- หน้าแรก
- สำนักนี้ไม่รับอัจฉริยะ แต่พอออกจากสำนักไปเหตุใดล้วนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่กันหมด
- บทที่ 32 เจ้าว่าเร็วหรือไม่เล่า
บทที่ 32 เจ้าว่าเร็วหรือไม่เล่า
บทที่ 32 เจ้าว่าเร็วหรือไม่เล่า
“พี่หลี่ ท่านคิดจะเข้าไปในสำนักยุทธอย่างไร?”
เมื่อเข้าเมืองรื่อเซิง เต้าไห่ไพล่มือไว้ด้านหลัง ไม่มีเค้าความนอบน้อมถ่อมตนในยามเป็นภิกษุหลงเหลืออยู่ ทุกอิริยาบถแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง การแสดงที่สมจริงเกินไปทำให้หลี่เหยี่ยนโม่นึกถึงเหลิ่งหนิงซวง
“วางใจ ข้ามีช่องทางพิเศษ ลับเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าข้าไปพบคนในสำนักยุทธ”
“โอ้…”
เต้าไห่เริ่มสนใจ
หลี่เหยี่ยนโม่ยกมือขึ้นใช้ฝ่ามืออัคคีผสานหมัดพายุหมุน ยิงลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ปัง!”
ลูกไฟระเบิด เรียกความสนใจจากผู้คนไม่น้อย
สีหน้าของเต้าไห่แปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันที
นี่มัน... ลับเฉพาะตรงไหน?
ไม่นานนัก มือปราบสองสามคนก็วิ่งออกมา
“หลี่เหยี่ยนโม่! คราวนี้เจ้าคิดจะทำอะไรอีก!”
“คุณชายไห่ท่านนี้เพิ่งมาถึง ข้าก็แค่แสดงต้อนรับเขาหน่อยเท่านั้นเอง” หลี่เหยี่ยนโม่รีบโอบไหล่เต้าไห่
เต้าไห่ไม่รู้ว่าหลี่เหยี่ยนโม่มีแผนการอะไร แต่ก็พยักหน้ารับ
“เมืองรื่อเซิงห้ามใช้อาคมพร่ำเพรื่อกลางถนน! พวกเจ้าถูกจับแล้ว!”
เช่นนี้เอง หลี่เหยี่ยนโม่และเต้าไห่จึงถูกขังรวมในห้องขัง
หลี่เหยี่ยนโม่เข้าห้องขังราวกับกลับห้องนอนตัวเอง สบายใจเฉิบ เต้าไห่กลับรู้สึกปวดตับไม่น้อย
“ประ... พี่หลี่ นี่หรือช่องทางพิเศษของท่าน?”
“แน่นอน ไม่มีใครสนใจหรอก ท่านแค่วางใจรอเถอะ”
เมื่อเห็นหลี่เหยี่ยนโม่พูดเช่นนี้ เต้าไห่ก็ได้แต่จำยอม
ครู่ต่อมา เหลิ่งหนิงซวงและจั่วปู้ฉวินก็มาถึง
เมื่อเห็นเต้าไห่ เหลิ่งหนิงซวงขมวดคิ้ว เริ่มต้นด้วยการอบรมสั่งสอนชุดใหญ่ ทำเอาเต้าไห่นึกว่าหลี่เหยี่ยนโม่ไปฆ่าคนตายกลางถนน ส่วนจั่วปู้ฉวินก็คอยขวางเหลิ่งหนิงซวงตามปกติ สุดท้ายการสอบสวนจบลงด้วยการที่เหลิ่งหนิงซวงถีบประตูออกไป
ขณะที่เต้าไห่คิดว่าจั่วปู้ฉวินคือคนที่หลี่เหยี่ยนโม่ต้องการพบในสำนักยุทธ เหลิ่งหนิงซวงในคราบคุณชายฮวาก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง
เต้าไห่เริ่มรู้สึกสงสารจั่วปู้ฉวินขึ้นมาตงิดๆ
.
.
.
