เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 02 [ทะลวงด่าน! สู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต]

บทที่ 02 [ทะลวงด่าน! สู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต]

บทที่ 02 [ทะลวงด่าน! สู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต]


บทที่ 02 [ทะลวงด่าน! สู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต]

◉◉◉◉◉

เม็ดยาละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น

รสหวานจางๆ แผ่ซ่านไปทั่วตุ่มรับรส พร้อมกับฤทธิ์ยาอันมหาศาลที่พุ่งพล่านไปยังเส้นชีพจรและกระดูกทุกส่วนในร่างกาย

มันชักนำ 'ปราณเซียน' ให้ลุกโชน ช่วยฉู่เป่ยเสวียนกระแทกทำลายกำแพงกั้นระดับขั้นสุดท้าย

วูมมม!

เมื่อเคล็ดวิชาพฤกษาครามทำงาน ร่างกายของฉู่เป่ยเสวียนก็สั่นสะท้านเบาๆ

ในวินาทีนั้น ร่างกายของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!

กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นส่งเสียงกังวานราวกับสายธนูที่ถูกดีด!

ผิวพรรณเปล่งประกายดุจหยกเนื้อดี!

ภายในดวงตาคู่นั้น มีแสงแห่งเซียนวูบวาบและลวดลายแห่งเต๋าหมุนวนให้เห็นลางๆ!

กายเนื้อดั่งเซียน วิถีแห่งธรรมชาติ!

ซู่ ซู่ ซู่

ระหว่างที่ปราณเซียนชำระล้างร่างกาย ไอหมอกสีเขียวจางๆ อันลึกลับก็ปกคลุมไปทั่วทั้งเรือน

ดูงดงามและลึกลับราวกับแดนสวรรค์!

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!

ได้รับอิทธิพลจากปราณเซียนของฉู่เป่ยเสวียน ดอกไม้ใบหญ้าและต้นไผ่ในลานบ้าน ต่างพากันเจริญเติบโตอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เพียงชั่วพริบตา เรือนโบราณก็กลายเป็นทะเลต้นไม้เขียวขจี!

ตู้มมม!

ชั่วขณะหนึ่ง

ฉู่เป่ยเสวียนลืมตาโพลง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ฉับพลันนั้น แสงสีเขียวอ่อนสายหนึ่งก็พุ่งแหวกชั้นเมฆขึ้นไปราวกับมังกรเขียวทะยานสู่เก้าชั้นฟ้า!

ภาพอัศจรรย์นี้ดึงดูดสายตาผู้คนนับไม่ถ้วนทันที

ยอดฝีมือที่แฝงตัวอยู่รอบป่าไผ่ ต่างพากันมองมาด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย!

ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่อีกใจก็เหมือนจะเกรงกลัวอะไรบางอย่าง

ได้แต่ลังเลอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับเขยื้อน

...

"ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ..."

ฉู่เป่ยเสวียนพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา สีหน้าฉายแววแปลกใจเล็กน้อย

อาจเป็นเพราะเขาสะสมพื้นฐานมาแน่นปึก การทะลวงด่านเลยเป็นไปตามธรรมชาติเหมือนน้ำที่ไหลไปตามราง

หรืออาจเป็นเพราะโอสถพฤกษาครามระดับสองนั้นทรงประสิทธิภาพเกินคาด

สรุปคือ การเลื่อนระดับครั้งนี้ราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ

แทบไม่เจออุปสรรคอะไรเลย ง่ายกว่าตอนทะลวงขั้นหลอมกายแปลงปราณเสียอีก

"นี่น่ะเหรอ... ขั้นหลอมปราณแปลงจิต?"

"พลังระดับนี้ น่าจะเหนือกว่าเซียนเดินดินอีกมั้ง!"

เมื่อสัมผัสขุมพลังในร่าง

ดวงตาของฉู่เป่ยเสวียนก็ฉายแววรู้แจ้ง

ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน

แค่ขยับความคิด ก็สามารถดึงพลังธรรมชาติรอบตัวมาใช้งานได้ดั่งใจนึก!

"เรียกลมเรียกฝน... บัญชาสายฟ้า..."

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง นี่สิคือผู้บำเพ็ญเพียรของจริง!"

