เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง สั่งการภูตผี

บทที่ 11 - ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง สั่งการภูตผี

บทที่ 11 - ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง สั่งการภูตผี


บทที่ 11 - ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง สั่งการภูตผี

"นอกจากตีเหล็กแล้ว ซาม่านอวี่ยังทำอะไรอีก?" เด็กพรตชิงซงมองชายแก่ซาม่านอย่างลึกซึ้ง "เจ้าเป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจว่าอาตมาถามถึงเรื่องใด"

ชายแก่ซาม่านคุกเข่าอยู่บนพื้น พึมพำว่า "นางขุดเจอบ่อเกลือทางทิศตะวันตก น้ำขมที่ไหลออกมาจากซอกหินสามารถเคี่ยวจนเป็นเกลือขาวๆ ได้

นางยังให้ท่านหัวหน้าเผ่ารวบรวมชาวซาม่านป่าเถื่อนแถบนี้ โดยบอกว่า 'คนเยอะพลังเยอะ' 'คนเยอะท่านหัวหน้ายิ่งแข็งแกร่ง'

สิบปีก่อน ซาชิวมีประชากรแค่ห้าร้อยกว่าคน ตอนนี้... ปีที่แล้ว คนเถื่อนเยอะจนทาสนับไม่ถ้วนเลยขอรับ"

"คนเยอะขนาดนั้นเอาอะไรเลี้ยง?" แม่ทัพกวนถาม

แม่น้ำหลิวซายาวนับพันหมื่นลี้ มีเผ่าซาม่านอาศัยอยู่สองฝั่งมากมาย

จำนวนเผ่าเยอะแต่ล้วนเป็นเผ่าเล็กๆ เพราะในดินแดนรกร้างกันดาร การพึ่งพาแค่จับปลาล่าสัตว์และเก็บของป่า ย่อมเลี้ยงคนจำนวนมากไม่ได้

ชายแก่ซาม่านตอบ "ท่านมีเนตรเซียน ไม่สังเกตเห็นนาเน่าริมแม่น้ำหรือ? นังหนูอวี่พานักรบนับร้อย ตระเวนขุดคุ้ยไปทั่วเนินทรายและหลุมบ่อรอบๆ คัดเลือกสมุนไพรและต้นผลไม้มาหลายสิบชนิด สุดท้ายคัดได้ 'ผลทราย' และ 'ผักไม้' ที่ทนแล้งที่สุดออกมา

แต่ถึงพวกมันจะทนแล้ง ก็ยังปลูกจำนวนมากไม่ได้อยู่ดี

ต่อมาเสี่ยวอวี่ก็กล่อมท่านหัวหน้า นำทุกคนไปขุดคูน้ำลึกหลายร้อยสายริมแม่น้ำหลิวซา ชักน้ำรั่วสุ่ยเข้ามา

น้ำรั่วสุ่ยลอยตัวอยู่ข้างบน น้ำฝนจมลงข้างล่าง

แดดร้อนเปรี้ยงส่องกระทบน้ำรั่วสุ่ยชั้นบน ส่วนน้ำฝนสามารถเก็บกักไว้ชั้นล่างได้

'นาเน่า' ก็บุกเบิกขึ้นระหว่างคูเก็บน้ำพวกนั้น เวลาต้องการน้ำ ก็สูบขึ้นมาจากท่อไม้ที่ก้นคู

น้ำพวกนั้นคนและสัตว์ดื่มไม่ได้เด็ดขาด แต่ใช้รดพืชผลได้

ผลทรายรสชาติขมหน่อย ไม่อร่อย แต่ถ้าตากแห้งเป็นผลไม้แห้ง เอามาตุ๋นรวมกับเนื้อ รสชาติน้ำแกงจะหวานล้ำเลิศมาก พวกใต้เท้าลองชิมดูได้

ยังมีผักไม้ ขุดออกมาจากดินเป็นหัวแข็งๆ รสชาติจืดชืดเหมือนเคี้ยวไม้ สามารถทุบให้ละเอียดเป็นแป้งเปียก ตากแห้งทำหมั่นโถว หรือหมักเหล้าได้

ผลผลิตสูงมาก

พอมีผักไม้ ก็ไม่มีใครอดตายอีกเลย

จริงสิ เหล้าผักไม้ก็นังหนูอวี่เป็นคนคิดค้นขึ้นมา"

สีหน้าของเด็กพรตชิงซงเริ่มเคร่งเครียด ชิมร้อยสมุนไพรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ นี่มันแทบจะเป็นวีรกรรมไล่ตาม "เสินหนง" (เทพกสิกรรม) ผู้เป็นตี้หวงในยุคโบราณเลยนะ!

