- หน้าแรก
- โองการกระซิบ
- บทที่ 133 รับสินค้า
บทที่ 133 รับสินค้า
บทที่ 133 รับสินค้า
หลังจากส่งมิสแอนนาตกลับไปแล้ว แช็ดก็ใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการศึกษาไพ่ชุดปฐมกำเนิด พระจันทร์สีเงิน แล้วก็ต้องยอมรับว่าไพ่ใบนี้อาจจะไม่มีพลังลึกลับใดๆ จริงๆ
เขาลองยื่นไพ่ไปตรงหน้าแมวด้วยความอยากรู้ แต่เจ้าแมวส้มเพียงแค่ดมๆ แล้วก็เดินจากไปอย่างรังเกียจ
ตอนเที่ยงออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอก จากนั้นก็ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือและแปลหนังสือของมิสลูอิซ่าต่อ ความคืบหน้าของเขาไม่เลวเลย ก่อนการพบปะของกลุ่มในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ น่าจะสามารถแปลเนื้อหาทั้งหมดได้เสร็จสิ้น ด้วยวิธีนี้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เรื่องของมิสลูอิซ่าต้องล่าช้า
ขณะที่พลิกดูตำราเรียน แช็ดก็พบว่า บางทีเขาอาจจะสามารถสอบผ่านบางวิชาในช่วงสัปดาห์สอบปลายเดือนนี้ได้จริงๆ
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่มีความจำดีเลิศแบบเห็นแล้วไม่ลืม แต่คนต่างถิ่นผู้นี้เชี่ยวชาญในเทคนิคการสอบ และยิ่งเชี่ยวชาญในการเรียนจบหลักสูตรที่คนอื่นต้องใช้เวลาครึ่งปีให้เสร็จสิ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
และที่สำคัญกว่านั้น การเรียนหลักสูตรทฤษฎีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำแนกพืชต่างโลก การเล่นแร่แปรธาตุเบื้องต้น หรือแม้กระทั่งการดูดาวและการทำนาย ล้วนเป็นเนื้อหาที่แช็ดสนใจอย่างมาก
ความสนใจบวกกับความพยายามและเทคนิคบางอย่าง ทำให้แช็ดเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าจะสอบผ่านหลายวิชาในช่วงปลายเดือน
แน่นอนว่า วิชาที่เขาถนัดที่สุดน่าจะเป็น ‘ภาษาโบราณ (ยุคที่ห้า 0-2000) เบื้องต้น’ ‘ภาษาโบราณ (ยุคที่ห้า 2000-4000) เบื้องต้น’ และ ‘ภาษาโบราณ (ยุคที่ห้า 4000-5793) เบื้องต้น’ ทั้งสามหลักสูตรนี้เป็นการแนะนำภาษาที่สำคัญส่วนใหญ่ในยุคที่ห้า ซึ่งมีภาษาที่เกี่ยวข้องมากกว่าสามสิบชนิด
หลักสูตรต้องการเพียงความรู้เบื้องต้นง่ายๆ ความเชี่ยวชาญต้องไปเรียนในระดับที่สูงขึ้น แต่แช็ดพลิกดูหนังสือหลายรอบ ก็ยืนยันได้ว่าภาษาเหล่านี้ไม่มีปัญหาสำหรับเขาเลย
เขาอ่านเข้าใจทั้งหมด แม้ว่าจะพูดไม่ได้ เขียนไม่ได้ แต่การสอบของปีหนึ่งก็ไม่ได้รวมการพูดและการเขียนเข้าไปด้วย ขอเพียงสามารถจำแนกภาษาอย่างง่ายๆ และแปลประโยคที่ไม่ซับซ้อนได้ก็พอ
“ถ้าอย่างนั้น นอกจากรับสินค้าคืนนี้และการแข่งขันสุดสัปดาห์แล้ว ช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องใหญ่อะไรแล้วสินะ”
ในช่วงเวลาว่าง เขามองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อพักสายตา พลางคิดในใจ
