- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 01 [สุดยอดนักปรุงยาแห่งยุค]
บทที่ 01 [สุดยอดนักปรุงยาแห่งยุค]
บทที่ 01 [สุดยอดนักปรุงยาแห่งยุค]
บทที่ 01 [สุดยอดนักปรุงยาแห่งยุค]
◉◉◉◉◉
ณ ต้าหมิง ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
ในเรือนพักหลังเก่าที่ดูเงียบสงบและร่มรื่น
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสีดำขลิบ ผมยาวสีหมึกทิ้งตัวสลวย กำลังนั่งขัดสมาธิด้วยสีหน้าเคร่งขรึมอยู่หน้าเตาปรุงยา
ทันใดนั้นเอง!
ชายหนุ่มก็ลงมืออย่างฉับไว!
เขาเปิดฝาเตาออกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ก่อนจะคีบเม็ดยาสีเขียวอ่อนออกมาจากเตา
ชั่วพริบตานั้น กลิ่นหอมของสมุนไพรอันน่าอัศจรรย์ก็ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือน
"ระดับสอง... โอสถพฤกษาคราม!"
เมื่อจ้องมองเม็ดยาในมือ สีหน้าตึงเครียดของชายหนุ่มก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง
"ครั้งเดียวติด! ไม่เสียแรงที่ซ้อมมือมาเป็นสิบๆ รอบ"
มุมปากของเขายกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้ม หลังจากพินิจดูอยู่นาน เขาก็เก็บเม็ดยานั้นไว้อย่างทะนุถนอม
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ไพล่มือไปด้านหลังพลางทอดสายตามองแสงตะวันยามเช้าที่ขอบฟ้า แววตาฉายแววครุ่นคิดถึงความหลัง
"เวลาผ่านไปไวจริงๆ..."
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า 'ฉู่เป่ยเสวียน'
สามปีก่อน เขาหลุดเข้ามายังดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายและการฆ่าฟันแห่งนี้แบบงงๆ
ที่นี่คือโลกยุทธภพที่แว่นแคว้นต่างๆ ตั้งตัวเป็นใหญ่ แย่งชิงความเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ต้าฉิน, ต้าฮั่น, ต้าสุย, ต้าถัง, ต้าซ่ง, ต้าหมิง, ต้ายวน, หลีหยาง, เป่ยหลี และอีกมากมาย
มหาอำนาจเหล่านี้แบ่งแยกปกครองแผ่นดินจิวโจว (เก้าทวีป) มองลงมายังแคว้นเล็กแคว้นน้อยราวกับมดปลวก
ในยุทธภพเองก็มีสำนัก องค์กร และยอดฝีมือเถื่อนๆ มากมายที่ยึดครองพื้นที่ สร้างอิทธิพลคานอำนาจกับราชสำนักอยู่กลายๆ
ชาวยุทธ์นั้น นอกจากจะชอบความรุนแรงแล้ว ยังรักอิสระเสรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะพวกระดับปรมาจารย์ขึ้นไป ยิ่งไม่อยากอยู่ใต้กฎเกณฑ์ของทางการ อยากจะมีชีวิตในแบบของตัวเอง
ระดับพลังของผู้ฝึกยุทธ์ในโลกนี้ เรียงลำดับได้ดังนี้: ขั้นก่อกำเนิด, ขั้นปราณฟ้า, ขั้นปรมาจารย์, ขั้นยอดปรมาจารย์, ขั้นเซียนเดินดิน และ... ขั้นหนึ่งเดียวกับฟ้าที่เล่าขานกันในตำนาน!
ตัวตนระดับ 'เซียนเดินดิน' นั้น แม้แต่ฮ่องเต้ของแคว้นใหญ่ๆ ยังต้องเกรงใจไว้สักสามส่วน
นี่คือโลกที่วัดกันที่กำปั้น ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด
ถ้าไม่มีฝีมือติดตัว ก็เป็นได้แค่แมลงเม่า ชีวิตไม่ได้เป็นของตัวเอง พร้อมจะนอนตายข้างถนนได้ทุกเมื่อ!
...
"เหอะ โชคดีนะที่ตอนนั้นระบบโผล่มาทันเวลา..."