ถ้าไม่ได้เกิดในเผ่าซาม่าน... ถ้าเกิดในแผ่นดินจีนเมื่อหลายล้านปีก่อน ไม่แน่ว่าในถ้ำเมฆอัคคีตอนนี้อาจมีจักรพรรดิมนุษย์หญิงเพิ่มขึ้นอีกองค์

"นังหนูอวี่เป็นโรคประสาทกลับ วันๆ เอาแต่พูดจาแปลกๆ ทำเรื่องประหลาดๆ

หลังจากหมักเหล้าผักไม้ได้ นางกลับห้ามท่านหัวหน้าดื่มเหล้า ให้เอาเหล้าผักไม้ไปแจกจ่ายให้ซาม่านป่าเถื่อนเผ่าใกล้เคียงแทน เลยโดนท่านหัวหน้าด่าจนหนีไป... ยังมีอีก นางให้ซาม่านชายหญิงกราบไหว้ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ กราบเสร็จแล้วห้ามไปมั่วกับชายหญิงอื่น ก็โดนพวกทาสด่าเปิงไปอีก... มีอีกครั้งหนึ่ง 'พ่อแก่' คนที่สิบ หรือสิบเอ็ดของนังหนูอวี่นี่แหละ... ทาสจำไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าคือนักรบซาจิง ถูกเสือคาบไปกิน นังหนูอวี่เหลาป้ายไม้ให้เขา ให้ท่านหัวหน้าขุดถ้ำดิน เพื่อเก็บป้ายไม้และโถเถ้ากระดูกของนักรบที่ตายโดยเฉพาะ..."

แม่ทัพกวนขมวดคิ้ว "พ่อมีได้แค่คนเดียว ทำไมมีคนที่สิบ ที่สิบเอ็ด?"

ชายแก่ซาม่านตอบ "พ่อนังหนูอวี่ตาย นางก็รับพ่อใหม่ ตายคนกราบคน เรียก 'พ่อแก่' ทุกคน นางจะเก็บศพ 'พ่อแก่' เหลาป้ายไม้ วาดรูปเขาบนป้าย... ความจริงวาดไม่เหมือนเลยสักนิด ทาสดูไม่ออกเลยว่าเป็นซาจิง คนอื่นก็ดูไม่ออก"

ด้วยนิสัยของเป็ดแก่กวน ฟังคำนี้แล้วยังรู้สึกอบอุ่นใจ พยักหน้าชมเชย "นางนับเป็นลูกกตัญญูคนหนึ่ง"

ชายแก่ซาม่านส่ายหน้า "นางเป็นโรคประสาทกลับต่างหาก! อุตส่าห์ลากศพกลับมาอย่างยากลำบาก เป้าหมายมีแค่อย่างเดียวคือกิน!

นางถึงกับเผา 'อาหาร' จนเป็นเถ้าถ่าน แล้วเอาเถ้ากระดูกใส่โถ... ถึงนังหนูอวี่จะปั้นโถดินไว้เยอะแยะ แต่โถเยอะแค่ไหนก็ไม่พอใส่หรอก"

แม่ทัพกวนทำหน้าตาย "พวกเจ้าก็ด่านางจนหนีไปอีก?"

"ด่าขอรับ แต่นางไม่หนีครั้งนั้น ซาจิงคือนางยิงเสือตายแล้วลากกลับมา ฟืนนางก็เก็บเอง โถนางก็ปั้นเอง นางมีเยอะแยะ" ชายแก่ซาม่านตอบ

"ลูกกตัญญู ยอดลูกกตัญญูชัดๆ!" แม่ทัพกวนซาบซึ้งใจจริงๆ แล้ว

"มิน่าล่ะ มิน่าล่ะ..."