หอกระเรียนเหลือง ห้องรับรองอักษรฮวา
เต้าไห่กลับมาแต่งกายเป็นพระสงฆ์ ส่วนเหลิ่งหนิงซวงปรากฏตัวในชุดมือปราบเป็นครั้งแรกในหอกระเรียนเหลือง
เต้าไห่ยังคงยิ้มแย้ม แต่เหลิ่งหนิงซวงขมวดคิ้วแน่น อารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ... ข้าทำอะไรผิดหรือเปล่า?” หลี่เหยี่ยนโม่เกาแก้มอย่างกระดากอาย
เหลิ่งหนิงซวงมองหลี่เหยี่ยนโม่ทีหนึ่ง ส่ายหน้า “พี่หลี่ ไม่เกี่ยวกับท่าน เป็นเพราะเจ้าหัวโล้นนี่ล้ำเส้น”
ว่าแล้วเหลิ่งหนิงซวงก็ถลึงตาใส่เต้าไห่
“สำนักพุทธกับสำนักยุทธมีข้อตกลงกัน พวกเจ้าห้ามเข้าเขตรับผิดชอบของสำนักยุทธโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะพระระดับเจ้า!”
“เรื่องนี้ อาตมาขออภัย แต่ก็จนปัญญาจริงๆ” เต้าไห่ส่ายหน้า เลิกยิ้ม “คนของลัทธิเซียนปีศาจขโมยของวิเศษชั่วร้ายชิ้นหนึ่งที่วัดภูเขาทองสะกดไว้ จำเป็นต้องนำกลับคืนมาก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่”
“ผ่านไปตั้งครึ่งปี วัดภูเขาทองพวกเจ้าเพิ่งรู้ตัวว่าของหายหรือ?” หลี่เหยี่ยนโม่อดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้น
“...รู้ตัวตั้งแต่ตอนถูกขโมยแล้ว แต่สำนักยุทธไม่ยอมให้พวกเราเข้ามา เราเสียเวลาเถียงกับสำนักยุทธอยู่ครึ่งปี”
หลี่เหยี่ยนโม่หันมองเหลิ่งหนิงซวงโดยสัญชาตญาณ
เหลิ่งหนิงซวงกอดอก วางมาดขึงขังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตา
“เรื่องนี้ซับซ้อน พูดสามคำสองคำไม่จบหรอก”
“เอ่อ... ข้านึกว่าราชวงศ์ต้าอวี่ไม่อยากให้สำนักพุทธหาข้ออ้างสารพัดมาแทรกแซงกิจการบ้านเมือง เลยพยายามกีดกันสำนักพุทธไว้ข้างนอกเสียอีก” หลี่เหยี่ยนโม่เกาหัว
“...ก็ประมาณนั้นแหละ” เหลิ่งหนิงซวงเก็บสีหน้าไม่อยู่ จึงรีบย้ำ
“พวกหัวโล้นนี่มีประวัติเสีย! มีหัวโล้นคนหนึ่งเคยเรียกร้องให้ราชวงศ์ต้าอวี่จ่ายเงินเลี้ยงดูพระสงฆ์ และใช้พุทธธรรมแทนกฎหมายบ้านเมือง!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เหยี่ยนโม่ก็หันไปมองเต้าไห่ทันที
เต้าไห่ลูบศีรษะโล้นเลี่ยน แสดงสีหน้ากระดากอายออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก “มีเรื่องเช่นนั้นจริง อะแฮ่ม! ดังนั้นครั้งนี้เจ้าอาวาสจึงกำชับอาตมาเป็นพิเศษว่า ทุกอย่างให้ฟังการจัดแจงของสำนักยุทธ”
เหลิ่งหนิงซวงแค่นเสียง แสดงความสงสัยและไม่ไว้วางใจ เต้าไห่ได้แต่ลูบหัวโล้นต่อไป ราวกับจะช่วยแก้เขินได้ แต่ความจริงแล้วช่วยไม่ได้ เต้าไห่จึงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางหลี่เหยี่ยนโม่
หลี่เหยี่ยนโม่ไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไป เพราะฝ่ายตนเองนอกจากจะไม่มีวิธีรับมือไพ่ตายของลัทธิเซียนปีศาจแล้ว ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไพ่ตายนั้นคืออะไร
“อะแฮ่ม! เช่นนั้นท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าของวิเศษชั่วร้ายที่ลัทธิเซียนปีศาจขโมยไปคืออะไร?”
เต้าไห่ลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าวช้าๆ “คือลูกประคำสารีริกธาตุ”
“สารีริกธาตุ... สามารถทำให้สัตว์กลายเป็นปีศาจได้ด้วยหรือ?”
