- หน้าแรก
- เป็นบรรพชนนิกายเหอฮวนมันส์เจ๋งจริงๆ
- บทที่ 2: ตาเฒ่าเฮงซวยนี่...ร้ายกาจนัก!
บทที่ 2: ตาเฒ่าเฮงซวยนี่...ร้ายกาจนัก!
บทที่ 2: ตาเฒ่าเฮงซวยนี่...ร้ายกาจนัก!
บทที่ 2: ตาเฒ่าเฮงซวยนี่...ร้ายกาจนัก!
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับ 'กล่องของขวัญมือใหม่' ต้องการเปิดหรือไม่?]
เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเสียงสตรีที่ไพเราะหวานหู ฟังแล้วก็เพลินดีเหมือนกัน!
‘เปิดสิวะ รออะไร! ไอ้หยา มีระบบแล้ว ต่อไปการบำเพ็ญเพียรก็ยิ่งเร็วขึ้นสิ? ระบบเหอฮวน ฟังดูแล้วน่าจะเร้าใจไม่หยอกนะเนี่ย!’
ฉู่ฟานดีใจจนเนื้อเต้น เลือกเปิดกล่องของขวัญทันที พลังบ่มเพาะหายไปแล้ว แต่โชคดีที่ระบบมาแทน
[กำลังเปิดกล่องของขวัญมือใหม่!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับยาพลังแกร่ง สามสิบเม็ด!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับยาปลุกสวาทเจ็ดก้าว หนึ่งขวด หนึ่งขวดเทียบเท่าสองขวดในอดีต ใช้ได้สิบครั้ง!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับถุงน่องดำหนึ่งคู่! เมื่อสวมใส่จะช่วยเพิ่มค่าเสน่ห์ ทำให้ศัตรูลุ่มหลง และยังช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้อีกด้วย! หมายเหตุ: ใช้ได้ผลกับสตรีเท่านั้น! โฮสต์สวมไปก็ไร้ประโยชน์...]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับเคล็ดวิชาเทวะเหอฮวน หนึ่งเล่ม! เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูง!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับยันต์เหินเวหาสิบแผ่น หนึ่งแผ่นสามารถบินได้หนึ่งชั่วโมง!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับแหวนมิติระดับสุดยอดหนึ่งวง ปรากฏบนนิ้วซ้ายของท่านแล้ว! ไอเท็มทั้งหมดที่ท่านได้รับถูกเก็บไว้ในนั้นแล้ว!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ตรวจพบว่าโฮสต์ไม่มีพลังบ่มเพาะใดๆ ไม่สามารถใช้แหวนมิติได้ ดังนั้น ระบบจะทำการอัดฉีดพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของโฮสต์โดยตรง เพื่อให้ทะลวงสู่ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่ง!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้ทะลวงสู่ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่งแล้ว!]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับเคล็ดวิชาลับซ่อนเร้นคลื่นพลังปราณ! ฝึกฝนสำเร็จแล้ว!]
เสียงของระบบดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ทำเอาฉู่ฟานถึงกับมึนงง ‘นี่มันของบ้าอะไรกันวะเนี่ย?’
‘ถุงน่อง? ยาพลังแกร่ง? ยาปลุกสวาทเจ็ดก้าว?’
ฉู่ฟานรู้สึกว่า... ระบบนี้มันหื่นกว่าเขาอีกนะเนี่ย?
"แค่... แค่นี้เหรอ?"
