- หน้าแรก
- โองการกระซิบ
- บทที่ 117 หนังสือพิมพ์แห่งโทเบสก์
บทที่ 117 หนังสือพิมพ์แห่งโทเบสก์
บทที่ 117 หนังสือพิมพ์แห่งโทเบสก์
ในเมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งแดนเหนือและปกคลุมด้วยสายหมอกตลอดทั้งปีแห่งนี้ มีหนังสือพิมพ์วางจำหน่ายอยู่หลากหลายฉบับ และย่านมหาวิทยาลัยที่เขาอยู่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นที่รวมของสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ในเมืองโทเบสก์ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักพิมพ์อีกด้วย ดังนั้นการเดินทางจึงไม่ไกลนัก
ไพ่โรดส์ที่ได้จากศาสตราจารย์แมนนิ่งยังไม่ได้ขายออกไป ดังนั้นแม้จะหากระเป๋าเงินของนักสืบเจอแล้ว แต่ตัวเลือกของแช็ดก็ยังมีอยู่น้อยมาก
สำหรับหนังสือพิมพ์ระดับประเทศที่มียอดขายถล่มทลายอย่าง ‘โทเบสก์มอร์นิ่งโพสต์’ ‘หนังสือพิมพ์แม่น้ำไทลาริออน’ และ ‘ราชอาณาจักรมอร์นิ่งโพสต์’ ที่นักสืบสแปร์โรว์รับเป็นประจำนั้น เขาไม่กล้าคิดถึงมันเลย
แต่เขาก็ยังถือนามบัตรไปสอบถามที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ดู แล้วก็ต้องตกใจกับราคาที่ฝ่ายบัญชีเสนอมา จึงได้ตัดใจในที่สุด
“พวกนี้เป็นหนังสือพิมพ์ที่ขายดีทั่วประเทศ แต่ธุรกิจของฉันจำกัดอยู่แค่ในโทเบสก์ เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องลงโฆษณาในที่แบบนี้”
เขายังปลอบใจตัวเองเช่นนี้ แล้วก็รู้สึกว่าความคิดของตนมีเหตุผลมาก จนสามารถโน้มน้าวตัวเองได้สำเร็จ
ส่วนหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายพอใช้ได้ในโทเบสก์อย่าง ‘หนังสือพิมพ์สามเพนนี’ หรือ ‘เดลาริออนบิสเนสโพสต์’ ก็พอจะลงโฆษณาในกรอบเล็กๆ ตรงรอยพับกลางหน้ากระดาษ หรือใต้คอลัมน์ข่าวมรณกรรมเบียดเสียดกับเนื้อหาประเภทนักประดิษฐ์หาทุน โรงงานรับสมัครคนงาน หรือประกาศของหายได้
สำนักงานหนังสือพิมพ์ยุ่งวุ่นวายมาก ดังนั้นตอนที่แช็ดไปเยี่ยมเยียนสำนักงานเหล่านี้ การมาของเขาจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนัก บรรณาธิการและนักข่าวเดินเข้าออกกันขวักไขว่ เพียงแค่ยี่สิบนาทีที่แช็ดหยุดอยู่ที่กองบรรณาธิการซึ่งคละคลุ้งไปด้วยควันบุหรี่บนชั้นสองของ ‘เดลาริออนบิสเนสโพสต์’ ก็มีคนสามคนวิ่งพรวดเข้ามา โบกไม้โบกมือตะโกนลั่นว่า “มีข่าวใหญ่”
คดีลักพาตัวเด็กในพื้นที่มีความคืบหน้า สมาชิกราชวงศ์ปรากฏตัวที่บริษัทประมูลโดยไม่คาดฝัน มีคนเสียชีวิตกลางถนนในเขตเหนือของโทเบสก์ จากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็วิ่งตามคนที่ได้ข่าวออกไป นครแห่งจักรกลไอน้ำอันรุ่งเรืองแห่งนี้ไม่เคยขาดเรื่องราวใหม่ๆ
ราคาพื้นที่โฆษณาของหนังสือพิมพ์ประเภทนี้ก็ไม่ถูกเช่นกัน และยังคิดเงินเป็นรายครั้ง แช็ดคำนึงถึงขีดความสามารถของสำนักงานตนที่ยังมีจำกัด อีกทั้งยังรับลูกค้าได้ไม่มาก จึงตัดสินใจซื้อโฆษณาเฉพาะวันอาทิตย์ของสัปดาห์นี้ และวันอาทิตย์ของสัปดาห์หน้าก่อน เพื่อดูผลตอบรับ
