เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า

บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า

บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า


บทที่2ปะทะอสูรหมาป่า

ฟางอี้ที่เห็นทั้งสองเชื่อคำพูดของตนก็วางใจ

‘เช่นนี้แล้ว สามคนร่วมมือกัน แถมยังมีเหยื่อล่ออสูรหมาป่าระดับกลางระดับหนึ่งตัวนั้นเช่นนี้ก็พอสู้ได้แล้ว’

ฟางอี้มาเกิดในชาติภพนี้ตอนที่นักรบธรรมดาระดับขอบเขตหลังฟ้า

พลังปราณอยู่ในระดับหนึ่งของขอบเขตฝึกปราณและมีเพียงวิชาควบคุมเถาวัลย์เขียววิชาเดียว

หยางไฉ่เอ๋อร์เป็นหญิงสาวจากครอบครัวนักเก็บสมุนไพร บำเพ็ญปราณระดับหนึ่งและฝึกวิชาวารีพันธนาการระดับต่ำหนึ่งวิชา

นอกจากนี้

หลี่ชิงซงและหลี่หานไป่ แม้จะมีพลังบำเพ็ญปราณระดับหนึ่งและสองแต่ครอบครัวของพี่น้องทั้งสองร่ำรวยมาก

และตาากการสะสมรากฐานมาหลายปีจึงมีพื้นฐานที่ดี จากความสามารถแสดงออกในตอนกลางวัน พวกเขาย่อมมียันต์คุ้มกันกาย

ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นคนอื่นๆล่ะ

ในดวงตาที่ลุ่มลึกของฟางอี้ ความโหดเหี้ยมปรากฏขึ้น เขาเพียงหวังว่าพวกเขาจะพอมีชีวิตนานพอที่จะล่ออสูรของหมาป่าหินปฐพีได้บ้าง

“ฟ่านต้าเฉิง ตอนพวกเราสามคนร่วมมือกันสู้กับอสูรหมาป่า ไม่ควรทำเหมือนตอนกลางวันอีกที่วิ่งเข้าไปต่อสู้กับหมาป่าหินปฐพีด้วยร่างกายตรงๆ แต่ควรปล่อยให้สองคนนั้นออกไปใช้พลังก่อน…”

ฟางอี้คิดถึงการกระทำของตนเองในตอนกลางวัน จากนั้นก็ชี้ไปที่หลี่ชิงซงและหลี่หานไป่ที่กำลังหลับตาพักผ่อน

“แกร็บ!”

กิ่งไม้แห้งๆถูกเหยียบหัก

ในป่ามีดวงตาสีเขียวคู่หนึ่งใหญ่คู่หนึ่งเล็กปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน

ดวงตาที่เล็กกว่ามีแผลเป็นบนเปลือกตา

หมาป่าหินปฐพีน้ำลายไหลย้อยออกมาจากมุมปาก ก่อนอื่นมันจ้องมองฟางอี้และพวกพ้องด้วยความเกลียดชัง

จากนั้นก็สูดจมูกเบาๆ มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆของเลือดแล้วหันไปมองผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ข้างกองไฟ

“อะวู้ววว!”

เสียงหมาป่าหอนดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดของฟางอี้ นอกจากนี้ยังทำลายความหวังสุดท้ายของฟ่านต้าเฉิงอีกด้วย

“เกิดอะไรขึ้น”

ผู้บำเพ็ญเพียรในค่ายพักที่อายุเพียงสิบห้าสิบหกปีถูกเสียงหมาป่าหอนทำให้ตกใจราวกับนกตกใจจากเสียงปืนจึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น

ฟางอี้รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยใต้เท้า

“ระวังพื้น!”