ยิ่งชายแก่ซาม่านพูดมากเท่าไหร่ เด็กพรตชิงซงก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง บนใบหน้ามีความตระหนักรู้และทอดถอนใจ

"มิน่าล่ะอะไร?" แม่ทัพกวนสงสัย

"มิน่าล่ะ หลังจากท่านโหวเลี่ยหยางทำลายพันธมิตรสามสิบหกแคว้น ปราณมังกรของแคว้นซาชิวไม่ลดกลับเพิ่ม" เด็กพรตชิงซงจ้องมองเนินเขาใต้เท้า สายตาราวกับทะลุพื้นดิน มองเห็นทัศนียภาพในอีกมิติหนึ่ง

"พันธมิตรสามสิบหกแคว้น ตอนนี้ทุกแคว้นปราณมังกรเสียหายหนัก หรือถึงขั้นล่มสลาย มีเพียงแคว้นซาชิวที่ภายนอกดูอ่อนแอเงียบงัน แต่ภายในซ่อนพลังชีวิตอันพลุ่งพล่าน

หากไม่ใช่เพราะท่านโหวเลี่ยหยางยังไม่ออกจากแดนตะวันตก หากไม่ใช่เพราะต้าฉินยังไม่เลิกจับตาดูแคว้นต่างๆ ปราณมังกรคงเลิกซ่อนเร้นแล้วพุ่งทะยานออกมาแล้ว"

"ผู้น้อยไม่ค่อยเข้าใจ..." แม่ทัพกวนพึมพำ

ชายแก่ซาม่านก็เงยหน้าจ้องเด็กพรตชิงซงเขม็ง

"ฮี่ๆ มีอะไรไม่เข้าใจ ราชาซาชิวตาย ตายได้ดี! นักรบซาชิวห้าพันคนตาย ตายได้ประเสริฐยิ่ง! ถ้า 'ตาแก่' ที่กุมอำนาจและพลังพวกนี้ไม่ตาย ซาม่านอวี่เด็กผู้หญิงสิบกว่าขวบ จะมีสิทธิ์ขาดในแคว้นซาชิว ปลดปล่อยพันธนาการแสดงฝีมือเต็มที่ได้ยังไง?

ถ้าอาตมาเดาไม่ผิด อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซาม่านอวี่จะสร้างระบอบให้เผ่าซาม่านอย่างแท้จริง และสร้างวัฒนธรรมขึ้นใหม่

ไม่ใช่ระบอบกลวงๆ อย่างอัครเสนาบดี หรือแม่ทัพ แต่ต้องเป็นจริยธรรมศีลธรรมที่รวมใจคน... ล้วนเป็นเรื่องที่เมื่อก่อนนางอยากทำแต่โดนด่าว่าเป็นบ้าทั้งนั้น"

"จริยธรรม!!" แม่ทัพกวนตกตะลึงจริงๆ

"ราชาซาชิวยังไงก็เป็นคนเถื่อน ซาม่านอวี่กลับเป็นอริยะในหมู่คนเถื่อน ราชาเถื่อนไม่ตาย วิถีอริยะเกิดยาก" เด็กพรตชิงซงถอนหายใจ

"ตอนนี้ข้ายิ่งอยากเจอนางแล้วสิ ว่าตกลงเป็นผู้มีปัญญาแต่กำเนิด หรือเป็นยอดคนกลับชาติมาเกิด ที่ตื่นรู้ความทรงจำในอดีตแต่เนิ่นๆ"

พึมพำไม่กี่คำ เด็กพรตชิงซงก็กวักมือ ส่งสัญญาณให้แม่ทัพกวนขี่ม้าตามเขาไป

"ถ้าเป็นยอดคนกลับชาติมาเกิด ต้องฝึกจนมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่แล้วใช่ไหม?" แม่ทัพกวนถาม

เด็กพรตชิงซงเดินเนิบๆ แต่ก้าวหนึ่งไกลสองสามวา ส่ายหน้าตอบ "นางไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆ แม้แต่วรยุทธ์พื้นฐานที่สุด ก็ไม่รู้อะไรเลย"

"งั้นก็เป็นอริยะแต่กำเนิด?"

"หึๆ อริยะคงนับไม่ได้ คนเถื่อนก็คือคนเถื่อน..." เด็กพรตชิงซงหัวเราะเบาๆ

แม่ทัพกวนรู้สึกทะแม่งๆ ในใจ เรื่องเดียวกัน ถ้าคนจีนทำสำเร็จ คืออริยะแต่กำเนิด พออยู่นอกเขตจีน ก็กลายเป็นคนเถื่อนยังไงก็คือคนเถื่อน?

