เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  431 - 432: นับถือๆ, จับคู่ให้เกาเหวินซิน

ตอนที่  431 - 432: นับถือๆ, จับคู่ให้เกาเหวินซิน

ตอนที่  431 - 432: นับถือๆ, จับคู่ให้เกาเหวินซิน


ตอนที่  431 นับถือๆ

 

เกาเหวินซินและถางเจียข่ายตัวสั่นด้วยความกลัวตั้งแต่ที่พวกเขาเดินออกมาจากห้องรับรองส่วนตัว ถ้าหากพวกเขาไม่มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งกว่าคนทั่วไป พวกเขาอาจเป็นลมหมดสติไปแล้วก็ได้ พวกเขาตกใจกลัวจนไม่สามารถขับรถได้ กู้หนิงจึงเป็นคนขับรถแทน

 

หลังจากที่ขึ้นรถแล้ว เกาเหวินซินและถางเจียข่ายยังคงนั่งที่เบาะด้วยอาการตกใจ

 

“ผู้ชายคนนั้นเป็นหัวหน้าแก๊งคิรินจริงๆหรือ ฉีเทียนหลินคนนั้น? เขาเป็นปีศาจ ชั่วร้าย ผู้ชายที่บุคลิกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ฉันกลัวเขาจริงๆนะ ดูสิฉันยังตัวสั่นอยู่เลย!”

 

“ใช่! ฉันกลัวจริงๆว่าเขาจะยิงพวกเรา!”

 

“หนิงหนิง เธอใจกล้าไม่เบาเลยนะ เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาคือฉีเทียนหลินและเธอก็ยังกล้าด่าเขาต่อหน้าแบบนั้น ไม่กลัวว่าเขาจะยิงเธอเลยหรือ?”

 

“จริง! ฉันเกือบพลั้งปากบอกเขาว่าพวกเรามาจากตระกูลถางและตระเกา”

 

“หนิงหนิง พี่นับถือเธอจากใจจริงเลย” เกาเหวินซินมองกู้หนิง ดวงตาของเธอสุกสว่างราวกับว่าเธอกำลังมองผู้ชายที่เธอรัก

 

“ฉันด้วย! ฉันด้วย!” ถางเจียข่ายพูดตาม

 

“หนิงหนิง เธอเก่งมากเลยจริงๆนะ มีอะไรบ้างที่เธอไม่รู้หรือทำไม่ได้บ้างเนี่ย?” เกาเหวินซินถาม

 

“อันที่จริงก็ยังมีอีกเยอะเลยค่ะ” กู้หนิงตอบจากนั้นก็เอ่ยขอโทษ “ขอโทษด้วยจริงๆนะคะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกพี่ทั้งสองคน”

 

“หนิงหนิง อย่าพูดแบบนั้น ถ้าพวกเราไม่พาเธอไปที่นั่น เรื่องบ้าๆนี้ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น” เกาเหวินซินโทษตัวเอง

 

“แต่ว่าพวกเราเจอปัญหาก็เพราะว่าฉันชนะพนันมากเกินไป ช่างเถอะ ผ่านไปแล้วก็แล้วไป โชคดีพวกเรามีสามพันล้านและพวกพี่จะได้ส่วนแบ่งด้วย”

 

“ใช่ เธอไม่จำเป็นต้องแบ่งเงินพวกเราหรอก”

 

กู้หนิงชนะพนันด้วยตัวเธอเอง พวกเขาไม่ควรได้ส่วนแบ่ง พวกเขาชอบเงินก็จริงแต่ต้องได้มาอย่างถูกวิธี

 

“ครั้งนี้ฟังฉันเถอะค่ะ และไม่ต้องบอกครอบครัวของพี่เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ ฉันไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วงโดยใช่เหตุ” กู้หนิงเอ่ยเตือนพวกเขา

 

“ได้” เกาเหวินซินและถางเจียข่ายรับปาก ถึงแม้กู้หนิงไม่เตือนพวกเขาก็ไม่คิดจะบอกใครอยู่แล้ว

 

