนิงพูดเช่นนั้น อวี้จื่อก็ประหลาดใจมาก ราวกับมีบางอย่างตกลงบนตักของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้าเธอสามารถทำให้แบรนด์ชาร์มเป็นที่นิยมได้เธอก็เต็มใจที่จะทำมันด้วยตัวของเธอเอง แต่ประเด็นคือเธอไม่มีความสามารถ อย่างไรก็ตามเธออดไม่ได้ที่จะสงสัยในความสามารถของกู้หนิงเพราะกู้หนิงดูเด็กเกินไปที่จะบริหารบริษัท แต่ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร “คุณกู้ เธอพูดจริงเหรอ?”
“พวกเธอคุยอะไรกันอยู่เหรอ?” เกาเหวินซินกลับมาจากห้องน้ำพอดีและได้ยินที่อวี้จื่อพูดและเธอก็กำลังทำหน้าตาจริงจัง เกาเหวินซินเลยเกิดความสงสัย
กู้หนิงเป็นคนเล่าให้เกาเหวินซินฟังถึงแผนการของเธอ เกาเหวินซินไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจเลย กู้หนิงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในใจของเธอ ไม่ว่ากู้หนิงจะทำอะไร เธอเชื่อว่ามันจะประสบความสำเร็จ “อวี้จื่อ แม้ว่ากู้หนิงยังเด็ก แต่เธอก็ประสบความสำเร็จมากเลยนะและฉันเชื่อในตัวน้องสาวของฉันคนนี้”
อวี้จื่อตัดสินใจที่จะลองดูไม่ว่าเกาเหวินซินจะโน้มน้าวเธอหรือไม่ แต่พอได้ฟังที่เกาเหวินซินพูด อวี้จื่อก็ยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม “คุณกู้ ฉันยินดีทำงานกับคุณค่ะ”
เมื่อเห็นว่าอวี้จื่อยังไม่มั่นใจนัก กู้หนิงก็พูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าคุณเลือกที่จะทำงานกับฉัน คุณต้องเชื่อใจฉันและทำงานให้หนัก”
อวี้จื่อนั่งตัวตรงและตอบทันที "แน่นอนค่ะ!"
"ดีมากค่ะ ส่วนสัญญานั้น เราไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาในทันที คุณจะได้มีเวลาปรับตัว ภายในหนึ่งเดือนฉันจะเปิดร้านขายเครื่องประดับในเมือง B และเราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการโฆษณา บอกรายละเอียดธนาคารของคุณมา แล้วฉันจะโอนเงินหนึ่งล้านหยวนให้คุณ ตัดชุดราตรีคุณภาพสูง 10 ชุด แล้วเราจะโฆษณาชุดของคุณพร้อมกับเครื่องประดับ ในพิธีเปิดเราจะเชิญนางแบบ 10 คนเดินบนรันเวย์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราจะอยู่ที่นั่นด้วย อนาคตของเครื่องประดับและธุรกิจเสื้อผ้า่ของเราขึ้นอยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้!” กู้หนิงกล่าว
ครั้งนี้กู้หนิงตัดสินใจที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์ของเธอ เธอจะหันไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลถางและใช้เส้นสายของเธออย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องแก้แค้น แน่นอนว่าเธอจะต้องเป็นคนจัดการเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้จื่อก็ตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น "ค่ะ บอส!" เธอเปลี่ยนวิธีการพูดกับกู้หนิงอย่างเป็นธรรมชาติ
“โอ้ หนิงหนิง เธออยากให้ใครเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเธอ? มีดาราหญิงที่โด่งดังอยู่สองคนในถางฮวงกรุ๊ป คนหนึ่งคือหยวนหยวนและอีกคนคือหลินอันเซียว” เกาเหวินซินกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวี้จื่อก็สูดหายใจเข้ายาว ๆ “หยวนหยวนและหลินอันเซียวเป็นดาราระดับ A ทั้งคู่ พวกเธอจะตกลงเหรอ?”
แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าร้านเครื่องประดับของกู้หนิงเป็นร้านใหญ่หรือมีชื่อเสียงเพียงใด แต่แบรนด์ชาร์มของเธอไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน นับประสาอะไรกับดารา A-list แม้แต่ดารา Z-list ก็ยังไม่สนใจใส่ชุดของเธอเลย
“เราไม่จำเป็นต้องรีบค่ะ” กู้หนิงเคยได้ยินชื่อของสองดาราดังแต่ไม่ได้คุ้นเคยด้วย กู้หนิงไม่ต้องการให้ตระกูลถางช่วยเธอเชิญดารามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เธอวางแผนที่จะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงกับเหล่าดาราด้วยตัวเธอเองในฐานะนักธุรกิจหญิง ถ้าดาราไม่เต็มใจร่วมมือกับเธอ เธอก็จะไม่เซ็นสัญญากับพวกเขา เธอต้องการความร่วมมือโดยสมัครใจ
ในเมื่อกู้หนิงพูดเช่นนั้น เกาเหวินซินก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
“บอสคะ คุณต้องการเสื้อผ้าแบบใหม่เลย 10 แบบหรือจะใช้ที่เรามีอยู่แล้วคะ?” อวี้จื่อถาม
มันไม่ง่ายเลยที่จะออกแบบใหม่และมีเวลาแค่หนึ่งเดือนในการออกแบบชุดทั้ง 10 แบบ ปกติหากนักออกแบบยังไม่มีไอเดียที่ดี เขาหรือเธอจะปฏิเสธที่จะทำตาม พวกเขาไม่สามารถสร้างเสื้อผ้าที่ดีภายใต้แรงกดดันมหาศาลได้
กู้หนิงเข้าใจถึงข้อนี้ เธอจึงไม่บังคับอวี้จื่อ “ฉันคิดว่าเสื้อผ้าที่คุณออกแบบไว้แล้วก็ดูสวยดีค่ะ คุณตัดสินใจเอาเองเถอะ ออกแบบใหม่ได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้นส่วนที่เหลือก็ใช้ชุดที่คุณมีอยู่ก็ได้ค่ะ”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ”
หลังจากนั้นกู้หนิงก็โอนเงินหนึ่งล้านหยวนไปยังบัญชีธนาคารของอวี้จื่อและบอกเธอว่าอย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง
อวี้จื่อต้องการเชิญกู้หนิงและเกาเหวินซินทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่ถางเจียข่ายโทรมาเรียกพวกเธอไปพบกับเพื่อนของเขา โอวหยางจื่อหยวน ที่เป็นทายาทสนามแข่งม้า
“โอวหยางจื่อฮวนคือพี่ชายคนที่สองของโอวหยางจื่อหยวน โอวหยางจื่อฮวนไม่ชอบทำธุรกิจ เขาก็เลยเลือกทำงานที่กรมขนส่งแทน” เกาเหวินซินพูดกับกู้หนิง “โอวหยางจื่อฮวนมีพี่ชายด้วยชื่อ โอวหยางซีเจว่ อายุ 29 ปีและเขาเป็นคนดูแลบริษัทตระกูลโอวหยาง ตระกูลโอวหยางก็มีอิทธิพลในเมือง B และอยู่ในอันดับเจ็ดด้วยทรัพย์สินประมาณห้าหมื่นล้านหยวน พวกเขายังมีส่วนร่วมใน…”
เกาเหวินซินยังพูดไม่จบก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า “เหวินซิน!”
ได้ยินเสียงร้องเรียก เกาเหวินซินก็ชักสีหน้าไม่พอใจ “ซวยอะไรแบบนี้!”
หญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ เดินมาหาพวกกู้หนิง เธอดูสวยและน่ารัก แต่เธอต้องทำอะไรที่ไม่ถูกใจเกาเหวินซิน เกาเหวินซินก็เลยไม่ชอบเธอ หญิงสาวคนนี้ต้องไม่น่ารักอย่างที่รูปลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกของเธอ
“เหวินซิน ทำไมช่วงนี้ฉันโทรเข้ามือถือเธอไม่ได้เลยล่ะ? ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจ เธอก็เลยโกรธฉันใช่ไหม?” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยถามทำหน้าไร้เดียงสา