ถ้าทหารม้าแคว้นสูด่าซาม่านว่าคนเถื่อน เขาจะไม่รู้สึกระคายหูเลย แถมยังเห็นด้วยสุดๆ

แต่เด็กพรตชิงซงมาจากแผ่นดินจีน... ต่อให้ท่านทูตผู้นี้แสดงออกว่าถ่อมตนมีมารยาท แม่ทัพกวนก็รู้ดีว่าพวกตนก็ถูกจัดอยู่ในหมวดคนเถื่อนเหมือนกัน

เด็กพรตชิงซงก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า พลางชำเลืองมองแม่ทัพกวนบนม้าควันอัคคีด้วยหางตา กล่าวอย่างมีความนัยว่า "อริยะแต่กำเนิดที่แท้จริง ไม่เพียงมีปัญญาเดิม แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องสอดคล้องกับลิขิตฟ้า ได้รับความโปรดปรานจากสวรรค์อย่างล้นเหลือ

อะไรคือความโปรดปรานจากสวรรค์?

เจออันตรายต้องมีคนช่วย

ก่อนจะได้ดี ต้องไม่เจอศัตรูที่แข็งแกร่งเกินรับมือ

ทุกความยากลำบากคือหินลับมีด ศัตรูทุกคนคือบันไดหิน

ซาม่านอวี่ฉลาด มีจิตวิญญาณ แต่นางโชคร้ายสุดๆ ไม่มีแต้มบุญจากสวรรค์แม้แต่นิดเดียว"

แม่ทัพกวนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้ง พยักหน้ารัวๆ

ถ้านางมีแต้มบุญ พวกเขาก็คงไม่มาที่นี่... โดยเฉพาะเด็กพรตชิงซง เขาอยู่ที่นี่ นางหนีไม่รอดแน่

"เฮ้อ ความจริงนางก็มีแต้มบุญไม่น้อย ถ้าไม่ใช่ท่านนักพรตมาทันเวลา ป่านนี้ข้าน้อยคงอยู่ห่างจากซาชิวไปร้อยลี้แล้ว"

เด็กพรตชิงซงไม่คิดเช่นนั้นในใจ

อย่าว่าแต่ร้อยลี้ ต่อให้ค่ายทหารม้ากลับถึงแคว้นสูแล้ว อาตมาพูดคำเดียว ท่านก็ต้องวิ่งกลับมาอีกรอบอยู่ดี

แค่น้ำลายสั่งงานประโยคเดียว อาตมาไม่หวงหรอก คนที่ต้องวิ่งวุ่นไม่ใช่รอาตมานี่นา

ตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน ที่คำทำนาย "ผู้ล้มล้างฉินคือหู (คนเถื่อน)" ปรากฏขึ้น ก็ถูกกำหนดแล้วว่าจากนี้ไป "อริยะต่างเผ่า" "ราชวงศ์ต่างเผ่า" ทั้งหมด จะมีจุดจบคือตายกลางคัน

ต้าฉินจะไม่ล่มสลาย ห้ามล่มสลาย!

ขังมังกรซ่อน ตัดชีพจรมังกร คือหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักพรตอย่างเรา อาตมาสาบานจะตอบแทนคุณแผ่นดิน ยอมตายหมื่นครั้งไม่เกี่ยง!

เมื่อความเชื่อมั่นในใจมั่นคง ดวงตาใสกระจ่างของเด็กพรตชิงซงก็ฉายแววสังหารเฉียบคม

ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ซาม่านอวี่ เขามองไปข้างหน้า จิตสังหารเก็บซ่อนทันทีก่อนจะเผยออกมา

——มีผู้กินเบี้ยหวัดต้าฉิน ทรยศต่อราชาแห่งมวลมนุษย์!

"นี่ดูเหมือนจะเป็นวัด ท่านนักพรตมาทำอะไรที่นี่?" แม่ทัพกวนถาม

เขามีม้าควันอัคคี เด็กพรตชิงซงเชี่ยวชาญวิชาห้าธาตุ เพียงครึ่งถ้วยชา สองคนหนึ่งม้าก็วิ่งเลียบเนินเขาที่ซาม่านอาศัยอยู่มาสิบกว่าลี้ สุดท้ายหยุดอยู่ที่หน้าเตาดินมืดๆ แห่งหนึ่ง

ถ้าใช้ระดับน้ำแม่น้ำหลิวซาเป็นเกณฑ์ เนินทรายที่ซาม่านอยู่สูงห้าร้อยเมตร เป็นเนินที่สูงใหญ่ที่สุดในบรรดาเนินเขาต่อเนื่องนับร้อยลี้ แต่ไม่ใช่เนินเดียว