เมื่อได้ยินเสียงของระบบเงียบไป ฉู่ฟานก็รู้สึกเซ็งนิดๆ เขาจึงรีบใช้เคล็ดวิชาซ่อนเร้นคลื่นพลังปราณก่อนเป็นอันดับแรก กลัวว่าคนอื่นจะมองออกว่าเขาอยู่แค่ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่ง เดี๋ยวจะเอาชีวิตไม่รอด
แต่ว่า เคล็ดวิชานี้ก็นับว่าสุดยอดเอาการอยู่ เคล็ดวิชาในทวีปนี้แบ่งออกเป็น ฟ้า ดิน นิล เหลือง โดยระดับฟ้าขั้นสูงคือสุดยอดที่สุด และระดับเหลืองขั้นต่ำคือต่ำต้อยที่สุด ในตำนานกล่าวว่ามีเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิอยู่ด้วย แต่แม้แต่ฉู่ฟานในชาติก่อนก็ยังไม่เคยเห็น
ฉู่ฟานในชาติก่อนมีพรสวรรค์สูงส่ง บำเพ็ญเพียรเพียงพันกว่าปีก็เกือบจะทะยานขึ้นสู่สวรรค์ได้แล้ว เคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนก็เป็นเพียงระดับฟ้าขั้นต่ำเท่านั้น
แต่คราวนี้ ระบบกลับให้เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นสูงมาเลยทีเดียว
แน่นอนว่าระบบก็ยังมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้อยู่บ้าง เมื่อรู้ว่าตอนนี้ฉู่ฟานไม่มีพลังบ่มเพาะ จนแม้แต่แหวนมิติยังใช้ไม่ได้ ก็เลยอัปเกรดพลังให้เขาโดยตรง
เพียงแต่ว่า... ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่งนี่มันอะไรกันวะ? ขี้เหนียวไปหน่อยมั้ย?
[หลังจากนี้ ระบบจะมอบหมายภารกิจตามสถานการณ์ เมื่อโฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับรางวัลจากระบบ!]
[เป้าหมายสูงสุดของโฮสต์ คือการสร้างนิกายให้กลายเป็นนิกายเหอฮวนที่แข็งแกร่งที่สุด!]
เสียงของระบบดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเงียบหายไป
"ขอบพระคุณท่านบรรพชนเจ้าค่ะ ท่านบรรพชน... ไม่ทราบว่าท่านมีระดับพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ที่เท่าใดหรือเจ้าคะ?"
หลิ่วชิงเยว่เงยหน้าขึ้นถามเบาๆ
หัวใจของฉู่ฟานหล่นวูบ ตอนนี้สถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไร เขาก็ยังไม่รู้เรื่องเลย
แล้วถ้าศิษย์ของเขารู้ว่าระดับพลังของเขามีแค่ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะหักหลังเขาหรือเปล่า ถึงแม้เขาจะคิดว่าความเป็นไปได้มันน้อย แต่ใจคนยากแท้หยั่งถึง
ดังนั้น เขาต้องมีแผนสำรองไว้ก่อน
เขารีบตีหน้าขรึมทันที: "เจ้าเด็กคนนี้ บังอาจมาถามระดับพลังของบรรพชนผู้นี้ได้อย่างไร?"
หลิ่วชิงเยว่รู้ว่าตนเสียมารยาท จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที: "ท่านบรรพชนโปรดไว้ชีวิตด้วย! ท่านบรรพชนเจ้าคะ ตอนนี้นิกายเหอฮวนของพวกเราตกต่ำลง ถูกนิกายอื่นรังแกและเหยียบย่ำตามอำเภอใจ ท่านประมุขเองก็สิ้นไร้หนทาง ได้แต่กลัดกลุ้มอมทุกข์อยู่ทุกวัน บัดนี้ท่านบรรพชนได้ออกจากด่านมาแล้ว ศิษย์จึงอยากจะทราบว่าระดับพลังของท่านบรรพชนสูงส่งเพียงใด จะสามารถฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของนิกายเหอฮวนของพวกเราได้หรือไม่เจ้าคะ!"
"นิกายเหอฮวน?"
ฉู่ฟานมึนตึ้บอีกรอบ ‘เชี่ยแล้วไง! ที่ข้าก่อตั้งมันคือนิกายเทวะเก้าสุริยันไม่ใช่เรอะ? ไหงกลายมาเป็นนิกายเหอฮวนไปได้วะ?’