หลี่เหยี่ยนโม่งุนงง ในความเข้าใจของเขา มีเพียงพระอริยสงฆ์เท่านั้นที่มรณภาพแล้วจะเกิดสารีริกธาตุ
“นั่นมิใช่สารีริกธาตุทั่วไป แต่เป็นอสุรสารีริกธาตุที่งูขาวตนหนึ่งกลั่นขึ้นหลังความตาย” เต้าไห่อธิบาย
“เดิมทีมันมีโอกาสบรรลุธรรม แต่กลับยึดติดในบ่วงกรรม เกิดความโลภเพราะความหลง และเกิดความโกรธแค้นต่อโลก สุดท้ายล้มเหลว สารีริกธาตุจึงแปดเปื้อนด้วยกิเลสสามประการ กลายเป็นอสุรสารีริกธาตุ”
“สัตว์ทั่วไปเพียงสัมผัสอสุรสารีริกธาตุนั้น จะถูกกิเลสสามประการ โลภ โกรธ หลง ในนั้นกัดกร่อน กลายเป็นปีศาจ”
“ความยุ่งยากก็อยู่ตรงนี้ เพื่อโปรดสัตว์สารีริกธาตุนี้ เราจึงกดทับไว้ใต้เจดีย์ สวดมนต์ให้ฟัง ผลคือปีศาจที่เกิดจากอสุรสารีริกธาตุนั้นต่างก็รู้พุทธธรรม”
“ปีศาจพยัคฆ์ อรหันต์พยัคฆ์ ที่ประสกหลี่เห็น ล้วนได้รับผลกระทบจากอสุรสารีริกธาตุนั้น”
ได้ยินดังนั้น เหลิ่งหนิงซวงก็ลดท่าทีต่อต้านสำนักพุทธลง “มีวิธีรับมือสารีริกธาตุนั้นหรือไม่?”
“น่าเสียดาย สารีริกธาตุนั้นเกิดจากตบะและความยึดติดชั่วชีวิตของงูขาว หากทำลายโดยพละการจะปลดปล่อยสิ่งโสมมจากกิเลสสามประการออกมา” เต้าไห่ส่ายหน้าตอบ
“เรื่องนี้เกิดจากความสะเพร่าของวัดภูเขาทอง แต่ในเมื่ออยู่ในเขตของสำนักยุทธ ย่อมต้องทำตามกฎของสำนักยุทธ ดังนั้นอาตมาเสนอให้สังหารสัตว์เหล่านั้นเสีย เพื่อไม่ให้พวกมันต้องทรมานจากกิเลสสามประการ”
เหลิ่งหนิงซวงลังเล แต่หลี่เหยี่ยนโม่ส่ายหน้าทันที
“ไม่ได้”
เต้าไห่ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าหลี่เหยี่ยนโม่จะปฏิเสธ ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ประสก อาตมารู้ว่าท่านสงสารสัตว์เหล่านั้น แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนก่อน”
“คนละเรื่องกัน ต่อให้ถือครองอสุรสารีริกธาตุ ลัทธิเซียนปีศาจก็ยังเลือกที่จะกระตุ้นไอความโลภในเมืองรื่อเซิงก่อน ต้นตอของเรื่องนี้เกิดจากคน การฆ่าสัตว์เหล่านั้นอาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ก็เป็นเพียงการผลักภาระภัยพิบัติจากคนออกไป พวกเขาจะยิ่งซ่อนตัวลึกขึ้น นำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม”
หลี่เหยี่ยนโม่หยุดครู่หนึ่งแล้วย้ำว่า
“ธรรมะและอธรรมจะอยู่ในสภาวะสมดุลเสมอ หากท่านคิดจะใช้ทางลัด มีแต่จะนำมาซึ่งปัญหาที่ใหญ่กว่า”
เต้าไห่ชะงัก มือซ้ายเผลอกำลูกประคำ ขยับไปหลายเม็ด ก่อนจะพนมมือ โค้งคำนับหลี่เหยี่ยนโม่
“ขอบคุณที่ชี้แนะ ไม่ทราบว่าประสกจะอนุญาตให้อาตมาไปสวดมนต์เทศนาให้สัตว์ในสวนสัตว์ฟังได้หรือไม่?”
หลี่เหยี่ยนโม่เองก็กังวลเรื่องอสุรสารีริกธาตุที่เต้าไห่พูดถึง จึงพยักหน้าอนุญาต
อย่างไรเสียในสวนสัตว์ของเขาก็มีแต่สัตว์ธรรมดา ไม่ต้องกลัวว่าเต้าไห่จะสวดมนต์ไม่กี่คำแล้วทำให้ตัวไหนบรรลุธรรมขึ้นมา
เหลิ่งหนิงซวงโล่งอก เริ่มหารือแผนการถอนขนแกะจากลัทธิเซียนปีศาจกับหลี่เหยี่ยนโม่