- หน้าแรก
- โองการกระซิบ
- บทที่ 161 การลักพาตัวและการสอบสวน
บทที่ 161 การลักพาตัวและการสอบสวน
บทที่ 161 การลักพาตัวและการสอบสวน
ไม่ว่าเหล่าแม่มดจะมีความลับอย่างไร คืนนี้แช็ดก็ยังคงมีความสุขอยู่ดี
เศษซากชิ้นที่ต้องการกำลังจะตกมาถึงมือ ทั้งยังได้งานที่มีบัตรประจำตัว หรือแม้แต่ “ผลึกศิลาขาว” ก็มีเบาะแสแล้ว คงต้องรอให้มิสทิฟฟา เซอร์เว็ตนำเศษซากชิ้นนั้นมาส่งให้ ถึงจะได้รู้ว่าเธอต้องการให้แช็ดช่วยทำอะไร
หลังจากเสร็จธุระ มิสคารินาและกลุ่มคนจากสมาคมนักพยากรณ์ก็เดินทางออกจากคฤหาสน์ของดยุกลูคัสทันที แต่แช็ดไม่ได้จากไปไหน เพราะทันทีที่เขาออกจากห้องหนังสือ ก็ถูกดยุกชราที่รออยู่เนิ่นนาน “จับตัว” ไว้ได้
ดยุกผู้เปี่ยมด้วยไมตรีพาเขากลับไปยังซาลอนไพ่โรดส์ที่จัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยง แนะนำให้เขารู้จักกับแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาในคืนนี้ พร้อมทั้งสวมถุงมือและชื่นชมไพ่ชุดปฐมกำเนิด พระจันทร์สีเงินอย่างใกล้ชิดด้วยความระมัดระวัง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไพ่ใบนี้ หรือเป็นเพราะมิสคารินา ผู้คนต่างก็ให้การต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น ทุกคนอยากทำความรู้จักกับนักสืบหนุ่ม นามบัตรที่แช็ดได้รับภายในหนึ่งชั่วโมงนั้น มากกว่าที่เขาเคยได้รับมาทั้งชีวิตตั้งแต่มายังโลกใบนี้เสียอีก
ดยุกลูคัสดูแลแช็ดเป็นอย่างดี ถึงขนาดไม่ลืมกำชับแขกเหรื่อว่าอย่าได้แพร่งพรายตัวตนของนักสืบผู้ครอบครองไพ่ชุดปฐมกำเนิด พระจันทร์สีเงินออกไป แต่สามารถบอกได้ว่าไพ่ใบนี้ได้ปรากฏขึ้นแล้วจริง ๆ
บรรดาผู้ที่หลงใหลในไพ่โรดส์ต่างตื่นเต้นกันอย่างมาก กว่าที่แช็ดจะมีโอกาสได้นั่งลงทานอะไรสักหน่อย ก็เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เขาออกจากห้องหนังสือแล้ว
“ขอบคุณครับ”
หลังจากจบการสนทนาเรื่องเทคนิคการเล่นไพ่โรดส์กับสุภาพบุรุษสองคนที่อยู่ข้าง ๆ แช็ดก็รับผ้าเช็ดปากที่หญิงรับใช้ยื่นมาให้ แล้วเขาก็พบว่า หญิงรับใช้คนนั้นคือมิสเบย์อัส
นักเวทหญิงผมสีน้ำตาลยาวขยิบตาให้แช็ด แช็ดพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ ไม่นานนักก็ลุกออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังห้องน้ำ เขาปฏิเสธการนำทางของคนรับใช้ แล้วก็เป็นไปตามคาด ที่หัวมุมทางเดินเขาได้พบกับมิสเบย์อัสที่รออยู่ เธอยังคงอยู่ในชุดหญิงรับใช้เช่นเดิม
“คุณนักสืบ คุณนี่เก่งจริง ๆ นะ”
เธอเอ่ยเสียงเบา แช็ดมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ จึงกดเสียงต่ำลง
“มิสเบย์อัส คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? คุณใส่ชุดแบบนี้ ไม่ร้อนเหรอ?”
ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนแล้ว
“เสื้อผ้าชุดนี้ร้อนแน่นอนค่ะ แต่ช่วยไม่ได้ บางเรื่อง ฉันต้องการให้คุณ...”
