- หน้าแรก
- แพทย์วิถีมาร
- บทที่ 3 หมาป่าและพังพอนร่วมมือกัน
บทที่ 3 หมาป่าและพังพอนร่วมมือกัน
บทที่ 3 หมาป่าและพังพอนร่วมมือกัน
บทที่ 3 หมาป่าและพังพอนร่วมมือกัน
“โฮก”
เมื่อไร้ซึ่งเกราะ หมาป่าหินปฐพีทำได้เพียงครางอู้อี้ เลือดสาดกระเซ็น และถูกคมมีดลมขนาดใหญ่ผ่าเป็นสองซีก
หากมีผู้บำเพ็ญเพียรที่เชี่ยวชาญพลังจิตวิญญาณอยู่ตรงนี้ก็จะพบว่าหมาป่าหินปฐพีตัวนี้ตายเพราะทะเลแห่งจิตสำนึกถูกทำลาย
ส่วนคมมีดลมหลังจากนั้นเป็นเพียงการตัดแยกซากหมาป่าเท่านั้น
“เฮ้อ! สำเร็จ!”
ฟางอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่และขยับแขนขา
หลังจากนั่งวางแผนมาตั้งแต่ตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำในอดีต ในที่สุดเขาก็สมหวังและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
ฟางอี้ที่ในชีวิตนี้ได้หลอมรวมวิญญาณเข้ากับวิญญาณในชีวิตก่อนก็ทำให้ความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณไม่ด้อยไปกว่าผู้บำเพ็ญปราณขั้นกลาง
แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เพิ่งตื่นขึ้น ถึงจะปลุกความทรงจำขึ้นมาได้ แต่การจะหลอมรวมเข็มสะกดวิญญาณและจัดการกับอสูรหมาป่าได้ก็ยังยากลำบาก เพราะพลังของมันเทียบได้กับวิชาจิตวิญญาณระดับกลางระดับหนึ่งเท่านั้น
หากหมาป่าหินปฐพียังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด เขาก็คงทำลายได้แค่ทำลายจิตวิญญาณส่วนน้อยและทำให้มันโกรธแค้นขึ้นเท่านั้น
แต่เมื่อหมาป่าหินปฐพีใช้เลือดแก่นแท้จนหมดและพลังงานธาตุได้รับบาดเจ็บจนอ่อนแอ ผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ในที่สุด…ในที่สุดก็สังหารสัตว์ร้ายตัวนี้ได้!”
ถึงจะเห็นหมาป่าหินปฐพีตายไป ฟ่านต้าเฉิงและหยางไฉ่เอ๋อร์ก็ยังหน้าซีดเผือดจากความตกใจอยู่ เหมือนกับถูกดูดพลังออกไปจนหมด
ถ้าฟางอี้ไม่ช่วยประคองไว้ทั้งสองคงจะทรุดลงไปกับพื้นแล้ว
ภายใต้วิกฤตความเป็นความตาย ความกดดันทางจิตใจและการใช้พลังปราณของทั้งสองนั้นมหาศาลมาก
พลังปราณของหลี่หานไป่ก็ลดลงไม่น้อย แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นผู้บำเพ็ญปราณระดับสองซึ่งแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น
เขาปรับลมหายใจเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ซากหมาป่าหินปฐพีด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“เป็นสมบัติที่ดี!”
หมาป่าหินปฐพีเป็นสัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่ง เลือดเนื้อและกระดูกล้วนมีค่ามาก ส่วนเลือดแก่นแท้ที่อยู่ในหัวใจยิ่งเป็นยาบำรุงชั้นยอดสำหรับผู้บำเพ็ญร่างกาย
หลี่หานไป่แอบประเมินว่าแม้ครั้งนี้จะใช้ยันต์ไปมากและแม้แต่ยันต์ระดับกลางใบเดียวก็ถูกใช้ไปแล้ว
แต่ตราบใดที่ได้ซากหมาป่าหินปฐพีตัวนี้มาก็ไม่ถือว่าขาดทุน แต่กลับได้กำไรเล็กน้อยด้วยซ้ำ
‘หวังว่าฟางอี้และหยางไฉ่เอ๋อร์จะรู้จักประมาณตน…’
หลี่หานไป่มองทุกคนแวบหนึ่ง จากนั้นก็หยิบมีดสั้นเหล็กทมิฬที่แหลมคมออกมาแล้วเริ่มแยกชิ้นส่วนซากหมาป่า
“สหายทุกท่าน ในการต่อสู้ครั้งนี้ข้ากับชิงซงออกแรงไปมาก ดังนั้นหมาป่าหินปฐพีตัวนี้จึงขอให้ข้าจัดการเอง”
หลี่ชิงซงมองหยางไฉ่เอ๋อร์ด้วยแววตาชื่นชม ริมฝีปากขยับจะเอ่ยปากแต่เมื่อถูกสายตาที่ดุดันของหลี่หานไป่จ้องมองเขาก็ยอมแพ้ไป
ฟ่านต้าเฉิงเห็นดังนั้นก็โกรธจัด
“หลี่หานไป่! ตอนกลางวันพี่ฟางเป็นคนขับไล่หมาป่าหินปฐพีไป! เมื่อครู่ที่ชนะมาได้ก็อาศัยการวางแผนของพี่ฟาง!