ถ้าเดาไม่ผิด

เซียนเดินดินของฝั่งยุทธภพ ก็น่าจะมีลูกเล่นคล้ายๆ กับเขาในตอนนี้ คือสามารถควบคุมพลังฟ้าดินได้

รูปแบบอาจจะต่างกัน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน

ก็สมแล้วที่ถูกเรียกว่า 'เซียน'

"มิน่าล่ะ พวกยอดปรมาจารย์ถึงได้ซึมเศร้ากันเป็นแถว พลังของเซียนเดินดินนี่มันโกงชัดๆ แทบจะหลุดขอบเขตของวรยุทธ์ไปแล้ว!"

ฉู่เป่ยเสวียนส่ายหัวอย่างทอดถอนใจ

พลังของยอดปรมาจารย์ ยังจำกัดอยู่แค่ในตัวบุคคล ยืมพลังฟ้าดินได้แค่นิดๆ หน่อยๆ

เทียบไม่ได้เลยกับเซียนเดินดิน ที่เล่นยึดครองพลังฟ้าดินในอาณาเขตหนึ่งมาเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย!

"ยินดีด้วย โฮสต์เลื่อนระดับสู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต ระดับต้น"

"ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ — กลุ่มสนทนา"

ไม่ผิดจากที่คาด

เมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น ระบบที่เงียบหายไปนานก็ส่งเสียงแจ้งเตือน

ฟังก์ชันใหม่ปลดล็อก ฉู่เป่ยเสวียนย่อมดีใจ

เพียงแต่...

"กลุ่มสนทนาเนี่ยนะ? มันเกี่ยวกับไอ้การเป็นนักปรุงยาที่เก่งที่สุดตรงไหนมิทราบ?"

ฉู่เป่ยเสวียนถามด้วยความงุนงง

"ในฐานะสุดยอดนักปรุงยา!"

"โฮสต์ไม่ใช่แค่ต้องปรุงยาเป็น แต่ต้องขายยาให้ได้ด้วย เพื่อยกระดับชื่อเสียงในฐานะปรมาจารย์โอสถ!"

ระบบตอบกลับทันควัน

"หมายความว่า ฉายาสุดยอดนักปรุงยาของข้า ต้องได้รับการยอมรับจากคนอื่นด้วยสินะ"

ฉู่เป่ยเสวียนพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้คิดอะไรมาก

ก็แค่ปั๊มชื่อเสียง

เรื่องหมูๆ

สร้างภาพลักษณ์, ทำการตลาด, จ้างหน้าม้า ครบสูตรแค่นี้ก็จบ

แค่ใช้ลูกไม้หน่อย ไม่กี่เดือนชื่อเสียงของเขาคงดังกระฉ่อนไปทั่วเก้าทวีป

เหมือนระบบจะรู้วามคิดของเขา จึงรีบเสริมว่า:

"ในฐานะสุดยอดนักปรุงยา โฮสต์ควรมีศักดิ์ศรีของตนเอง จะไปเร่ขายเหมือนพ่อค้าหาบเร่ได้ยังไง?"

"เฉพาะผู้ที่ได้เข้าร่วมกลุ่มสนทนาเท่านั้น ถึงจะเป็นลูกค้าที่แท้จริงของโฮสต์!"

"การขายยาให้พวกเขาเท่านั้น ถึงจะได้ค่าชื่อเสียง"

ยุ่งยากจังแฮะ?

ฉู่เป่ยเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเนิบๆ ว่า "นอกจากชื่อเสียงจอมปลอมนั่นแล้ว มีอย่างอื่นดีๆ อีกไหม?"

"คะแนน"

ระบบตอบสั้นๆ พร้อมอธิบายขยายความ

"สมาชิกในกลุ่มสนทนา จะซื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วยระบบคะแนนเท่านั้น"

"ที่มาของคะแนน สามารถนำ เงินทอง, คัมภีร์ยุทธ์, อาวุธวิเศษ, หรือสมุนไพรล้ำค่า มาแลกเปลี่ยนได้"

"ส่วนคะแนนที่โฮสต์ได้จากการขายยา ตอนนี้มีประโยชน์สามอย่าง"

"หนึ่ง ใช้คะแนนรีเซ็ตจำนวนครั้งในการจำลองการปรุงยาต่อวัน"

"สอง ใช้คะแนนเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญเพียรโดยตรง"

"สาม ใช้คะแนนเพื่ออนุมานวิเคราะห์วิชา, วรยุทธ์, หรือคาถาอาคมต่างๆ"

"โฮ่ว?"