ตรงนี้สูงประมาณสองร้อยเมตร เตี้ยกว่าเนินทรายที่ซาม่านอยู่ ข้างบนโล้นเลี่ยน ไม่ค่อยมีต้นไม้ มีรูเจาะอยู่ที่แอ่งเขา เหมือนถ้ำอยู่อาศัย แต่ไม่ลึก ข้างในมีป้ายไม้สูงสองเมตร กว้างครึ่งเมตรตั้งบูชาอยู่หลายป้าย และมีรูปปั้นหินที่สงสัยว่าเป็นพระพุทธรูป

ก่อนหน้านี้แม่ทัพกวนเปิดเนตรเซียนกวาดตาดู เคยสังเกตเห็นที่นี่ เห็นพระพุทธรูป เลยเรียกว่า "วัด"

ชาวซาม่านน่าจะมีการเซ่นไหว้ "ศาลเทพารักษ์" แห่งนี้ บนกำแพงดินมีรอยควันไฟรมดำจำนวนมาก

กระดูกสัตว์ระเกะระกะยังคงทิ้งอยู่ในหลุมไฟที่ดับแล้ว

"เฮ้อ เรื่องใหญ่ของชาติ อยู่ที่การบวงสรวงและการทหาร ซาม่านเล็กจ้อย ดันมีครบหมด"

เด็กพรตชิงซงถอนหายใจ จัดมวยผมและชุดพรต คารวะป้ายไม้และรูปปั้นหินในถ้ำดินสามครั้งอย่างนอบน้อม

ไหว้เสร็จ เหลือบเห็นแม่ทัพกวนยังนั่งงงอยู่บนหลังม้า เด็กพรตชิงซงกล่าวเรียบๆ "ท่านรู้ไหมในถ้ำบูชาใครบ้าง?"

"น่าจะเป็นพระพุทธเจ้า?" แม่ทัพกวนคิด แล้วกล่าว "เมื่อกี้ชายแก่ซาม่านบอกว่า ที่นี่ซาม่านอวี่ให้คนขุด นางแกะสลักพระยูไลเองกับมือ

สงสัยนางคงรู้ตัวว่าฝีมือแกะสลักห่วยแตก... ห่วยแตกจริงๆ นั่นแหละ หลังๆ เลยไม่แกะสลักเง็กเซียนฮ่องเต้กับปรมาจารย์ซานชิง (สามวิสุทธิเทพ) แค่ถากไม้กระดานไม่กี่แผ่นเป็นตัวแทนหิ้งบูชาสามวิสุทธิเทพกับเง็กเซียน"

พูดถึงตรงนี้ เขาก็ได้สติ รีบกระโดดลงจากม้า ทำท่าเลียนแบบเด็กพรตชิงซง คารวะเข้าไปข้างในสามครั้ง

ไม่รู้ไม่ผิด แต่ถ้ารู้แล้วว่าป้ายพวกนั้นแทนตัวใคร แล้วยังหยิ่งยโสไร้มารยาท นั่นคือบาปมหันต์

แม่ทัพกวนไม่ได้กลัวพระยูไล เง็กเซียน หรือซานชิงจะเล็งเป้ามาที่นี่... เขาคิดจากใจจริงว่าซาม่านอวี่คือคนตาบอดจุดโคม วัดวาอารามในแคว้นสูยิ่งใหญ่สวยงามกว่านี้ ศานุศิษย์ศรัทธากว่านี้ แล้วเทพเซียนเคยสำแดงอิทธิฤทธิ์เมื่อไหร่?

อย่างซาม่านอวี่ คนเถื่อนคนหนึ่งรู้จักไหว้ปรมาจารย์ เง็กเซียน และพระยูไล ก็นับว่าหายากมากแล้ว แต่ผลล่ะ? ก็ยังถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถิ่นฐานถูกยึด ตัวเองก็คงจุดจบไม่สวย

แต่ตอนนี้เด็กพรตชิงซงอยู่ข้างๆ เขาแค่นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสแสดงละครมากกว่านี้ ไม่มีทางที่เจอเวทีแล้วจะไม่ขึ้นแสดง

"ซาม่านอวี่มีรากแห่งปัญญามาก!" รอแม่ทัพกวนไหว้เสร็จ เด็กพรตชิงซงก็เริ่มรำพึงรำพันอีก "ตอนเผ่าซาชิวมีไม่กี่ร้อยคน มีแค่ภัยจากสัตว์ป่า