ฟางอี้เอ่ยปากเตือนพร้อมกับดึงหยางไฉ่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงหนามหินแหลมคมที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าฟ่านต้าเฉิงจะช้าไปก้าวหนึ่ง

แต่ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินคำพูดของฟางอี้จึงทำให้เส้นประสาทตึงเครียดและเตรียมพร้อมอยู่ตบอดเวลา

วรยุทธ์ของเขาไม่ธรรมดา แม้จะยังไม่บรรลุขอบเขตก่อนฟ้าแต่การเคลื่อนไหวสองสามครั้ง แม้จะดูทุลักทุเลก็ยังสามารถหลีกเลี่ยงหนามหินที่มาจากอสูรหมาป่าได้

แต่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเริ่มต้นอีกหลายคนที่ถูกใช้เป็นเหยื่อไม่ได้โชคดีเช่นนั้น

หมาป่าหินปฐพีตัวนี้ฉลาดแกมโกงมาก

ฉวยโอกาสที่ผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นเหล่านั้นถูกเสียงหมาป่าหอนดึงดูดความสนใจและตอบสนองไม่ทัน มันจึงใช้วิชาหนามปฐพีระดับหนึ่เข้าโจมตี

“ฉึก…ฉึก!”

หนามหินสีเหลืองดินหลายสิบอันที่พันด้วยพลังอสูรผุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างกะทันหัน

จ้าวเหิงและเซี่ยจีหน้าซีดเผือดทันทีด้วยความตกใจ ในพริบตาเดียวพวกเขาก็ถูกหนามหินแทงทะลุจากล่างขึ้นบน

เลือดอุ่นๆไหลรินลงมาตามหนามหินที่ขรุขระไม่หยุด

ร่างกายของจ้าวเหิงกระตุก ไม่นานก็แน่นิ่งไป

“จ้าวเหิง! อ๊ากกกกก!!!พี่ฟางช่วยข้าด้วย!”

เซี่ยจีถูกแทงทะลุขาซ้าย เขากรีดร้องเสียงดัง และเพราะขยับตัวไม่ได้จึงถูกหมาป่าหินปฐพีกระโจนเข้ากัดจนศีรษะขาด

เลือดพุ่งออกมาจากคอเหมือนน้ำพุ ย้อมเสื้อขาวของเด็กหนุ่มที่ไร้ศีรษะเป็นสีแดงฉาน

“ฟู่…ฟู่…”

อสูรหมาป่าหอบหายใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ

จากนั้นก็ส่ายหัวเล็กน้อยเลียด้วยลิ้นที่เต็มไปด้วยหนาม แล้วกลืนอวัยวะภายในของเซี่ยจีลงไป

เมื่อเคี้ยวอวัยวะภายในที่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณ หมาป่าหินปฐพีก็หรี่ตาลงเผยสีหน้าเพลิดเพลิน

หลังจากกลืนอวัยวะภายในลงไปแล้ว ดวงตาของมันก็เป็นประกายสีเขียวเข้ม มันจ้องมองพวกหลี่หานไป่ทั้งสองด้วยความเกลียดชัง เห็นได้ชัดว่ายังคงแค้นเคืองเรื่องที่ทำให้มันตาบอดในตอนกลางวัน

ส่วนฟางอี้ที่ออกแรงไม่น้อยในตอนกลางวันและควรจะถูกอสูรหมาป่าจ้องมองเช่นกัน กลับใช้วิชาซ่อนลมหายใจและถอยไปอยู่ด้านหลังพี่น้องตระกูลหลี่แล้ว

เขาถอยหลังไปอีกสองสามก้าวอย่างเงียบเชียบ พอเห็นหมาป่าหินปฐพียังคงจ้องมองหลี่หานไป่ไม่กะพริบตา

ฟางอี้เข้าใจในทันที

‘อสูรหมาป่าตัวนี้ถูกหลี่หานไป่ทำร้ายจนตาบอดในตอนกลางวันจนมันกลายเป็นหมาป่าตาเดียว

เมื่อข้าซ่อนกลิ่นอายจนมันหาข้าไม่พบ ความเกลียดชังของหมาป่าหินปฐพีเลยไปอยู่ที่หลี่หานไป่เป็นหลัก’

ฟางอี้ใช้วิชาเสียงกระซิบเตือนอย่างเงียบๆ

“พี่หลี่ อย่าให้สัตว์ร้ายตัวนี้ฟื้นตัวได้เด็ดขาดเมื่อครู่นี้อสูรหมาป่าใช้วิชาหนามปฐพีติดต่อกันหลายครั้งซึ่งทำให้เสียพลังอสูรไปมาก หากมันฟื้นตัวได้ทั้งเจ้าและข้าคงหนีไม่รอด!”

