- หน้าแรก
- โองการกระซิบ
- บทที่ 121 การพบกันอีกครั้ง
บทที่ 121 การพบกันอีกครั้ง
บทที่ 121 การพบกันอีกครั้ง
ธุรกิจหลักที่ถูกกฎหมายของสโมสรดาวกางเขนใต้แห่งโชคคือการสะสมและชิมสุรา ส่วนกาสิโนไพ่โรดส์ที่ผิดกฎหมายจะเปิดให้บริการเฉพาะในยามค่ำคืนเท่านั้น
ตามคำบอกเล่าของมิสเบย์อัส เมื่อบ่ายวานนี้โบสถ์เทพจารีตและท้องที่รีดวิชได้ร่วมกันเข้าตรวจค้นที่นี่ แต่กลับไม่พบเบาะแสใดๆ เลย
เนื่องจากสโมสรแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับชนชั้นสูง การตรวจค้นอย่างเต็มรูปแบบเพียงครั้งเดียวจึงถือเป็นที่สุดแล้ว และในฐานะเจ้าหน้าที่ใหม่ของกรมตำรวจ เธอมองว่าตนเองมีความสามารถในการสืบสวนที่พิเศษบางอย่าง ซึ่งอาจจะช่วยให้ได้เบาะแสมา
แช็ดคาดเดาว่ามิสเบย์อัสอาจมีเวทมนตร์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ซึ่งทำให้เขานึกถึงอาคมของตนเองอย่างอาคมเสียงสะท้อนโลหิตที่เคยใช้ในสโมสรแห่งนี้เมื่อครั้งก่อน
เขารู้ตัวตนที่แท้จริงของมิสเบย์อัส แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอถึงต้องออกโรงสืบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หญิงสาวผู้นี้ดูไม่เหมือนคนที่กระหายในผลงาน ดังนั้นจึงได้แต่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเธออาจมีความเกี่ยวข้องอื่นใดกับ ‘โลหิตปรอท’
มิสเบย์อัสเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ของ “กรมตำรวจ” ที่นี่ไม่มีใครรู้จักตัวตนของเธอ ดังนั้นทั้งสองจึงสามารถเดินเข้าไปในสโมสรได้โดยตรง พวกเขาปลอมตัวเป็นพ่อค้าหนุ่มที่เดินทางมาเพื่อซื้อสุราชั้นเลิศสำหรับต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติ ด้วยเหตุนี้ หลังจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเขาจึงถูกสาวใช้ของสโมสรนำทางไปยังห้องรับรองแขกบนชั้นสองเพื่อรอ
“นักสืบ คุณมีหน้าที่ถ่วงเวลาคนของสโมสร เจรจาธุรกิจกับเขา ส่วนฉันจะอ้างว่าไปห้องน้ำเพื่อทำการสืบสวน นี่คือภารกิจทั้งหมดของคุณ ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะ”
มิสเบย์อัสรีบฉวยโอกาสก่อนที่ผู้จัดการซึ่งเข้าเวรประจำวันนี้จะนำสมุดภาพรายการไวน์มาถึง มอบหมายหน้าที่ให้แช็ด ซึ่งแช็ดก็มีความเห็นเพียงเล็กน้อยต่อแผนการอันเรียบง่ายนี้
“การถ่วงเวลาเขาคงไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อคุณเป็นนายจ้าง ผมก็ต้องฟังคุณอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้เรื่องไวน์เท่าไหร่ เกรงว่าจะเผยพิรุธออกมา”
“ไม่เป็นไร คุณแค่หาข้ออ้างถ่วงเวลาเขาก็พอ”
มิสเบย์อัสเขย่ากระเป๋าถือของตน
“ฉันจ้างคุณมา คุณก็ต้องแสดงคุณค่าออกมา ยิ่งใช้เวลานานเท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่ฉันจ่ายก็จะยิ่งมากขึ้น อย่างน้อยต้องถ่วงเวลาเขายี่สิบนาที และอย่าให้เขาสงสัยตอนที่ฉันออกจากห้อง”
“ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะทำได้หรือเปล่า”
“ไม่เป็นไร ต่อให้ตัวตนถูกเปิดโปง ก็ไม่มีใครจับคุณเข้าคุกหรอก”
มิสเบย์อัสตบไหล่ของแช็ด เธอแลดูมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
รสนิยมการตกแต่งห้องรับรองแขกนั้นยอดเยี่ยมไม่น้อย เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดทำจากไม้แท้สีน้ำตาลเข้ม พื้นห้องครึ่งหนึ่งปูด้วยพรมสีแดง ซึ่งแช็ดสงสัยว่าน่าจะเป็นขนแกะ
ไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามา เป็นชายในชุดสูทสีดำทางการ ใบหน้าเคร่งขรึม ในมือถือสมุดภาพสีแดง
“เป็นคุณ?”