โฆษณาในหนังสือพิมพ์เพิ่งจะไปจัดการเมื่อวานนี้ ดังนั้นวันนี้จึงไม่มีผู้ว่าจ้างมาที่สำนักงานอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เวลาทั้งวันจึงหมดไปกับการอ่านหนังสือ เพราะมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามา มื้อเย็นจึงยังคงพาแมวออกไปกินข้างนอก
จนกระทั่งใกล้ถึงเวลานัดรับสินค้าของมิสคารินา เขาจึงค่อยออกเดินทาง
เวลาซื้อขายคือเที่ยงคืน นี่คงเหมือนกับพวกสายลับที่ต้องคุยกันบนดาดฟ้า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ตกลงกันไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นเวลาสี่ทุ่มก็ยังได้ เพราะอย่างไรเสีย ยุคสมัยนี้ก็ไม่ได้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่น่าสนใจพอจะทำให้ผู้คนออกมาเดินเตร็ดเตร่บนท้องถนนยามดึก
สถานที่ซื้อขายอยู่บนสะพานทาวเวอร์บริดจ์ ซึ่งทอดข้ามแม่น้ำไทลาริออน ที่นั่นอยู่ห่างจากจัตุรัสนักบุญเดอเรนเพียงสามสิบนาที
แช็ดจงใจสวมหน้ากาก คลุมทับด้วยเสื้อคลุมที่หาเจอในตู้ แล้วออกจากบ้านตอนห้าทุ่ม
เมื่อเข้าสู่เดือนแห่งสายฟ้าในเดือนกรกฎาคม แม้แต่เมืองในยามดึกก็ไม่รู้สึกหนาว เมื่อมาถึงใกล้สะพานก็เพิ่งจะห้าทุ่มยี่สิบนาที แช็ดยืนพิงกำแพงตรงหัวมุมถนนที่กำลังจะเข้าสู่สะพานอยู่ครู่หนึ่ง มองซ้ายมองขวา พบว่ามีเพียงร้านเหล้าไม่กี่ร้านที่ยังเปิดอยู่
แต่เขาไม่ได้เข้าไปในร้านเหล้าในชุดน่าสงสัยนี้ แต่เดินวนรอบๆ บริเวณนั้นเป็นวงใหญ่ แล้วก้มตัวลงไปใต้ตลิ่ง เข้าไปอยู่ใต้สะพานทาวเวอร์บริดจ์
ที่นี่คือบ้านของคนจรจัด ในยามดึกเช่นนี้พวกเขาก็นอนหลับอยู่บนเสื่อฟางและหนังสือพิมพ์ของตนเองแล้ว มีคนสังเกตเห็นการมาถึงของชายในชุดแปลกๆ แต่ก็ไม่มีใครสนใจแช็ด
แช็ดซุกตัวอยู่ในมุมมืด มือถือกนาฬิกาพก ซ่อนตัวอยู่ข้างๆ ชายที่มีกลิ่นตัวเหม็นอับ รอจนถึงห้าทุ่มห้าสิบนาทีจึงลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ตั้งท่าจะเดินจากไป แต่คิดๆ ดูแล้วก็หยิบเหรียญทองแดงหนึ่งเพนนีออกจากกระเป๋า โยนลงตรงหน้าชายคนนั้น หลังจากได้รับคำขอบคุณเสียงต่ำแล้ว จึงค่อยๆ เดินขึ้นบันไดหินริมตลิ่งไปยังหัวสะพาน
ตอนที่เหยียบขึ้นไปบนสะพานก็เป็นเวลาเที่ยงคืนตรงพอดี ในหมอกหนายามค่ำคืน เขาเห็นรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่กลางสะพานด้านซ้าย ท้ายรถม้าแขวนตะเกียงน้ำมันก๊าดแบบเก่าสามดวง นี่คือสัญญาณที่นัดหมายกันไว้
ทัศนวิสัยในหมอกหนาถูกบดบัง ตะเกียงน้ำมันก๊าดสามดวงนั้น ดูคล้ายกับดวงตาของสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาที่หมอบอยู่บนสะพาน