หลี่หานไป่ในตอนนี้ที่ถูกหมาป่าหินปฐพีจ้องมองก็รู้สึกเสียวสันหลังขนลุกซู่ไปทั้งตัว

พอได้ยินคำเตือนของฟางอี้ เขาก็กระตุ้นยันต์ในมือโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นคมมีดลมสีเขียวยาวหลายฉื่อพุ่งเข้าใส่หมาป่าหินปฐพี

“ไปตายซะ เจ้าสัตว์ร้าย!!”

“โฮก!”

เมื่อเห็นคมมีดลมพุ่งมา หมาป่าหินปฐพีก็คำรามเบาๆ มันไม่คิดที่จะรับมือตรงๆ แต่กลับบิดตัวหลบไปด้านข้าง

พอพวกหลี่หานไป่เห็นหมาป่าหินปฐพีเอาแต่หลบ ไม่ใช้พลังอสูรโจมตีกลับก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที

เร่งพลังปราณในมือยันต์หลายแผ่นกลายเป็นลูกไฟลูกโซ่ขนาดกำปั้นพุ่งเข้าใส่หมาป่าหินปฐพี

‘ไม่พอ ยังขาดอีกนิด! สัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่งไม่มีทางมีพลังต่อสู้แค่นี้แน่’

เห็นสถานการณ์เป็นใจ ฟางอี้หรี่ตาลงเล็กน้อยยังคงตึงเครียด

‘มีโล่เนื้อสองตัวที่ร่ำรวย แต่ยังต้องรอดูไปก่อนว่าสัตว์อสูรตัวนี้มีแผนอะไรซ่อนอยู่’

จากนั้น เขาแยกจิตเป็นสอง ด้านหนึ่งกระตุ้นพลังจิตวิญญาณในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก

พลังจิตวิญญาณรวมตัวกันเป็นเข็มสะกดวิญญาณที่โปร่งใสไร้สี

อีกด้านหนึ่งยิงลูกเหล็กแหลมและมีดบินอาบยาพิษออกจากมือเพื่อโจมตีส่วนที่อ่อนแอของหมาป่าหินปฐพีอย่างต่อเนื่อง เช่น ตา หูปากและจมูก

“โฮก!!!”

หมาป่าหินปฐพีส่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

มันถูกอาวุธลับของฟางอี้ที่โจมตีในมุมที่คาดไม่ถึง

ทุกครั้งที่โจมตีถูกอสูรหมาป่ามันจะสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย ทำให้หมาป่าหินปฐพีมีน้ำมูกน้ำตาปนเลือดไหลออกมา

“โฮก!”

อสูรหมาป่าครางด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งจนอยากจะกระโจนเข้าใส่ฟางอี้

‘ท้ายที่สุดก็เป็นแค่สัตว์อสูรระดับหนึ่ง สติปัญญามีจำกัด’

ฟางอี้เคลื่อนไหวว่องไว ใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกไปมาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพี่น้องตระกูลหลี่เสมอ

ทุกครั้งที่หมาป่าหินปฐพีพุ่งเข้าโจมตีพวกหลี่หานไป่ พวกเขาก็จะคิดว่าเป็นการโจมตีตนเองและกระตุ้นยันต์หลายแผ่นเพื่อตอบโต้กลับไปอย่างรุนแรง

ครึ่งเค่อต่อมา

หมาป่าหินปฐพีที่ถูกฟางอี้โจมตีจนตาที่เหลือเพียงข้าวเดียวแดงก่ำ เปลี่ยนความเจ้าเล่ห์ในตอนแรก กลายเป็นความโกรธเเละค่อยๆบ้าคลั่ง

ฟางอี้เห็นโอกาสมาถึงแล้ว ริมฝีปากขยับเล็กน้อยสื่อสารกับหยางไฉ่เอ๋อร์และฟ่านต้าเฉิงอย่างต่อเนื่อง

เห็นเข็มสะกดวิญญาณในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึกก่อตัวสมบูรณ์ ฟางอี้ก็คำรามดังก้อง

“ลงมือ!”