พอนึกถึงตอนข้ามมิติมาใหม่ๆ ที่เกือบจะตุยเพราะความซื่อบื้อของตัวเอง ฉู่เป่ยเสวียนก็อดขำไม่ได้
เขาต้องขอบคุณระบบในใจเงียบๆ
ระบบที่เขาผูกมัดด้วยมีชื่อว่า 'ระบบวิถีโอสถราชันย์'
เป้าหมายหลักคือการช่วยให้โฮสต์กลายเป็น 'นักปรุงยาที่เก่งที่สุดในใต้หล้า'!
เจ้าระบบนี้มีลูกเล่นเยอะแยะ แต่ฟังก์ชันต่างๆ จะปลดล็อกตามความเก่งของโฮสต์
ตอนที่เพิ่งได้ระบบมา ฉู่เป่ยเสวียนเป็นแค่คนธรรมดาที่วรยุทธ์เป็นศูนย์ ระบบเลยปลดล็อกให้แค่ฟังก์ชันเดียว
นั่นคือ 'จำลองการปรุงยา'!
ฟังก์ชันนี้จะส่งมอบประสบการณ์จากการจำลองการปรุงยามาให้ตัวเขาโดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมใช้วันละครั้งฟรีๆ
ความสามารถนี้บอกเลยว่าเทพมาก แค่หาตำรายามาได้สักสองสามสูตร สะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ การจะเป็นหมอเทวดาหรือนักปรุงยาชื่อดังก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย
แต่ปัญหาคือ...
ตอนนั้นฉู่เป่ยเสวียนจนกรอบแทบจะกัดก้อนเกลือกิน จะเป็นลมล้มพับอยู่แล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนไปหาตำรายา
โชคยังเข้าข้างที่ระบบมันใจป๋า มอบ 'ของขวัญสำหรับมือใหม่' มาให้ชุดหนึ่ง
ไม่งั้นคงไม่มีฉู่เป่ยเสวียนในวันนี้
ของในกล่องมีไม่เยอะ แค่สามอย่าง
อย่างแรก: เงินห้าพันตำลึง
นี่มันเงินต่อชีวิตชัดๆ! เงินก้อนนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังทำให้เขามีที่ซุกหัวนอน
นั่นก็คือเรือนไม้ไผ่กลางป่าไผ่เขียวขจีแห่งนี้ — 'เรือนพำนักเป่ยเสวียน'
ในฐานะที่เป็นบ้านหลังแรกที่ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรง (จากระบบ) ทั้งสองชาติภพ ฉู่เป่ยเสวียนเลยให้ความสำคัญกับมันมาก ถึงขนาดลงมือเขียนป้ายชื่อด้วยตัวเอง
อย่างที่สอง: คู่มือการปรุงยา
นี่คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของนักปรุงยาชัดๆ!
ในคู่มือไม่เพียงบันทึกเทคนิคและเคล็ดลับการปรุงยาไว้อย่างละเอียด แต่ยังมีสูตรยาตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า รวมๆ แล้วเป็นหมื่นสูตร!
ดีที่ข้อมูลพวกนี้เก็บอยู่ในสมอง อยากรู้เมื่อไหร่ก็แค่เรียกดู ถ้าให้จำทั้งหมดรวดเดียว สมองคงระเบิดตายคาที่
ตลอดสามปีมานี้ ฉู่เป่ยเสวียนใช้ระบบจำลองการปรุงยา จนปรุงยาระดับหนึ่งออกมาได้นับไม่ถ้วน
สะสมความมั่งคั่งไปพร้อมๆ กับเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เขาไม่ใช่ไก่อ่อนที่ใครจะมาตบเกรียนได้ง่ายๆ อีกต่อไป
มองไปทั่วตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ คนที่รับมือเขาได้เกินหนึ่งกระบวนท่า น่าจะมีแค่นับนิ้วมือข้างเดียวก็พอ
สิ่งที่ฉู่เป่ยเสวียนฝึกไม่ใช่ 'วรยุทธ์'
แต่เป็น... 'วิถีเซียน'!
ของขวัญชิ้นที่สาม — เคล็ดวิชาพฤกษาคราม
วิชาบำเพ็ญเพียรสายเซียนของแท้แน่นอน!
ตอนได้มาใหม่ๆ เขาตื่นเต้นแทบบ้า
"คนอื่นฝึกยุทธ์ แต่ข้าฝึกเซียน แบบนี้ก็เทพทรูสิครับ!"