มิฉะนั้นหมาป่าหินปฐพีตัวนี้จะถูกฆ่าได้อย่างไร หากเจ้าคิดจะฮุบไว้คนเดียวก็เกินไปแล้ว!”
หยางไฉ่เอ๋อร์หน้าซีดเผือด คิ้วขมวดแน่น
หลี่หานไป่ไม่สนใจฟ่านต้าเฉิงและหยางไฉ่เอ๋อร์ พยิบหยิบยันต์หลายแผ่นออกมาจากอกเสื้อ
พอกระตุ้นยันต์ พลังวิญญาณธาตุลมจางๆดูเหมือนจะมีเงาของคมมีดลมปรากฏให้เห็นเลือนลาง
จากนั้นเขาก็ดึงพลังปราณในมือลับขณะมองฟางอี้ด้วยท่าทีคุกคาม น้ำเสียงเย็นยะเยือก
“สหายฟาง ท่านได้ทุ่มเทแรงกายไปมาก ไม่ทราบว่ามีคำแนะนำอันใดหรือไม่”
ฟางอี้ไม่ได้พลีพลาม เขาดึงฟ่านต้าเฉิงไว้ ใบหน้าเรียบเฉยเหมือนน้ำนิ่ง
“พี่หานไป่ทุ่มเทไปมาก ซากหมาป่าตัวนี้ย่อมเป็นของท่าน”
เขาดึงฟ่านต้าเฉิงและหยางไฉ่เอ๋อร์ออกไป ทั้งสามอยู่ห่างจากซากหมาป่าและไม่ได้โต้แย้งกับหลี่หานไป่ต่อ
“สหายหลี่เชิญตามสบาย”
พลังบำเพ็ญเพียรของฟางอี้ยังอ่อนด้อย ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขาก็ได้รับความเสียหายไม่น้อยด้วย
ถึงแม้เคล็ดวิชาจิตวิญญาณเข็มสะกดวิญญาณจะยังสามารถใช้ได้อีกครั้งหรือสองครั้ง แต่ในป่าลึกเส้นทางไกลเช่นนี้ การเก็บไพ่ตายไว้ย่อมดีกว่า
ยิ่งกว่านั้นพลังบำเพ็ญเพียรของหลี่หานไป่แข็งแกร่งกว่าเขาและมียันต์ระดับหนึ่งติดตัว ฟางอี้มีโอกาสชนะแค่หกส่วนเท่านั้นหากต่อสู้กับเขา
แค่ซากหมาป่าระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแลกชีวิต
วาสนามีอยู่เสมอ แต่ชีวิตมีเพียงหนึ่งเดียว
‘ยิ่งกว่านั้น นี่อาจไม่ใช่เรื่องดีด้วยซ้ำ’
ฟางอี้สีหน้าเรียบเฉยขณะนึกถึงเสียงกรีดร้องแปลกๆในทะเลแห่งจิตสำนึกของหมาป่าหินปฐพี
“หึ พวกเจ้าฉลาดดีนี่!”
หลี่หานไป่หัวเราะเยาะแล้วโบกมีดสั้น เริ่มแยกเลือดเนื้อและกระดูกของหมาป่าหินปฐพี
จากนั้นก็เก็บเลือดแก่นแท้ของหมาป่าหินปฐพีใส่ขวดหยกด้วยความดีใจ
…
“ตูม!” เสียงดังสนั่น
พื้นใต้เท้าของหลี่หานไป่แยกออก เงาร่างสีเขียวพุ่งออกมาจากใต้ดินพุ่งชนเขาจนกระเด็นไปทันที
“ใคร!”
หลังจากถูกชนกระเด็นไปกองกับพื้น หลี่หานไป่ก็หน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ หน้าท้องมีเลือดไหลไม่หยุด
ดวงตาของฟางอี้เปล่งประกาย
“มีอันตรายอีกจริงๆด้วย! หลี่หานไป่เป็นเหยื่อล่อที่ดี!”