ส่วนหนังสือพิมพ์เล็กๆ ที่ลงแต่ข่าวซุบซิบ เช่น ‘หนังสือพิมพ์สิ่งทอ’ หรือ ‘โทเบสก์ซิติเซน’ ราคาค่าโฆษณาก็ถูกลงมาหน่อย เพียงแต่แช็ดกังวลว่าหากลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ประเภทนี้มากเกินไป จะทำให้เขาเหมือนกับสแปร์โรว์ แฮมิลตัน กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบเรื่องชู้สาวและภรรยาน้อยไป
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ทำได้เพียงภาวนาให้มีคำร้องขอประเภทอื่นติดต่อเข้ามาเพราะโฆษณาจากหนังสือพิมพ์ข่าวซุบซิบเหล่านี้
ข่าวดีก็คือ เมื่อแช็ดถือนามบัตรไปที่ย่านมหาวิทยาลัยโทเบสก์ บนถนนนักบุญจอร์จ และพบสำนักงานหนังสือพิมพ์ ‘หนังสือพิมพ์วิหคไอน้ำ’ ที่มียอดจำหน่ายเป็นอันดับสี่ของเมือง ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำติดกระดุมที่ให้การต้อนรับเขาในห้องทำงาน
เมื่อเหลือบมองนามบัตรที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งโอ่อ่า ก็วางปากกาหมึกซึมในมือลง กอดอกแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัยจากหลังโต๊ะ
“คุณสุภาพบุรุษ ขอถามหน่อยว่าใครเป็นคนให้นามบัตรคุณมา?”
“มิสโดโรธี ลูอิซ่าครับ เมื่อไม่นานมานี้เธอได้ว่าจ้างผมให้ช่วยหาข้อมูลสำหรับนิยายสืบสวนเรื่องใหม่ของเธอ ต่อมาได้ยินว่าผมอยากหาหนังสือพิมพ์ลงโฆษณา ก็เลยแนะนำที่นี่ให้ผมโดยตรง”
แช็ดพูดกึ่งจริงกึ่งเท็จ เขากับคนอื่นๆ ในกลุ่มต่างก็มีเรื่องราวการพบกันที่ “สมเหตุสมผล” เช่นนี้
“ลูอิซ่างั้นเหรอ...โฆษณาไม่มีปัญหา หน้าสองขอบล่าง ข้างๆ วันที่ สามารถเว้นที่ให้คุณได้ประมาณสามสิบค่ำ ถ้าอยากลงโฆษณาระยะยาว ก็ลดให้ถูกลงหน่อยได้...เดือนละสิบชิลลิงเป็นยังไง? ต้นเดือนทุกเดือนมาจ่ายเงินที่เรา หรือจะส่งเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ก็ได้”
“สิบชิลลิง?”
แช็ดชะงักไปครู่หนึ่ง สงสัยว่าตนเองฟังผิด หรือสุภาพบุรุษที่อยู่หลังโต๊ะพูดผิดไป
วันนี้เขาไปมาหลายที่แล้ว รู้ดีว่าหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายสูงและออกสัปดาห์ละสี่ฉบับอย่าง ‘หนังสือพิมพ์วิหคไอน้ำ’ ต่อให้เป็นค่าโฆษณาแทรกท้ายหน้าสัปดาห์ละสิบชิลลิง ก็ถือว่าถูกมากแล้ว
ส่วนพื้นที่โฆษณาขอบล่างของหน้าสอง เดือนละสิบชิลลิง แทบจะไม่ต่างอะไรกับให้เปล่า
“ลูอิซ่าเป็นคนแนะนำมา แน่นอนว่าต้องถูกลงหน่อย”
ชายวัยกลางคนยักไหล่พลางอธิบาย
“มิสลูอิซ่าส่งต้นฉบับให้พวกคุณด้วยเหรอครับ?”
แช็ดรู้ว่านักเขียนสาวรับงานเป็นนักข่าวด้วย
“ก็ส่งครับ แต่ที่สำคัญกว่าคือพ่อของเธอ ศาสตราจารย์สคาร์เวน ลูอิซ่า เป็นผู้ถือหุ้นของสำนักงานหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการส่วนใหญ่ในตอนนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของท่าน สมัยเรียนผมก็เคยเข้าฟังการบรรยายของศาสตราจารย์เหมือนกัน ในเมื่อเธอเป็นคนแนะนำคุณมาโดยตรง ลดให้หน่อยก็เป็นเรื่องสมควร”
ชายวัยกลางคนอธิบาย พลางถามแช็ดว่าต้องการชาหรือไม่
“นี่...”