แต่พอรู้ว่าโลกนี้ดันมี 'เซียนเดินดิน' อยู่ด้วย ความห้าวก็หดหายไปทันที
เทียบกับสัตว์ประหลาดที่ฟันดาบทีเดียวภูเขาขาด พวกมีวิชาเซียนแต่เวลยังน้อยแบบเขาจะไปสู้อะไรได้?
ตราบใดที่ยังไม่ถึงขั้น 'หลอมปราณแปลงจิต' ต่อหน้าเซียนเดินดินก็อย่าเพิ่งเสียงดังจะดีกว่า
หลอมกายแปลงปราณ, หลอมปราณแปลงจิต, หลอมจิตคืนความว่างเปล่า, หลอมความว่างเปล่ารวมกับเต๋า
นี่คือสี่ระดับใหญ่ในวิถีเซียนของเขา แต่ละขั้นยังแบ่งย่อยเป็น ต้น, กลาง, ปลาย และ สูงสุด
บำเพ็ญเพียรอย่างหนักมาสามปี กินนอนไม่เป็นเวลา แทบไม่ออกไปไหน บวกกับกินยาระดับหนึ่งแทนลูกอม ในที่สุดฉู่เป่ยเสวียนก็มาถึงขั้น 'หลอมกายแปลงปราณ' ระดับสูงสุด!
ถ้าเทียบกับฝั่งยรยุทธ์ ก็เท่ากับยอดฝีมือขั้น 'ยอดปรมาจารย์' สามารถเปิดสำนักได้สบายๆ
ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งในยุทธภพ!
และการปรุงยาระดับสองในครั้งนี้ ก็เพื่อเตรียมตัวทะลวงด่านเข้าสู่ขั้น 'หลอมปราณแปลงจิต' นั่นเอง
...
ฉู่เป่ยเสวียนยืนมองดวงตะวันอยู่นาน
เขาไม่ใช่คนเจ้าน้ำตาหรือขี้ดราม่า แต่ที่มานั่งรำลึกความหลัง ก็เพราะการปรุง 'โอสถพฤกษาคราม' สำเร็จ มันทำให้อารมณ์ไหวหวั่น
เพื่อวันนี้ เขาเตรียมตัวมานานมาก
การปรุงโอสถพฤกษาครามไม่ได้ยาก ที่ยากคือวัตถุดิบ!
แม่ครัวเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีข้าวสารก็หุงข้าวไม่ได้ สมุนไพรสำหรับยาระดับสองนั้นจัดว่าเป็นของวิเศษหายาก
การจะหาของให้ครบโดยไม่ออกจากตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ มันต้องใช้ความพยายามไม่น้อย
แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ราบรื่น โอสถพฤกษาครามถือกำเนิดขึ้นแล้ว
เมื่อจิตใจสงบลง ฉู่เป่ยเสวียนก็นั่งขัดสมาธิลงกลางลานบ้าน ปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่สุด
จากนั้นก็หยิบโอสถพฤกษาครามออกมาอีกครั้ง
"หลอมปราณแปลงจิต..."
ดวงตาของฉู่เป่ยเสวียนเป็นประกาย คล้ายมีเปลวไฟเต้นระริกอยู่ภายใน
ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์เป็นที่ที่แปลกประหลาด
เห็นเป็นเมืองเล็กๆ เท่าแมวดิ้นตาย แต่กลับมีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่เพียบ
เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยม, ขอทาน, หมอดู, สิบแปดมงกุฎ, หัวขโมย, นางโลม หรือแม้แต่... คนเก็บมูลสัตว์
คนดูธรรมดาๆ พวกนี้ เผลอๆ อาจเป็นปรมาจารย์ หรือยอดปรมาจารย์ที่เร้นกายอยู่ก็ได้!
และจากปากของยอดฝีมือเหล่านั้น คำที่เขาได้ยินบ่อยที่สุดคือ...
ต่ำกว่าเซียนเดินดิน ล้วนเป็นมดปลวก!
"เซียนเดินดิน... เซียนในวิถียุทธ์ ไม่รู้ว่าถ้าเทียบกับเซียนในวิถีของข้า ใครจะแน่กว่ากัน?"
"จุดสูงสุดของวรยุทธ์อยู่ที่ไหน? หึ!"
"น่าสนุกจริงๆ!"
สิ้นเสียงพึมพำ ฉู่เป่ยเสวียนก็กระดกโอสถพฤกษาครามเข้าปากทันที
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]