ถ้าเผ่ามีเป็นแสน เป็นล้าน กลายเป็นอาณาจักรจริงๆ ย่อมเป็นไม้ใหญ่ล่อลม อาจดึงดูดความสนใจของราชาปีศาจแถวนี้

อุตส่าห์สร้างเมืองมาหลายสิบปี ผลคือราษฎรทั้งเมืองกลายเป็นอาหารจานโปรดของราชาปีศาจ มันน่าคับแค้น น่าสมเพชเกินไป

ไหว้เทพเทพอาจไม่คุ้มครอง แต่ที่ที่มีศาลเจ้า ปีศาจเห็นเข้าก็ต้องเกรงใจบ้าง"

แม่ทัพกวนแอบบ่นในใจอีก: ทำไมแคว้นลู่ต้องเป็นกบฏ? อำเภอและหมู่บ้านในแคว้นลู่ที่กลายเป็นเมืองร้างชั่วข้ามคืน ชาวบ้านถูกราชาปีศาจจับไปหมด ไม่ได้สร้างศาลเจ้าวัดวาหรือไง?

เทพพระเจ้าย่อมมีจริง แต่ไหว้แล้วมีประโยชน์ไหม... เอาเวลาคิดเรื่องนี้ไปฝึกวรยุทธ์ พัฒนากองทัพดีกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนของจริง

"สำนักไท่อี ตำหนักเจิ้งหยาง ศิษย์ชิงซง มา ณ ที่นี้ ปฏิบัติตามราชโองการราชาแห่งมวลมนุษย์ ซ้ายศาลเจ้าขวาแท่นบูชา วิญญาณเจ้าที่ จงออกมาพบข้า หยวนเหิงลี่เจิน สั่ง!!"

เด็กพรตชิงซงร่ายคาถา สองมือทำท่ามุทรา สุดท้ายชี้ไปที่พื้น "ปุ้ง~~~"

กลุ่มควันสีเทาขาวผุดขึ้นมาจากดิน ในควันมีกลิ่นถ่านไฟและกับข้าว... เหมือนกลิ่นทำกับข้าวในครัว

แต่ควันจางหายไปอย่างรวดเร็ว บนพื้นว่างเปล่า

แม่ทัพกวนเบ้ปาก มุมปากเหมือนจะมีรอยยิ้ม

ใบหน้ากลมยุ้ยน่ารักของเด็กพรตชิงซงเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง จิตสังหารที่ซ่อนไว้ในดวงตาปรากฏขึ้นอีกครั้ง

"รับราชโองการราชาแห่งมวลมนุษย์ อดีตเสนาบดีกรมปกครองแคว้นสูตะวันออก บัณฑิตระดับสามหอเหวินฮุ่ยแห่งต้าฉิน ปัจจุบันเจ้าที่ 'ซาม่านตะวันตกหมายเลขซินเว่ย' โจวชิง ไสหัวออกมาพบข้า!"

นอกจากน้ำเสียงจะไม่เกรงใจ ท่าทางดุดันขึ้น เด็กพรตชิงซงยังหยิบป้ายทองคำม่วงออกมา

ป้ายแทบจะใหญ่เท่าหน้าชิงซง ไม่รู้ก่อนหน้านี้ซ่อนไว้ตรงไหน

ด้านหน้ามีอักษรเมฆา (อักษรยันต์) สี่ตัว: ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง

ด้านหลังเป็นตัวอักษร "ฉิน" ขนาดใหญ่

เห็นป้ายนี้ แม้แต่แม่ทัพกวนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ยังตกใจ รีบหมอบราบกับพื้น ทำความเคารพแบบเบญจางคประดิษฐ์ (ร่างกายทั้งห้าสัมผัสพื้น)

ไอ้ที่ว่าสวมเกราะแม่ทัพไม่สะดวกทำความเคารพ... ไม่มีอยู่จริง

ไม่เพียงหมอบกราบ หน้าผากเขายังมีเหงื่อซึม แววตาปิดความหวาดกลัวไม่มิด: บ้าจริง เด็กพรตชิงซงมีของพรรค์นี้ด้วยเหรอ? เขาจะทำอะไร เขาพาข้ามาทำอะไร? ต่อไปจะทำอะไร?

เขาลนลานแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - ดั่งเจิ้นมาเยือนด้วยตนเอง สั่งการภูตผี

คัดลอกลิงก์แล้ว