พอได้ยินแบบนี้ ฉู่เป่ยเสวียนก็เลิกคิ้ว ตาเป็นประกาย

ไอ้คะแนนที่ว่านี่ มันของดีชัดๆ

แค่ประโยชน์สามข้อนี้ ก็ทำเอาเขาตาลุกวาวแล้ว

รีเซ็ตจำนวนจำลองการปรุงยา เท่ากับว่าเขามีโอกาสลองผิดลองถูกมากขึ้น พัฒนาฝีมือการปรุงยาได้ไวติดจรวด!

เพิ่มระดับพลัง ยิ่งเรียบง่ายและโหดดิบเข้าไปใหญ่!

ไม่ว่าจะโลกไหน พลังคือรากฐานของทุกสิ่ง!

ส่วนการอนุมานวิชาต่างๆ นี่มันเกี่ยวข้องกับความเก่งกาจในการต่อสู้ของเขาโดยตรง!

ด้วยความสามารถนี้

วิชาชั่วแล่น, เคล็ดร้อยปี, มรรคาหมื่นสมัย — ข้าขอเหมาหมด!

แถมฟังจากที่ระบบบอก เหมือนว่าในอนาคตจะมีประโยชน์อย่างอื่นเพิ่มมาอีก

"ต่อให้ทำเพื่อคะแนนอย่างเดียว ก็คุ้มที่จะปั้นไอ้กลุ่มสนทนานี่ให้รุ่งแล้วล่ะ"

ฉู่เป่ยเสวียนลูบคางพึมพำ

จากนั้นก็ถามระบบอย่างกระตือรือร้น "ข้าจะเชิญคนเข้ากลุ่มได้ยังไง?"

ในชั่วพริบตานั้น ในหัวเขามีรายชื่อลูกค้าชั้นดีผุดขึ้นมาเป็นสิบคน

ขายยาวันละพันเม็ดไม่ใช่แค่ฝันแล้ว

"ขออภัย สมาชิกกลุ่มสนทนาจะถูกสุ่มเลือก โฮสต์ยังไม่มีสิทธิ์เชิญในขณะนี้

อนึ่ง ขอบเขตการคัดเลือกและจำนวนสมาชิก ขึ้นอยู่กับระดับพลังของโฮสต์"

เป็นคำตอบที่ไม่ผิดจากที่คิดเท่าไหร่

ระบบต้องการปั้นให้เขาเป็นสุดยอดนักปรุงยาก็จริง แต่คงไม่ยอมให้ทางลัดชนิดก้าวกระโดดแน่

แถมทุกก้าวยังต้องมั่นคงอีกต่างหาก

"โฮสต์ต้องการเปิดใช้งานกลุ่มสนทนา และเชิญสมาชิกเข้าร่วมเลยหรือไม่?"

เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง

ฉู่เป่ยเสวียนถอนหายใจเบาๆ พยักหน้า "เปิดเลย"

"ติ๊ง! กลุ่มสนทนาโอสถราชันย์กำลังจะเปิดใช้งาน กำลังตรวจสอบระดับพลังโฮสต์..."

"ตรวจสอบเสร็จสิ้น"

"ขั้นหลอมปราณแปลงจิตระดับต้น พลังค่อนข้างอ่อนดด้อย ดังนั้นขอบเขตการคัดเลือกสมาชิกจำกัดอยู่แค่ในต้าหมิง"

"จำนวน: 5 คน"

"ต้องการเชิญสมาชิกเดี๋ยวนี้หรือไม่"

ทันทีที่ฉู่เป่ยเสวียนตอบ "ตกลง" เสียงแจ้งเตือนห้าครั้งก็ดังรัวๆ ในหัว

พร้อมกับชื่อที่คุ้นเคยห้าชื่อ ปรากฏขึ้นในความทรงจำ

บู๊ตึ๊ง — จางซานเฟิง!

วังบุปผา — เยาเยว่!

คุ้มพิทักษ์มังกร — จูอู๋ซื่อ!

สำนักคุ้มภัยฟูเวย — หลินผิงจือ!

พรรคตะวันจันทรา — บูรพาไม่แพ้!!

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 02 [ทะลวงด่าน! สู่ขั้นหลอมปราณแปลงจิต]

คัดลอกลิงก์แล้ว