- หน้าแรก
- แพทย์วิถีมาร
- บทที่ 36 เหตุแห่งวันนี้
บทที่ 36 เหตุแห่งวันนี้
บทที่ 36 เหตุแห่งวันนี้
บทที่ 36 เหตุแห่งวันนี้
​“หลี่อู๋จิ้วกับหลิวชิงเหยียน?”
​เมื่อฟังคำพูดของจางเหิงอี้แล้ว หวงกว่างเซิ่งก็ครุ่นคิดในใจ
​ในฐานะปรมาจารย์แก่นทองคำแห่งสำนัก ในช่วงต้นเขากำเนิดจากอุทยานหมื่นพฤกษา จึงมีความผูกพันกันอยู่บ้าง
​เขาให้ความสนใจศิษย์รุ่นหลังที่โดดเด่นของอุทยานหมื่นพฤกษา และตั้งใจจะรับหลี่อู๋จิ้วเป็นศิษย์ หลังจากที่อีกฝ่ายสร้างรากฐานสำเร็จ
แต่​น่าเสียดายที่หลังจากนั้นหลี่อู๋จิ้วก็กลายเป็นคนธรรมดาไป
​สำหรับมดปลวกที่อายุเกือบหกสิบและยังไม่สามารถสร้างรากฐานได้ เมื่อตายไปก็จบสิ้น
​แต่หลิวชิงเหยียนเพิ่งสร้างรากฐานสำเร็จ เหตุใดจึงมาเสียชีวิตลงกะทันหันเช่นนี้
​หวงกว่างเซิ่งกล่าวขึ้น
​“ศิษย์น้องหูลุยประจำการอยู่ที่เมืองโบราณต้าตู้ ศิษย์จากหอลงทัณฑ์จึงไม่มีผู้โดดเด่นมากนัก”
​“เหิงอี้ เจ้าจงถือคำสั่งของข้าไปตามหาเซียวฉางเช่อ”
​“ให้เขาไปตรวจสอบที่อุทยานหมื่นพฤกษา ว่าหลิวชิงเหยียนเสียชีวิตลงได้อย่างไร เพื่อจะได้มอบคำชี้แจงต่ออาจารย์อาจิ่วปิงของเจ้า”
​“ขอรับ ท่านอาจารย์”
​เสียงอ่อนเยาว์ของจางเหิงอี้ดังขึ้น เขาก้มคารวะต่อหวงกว่างเซิ่ง จากนั้นก็เร่งเร้าอาวุธวิเศษจอบวิญญาณขนาดเล็กที่สวยงามจากไป
​…ระดับบำเพ็ญปราณชั้นห้า!
​ด้วยวัยเพียงสิบห้าสิบหกปี ก็ถูกปรมาจารย์แก่นทองคำรับไว้เป็นศิษย์ แสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของจางเหิงอี้โดดเด่นอย่างยิ่ง
…
​ยอดเขาหลิงหยาง อุทยานหมื่นพฤกษา แท่นแสดงธรรม
​“ฉับ! ฉับ! ฉับ!” เรือวายุอัสนีลำหนึ่งแล่นมาอย่างรวดเร็ว และหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูทองแดงของแดนลับชิงหลิง
​เซียวฉางเช่อมีรูปลักษณ์ที่เคร่งขรึมและสง่างาม ร่างกายสูงโปร่ง หรี่ตาลงเล็กน้อย และเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปในแดนลับ
​จางเหิงอี้ที่อยู่ข้างๆ เอ่ยปากห้ามไว้
​“ศิษย์พี่เซียว แดนลับนี้อันตรายยิ่งนัก”
​“ศิษย์พี่หลิวอยู่ระดับสร้างรากฐาน แต่สุดท้ายก็ยังเสียชีวิต ศิษย์พี่โปรดระมัดระวังตัวให้มากจะดีกว่า”
​“ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องจาง เจ้าดูแคลนศิษย์พี่แล้ว ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างรากฐานกับผู้บำเพ็ญขั้นสร้างรากฐานนั้น มีความแตกต่างกันอย่างมาก”
​เมื่อเห็นจางเหิงอี้ลังเลที่จะพูดอะไรต่อ เซียวฉางเช่อก็หยิบคันฉ่องโบราณสีทองแดงออกมาจากถุงเก็บของ
​“ศิษย์พี่เซียว นี่คืออาวุธวิเศษชั้นเยี่ยม คันฉ่องส่องวิญญาณใช่หรือไม่?”