เธอลังเล แต่แช็ดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่ก็ไม่อยากดึง “คนธรรมดา” อย่างเขาเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ จึงกำลังรู้สึกสับสนอยู่
“ต้องการความช่วยเหลือจากผมเหรอ?”
เขาช่วยพูดต่อให้เธอ มิสเบย์อัสพยักหน้าอย่างเขินอาย พลางมองแช็ดอย่างลังเลใจ แม้จะอายุน้อยกว่ามิสแอนนาตและมิสลูอิซ่า แต่อิเลน่า เบย์อัสก็ไม่ได้ตัวเตี้ยนัก ศีรษะของเธอสูงเกือบถึงระดับคิ้วของแช็ด
“ค่ะ”
“ผมต้องขอดูก่อนว่าคุณต้องการให้ผมทำอะไร”
เขาพูดเช่นนั้น ไม่ได้ตอบตกลงทันทีเพียงเพราะรู้จักอีกฝ่าย และก็ไม่ได้ปฏิเสธทันควันเพราะกังวลว่าจะต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก
“คุณยังจำบารอนฮัลล์ได้ไหมคะ?”
มิสเบย์อัสเอ่ยถาม
“แน่นอนครับ เขาสวมรองเท้าบู๊ตที่ดูเหมือนตอกเกือกม้าไว้ เมื่อครู่ก็เป็นคนตรวจไพ่โรดส์ของผม”
แช็ดนึกทบทวน มิสเบย์อัสพยักหน้าแล้วอธิบายเสียงเบาอย่างรวดเร็ว
“ฉันอยากจะรู้ข้อมูลบางอย่างจากเขา เกี่ยวกับเรื่องของโลหิตปรอทค่ะ เขาเป็นแค่คนธรรมดา แต่เป็นผู้สนับสนุนของโลหิตปรอทอาจจะรู้ที่อยู่ของผู้มีตาสีเงิน...ขออธิบายหน่อยนะคะ โลหิตปรอทเป็นองค์กรนอกกฎหมาย ส่วนผู้มีตาสีเงินดิอาร์กคือผู้นำของพวกเขา”
เมื่อได้รู้ว่าความช่วยเหลือที่มิสเบย์อัสต้องการเป็นเพียงการล้วงข้อมูลจากปากคนธรรมดา แช็ดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางวางแผนขึ้นมาในใจได้ทันที
เขาพยักหน้า
“ผมจะกลับไปก่อน แล้วหาทางพูดคุยกับบารอนฮัลล์”
เพื่อสัมผัสในระยะใกล้ว่าอีกฝ่ายเป็นนักเวทวงแหวนหรือไม่
“ถ้าทุกอย่างราบรื่น”
ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่นักเวทวงแหวน
“ผมจะชวนเขาออกมาคุยที่ระเบียง”
ก็คือหลอกเขาออกมานั่นเอง
“คุณจะทำอะไรก็ตามสบายเลย แต่จำไว้ว่าอย่าให้เขามีความทรงจำเรื่องนี้อยู่ หมายความว่า อย่าให้เรื่องนี้มาถึงตัวผม”
แต่แน่นอนว่ามิสเบย์อัสไม่มีวิธีลบความทรงจำ ไม่อย่างนั้นหลังจากที่ใช้หอกสุริยันครั้งก่อน คงไม่ถูกแช็ดหลอกเอาได้
“ไม่มีปัญหาค่ะ ครั้งนี้ฉันเตรียมเศษซากที่ดีมากชิ้นหนึ่งมาด้วย”
เมื่อเห็นแช็ดตอบตกลง มิสเบย์อัสก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที
เธอหยิบแท่งโลหะสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าชุดหญิงรับใช้ที่ดูรุ่มร่ามอย่างระมัดระวัง แท่งโลหะมีความหนาสม่ำเสมอ ราวกับเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรไอน้ำที่มีความเที่ยงตรงสูง
มิสเบย์อัสจับปลายทั้งสองข้างแล้วดึงเบา ๆ ท่ามกลางเสียงโลหะเสียดสี แท่งโลหะบาง ๆ ตรงกลางก็ถูกดึงออกมา ทำให้แท่งโลหะในตอนนี้กลายเป็นแท่งโลหะสองแท่งที่มีความยาวเท่ากับปากกา
เสียงกระซิบข้างหูบอกว่านี่คือเศษซาก มิสเบย์อัสก็อธิบายเช่นกัน