“อ้อหนิงหนิง คืนนี้กลับไปที่บ้านในฮัวฝูฮิลกับพี่ไหม? เธอนอนกับพี่ได้และจะได้ไปดูบ้านของเธอด้วยไง” เกาเหวินซินเอ่ย

 

“เยี่ยมไปเลยค่ะ” กู้หนิงไม่ได้ปฏิเสธ มีที่ให้นอนแล้วไม่จำเป็นต้องไปนอนโรงแรม

 

เนื่องจากว่าถางเจียข่ายไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะขับรถเองได้ กู้หนิงจึงขับรถไปส่งเขากลับบ้านตระกูลถางก่อนขับไปที่ฮัวฝูฮิล

 

ฮัวฝูฮิลเป็นที่อยู่อาศัยสุดหรูในเมือง B ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและราคาบ้านก็สูงจนน่าตกใจ แต่ไม่ว่ามันจะมีราคาเท่าไหร่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตระกูลถางและตระกูลเกา

 

ตระกูลเการับใช้กองทัพมาหลายชั่วอายุคนและยังทำธุรกิจอีกด้วย แม้ว่าพวกเขาจะเทียบกับตระกูลถางไม่ได้แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่รวยที่สุดเป็นอันดับต้นๆในเมือง B นอกจากนี้ถางหยุนหรงก็ยังมีหุ้น 10% ในทรัพย์สินของตระกูลถาง ถึงจะแค่ 10% แต่มูลค่าของมันอย่างน้อยก็หนึ่งหมื่นล้านหยวนแล้ว!

 

บ้านพักสไตล์วิลล่าที่เกาลุ่ยฮั่วและภรรยามอบให้กู้หนิงอยู่ติดกับบ้านของเกาเหวินซิน เป็นบ้านแฝด ด้านหน้ามีสนามหญ้าขนาดใหญ่ประมาณ 100 ตารางเมตร ทางด้านขวามือเป็นถนนซึ่งเป็นทางเข้าสู่โรงรถที่ชั้นหนึ่งของบ้าน

 

บ้านมีสามชั้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 178 ตารางเมตร แต่ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ด้านขวามีโรงจอดรถสองแห่ง ขณะที่สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายอยู่ทางด้านขวา บันไดอยู่ตรงกลาง

 

เมื่อพวกเธอมาถึง เกาเหวินซินก็พากู้หนิงไปดูรถคันใหม่ของเธอซึ่งเป็นแลมโบกินีสีดำ แม้แต่กู้หนิงที่ไม่ได้ชื่นชอบรถยนต์ก็ยังอดตกหลุมรักรถคันนี้ไม่ได้

 

“เท่มะ? พรุ่งนี้พวกเราไปลองขับกัน ตื่นเต้นๆ!” เกาเหวินซินหัวเราะ

 

“ฉันยังไม่มีใบขับขี่” กู้หนิงเอ่ย

 

ด้วยทักษะการขับรถของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องเรียนขับรถแต่เธอจำเป็นต้องสอบเพื่อเอาใบขับขี่ อย่างไรก็ตามเธอยุ่งมากจนไม่มีเวลาลงทะเบียนสอบใบขับขี่เลย

 

“อะไรนะ?” เกาเหวินซินแปลกใจ “เธอไม่มีใบขับขี่แต่ขับรถพาพวกเรากลับบ้านเนี่ยนะ?” น่ากลัวนะนั่น

 

“ถึงฉันจะไม่มีใบขับขี่ ฉันก็ขับรถได้นะคะ อาจารย์เป็นคนสอน  ฉันสอบใบขับขี่ไม่ได้จนกว่าจะ 18 แต่พอ 18 แล้วก็ยุ่งจนไม่มีเวลาไปสอบใบขับขี่เลย” กู้หนิงเอ่ย

 

ได้ยินเช่นนั้นเกาเหวินซินก็ผ่อนคลายลง “ง่ายมาก พี่มีเพื่อนทำงานอยู่แผนกขนส่ง พี่สามารถพาเธอไปสอบพรุ่งนี้ได้ ถ้าเธอสอบผ่านก็จะได้ใบขับขี่ทันที”