​“ท่านอาจารย์มอบให้ศิษย์พี่แล้วหรือ?” จางเหิงอี้แสดงสีหน้าอิจฉา
​“ไม่เชิง” เซียวฉางเช่ออธิบาย
​“ในช่วงสามสิบปีนี้ ข้าเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินศิษย์ใหม่ อาวุธวิเศษชั้นเยี่ยมจึงถูกมอบให้ข้าดูแลเป็นการชั่วคราว”
​จางเหิงอี้กล่าว “แต่ศิษย์พี่ก็ยังต้องระมัดระวังให้มาก”
​เซียวฉางเช่อพยักหน้ารับคำ เขาก้าวลงจากเรือเหาะ รองเท้าบู๊ตสีดำยาวเหยียบย่ำลงบนความว่างเปล่า
​ในทุกย่างก้าวที่เดิน ระดับบำเพ็ญก็จะลดลงหนึ่งขั้น
​เขาควบคุมพลังปราณได้อย่างเชี่ยวชาญ
​จนกระทั่งระดับลดลงถึงขั้นบำเพ็ญปราณชั้นเก้า ก็กลายเป็นลำแสงสีแดงดุจเพลิงพุ่งเข้าสู่แดนลับ
…
​ภายในแดนลับชิงหลิง
​ฟางอี้รู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนที่พัดเข้าใส่ เขายกศีรษะขึ้นมอง
​เห็นเพียงเสาไฟสีแดงเพลิงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ณ บริเวณบ่อน้ำพุชิงหลิง ความร้อนพวยพุ่งขึ้น
​พลังวิญญาณธาตุไฟรวมตัวกัน ก่อตัวเป็นกระแสน้ำวนในอากาศ ภายในกระแสน้ำวนมองเห็นแท่นแสดงธรรมของอุทยานหมื่นพฤกษาอย่างรางเลือน
​‘มาแล้ว!’
​ฟางอี้ทราบได้ว่าทันทีว่าผู้บำเพ็ญแห่งสำนักเสวียนหยางมาถึงแล้ว
​เขานำป้ายค้นหาปราณวิญญาณชั้นต่ำออกมา เห็นว่ายังมีผู้บำเพ็ญอีกกว่าสิบคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
​จากนั้นก็นำป้ายผนึกใส่กล่องวิญญาณและฝังมันไว้ ก่อนจะรีบรุดไปยังบ่อน้ำพุชิงหลิง
​ครึ่งวันต่อมา ข้างบ่อน้ำพุชิงหลิง
​เซียวฉางเช่อมองไปยังผู้บำเพ็ญที่เหลืออยู่เพียงสิบกว่าคนตรงหน้า สีหน้าดูย่ำแย่
​“พวกเจ้าทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
​“…”
​“…”
​ผู้บำเพ็ญจำนวนมากเงียบกริบ
​ฟางอี้ยืนอยู่ด้านหลังฝูงชน คอยสังเกตการณ์ด้วยหางตา
​พลังปราณธาตุไฟของเซียวฉางเช่อบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่หลิวชิงเหยียนที่ถูกจับเป็น จะสามารถนำมาเทียบได้
​‘นี่คือขั้นตอนสุดท้ายแล้ว หากไม่เกิดปัญหาในมือของอาจารย์อาเซียว เรื่องราวในแดนลับก็จะยุติลง’ ฟางอี้เงียบงัน ก้มศีรษะลงต่ำ
​เซียวฉางเช่อเห็นผู้บำเพ็ญจำนวนมากเงียบเหมือนน้ำท่วมปาก ไม่เอ่ยอะไร
​เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ชี้ไปยังผู้บำเพ็ญคนหนึ่งที่ดูคุ้นหน้า
​“ศิษย์หลานผู้นี้ เล่าเรื่องทั้งหมดที่เจ้ารู้ให้ข้าฟัง”
​ฟางอี้เห็นว่าตนถูกเรียก ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด พลางประสานมือคารวะ
​“คารวะอาจารย์อาเซียวขอรับ”
​“ศิษย์ถูกอาจารย์อาหลิวส่งเข้ามาในแดนลับ ก็ถูกผู้บำเพ็ญชุดดำนิรนามโจมตีแล้วขอรับ”
​“ศิษย์รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นก็เห็นคลื่นพลังวิญญาณถาโถมออกมาจากหุบเขาชิงหลิง จึงไม่กล้าเข้าไป”
​“หลังจากนั้น ศิษย์ก็ซ่อนตัวอยู่บริเวณขอบแดนลับ ล่าสัตว์อสูรอยู่ขอรับ”
​พูดจบ ฟางอี้ก็ชี้ไปที่บาดแผลที่เขาจงใจทำไว้บนร่างกาย
​เซียวฉางเช่อกวาดสายตามอง เห็นว่าที่แขน ต้นขา และหน้าอกของฟางอี้มีรอยเล็บสัตว์อสูร จึงเชื่อคำพูดไปสามส่วน
​ต่อมาเขาได้สอบถามผู้บำเพ็ญอีกหลายคน คำตอบที่ได้ก็คล้ายกัน
​เซียวฉางเช่อในฐานะศิษย์ของปรมาจารย์แก่นทองคำ ย่อมรู้ความลับบางอย่างของสำนัก ภายใต้ขอบเขตของเขาเสวียนหยาง มีอาวุธวิเศษประจำสำนัก คันฉ่องเทพสุริยันเสวียนหยางคุ้มครองอยู่
​การต่อสู้ของผู้บำเพ็ญที่มีระดับสร้างรากฐานขึ้นไป จะถูกค่ายกลพิทักษ์เขาตรวจจับได้ทั้งหมด
​ดังนั้น แม้เซียวฉางเช่อจะไม่เต็มใจที่จะเชื่อ เขาก็ต้องยอมรับ
​หลิวชิงเหยียนถูกผู้บำเพ็ญบำเพ็ญปราณสังหาร ทั้งที่มีระดับสร้างรากฐาน!
​‘หลิวชิงเหยียนผู้นี้ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง’
​‘สร้างรากฐานได้แล้วยังถูกผู้บำเพ็ญบำเพ็ญปราณที่ไม่ทราบที่มาสังหาร สิ้นเปลืองทรัพยากรของสำนักมากมายนัก’
​เขาชายตามองไปยังผู้บำเพ็ญไม่กี่คน พลางคิดในใจ
​‘เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ผู้ร้ายตัวจริงก็หายไปแล้ว แต่จะให้เกียรติของอาจารย์อาจิ่วปิงหายไปด้วยไม่ได้‘
​เซียวฉางเช่อปลดปล่อยกลิ่นอายระดับสร้างรากฐาน ความกดดันอันร้อนระอุล็อกเป้าทุกคน จากนั้นตบถุงเก็บของ คันฉ่องส่องวิญญาณก็ลอยขึ้น
​แสงกระจกสีทองแดงไหลเวียน สแกนถุงเก็บของของผู้บำเพ็ญแต่ละคนอย่างละเอียด เปิดเผยสิ่งของภายในออกมาทีละอย่าง
​หนึ่งคน สองคน สามคน...
​“หืม?”