นี่ถ้าประมุขนิกายเหอฮวนรู้ว่าเขาเป็นบรรพชนของนิกายเทวะเก้าสุริยัน แต่ดันมาแอ๊บเนียนเป็นบรรพชนที่นี่ ไม่รู้ว่าจะโดนสับเป็นชิ้นๆ เอาไปเลี้ยงหมาหรือเปล่า
แต่ว่า เป้าหมายสูงสุดที่ระบบให้มาคือการสร้างนิกายเหอฮวนที่แข็งแกร่งที่สุด ที่นี่ก็มีของสำเร็จรูปอยู่แล้ว แค่ทำให้นิกายแข็งแกร่งขึ้นก็พอ แบบนี้ก็ไม่ต้องไปสร้างนิกายเองแล้วสิ? ช่วยประหยัดเรื่องไปได้เยอะเลย!
ทว่า เมื่อมองไปยังยอดเขาฝั่งตรงข้าม ยอดเขานั้นยังคงราบเรียบ แม้จะมีต้นไม้ขึ้นอยู่มากมายก็ตาม
แต่เขาจำได้ว่า นั่นคือยอดเขาที่ถูกเขาใช้กระบี่ฟันจนขาดสะบั้นในคราวที่ต่อสู้กับศัตรู
อย่างน้อยๆ ที่นี่ก็ต้องเป็นที่ตั้งของนิกายเทวะเก้าสุริยันในอดีตอย่างแน่นอน แต่เหตุใดนิกายที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น ถึงได้กลายมาเป็นนิกายเหอฮวนที่กำลังเสื่อมโทรมได้เล่า?
[ติ๊ง! เริ่มภารกิจของระบบ: ขโมยจูบแรกของหลิ่วชิงเยว่ จะได้รับรางวัลจากระบบ 'ถุงมือสังหารในหมัดเดียว' สามารถสังหารได้ทุกระดับพลัง ทำภารกิจสำเร็จจะได้รับถุงมือ 5 ข้าง!]
คาดไม่ถึงว่าเสียงของระบบจะดังขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน
หัวใจของฉู่ฟานเต้นรัวอย่างตื่นเต้น ‘สังหารในหมัดเดียว? แถมยังสังหารได้ทุกระดับพลัง! ทุกระดับพลังเลยนะโว้ย!’
‘สวรรค์! ถุงมือนี่มันจะเทพเกินไปแล้ว!’
แถมยังมีให้ถึง 5 ข้าง ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเป็น 5 ข้าง ไม่ใช่ 5 คู่ก็เถอะ?
เขาตกตะลึงกับรางวัลนี้อย่างสิ้นเชิง!
[ต้องการยอมรับภารกิจหรือไม่? หากภารกิจล้มเหลว เจ้าหนูของโฮสต์จะหดสั้นลงสองเซนติเมตร!]
[สิบ, เก้า...]
ระบบเริ่มนับถอยหลังเฉย!
"ยอมรับ!"
เมื่อเห็นว่าไม่มีเวลาให้คิดมาก ฉู่ฟานก็กัดฟันยอมรับภารกิจไป ถึงแม้จะสั้นลงสองเซนติเมตรก็ยังเหลือ 18 ก็ตามที แต่ภารกิจนี้เขาไม่อยากจะล้มเหลวเด็ดขาด
ตอนนี้ระดับพลังของเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการบำเพ็ญเพียรแค่ระดับผู้ใช้ปราณขั้นหนึ่ง นี่มันหมายความว่าแม้แต่ศิษย์ที่ระดับต่ำที่สุดในนิกายก็สามารถบี้เขาให้ตายได้เลยไม่ใช่รึ?
อยากจะมีชีวิตรอด ภารกิจนี้ต้องยอมรับเท่านั้น!
"ท่านบรรพชน ท่านให้อภัยข้าได้หรือไม่เจ้าคะ? ที่ข้าทำไปก็เพราะ... ไม่อยากให้พี่สาวของข้าต้องถูกส่งไปเป็นเตาหลอมให้พวกศิษย์ชายที่นิกายเพลิงอัคคีในเดือนนี้!"