นักสืบสวมหน้ากากสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็สำลักอากาศจนไอไม่หยุด เขาตบหน้าอกตัวเองเบาๆ แล้วจึงเดินเข้าไป จากระยะไกลมองดูรถม้าสี่ล้อคันนั้น เหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย
แต่พอเข้าไปใกล้ จึงเห็นว่าสารถียืนอยู่ข้างรถม้า ตรงระหว่างขอบสะพานกับตัวรถม้า
การแต่งกายของอีกฝ่ายคล้ายกับสารถีที่เหนี่ยวไกปืนแห่งความกรุณาเมื่อวานนี้มาก เพียงแต่สูงกว่าเล็กน้อย ผิวของเขาคล้ำ เหมือนโดนแดดเผา แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเมืองโทเบสก์มักมีหมอกหนา ไม่น่าจะมีแดดแรงขนาดนั้น
อีกฝ่ายเห็นคนแปลกหน้าในชุดประหลาดเดินเข้ามาใกล้ แต่ก็เพียงแค่มอง ไม่ได้พูดอะไร สายตาคมกริบกวาดมองแช็ดขึ้นๆ ลงๆ หลังจากแช็ดเดินเข้าไปใกล้ ก็กระแอมหนึ่งครั้งแล้วถามว่า
“ของที่ท่านหญิงผู้นั้นต้องการ คุณนำมาแล้วหรือยัง?”
ชายคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า จากนั้นก็ดีดก้นบุหรี่ในมือลงไปใต้สะพาน จุดไฟหมุนคว้างหายไปในหมอกหนา
“นำมาแล้ว แต่คุณต้องพิสูจน์ตัวตนของคุณก่อน”
“ไม่มีปัญหา”
แช็ดนึกถึงเนื้อหาในกระดาษที่เขียนข้อมูลการซื้อขาย รหัสลับครั้งนี้ปกติกว่าของจอห์นเฒ่ามาก
“ท่านหญิงผู้นั้นบอกว่า ดอกบลูบัตเตอร์ฟลายที่ริมทะเลสาบเซเซีย คือดอกไม้โปรดของสมเด็จพระราชินีไดอาน่า”
ทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงห้าก้าว แช็ดเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน สารถีพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว”
เขาก้มตัวเข้าไปในรถม้า ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวินาทีก็ออกมา ยื่นของที่ห่อด้วยหนังสือพิมพ์ขนาดเท่าฝ่ามือสองข้างให้แช็ด
ของสิ่งนั้นเบามาก แช็ดแกะห่อหนังสือพิมพ์สามเพนนีที่พับไว้ออก ซึ่งเป็นฉบับของเมื่อวาน หน้าที่หันออกด้านนอกเป็นข่าวต่อเนื่องเกี่ยวกับคดีลักพาตัวเด็ก
สิ่งที่ถูกห่ออยู่คือกล่องไม้เคลือบสีแดงเข้ม บนฝากล่องมีตัวอย่างดอกพลับพลึงแมงมุมสีแดงสดวางอยู่ นี่น่าจะเป็นวิธีการเก็บรักษา
แช็ดกดเปิดตัวล็อกสีเงิน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเปิดฝากล่องได้ คุณสมบัตินี้ตรงกับคำอธิบายที่ว่า “มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้”
“ใช่ชิ้นนี้ไหม?”
แต่ในใจก็ยังไม่วางใจจึงถามขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กล่องถูกติดกาวไว้เฉยๆ
เสียงกระซิบจึงดังขึ้นข้างหูเพื่อเตือน
[คุณได้สัมผัส ‘เสียงกระซิบ’]
เมื่อนักเวทวงแหวนสัมผัสกับ ‘เศษซาก’ ที่มีคุณสมบัติคุ้นเคย จะได้รับการเตือนโดยตรง มิสคารินาเคยบอกถึงคุณสมบัติของกล่องเครื่องสำอางนี้แล้ว ดังนั้นแม้ว่าแช็ดจะไม่มีวิญญาณที่พิเศษเช่นนี้และ ‘อีกตัวตนหนึ่งของฉัน’ ก็ยังสามารถรู้ได้ว่าของที่รับมาเป็นของจริงหรือไม่