- หน้าแรก
- โองการกระซิบ
- บทที่ 37 คำชื่นชมของคุณหมอ
บทที่ 37 คำชื่นชมของคุณหมอ
บทที่ 37 คำชื่นชมของคุณหมอ
ยังคงเป็นการพบปะกับแช็ดในห้องตรวจวินิจฉัยห้องเดิม เมื่อเทียบกับ ‘ท่านผู้หญิงคนนั้น’ ที่อยู่ชั้นสามของสโมสรเมื่อคืน แช็ดมีความไว้วางใจในตัวคุณหมอค่อนข้างสูง เขาจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมดออกมาอย่างหมดเปลือกโดยไม่คิดว่ามีรายละเอียดใดๆ ที่ต้องปิดบัง
แน่นอนว่ารวมถึงเรื่องของกล่องแห่งความมืดด้วย เพียงแต่แช็ดพูดถึงเงื่อนไขการคลุ้มคลั่งของกล่องอย่างคลุมเครือ
หลังจากคุณหมอได้ยินว่าตอนแรกแช็ดต้องเผชิญกับเศษซากคลุ้มคลั่ง เขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจแล้วเดินไปมาในห้อง พอได้ยินไปได้ครึ่งหนึ่ง คือตอนที่แช็ดกล่าวถึงเศษซากระดับปราชญ์ เขาก็ยืนนิ่งเอามือกุมหน้าผาก เมื่อได้ยินความคิดอันบ้าคลั่งของ ‘เนตรสีเงิน’ ผู้นั้น เขาก็ถึงกับครางออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“เจ้าพวกบ้า ผมเคยรู้มาว่าโลหิตปรอทอยู่ที่ทวีปใหม่ พยายามใช้แร่ธาตุพิเศษของที่นั่นเล่นแร่แปรธาตุ ไม่นึกเลยว่าจะมาถึงโทเบสก์จริงๆ”
สำหรับการแสดงออกของแช็ดเมื่อเผชิญหน้ากับกล่องแห่งความมืดนั้น เขาพอใจมาก แต่ไม่คิดว่าเวทมนตร์แสงสว่างแห่งพระจันทร์สีเงินจะมีค่าอะไรมากมายนัก เวทมนตร์ประเภทนี้มีอยู่เกลื่อนกลาดเกินไป เวทมนตร์แสงสว่างในคำบรรยายของแช็ดแม้จะสว่างไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้พิเศษอะไร
ส่วนการที่แช็ดนำรูปปั้นซึ่งมีเศษเสี้ยวของเทพเจ้ายุคเก่าไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่น คุณหมอเห็นว่าเขาทำถูกต้องแล้ว แม้แต่เรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นอาจจะล่วงรู้เรื่องกลุ่มการศึกษาทางไปรษณีย์ห้าคนผ่านทางแช็ด เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“คนที่รู้ว่าพวกเรามีตัวตนอยู่จริงๆ แล้วมีไม่น้อย ไม่อย่างนั้นจะไปแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ ความรู้กับคนอื่นได้อย่างไร จะไปหาคนที่มีความสามารถมาช่วยได้อย่างไร หรือว่าทุกครั้งจะต้องสวมหน้ากากไป แค่ไม่ใช่คนของโบสถ์เทพจารีตก็พอแล้ว อีกฝ่ายยอมแลกเปลี่ยนกับนักเวทระดับต่ำอย่างคุณ ก็แสดงว่าเธอค่อนข้างเป็นมิตร”
ส่วนการคาดเดาตัวตนของผู้หญิงคนนั้น คุณหมอก็นึกไม่ออกว่าอาจจะเป็นใครได้ แต่เขาก็คิดว่าระดับนักเวทวงแหวนของอีกฝ่ายน่าจะสูงมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเหตุผลที่จะใช้วิธีนั้นในการค้นพบแช็ด และยังรู้ข้อมูลเฉพาะของเศษซากระดับปราชญ์อีกด้วย
“อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องที่ดี คุณไม่ได้เสี่ยงชีวิต แต่กลับได้อาคมหายากและเศษซากที่ดีมากชิ้นหนึ่งมา ผมคิดว่านี่น่าจะถือเป็นโชคดี โลกใบนี้ไม่ปลอดภัย ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะมีโชคแบบนี้”
ในที่สุดคุณหมอก็สรุปเรื่องนี้
“ถือว่าโชคดีหรือครับ”
แช็ดถาม แต่พอคิดดูแล้วนี่ดูเหมือนจะโชคดีจริงๆ
รูปปั้นเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายที่มีเศษเสี้ยวของเทพเจ้ายุคเก่า แม้แช็ดจะได้รับความรู้จากการสัมผัสครั้งแรกเท่านั้น แต่มูลค่าที่แท้จริงของมันย่อมสูงกว่าแหวนระดับบรรณารักษ์วงนั้นมาก แต่ถ้ารวมข้อมูลและความรู้ที่ได้มาฟรีๆ และการที่แช็ดทำให้กล่องแห่งความมืดคลุ้มคลั่งโดยไม่ได้ตั้งใจเข้าไปด้วย การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมได้ไม่มีปัญหา
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ท่านผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งกว่าแช็ดมากเกินไป
คุณหมอไม่ได้ใส่ใจท่านผู้หญิงคนนั้นในสโมสรมากนัก เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทางตอนเหนือของทวีปเก่า จะมีนักเวทวงแหวนแบบไหนปรากฏตัวขึ้นมาก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่เขาใส่ใจโลหิตปรอท
“อันที่จริง เมื่อเร็วๆ นี้วิทยาลัยก็เพิ่งประกาศภารกิจที่เกี่ยวกับองค์กรโลหิตปรอท ผมถึงกับเตรียมตัวจะเข้าร่วมแล้ว...ดูท่าคงต้องพิจารณาดูอีกหน่อย ระดับปราชญ์...”
คุณหมอพึมพำกับตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองแช็ด
“แช็ด โดยรวมแล้วเรื่องนี้คุณจัดการได้ดีมากทีเดียว ไม่ได้เผชิญอันตรายด้วยตัวเอง และยังจัดการการแลกเปลี่ยนกับนักเวทวงแหวนที่ไม่รู้จักได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังให้ข้อมูลล้ำค่าแก่กลุ่มอีกด้วย คุณถือว่าก้าวเข้าสู่ประตูแล้ว นี่คือภาพรวมชีวิตในอนาคตของคุณ
“แต่ข้อมูลนี้มีประโยชน์มาก บางทีผมควรจะให้รางวัลคุณบ้าง ไม่ต้องปฏิเสธ ถึงแม้พวกเราห้าคนจะอยู่กลุ่มเดียวกัน อนาคตยังมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะต้องข้ามทุ่งน้ำแข็งทางเหนือไปด้วยกัน แต่บางเรื่องก็ต้องคิดให้ชัดเจน ข้อมูลทั่วไปสามารถแบ่งปันกันได้ตามสบาย แต่ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้...”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“สี่ปอนด์เป็นอย่างไร สี่คนให้คุณคนละหนึ่งปอนด์ ข่าวนี้คงมีค่าประมาณนี้”
ข่าววงในที่สำคัญขนาดนี้ หากนำไปขายในตลาดมืดแน่นอนว่าย่อมมีค่ามากกว่าสี่ปอนด์
แต่การแบ่งปันภายในกลุ่มห้าคน เป็นไปไม่ได้ที่จะคิดตามราคานั้น สี่ปอนด์ไม่ใช่ผลประโยชน์ตอบแทนที่ให้แก่แช็ด แต่เป็นการยกย่องคุณูปการที่เขาทำเพื่อกลุ่ม ทั้งสองอย่างย่อมมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นเครื่องหมายแสดงว่าความสัมพันธ์ของทั้งห้าคนไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ล้วนๆ
“สี่ปอนด์ นี่เท่ากับฉันไปลากแฟรงคลินจูเนียร์กลับมาจากสโมสรอีกแปดครั้งเลยนะ แล้วก็เท่ากับมีอาตัวน้อยกว่าหนึ่งตัว”
แช็ดคำนวณในใจ พลางขีดเส้นเท่ากับให้ความสัมพันธ์ทั้งสามอย่างนี้ เขาไม่ได้โลภมาก จึงยิ้มให้คุณหมอ
“ได้แน่นอนครับ ดีมากเลย แต่คุณหมอครับ เมื่อคืนผมไม่ได้บอกข้อมูลของเลดี้ลาโซย่าคนนั้นออกไป เรื่องนี้จะมีผลกระทบอะไรไหมครับ”
เขาถือโอกาสนี้ถามต่อ คุณหมอชไนเดอร์ส่ายหน้า
“ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ถาม คุณก็ไม่มีสิทธิ์พูด แต่อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับคุณผู้หญิงที่คุณพูดถึงอีก อีกฝ่ายน่าจะเป็นสมาชิกของโลหิตปรอทแต่ว่า ไม่เคยได้ยินว่าพวกเขามีเศษซากที่ใช้เปลี่ยนเพศได้ คิดว่าคงเตรียมไว้สำหรับสูตรสังเคราะห์ของโลหิตปรอทนั่นแหละ ภารกิจที่วิทยาลัยประกาศรางวัลนำจับนั่นยากกว่าที่ผมคิดไว้มาก”
คุณหมอขมวดคิ้ว
“สรุปคือ เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโลหิตปรอท คุณอย่าไปยุ่งเกี่ยวอีก ผมคงจะทำอะไรบางอย่างในเร็วๆ นี้ แต่ผมเป็นนักเวทห้าวงแหวน คุณไม่ใช่ โลหิตปรอทคือกลุ่มคนบ้าที่คิดอยู่เสมอว่าสามารถสร้างเศษซากระดับเทวทูตในตำนานได้ แต่นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร”
“พูดก็ถูกครับ ถ้าเศษซากระดับเทวทูตจะปรากฏขึ้นมาได้ง่ายๆ โลกนี้ก็คงจะบ้าคลั่งเกินไปแล้ว”