หลิ่วชิงเยว่ที่คุกเข่าอยู่บนพื้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ท่าทางของนางช่างน่าสงสารจับใจ มองแล้วทำให้ฉู่ฟานรู้สึกใจอ่อนยวบ
‘ศิษย์สตรีนิกายเหอฮวนนี่มัน... หอมหวานจริงๆ แฮะ’
แถมเมื่อกี้ระบบยังบอกว่าให้ขโมย 'จูบแรก' ของนาง นั่นก็หมายความว่า เด็กสาวคนนี้ยัง... คิ คิ!
"เดชะบุญที่เจ้ายังมีความรักใคร่ในพี่น้อง บรรพชนผู้นี้จะละเว้นโทษตายให้เจ้า!"
"แต่... โทษตายละเว้นได้ โทษเป็นยากจะหนีพ้น!"
ฉู่ฟานกล่าวอย่างขึงขัง: "ลุกขึ้น แล้วมาหาข้า!"
"ขอบพระคุณท่านบรรพชนที่ไม่สังหาร!"
หลิ่วชิงเยว่ลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาหาฉู่ฟานอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าบรรพชนที่ดูเหมือนคนป่าคนนี้ต้องการจะทำอะไร หรือจะลงโทษนางอย่างไร!
"หลับตาลง บรรพชนผู้นี้จะลงโทษเจ้าเดี๋ยวนี้!"
ฉู่ฟานยังคงมีท่าทีขึงขังจริงจัง ไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องไม่ดีแต่อย่างใด
"โอ้ เจ้าค่ะ ท่านบรรพชน!"
ในโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับการเคารพ นิกายเหอฮวนก็เพราะความอ่อนแอจึงถูกนิกายเพลิงอัคคีที่อยู่ใกล้เคียงรังแก ทุกเดือนจะต้องส่งศิษย์สตรีไปเป็นเตาหลอมให้พวกเขา
ประมุขเย่เยี่ยนจีก็ไม่อยากจะทนรับความอัปยศเช่นนี้ แต่หากไม่ยอม อีกฝ่ายก็จะยกทัพมาตีนิกาย ถึงตอนนั้น นิกายเหอฮวนคงต้องถูกล้างบางด้วยเลือดเป็นแน่
ต่อหน้าผู้แข็งแกร่ง ผู้อ่อนแอก็เปรียบเสมือนมดปลวก หากคิดต่อต้าน ก็อาจถูกสังหารได้ทุกเมื่อ
เมื่อท่านบรรพชนบอกว่าจะลงโทษนาง หลิ่วชิงเยว่จึงไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อย และไม่กล้าสงสัยอะไรทั้งสิ้น
ฉู่ฟานจ้องมองริมฝีปากแดงระเรื่ออันเซ็กซี่ของนาง อดที่จะกลืนน้ำลายเอื๊อกไม่ได้ เขาโผเข้ากอดนางไว้ แล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากแดงของนางทันที
"อื้อ!"
หลิ่วชิงเยว่ตกตะลึงจนตาค้าง นางลืมตาขึ้น รู้สึกเหมือนสมองขาวโพลนไปหมด ‘นี่... นี่คือการลงโทษที่ท่านบรรพชนว่าอย่างนั้นรึ?’
‘ฉิบหายแล้ว! ท่านบรรพชนคงไม่ได้อยากจะทำเรื่องแบบนั้นกับข้าด้วยหรอกนะ? แย่แล้ว! ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเพิ่งไล่หมาป่าตัวเล็กไป แต่กลับมาเจอหมาป่าเฒ่าตัวเขื่องแทนล่ะเนี่ย!’
‘ท่านบรรพชนจะไม่จัดการข้าเลยใช่มั้ย? ทำยังไงดี? ฮือๆ ทำไมข้าถึงดวงซวยแบบนี้นะ!’
หยาดน้ำตาของหลิ่วชิงเยว่ไหลรินลงมา นางถูกตาเฒ่าคนหนึ่งขโมยจูบไปเสียแล้ว... ตาเฒ่าเฮงซวยนี่...ร้ายกาจนัก!