จากคำพูดคำจา นักเขียนสาวต้องมาจากชนชั้นกลางหรืออาจจะสูงกว่านั้นแน่ แต่แช็ดไม่คิดว่าครอบครัวของมิสลูอิซ่าจะทรงอิทธิพลถึงขนาดนี้
เมื่อวานที่บ้านศาสตราจารย์แมนนิ่ง ก็รู้ว่าศาสตราจารย์รู้จักกับพ่อของมิสลูอิซ่า แต่ตอนนั้นเขาไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้
“แบบนี้จะดีเหรอครับ?”
แช็ดถามอย่างเกรงใจ
“มีอะไรไม่ดีล่ะ? ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เก็บเงินคุณนี่ โอ้ คุณสุภาพบุรุษ คุณนี่น่าสนใจจริงๆ หรือว่าคุณยังกังวลว่าเราจะขาดทุน?”
ชายวัยกลางคนกล่าวพลางยิ้ม แช็ดก็ส่ายหน้ายิ้มตาม เหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ เขาวางเงินสิบชิลลิงลงบนโต๊ะ
เขาตั้งใจว่าคราวหน้าจะต้องขอบคุณมิสลูอิซ่าให้ดีๆ เรื่องต้นฉบับคัดลอก ‘เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ’ และเรื่องโฆษณา แช็ดติดหนี้บุญคุณเธอสองเรื่องแล้ว
เพราะต้องสำรองเงินไว้สำหรับจ่ายคืนยี่สิบปอนด์ในเดือนหน้า และอีกสิบปอนด์ที่ติดหนี้มีอาตัวน้อย เงินที่แช็ดสามารถใช้ได้จึงไม่มากนัก โฆษณาราคาถูกของ ‘หนังสือพิมพ์วิหคไอน้ำ’ ช่วยลดรายจ่ายตามแผนของเขาไปได้มากโข ทำให้นักเดินทางต่างถิ่นที่ยังไม่ร่ำรวยคนนี้ เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต
“ในที่สุด ทุกอย่างก็จะดีขึ้น”
หลังจากจัดการเรื่องลงโฆษณาเสร็จ ตอนเที่ยงเมื่อกลับถึงจัตุรัสนักบุญเดอเรน ก็พบจดหมายวางอยู่บนพรมเช็ดเท้าโดยไม่คาดคิด ที่แท้เป็นจดหมายตอบกลับจาก “สุภาพสตรีท่านนั้น” เธอให้แช็ดไปพบที่สโมสรตอนพลบค่ำ
หลังจากเหตุการณ์ที่คฤหาสน์เลควิว “สุภาพสตรีท่านนั้น” ก็ได้ช่วยให้คนทั้งห้าหลุดพ้นจากสถานการณ์ได้อย่างราบรื่น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความช่วยเหลือที่ได้มาเปล่าๆ
“แต่นักเวทวงแหวนระดับนี้ ไม่น่าจะขาดพลังของนักเวทวงแหวนระดับหนึ่งนี่นา หรือว่าจะเป็นเรื่องที่ในฐานะชนชั้นสูงแล้วทำไม่สะดวก เลยต้องให้ฉันทำ?”
เขาไม่คิดว่าชนชั้นสูงจะเป็นพวกที่เคารพกฎหมายอย่างที่บรรยายไว้ในหนังสือหรอก
จดหมายฉบับที่แล้วที่ให้บาทหลวงส่งต่อ น่าจะเขียนขึ้นอย่างเร่งรีบโดยหาปากกาและกระดาษที่คฤหาสน์เลควิว คุณภาพกระดาษจึงธรรมดามาก ครั้งนี้สุภาพสตรีท่านนั้นใช้กระดาษเขียนจดหมายชั้นดีโดยเฉพาะ แม้จะไม่ได้มีขอบทอง แต่ทั้งแผ่นกระดาษก็มีกลิ่นหอมพิเศษ
มีอารู้สึกไวต่อกลิ่นนี้มาก คงจะรู้สึกฉุน แต่แช็ดกลับชอบกลิ่นนี้มาก
แน่นอนว่าเขาคงไม่ทำตัวเหมือนคนโรคจิตไปดมกลิ่นกระดาษจดหมายหรอก