แช็ดก็พูดเช่นนั้น เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ
คุณหมอตาฟ้าดูเหมือนจะเคยมีเรื่องกับองค์กรนี้ แต่ไม่คิดจะเล่าให้แช็ดฟัง จึงเปลี่ยนเรื่อง
“แช็ด ตอนนี้ภารกิจของคุณคือเรียนรู้เรื่องสามัญสำนึกในชีวิตให้มากขึ้น ทำธุรกิจนักสืบของคุณให้รุ่งเรือง สัมผัสกับโลกธรรมดาให้มากขึ้น รอจนคุณเลื่อนขึ้นเป็นสองวงแหวน หรือมีพลังที่แข็งแกร่งพอแล้ว ค่อยคิดที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในเงามืดของเมืองโทเบสก์ โลกที่บ้าคลั่งใบนี้ บ้าคลั่งกว่าที่คุณคิดเสมอ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณหมอครับ วิทยาลัยทำแบบนี้เสมอเลยหรือครับ คือปิดบังข้อมูลสำคัญกับพวกเรา”
แช็ดถือโอกาสถาม แต่คุณหมอกลับส่ายหน้าอย่างไม่คาดคิด
“อย่าไปคิดว่าวิทยาลัยเซนต์ไบรอนส์จะเข้มงวดเกินไป พวกเขามักจะแบ่งปันข้อมูลที่เหมาะสมกับพวกเราในเวลาที่เหมาะสม”
“แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมล่ะครับ”
แช็ดถามอีก แล้วเห็นคุณหมอชไนเดอร์เอนหลังพิงโซฟาเดี่ยวเล็กน้อย
“เรื่องนั้นก็คงมีแต่พวกเขาเองที่รู้”
หลังจากออกจากคลินิกจิตเวชของคุณหมอชไนเดอร์ นอกจากตอนเที่ยงที่ได้ยินว่าซอยตรงข้ามบริษัทนกแก้วสีเงินเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิดเมื่อคืนแล้ว วันนี้ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ควรค่าแก่การจดจำของแช็ดอีก
ไม่มีองค์กรนอกกฎหมายมาหาถึงที่ ไม่มีผู้ว่าจ้างใจกว้างมาสั่นกระดิ่งชั้นล่าง ไม่มีคนรู้จักของสแปร์โรว์ แฮมิลตันมาหาเขา แต่การค้นคว้าอยู่บ้านตามลำพังของแช็ดกลับได้ผลลัพธ์
เขายังคงไม่สามารถกระตุ้นพลังของ ‘กาลอวกาศ’ ได้เลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับ ‘พระจันทร์สีเงิน’ อาจเป็นเพราะการใช้งานที่ก้าวหน้าอย่างมากที่ชั้นสามของสโมสร ตอนนี้นอกจากเวทมนตร์แสงสว่างแล้ว แช็ดสามารถทำให้แสงของ ‘พระจันทร์สีเงิน’ เหล่านั้นเกาะติดกับวัตถุภายนอกได้แล้ว
การทดลองที่ประสบความสำเร็จที่สุดครั้งหนึ่ง เขาทำให้เจ้าแมวส้มมีอาตัวน้อยที่เริ่มสนิทสนมกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ เปล่งแสงออกมาต่อเนื่องสิบวินาที
การกระทำเช่นนี้ทำให้เจ้าแมวตัวนั้นตกใจจนวิ่งพล่านไปทั่วบ้าน ถึงขนาดวิ่งผ่านบันไดที่หักขึ้นไปยังชั้นสามของอพาร์ตเมนต์นี้
แช็ดใช้เวลานานมากกว่าจะเรียกแมวที่หนีไปกลับมาได้ และด้วยเหตุนี้จึงคาดเดาว่านักสืบอาจจะซ่อนปืนของเขาไว้ที่ชั้นหนึ่งซึ่งถูกปิดตาย ชั้นสามที่ไปไม่ถึง หรือห้องหมายเลข 2 ชั้นสองที่ไม่มีคนอยู่อาศัย
น่าเสียดายที่ในมือไม่มีเครื่องมือเพียงพอ เขาไม่สามารถไปยังสถานที่ทั้งสามแห่งนี้เพื่อตรวจสอบได้ แต่การสำรวจสถานที่เหล่านี้ก็ได้ถูกบรรจุไว้ในตารางเวลาของแช็ดแล้ว เพราะอย่างไรเสียเขาก็ต้องแน่ใจว่าบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่นั้นปลอดภัยอย่างแท้จริง