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะดีมากๆเลยค่ะ” นี่เป็นข่าวดีสำหรับกู้หนิง

 

หลังจากนั้นเกาเหวินซินก็พากู้หนิงเดินชมรอบๆบริเวณบ้าน ที่ชั้นสองมีห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอาบน้ำและสองห้องนอน บนชั้นสามมีสี่ห้องนอนพร้อมห้องน้ำและห้องทำงานในตัว

 

ถัดจากห้องนอนใหญ่มีห้องเก็บสัมภาระขนาด 10 ตร.ม.  2 ห้อง หนึ่งห้องสำหรับผู้ชายและอีกห้องสำหรับผู้หญิง

 

การตกแต่งไม่หรูหราแต่สง่างามซึ่งเป็นแบบที่กู้หนิงชอบ และบ้านได้รับการปัดฝุ่นทำความสะอาดแล้ว กู้หนิงสามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้เลย

 

เกาเหวินซินอยากชวนกู้หนิงไปนอนที่บ้านของเธอแต่นี่เป็นครั้งแรกที่กู้หนิงมาดูบ้านใหม่ ดังนั้นเกาเหวินซินจึงตัดสินใจนอนที่บ้านของกู้หนิงแทน

 

หลังจากเดินชมสั้นๆ เกาเหวินซินก็เดินกลับไปที่บ้านของเธอเพื่อเอาชุดนอน

 

ส่วนกู้หนิงโทรหาเลิ่งเชาถิงเล่าถึงของขวัญที่เธอได้รับวันนี้ เธอไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับแก๊งคิรินและฉีเทียนหลินเพราะเธอไม่ต้องการให้เขาเป็นห่วง เธอกะจะบอกเขาตอนที่เธอไปถึงเมืองหลวงแล้ว

 

เลิ่งเชาถิงกำลังคุยกับคุณปู่ตอนที่กู้หนิงโทรมา เขาหยุดคุยกับปู่ทันที กดรับสายกู้หนิง นายท่านเลิ่งบ่นอุบอิบว่าถ้ากู้หนิงโตพอที่จะแต่งงาน เขาจะขอให้หลานชายแต่งงานกับเธอทันที! หลังจากโทรคุยกับกู้หนิงเสร็จแล้ว เลิ่งเชาถิงก็กลับมาคุยกับคุณปู่ต่อ

 

ตอนที่ 432 จับคู่ให้เกาเหวินซิน

 

“การสอบสวนแสดงให้เห็นว่าไม่มีการติดต่อใด ๆ ระหว่างหลงเทียนหู เจินหยวนเฟิง และเฉินฉิวหยิน และบันทึกโทรศัพท์ของตระกูลเฉินไม่มีหมายเลขโทรศัพท์อื่นอีก”

 

“แต่ว่ามีหมายเลขโทรศัพท์สามหมายเลขภายใต้ชื่อของหลงเทียนหู หมายเลขทั้งสามติดต่อกันบ่อยและติดต่อกันอยู่แค่สามเบอร์นี้เท่านั้น ยกเว้นการโทรจากหมายเลขโทรศัพท์ที่หลงเทียนหูใช้เอง อีกสองเบอร์จะไม่รับสายของใคร ดังนั้นผมสงสัยว่าอีกสองเบอร์อาจถูกใช้โดยเจินหยวนเฟิงและสมาชิกคนอื่นในตระกูลเฉิน” เลิ่งเชาถิงกล่าว

 

นายท่านเลิ่งดูผิดหวังเสียใจอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของเลิ่งเชาถิง เขาเองก็คิดเหมือนกันกับหลานชาย

 

“ถ้าหากว่าเป็นเรื่องจริง ถ้างั้นตระกูลเจินและตระกูลเฉิน....” เลิ่งเชาถิงไม่ได้เอ่ยต่อ แต่นายท่านเลิ่งก็รู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไร “คุณปู่ครับ แม้ว่าตระกูลเจินจะเป็นญาติของเรา ผมจะไม่ช่วยพวกเขาปกปิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผมคิดว่าคุณปู่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนี้จะดีกว่า ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมจัดการเอง” เลิ่งเชาถิงเอ่ย

 

นายท่านเลิ่งเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่สนใจกฎหมายบ้านเมืองเพื่อช่วยเหลือญาติพี่น้อง ดังนั้นเขาจึงเห็นด้วย ตระกูลเจินกำลังขุดหลุมฝังศพตัวพวกเขาเอง!