“เศษซากระดับบรรณารักษ์ ‘แท่งลบความทรงจำของผู้ฝึกสัตว์’ แค่เคาะหัวทีเดียวก็ได้ผล ฉันแอบหยิบมาจากในทีม...แค่ก ๆ ฉันหมายถึงยืมออกมาน่ะค่ะ ขอแค่ระวังอย่าให้มันเปื้อนเลือด อย่าไปเคาะหัวเด็กอายุต่ำกว่าหกขวบ ก็จะไม่คลุ้มคลั่ง นี่เป็นของที่ดีที่สุดสำหรับจัดการคนธรรมดา คุณนักสืบ ฉันไม่ทำร้ายคุณหรอกค่ะ”
แช็ดทำท่าทางกังวล กอดหัวพลางถอยหลัง แม้ว่าของสิ่งนี้คงจะไม่มีผลกับเขาก็ตาม
มิสเบย์อัสเก็บแท่งโลหะกลับไป แล้วพูดอย่างเขินอาย
“คุณช่วยฉัน ฉันไม่ใช้ของแบบนี้กับคุณหรอกค่ะ อีกอย่าง ช่วงนี้คุณก็รักษาสัญญาว่าจะเก็บความลับ เรายังมีโอกาสร่วมมือกันอีกมาก”
“ผมเป็นแค่คนธรรมดา ระหว่างที่คุณถือของสิ่งนี้อยู่ ผมไม่เข้าใกล้คุณง่าย ๆ แน่นอน”
เขายังคงกอดหัวอยู่เช่นเดิม ทำให้มิสเบย์อัสยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น
แช็ดจึงกลับไปยังห้องซาลอนเพียงลำพัง แต่ไม่ได้เข้าไปหาบารอนฮัลล์ทันที แต่กลับแสร้งทำเป็นพูดคุยกับผู้คนที่เข้ามาทักทาย จินตนาการถึงการแข่งขันไพ่โรดส์ผู้เล่นแห่งเมืองใหญ่ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ เมื่อเห็นว่าตนเองเริ่มคุ้นเคยกับคนรอบข้างแล้ว เขาจึงฉวยโอกาสตอนที่เรียกคนรับใช้ให้มาเติมเครื่องดื่ม เข้าไปอยู่ข้างกายบารอนฮัลล์
“โอ้ มิสเตอร์แฮมิลตัน นี่เป็นการเล่นไพ่ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
ไม่ต้องรอให้แช็ดเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา บารอนฮัลล์ผู้สวมรองเท้าบู๊ตประหลาดก็เอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น เพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างกายเขาก็ยินดีต้อนรับนักสืบหนุ่มเข้าร่วมวงสนทนาเช่นกัน
แช็ดยื่นมือให้บารอนฮัลล์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองจับมือกันตามมารยาท และในช่วงเวลานั้นเอง แช็ดก็ได้ยินคำตอบจากเสียงกระซิบข้างหูแล้ว
[คนธรรมดา บนตัวไม่มีองค์ประกอบใด ๆ ไม่ได้ถือครองเศษซาก]
แม้ว่าเธออาจจะไม่ใช่ผู้รอบรู้ แต่แช็ดก็เชื่อว่าครั้งนี้คงไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดน้อย
เขายืนคุยกับบารอนฮัลล์และเพื่อน ๆ ของเขาต่อไป จึงได้รู้ว่าคนข้าง ๆ เขาคือเจ้าของโรงงานใหญ่ในเมือง เจ้าของสำนักงานหนังสือพิมพ์ และเจ้าของเรือสินค้าที่เดินทางไปมาระหว่างทวีปเก่าและทวีปใหม่ในเมืองท่าโคลด์วอเตอร์
แช็ดมีเป้าหมายอื่นต่อบารอนฮัลล์ ส่วนคนอื่น ๆ ก็กำลังหยั่งเชิงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมิสคารินา บรรยากาศการสนทนาจึงเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนต่างก็เยินยอกันและกัน
ผู้ข้ามโลกไม่ค่อยคุ้นเคยกับวงสังคมเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอันควร จึงแอบส่งสายตาให้บารอน แล้วบอกคนอื่น ๆ ว่าตนเองจะไปห้องน้ำ แล้วเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปโดยไม่หันกลับมามอง