สัตว์อสูรตัวนั้นที่ปรากฏออกมาเป็นหมาป่าลมที่มีขนสีเขียว
โชคดีที่ขนาดตัวเพียงใหญ่เพียงครึ่งหนึ่งของหมาป่าหินปฐพีตัวก่อนและระดับขั้นเพียงระดับต่ำระดับหนึ่งเท่านั้น แต่การโจมตีเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าวางแผนมานานแล้ว
“พี่ใหญ่!...เจ้าสัตว์ร้าย รนหาที่ตาย!”
เห็นหลี่หานไป่บาดเจ็บสาหัสและยังไม่รู้เป็นตายร้ายดี หลี่ชิงซงก็ตกใจสุดขีด
เขาไม่สนใจที่จะประหยัดยันต์ระดับต่ำในมืออีกต่อไป เปลี่ยนมันให้กลายกลายเป็นคมมีดลมและลูกไฟแล้วพุ่งเข้าใส่
พลังบำเพ็ญเพียรของหมาป่าลมอยู่ระดับต่ำระดับหนึ่ง จะเป็นคู่ต่อสู้ของยันต์มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ มันก็ถูกลูกไฟระเบิดจนกลายเป็นถ่านไป
ก่อนตายมันหันศีรษะกลับมาจ้องมองฟางอี้ด้วยความเกลียดชัง
เป้าหมายหลักของอสูรหมาป่าคือผู้บำเพ็ญเพียรที่ทำลายจิตวิญญาณของมัน แต่ฟางอี้ระมัดระวังเกินไปมันจึงทำได้เพียงลดระดับเป้าหมายลงและหาหลี่หานไป่แทน
‘เป็นจริงดังคาด…’
ฟางอี้ได้ยินเสียงกรีดร้องที่อ่อนแรงอีกครั้งและมองเข้าไปในป่าโบราณที่ลึกล้ำด้วยความคิด
เห็นหมาป่าลมกลายเป็นถ่าน หลี่ชิงซงก็ถอนหายใจโล่งอกจากนั้นรีบประคองพี่ชายขึ้น
เมื่อเห็นช่องท้องของหลี่หานไป่ตรงจุดลมปราณถูกทำลายโดยสิ้นเชิง หลี่ชิงซงก็รู้สึกไม่ดีนัก เขาป้อนยาหลายเม็ดที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรแต่บาดแผลก็ยังไม่ดีขึ้น
เมื่อเห็นฟางอี้และอีกสามคนเดินเข้ามา หลี่ชิงซงก็รีบถาม
“สหายฟาง แม่นางหยาง พวกเจ้าพอจะมีวิชาฟื้นฟูบ้างหรือไม่!”
ฟางอี้ส่ายหน้าพลางมองบาดแผลบริเวณจุดลมปราณ
ด้วยประสบการณ์หลายปีในการสร้างหุ่นเชิดมนุษย์และการโจมตีที่หมาป่าตัวนั้นเตรียมการมา เขามองออกในทันที
หมาป่าลมตัวนั้นน่าจะสะสมพลังมานานแล้วถึงได้มีพลังโจมตีแบบนี้ได้ พลังของการโจมตีนี้ใกล้เคียงกับวิชาปราณระดับกลางระดับหนึ่งแล้ว
หากหลี่หานไป่ไม่ได้สวมเกราะป้องกันตัว จุดลมปราณของเขาคงถูกทำลายโดยสิ้นเชิงไปแล้ว
เว้นแต่ฟางอี้จะฟื้นพลังบำเพ็ญเพียรในอดีตชาติกลับมาและลงมือช่วย มิฉะนั้นพลังบำเพ็ญเพียรของเขาก็คงจะถูกทำลายอย่างแน่นอน
ฟางอี้เตือนตัวเองว่า
ตอนนี้ตนเป็นเพียงผู้บำเพ็ญปราณระดับหนึ่งไม่ใช่ปรมาจารย์หลอมโอสถอีกต่อไปแล้ว ต้องระมัดระวังให้มากอย่าได้เหลิง
จงรักษาใจที่ระมัดระวังเหมือนเดินบนน้ำแข็งบางๆ แต่กระทำการอย่างกล้าหาญและก้าวหน้า
มิฉะนั้นก็จะเป็นแบบหลี่หานไป่ที่อยู่ตรงหน้า
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กลิ่นคาวเลือดในค่ายพักก็จางหายไปอย่างช้าๆ
ฟางอี้ลืมตาที่หรี่อยู่ขึ้นมา หลังปรับลมหายใจเสร็จสิ้น ทั้งสามคนก็ฟื้นพลังปราณกลับมาแล้ว
หลังจากเผาศพผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นที่ตายไป ฟางอี้ก็ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเตรียมตัวพักผ่อนไปพร้อมกับคนอื่นๆ
‘ในภพชาตินี้หายากที่จะมีฐานะบริสุทธิ์ การหลอมพิษซากศพนั้นใช้เวลาและพลังงานมาก อย่าได้เห็นแก่เล็กน้อยแล้วเสียการใหญ่