 

วันต่อมาเกาเหวินซินและกู้หนิงตื่นหกโมงเช้าไปวิ่งที่สวนสาธารณะ การวิ่งเป็นพื้นฐานสำหรับคนที่ฝึกฝนกังฟู พวกเขาจำเป็นต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ภายในสวนสาธารณะมีผู้คนมากมาย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่และเด็ก กำลังวิ่งออกกำลังกายกัน

 

“คุณเกา อรุณสวัสดิ์ค่ะ เช้านี้มาวิ่งกับเพื่อนหรือคะ?” คนที่เอ่ยถามเป็นหญิงสูงอายุ

 

เกาเหวินซินวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ เธอจึงรู้จักมักคุ้นกับนักวิ่งทั้งหลาย

 

“ใช่ค่ะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เกาเหวินซินเอ่ยตอบ

 

หลังจากวิ่งไปได้ไม่นานกู้หนิงก็สังเกตเห็นว่ามีคนวิ่งตามมาและจ้องพวกเธอจากด้านหลังไม่ไกล แต่เธอไม่ได้สัมผัสถึงรังสีอันตรายจากคนผู้นั้น หรือว่าจะเป็นคนที่แอบชอบเกาเหวินซิน?

 

กู้หนิงหันไปมองเกาเหวินซิน ดูเหมือนว่าพี่สาวเธอคนนี้ไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนแอบวิ่งตาม “นี่ พี่สังเกตเห็นไหมว่ามีคนวิ่งตามเรามาและจ้องเราจากข้างหลัง? อย่าหันไปมองนะ”

 

เกาเหวินซินที่เกือบจะหันไปมองแต่ถูกกู้หนิงห้ามไว้ก่อน “ใช่คนแอบชอบพี่รึเปล่า?”

 

“พี่มีคนชอบตั้งเยอะแยะแต่ไม่มีใครตรงตามมาตรฐานของพี่เลยสักคน” เกาเหวินซินเอ่ยและถอนหายใจ “ทุกวันนี้ผู้ชายที่พึ่งพาได้ก็เหลือน้อยเต็มที พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนภายนอกดูดีแต่ข้างในพึ่งพาไม่ได้เลย อย่างน้อยผู้ชายที่เพื่อนของพี่เจอก็เป็นแบบนั้น ไม่รวยพอและภูมิหลังครอบครัวคล้ายๆเธอ แล้วพอความสัมพันธ์เริ่มมั่นคง ผู้ชายจะขอให้ผู้หญิงจ่ายบิลทั้งหมด น่ารังเกียจจริงๆ ฉันขออยู่เป็นโสดดีกว่า!”

สิ่งที่เกาเหวินซินพูดมาล้วนเป็นความจริง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอัตราการหย่าร้างถึงได้พุ่งสูงและผู้หญิงน้อยคนนักที่เต็มใจจะแต่งงาน

กู้หนิงขออยู่เป็นโสดดีกว่าถ้าหากเธอไม่สามารถหาผู้ชายที่พึ่งพาได้

พูดออกไปแล้วเกาเหวินซินก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “อ้อ หนิงหนิง แฟนของเธอมีเพื่อนผู้ชายที่ยังโสดแล้วก็พึ่งพาได้มั่งไหม? แนะนำให้พี่รู้จักทีสิ” เกาเหวินซินพูดจริงครึ่งพูดเล่นครึ่ง

กู้หนิงพลันนึกถึงซู่จินเฉิน เขาเป็นคนหล่อและมีตระกูลที่ทรงอิทธิพลหนุนหลัง ทั้งยังมีหน้าที่การงานดีและนิสัยใจคอก็ไม่เลว จากเท่าที่เธอรู้ เขาถือว่าเป็นผู้ชายที่พึงพาได้ เกาเหวินซินน่าจะเหมาะกับซู่จินเฉิน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดพวกเขาต้องเข้ากันได้และชอบพอกัน