ชายที่เข้ามาจำแช็ดได้ในทันที ขณะเดียวกันแช็ดก็จำอีกฝ่ายได้ในทันทีเช่นกัน อีกฝ่ายคือมิสเตอร์นิตต์ คนที่พบนักสืบผู้ลักลอบเข้ามาในคืนที่เขามารับแฟรงคลินจูเนียร์นั่นเอง
การพบกันอีกครั้งเช่นนี้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของแช็ดอย่างมาก อีกฝ่ายรู้ดีว่าตัวตนของเขาไม่ใช่พ่อค้าร่ำรวยที่มาทำการค้าเกี่ยวกับไวน์
แต่โชคดีที่ตอนตอบรับคำร้องขอของมิสเบย์อัส แช็ดก็ได้เตรียมใจไว้แล้ว เดิมทีเขาไม่อยากนำสองเรื่องมาปะปนกัน จึงยอมปลอมตัวเป็นพ่อค้า แต่ในเมื่อตอนนี้ความแตกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้นอีก
ในชั่วพริบตา ความคิดในหัวก็พลุ่งพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สีหน้าเปลี่ยนจากผ่อนคลายเป็นเคร่งขรึม แช็ดกดเสียงต่ำชิงพูดขึ้นก่อน
“การจะได้พบคุณสักครั้งนี่มันช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ”
“หืม?”
มิสเตอร์นิตต์และมิสเบย์อัสต่างอุทานออกมาพร้อมกัน ฝ่ายหลังถึงเพิ่งจะสังเกตได้ว่าคนทั้งสองรู้จักกัน
“คุณนักสืบ คุณมาทำอะไรอีก?”
มิสเตอร์นิตต์เอ่ยถาม พลางสำรวจการแต่งกายของคนทั้งสองในห้อง
“ครั้งนี้คงไม่ได้มารับคนใช่ไหม? ตอนกลางวันกาสิโนไม่เปิดนะ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ผมต้องการพบ ‘สุภาพสตรีท่านนั้น’”
เขากล่าว พลางหยิบสมุดบันทึกส่วนตัวออกมา แล้วดึงไพ่โรดส์สามใบออกมา
“ครั้งที่แล้วได้ยินว่าสุภาพสตรีท่านนั้นก็กำลังรวบรวมไพ่โรดส์อยู่ พอดีในมือผมมีไพ่ดีๆ อยู่บ้าง ผมได้เขียนจดหมายแจ้งแล้วว่าจะมาเย็นนี้ ดูเหมือนจะมาเร็วไปหน่อย ไม่เป็นไร ถ้าสุภาพสตรีท่านนั้นไม่อยู่ ผมรอสักครู่ก็ได้”
สุภาพสตรีท่านนั้นได้บอกในจดหมายว่าห้ามไม่ให้แช็ดบอกว่าเธอเป็นคนเรียกเขามาพบ ดังนั้นแช็ดจึงได้แต่แต่งเรื่องขึ้นมา ส่วนเรื่องที่ว่ามาหาสุภาพสตรีท่านนั้น เหตุใดจึงต้องปลอมเป็นพ่อค้าซื้อไวน์ เรื่องนี้แช็ดไม่ได้เอ่ยถึง แต่มิสเตอร์นิตต์ก็ไม่ใส่ใจ เพราะทันทีที่เอ่ยถึง “สุภาพสตรีท่านนั้น” มิสเตอร์นิตต์ก็มีท่าทีตึงเครียดขึ้นมาทันที
“คุณต้องการพบสุภาพสตรีท่านนั้น? ไม่มีปัญหา ผมจะขึ้นไปถามเดี๋ยวนี้ว่าท่านผู้สูงศักดิ์ยินดีจะพบคุณหรือไม่”
“หืม?”