ตอนนี้การเข้าสู่สำนักเขาเสวียนหยางหาสายบำเพ็ญและรีบเร่งบำเพ็ญเพียรคือเรื่องสำคัญที่สุด’
ข้างกองไฟเห็นทั้งสี่คนหลับใหลไป ฟางอี้ก็ใช้พลังปราณเคลือบนิ้วชี้แล้วเคาะเบาๆบนมีดสั้นเหล็กทมิฬเป็นจังหวะ
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง…”
เคล็ดวิชาจิตวิญญาณระดับต่ำระดับหนึ่งเสียงสงบจิต
ด้วยพื้นฐานพลังจิตวิญญาณของฟางอี้ในตอนนี้ การใช้เคล็ดวิชาลับระดับต่ำระดับหนึ่งนี้จึงไม่ลำบาก
เสียงสงบจิตนี้มีพลังธรรมดา มีเพียงสรรพคุณในการบำรุงจิตใจให้สงบเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในโรงน้ำชาและหอนางโลมในแดนบำเพ็ญเพียรควบคู่กับการร้องเพลงและการเต้นรำของหญิงคณิกาเพื่อความบันเทิงแก่แขก
ฟางอี้ในอดีตชาติเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ มีผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหลายคนคอยเอาอกเอาใจ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เขาก็เรียนรู้ได้เองโดยธรรมชาติ
การใช้ที่นี่ไม่มีเจตนาร้าย เพียงแค่อยากให้พวกฟ่านต้าเฉิงทั้งสี่คนหลับลึกขึ้นเท่านั้น
พอเห็นทั้งสี่คนหลับลึกไป ฟางอี้ก็เกร็งกล้ามเนื้อและค่อยๆพลิกตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา
จากนั้นก็ค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าป่าไปอย่างเงียบเชียบ
ครึ่งเค่อต่อมา
ฟางอี้ซ่อนกลิ่นอายตัวเองและแฝงตัวอยู่ในพุ่มไม้แห่งหนึ่งและมองเห็นศพที่ขาดวิ่นอยู่ห่างๆ
นั่นคือผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นที่ถูกหมาป่าหินปฐพีคาบไปในตอนกลางวัน ศพมีใบหน้าบิดเบี้ยวสมองว่างเปล่า
บนร่างยังมีสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่เลือดไหลออกเจ็ดรูและหมดสติอยู่
เขาโยนลูกเหล็กแหลมหลายลูกออกจากมือแทงทะลุเข้าไปในดวงตาอย่างแม่นยำ ทำลายศีรษะของสัตว์อสูรตัวนั้นจนสิ้นซาก
‘ตายแล้วรึ’
ฟางอี้หยุดใช้เข็มสะกดวิญญาณในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึกชั่วคราวแล้วเดินช้าๆไปที่ด้านหน้าสัตว์อสูร
สัตว์อสูรตัวนั้นมีขนาดประมาณหนึ่งฉื่อ สี่ขาเล็กสั้น จมูกแหลมยาว เลือดที่ไหลออกจากเบ้าตาย้อมขนสีขาวเป็นสีแดง
เขายกคอสัตว์อสูรขึ้นมาเบาๆแล้วมองอย่างละเอียดเพื่อยืนยันชนิดของสัตว์อสูร
“ตำราโบราณกล่าวไว้ว่า:สิบหมาป่าหนึ่งพังพอน หมาป่าและพังพอนร่วมมือกันเป็นจริงดังคาด”
พังพอนสี่ขา สัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่งตัวนี้เชี่ยวชาญวิชาจิตวิญญาณ
พลังต่อสู้ทางกายภาพอยู่ในระดับธรรมดาและมักจะอยู่ร่วมกับสัตว์อสูรตระกูลหมาป่าจึงมีคำกล่าวที่ว่าหมาป่าและพังพอนร่วมมือกัน
หลังจัดการหมาป่าหินปฐพีที่มาโจมตีสำเร็จ ฟางอี้ก็รู้สึกได้ถึงเสียงกรีดร้องในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก หลังจากนั้นเมื่อหมาป่าลมโจมตีอีกครั้งก็เป็นเช่นกัน
“ดังคาด กำไรมหาศาล”