กู้หนิงไม่แคร์หากจะจับคู่เกาเหวินซินกับซู่จินเฉิน

“เขามีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เป็นทหารเหมือนกัน หล่อ ดูดี ชาติตระกูลดี ส่วนที่ว่าพึ่งพาได้หรือไม่ ฉันเองก็ตัดสินใจให้ไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่อยากรู้จัก ฉันแนะนำให้ได้” กู้หนิงเอ่ย

“จริงๆนะ!?” เกาเหวินซินตื่นเต้นดีใจที่จะได้รู้จักนายทหาร “พี่ว่างตลอด เมื่อไหร่เธอจะไปเมืองหลวงล่ะ? พี่จะบินไปด้วย”

“พรุ่งนี้ค่ะ” กู้หนิงเอ่ย “แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะอยู่ที่เมืองหลวงรึเปล่านะ ไว้จะถามแฟนฉันให้แล้วกันค่ะ”

“อย่านะ” เกาเหวินซินร้องห้าม “ให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรา ถ้าเขาอยู่ พวกเราก็ได้เจอกัน แต่ถ้าไม่อยู่ก็ถือซะว่าพี่ไปเที่ยวเล่นแล้วกัน อีกอย่างพี่มีเพื่อนอยู่ที่เมืองหลวง พี่ว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนด้วยน่ะ”

เกาเหวินซินต้องการให้มันค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ

“ก็ได้ค่ะ” ในเมื่อเกาเหวินซินยืนกรานเช่นนั้น กู้หนิงก็ย่อมต้องฟังเธอ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับระหว่างพวกเธอก็ดีเหมือนกัน

หลังจากนั้นพวกเธอก็ออกวิ่งกันต่อ วิ่งอยู่นานสักพัก คนที่วิ่งตามหลังพวกเธอก็ไม่สามารถวิ่งตามทันได้อีกต่อไป

“ชิ อ่อนแอแบบนี้คิดจะชอบฉันงั้นเหรอ!” เกาเหวินซินเอ่ย

กู้หนิงยิ้ม ดีแล้วที่เกาเหวินซินชอบทหาร ถ้าเธอลงเอยกับคนธรรมดา ผู้ชายคนนั้นคงถูกเธอรังแกตลอดเวลาแน่นอน

เกาเหวินซินเริ่มเหนื่อย พวกเธอเลยหยุดพัก เมื่อเห็นกู้หนิงหน้าแดงเล็กน้อยและยังคงหายใจปกติ เกาเหวินซินก็ประหลาดใจ “หนิงหนิง ลมหายใจเธอคงที่มาก วิ่งมาตั้งห้ากิโลแล้ว เธอดูไม่ค่อยเหนื่อยเลย”

“ฉันได้รับการฝึกแบบปีศาจ โหดร้ายเสียยิ่งกว่าการฝึกที่กองกำลังพิเศษได้รับ เหมือนกับการฝึกของนักฆ่า” กู้หนิงกล่าว

"อะไร? การฝึกปีศาจ? ฟังดูโหดร้ายจัง!” เกาเหวินซินรู้สึกประหลาดใจ

เกาเหวินซินเกือบจะโพล่งออกมาว่าอาจารย์ของกู้หนิงบ้าไปแล้ว แต่เมื่อจำได้ว่าอาจารย์ของเธอได้ล่วงลับไปแล้วและอาจทำให้กู้หนิงเสียใจ เธอจึงไม่ได้พูดออกมา แม้ว่าการฝึกเช่นนี้จะโหดร้ายแต่มันก็คุ้มค่ามิใช่หรือ? เพราะตอนนี้กู้หนิงสามารถรับมือกับภัยอันตรายเกือบทุกรูปแบบ

จบบทที่ ตอนที่  431 - 432: นับถือๆ, จับคู่ให้เกาเหวินซิน

คัดลอกลิงก์แล้ว