​แสงกระจกหยุดชะงักอยู่ที่ถุงเก็บของของฟางอี้ครู่หนึ่ง
​ในคันฉ่องทองแดงสะท้อนให้เห็นหุ่นเชิดรูปหมาป่า แมงมุม และเสือ ทำให้เซียวฉางเช่อตกใจเล็กน้อย
​ในการทดสอบรับศิษย์รุ่นนั้น มีผู้มีรากวิญญาณชั้นสูงห้าคน
​ฟางอี้และซูชิงเสอเป็นผู้มีจิตแห่งเต๋าดีเยี่ยม ตื่นขึ้นเป็นอันดับหนึ่งและสองในค่ายกลสอบถามจิตใจขนาดเล็ก
​เมื่อไม่นานมานี้ ได้ยินมาว่าซูชิงเสอได้เข้าร่วมสำนักโอสถและเป็นปรมาจารย์โอสถชั้นต่ำระดับหนึ่ง
​ไม่คาดคิดว่าผู้บำเพ็ญที่ชื่อฟางอี้ผู้นี้ จะฝึกฝนศิลปะการสร้างหุ่น และกลายเป็นปรมาจารย์หุ่นเชิดวิญญาณชั้นต่ำระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน
​เซียวฉางเช่อพยักหน้าให้ฟางอี้อย่างเป็นมิตร แสงกระจกก็หมุนไป ส่องไปยังถุงเก็บของของผู้บำเพ็ญคนถัดไป
​ในขณะนั้น ผู้บำเพ็ญชุดเทาคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสิ่งของในถุงเก็บของของคนอื่นถูกตรวจสอบจนหมดสิ้น เหงื่อเย็นก็ไหลจากหน้าผาก
​ในที่สุดเขาก็กัดฟัน ยันต์โลหิตหลบหนีขั้นสองในแขนเสื้อก็ลุกไหม้ และพุ่งไปยังประตูมิติโดยไม่สนใจสิ่งใด
​เซียวฉางเช่อคาดการณ์ไว้แล้ว คันฉ่องโบราณทองแดงในมือหมุนไป หยุดร่างผู้บำเพ็ญชุดเทาไว้
​“ฮึ หากปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนี่หนีไปได้ ข้าผู้แซ่เซียวก็คงไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นสร้างรากฐานแล้ว”
​เขาหยิบถุงเก็บของลงมา และเทสิ่งของภายในออกมา
​โอสถบำรุงปราณชั้นต่ำ ยันต์วายุคลั่งชั้นกลางระดับหนึ่ง และแส้เถาวัลย์ดำซึ่งอาวุธวิเศษชั้นกลาง
​“ตุ๊บ!”
​ผ้าแถบวิเศษสีชมพูหนึ่งผืนพันรอบศพผู้บำเพ็ญหญิงที่ถูกฟอกแล้วร่างหนึ่ง ปรากฏแก่สายตา
​ฟางอี้กวาดตามองศพหญิง ก็เข้าใจในทันที นี่คือการเตรียมการเพื่อสร้างกายาศพหยิน
​หากไม่พูดถึงเรื่องความดีความชั่ว เมื่อเทียบกับ ‘จางเสวียนหลง’ และ ‘จ้าวชิงหู่’ ที่บ่อน้ำพุสุริยันม่วง ฝีมือการปรับแต่งศพนี้หยาบช้าเกินไปนัก
​ไม่ได้รักษาวิญญาณไว้ ไม่ได้บำรุงเลี้ยงพลังเลือด ความอาฆาตก็ธรรมดา เป็นศพชั้นต่ำสุดๆ
​‘ช่างโง่เขลาสิ้นดี กล้าสร้างศพชั่วร้ายในเขาเสวียนหยาง ทั้งยังไม่จัดการให้เรียบร้อย
​ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากชุดคลุมแล้ว น่าจะเป็นศิษย์สายนอกของเขาเสวียนหยางด้วยซ้ำ’
​