คราวนี้ถึงตาแช็ดที่ต้องประหลาดใจ เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่นี่ เวลาที่ทั้งสองนัดพบกันคืออีกสองชั่วโมงข้างหน้า
‘แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นไร เธออยากพบฉันอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันค่อยใช้ข้ออ้างนี้ก็ได้’
ในใจค่อยๆ สงบลง เขาเหลือบมองมิสเบย์อัสที่กำลังสับสนกับบทสนทนาเมื่อครู่
“นี่คือคู่ควงของผม ผมคิดว่า ‘สุภาพสตรีท่านนั้น’ คงไม่อยากพบคนแปลกหน้า ช่วยหาห้องให้เธอพักผ่อน อย่ารบกวนเธอนะครับ”
เขาจงใจยื่นมือไปตบไหล่ของหญิงสาวผมสีน้ำตาล แสดงความสนิทสนม
มิสเตอร์นิตต์ไม่สงสัยเลย
“แน่นอน ในเมื่อเป็นคู่ควงของคุณ ก็ย่อมเป็นแขกผู้มีเกียรติของสโมสร”
จากนั้นเขาก็เรียกสาวใช้ที่อยู่ตรงทางเดินมา จัดห้องรับรองแขกอีกห้องให้ทั้งสอง และกำชับว่าหลังจากนำชาและของว่างมาเสิร์ฟแล้ว ห้ามใครรบกวนแขกเป็นอันขาด
ส่วนมิสเตอร์นิตต์ก็ใช้ช่วงเวลาที่สาวใช้เตรียมชาและของว่าง ขึ้นไปชั้นสามเพื่อสอบถามสถานการณ์กับสาวใช้ เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพบสุภาพสตรีท่านนั้นเช่นกัน แม้แต่จะเคาะประตูก็ยังไม่มีสิทธิ์
ไม่นาน มิสเตอร์นิตต์ก็นำคำตอบกลับมาว่าแช็ดสามารถขึ้นไปได้แล้ว โดยไม่เปิดโอกาสให้มิสเบย์อัสและนักสืบได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเลย
ก่อนจะแยกกัน แช็ดแสร้งทำเป็นลุกขึ้นยืนแล้วจัดรอยยับบนเสื้อผ้า พลางแอบขยิบตาให้นักเวทสาวจากโบสถ์เทพจารีต เป็นสัญญาณให้เธอระวังตัวให้ดี
แต่ดูเหมือนมิสเบย์อัสจะเข้าใจผิดไป เพราะเธอกลับแอบยกนิ้วโป้งให้แช็ด ซึ่งในโลกนี้ก็หมายถึงการชื่นชมเช่นกัน
‘หลังจากเรื่องนี้จบลง ฉันจะต้องเรียกค่าตอบแทนก้อนโตให้ได้’
เขาคิดเช่นนั้น แล้วเดินตามสาวใช้คนเดิมที่คุ้นเคยขึ้นไปยังชั้นสาม
ยังคงเป็นห้องที่มีชั้นหนังสือเต็มผนังเช่นเดิม และยังคงเป็นการสนทนากับสุภาพสตรีในห้องโดยมีประตูคั่นกลางเช่นเคย เพียงแต่ครั้งนี้แช็ดได้รับอนุญาตให้นั่งในห้องหนังสือได้ สาวใช้ยังเตรียมชาและของว่างให้เขาด้วย
อุณหภูมิในห้องเป็นปกติ บนโต๊ะน้ำชาก็ไม่มีของแปลกๆ วางอยู่ คิดว่าการพบกันครั้งนี้น่าจะเป็นไปด้วยดี
“คุณทำได้ดีมากที่คฤหาสน์เลควิว”
หลังจากสาวใช้ปิดประตูจากด้านนอก สุภาพสตรีท่านนั้นก็เอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก
ในเมื่ออีกฝ่ายช่วยให้คนทั้งห้าหลุดพ้นจากข้อสงสัยได้ ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่บนชั้นสามในตอนนั้น เพียงแต่แช็ดไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายรู้หรือไม่ว่าชายสวมหน้ากากใต้พระจันทร์สีเงินคือเขานั่นเอง
“ว่าแต่ เรานัดเจอกันตอนเย็น ฉันมาที่นี่เพราะเรื่องอื่น แล้วคุณมาปรากฏตัวก่อนเวลา นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือ?”
หญิงสาวเอ่ยถาม จากการที่อุณหภูมิในห้องยังคงปกติ ดูเหมือนว่าวันนี้อารมณ์ของเธอน่าจะค่อนข้างดี