ฟางอี้สีหน้าเคร่งขรึม มือร่ายวิชาจนพลังปราณลดลงอย่างรวดเร็ว

แก่นแท้ของพืชพรรณรวมตัวกันเป็นเถาวัลย์สีเขียวดำขนาดใหญ่หลายเส้นและผุดขึ้นมาจากพุ่มไม้ข้างใต้เท้าของหมาป่าหินปฐพี

แกร็บ…

เถาวัลย์บิดงออย่างรวดเร็วและพันธนาการขาของหมาป่าหินปฐพีไว้

แต่อสูรหมาป่าหินปฐพีเป็นสัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่ง วิชาเถาวัลย์เขียวไม่สามารถกักขังมันได้นานนัก

เมื่อหมาป่าหินปฐพีใช้ขาสี่ข้างออกแรงดิ้นก็เกิดรอยแตกตื้นลึกบนเถาวัลย์สีเขียว

“ไฉ่เอ๋อร์ ใช้วิชาวารีพันธนาการ!”

ฟางอี้ส่งเสียงเบาๆ

พลันเห็นสายน้ำสีน้ำเงินบิดเบี้ยวพุ่งออกมาจากมือของหยางไฉ่เอ๋อร์ประสานกับวิชาเถาวัลย์เขียวกักขังหมาป่าหินปฐวีไว้แน่น

จากนั้นฟ่านต้าเฉิงก็พุ่งออกมาจากข้างหมาป่าหินปฐพี กล้ามเนื้อเกร็งใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายเปล่งประกายสีทองจางๆและพุ่งเข้าชนด้วยกำลังทัเงหมด

“โครม!”

เสียงกระแทกดังขึ้น

หมาป่าหินปฐพีถูกชนกระเด็นจนขึ้นไปในอากาศ

ในเวลานั้นคมมีดลมกว้างสิบฉื่อก็ก่อตัวขึ้นในมือของหลี่หานไป่

ฟางอี้เหลือบมองไป

‘ยันต์คมมีดลมระดับกลางระดับหนึ่ง

หลี่หานไป่คนนี้ซ่อนไพ่ตายไว้จริงๆด้วย

ถ้าไม่ใช่เพราะข้าวางแผนไว้ เมื่อครู่เขาก็คงจะใช้ข้าเป็นเหยื่อให้หมาป่าเหมือนเมื่อตอนกลางวันอีก…’

คมมีดลมขนาดมหึมาสีเขียวอ่อนฉีกอากาศพุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวใหญ่ด้วยความเร็วสูง หยางไฉ่เอ๋อร์และคนอื่นๆต่างถอนหายใจโล่งอก

‘ยังไม่พ อสัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่งจะรับมือได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ’

ฟางอี้ยังคงจ้องมองหมาป่าหินปฐพีอย่างแน่วแน่

ในชีวิตก่อนที่คลุกคลีอยู่ในวิถีมารมาหลายปี การที่สามารถทะลวงไปถึงขอบเขตหลอมโอสถได้ เขาก็อาศัยความระมัดระวังนี้และใช้ศิษย์ร่วมสำนักเป็นเหยื่อล่อจนพวกเขาตายไปหลายคน

ยิ่งตอนนี้ เมื่อพลังบำเพ็ญเพียรมีจำกัดยิ่งต้องระมัดระวังในการกระทำ

เป็นจริงตามคาด

‘มาแล้ว!’

ฟางอี้รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังจิตวิญญาณจางๆที่ส่งมา

ดวงตาสีแดงเลือดของหมาป่าหินปฐพีพลันกระจ่างขึ้นเผยให้เห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์

“โฮก!!”

หลังจากเสียงหอน พลังแก่นแท้โลหิตก็ลุกโชน พลังแห่งความดุร้ายแผ่ซ่านไปทั่ว

ทั่วร่างเปล่งประกายพลังวิญญาณสีเหลืองน้ำตาลจากธาตุดินอย่างรวดเร็วและรวมตัวกันเป็นเกราะหินหนา

หลี่หานไป่ขาแข็ง เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา

“วิชาเกราะปฐพีระดับหนึ่ง ในเมื่อมันมีวิชานี้อยู่ แล้วทำไมมันถึงไม่ใช้วิชานี้ตั้งแต่แรกกัน”

แต่ฟางอี้รอคอยช่วงเวลานี้อยู่แล้ว!

เขากระตุ้นพลังจิตวิญญาณ

“ฉัวะ!”

เข็มสะกดวิญญาณแทงออกไปอย่างเงียบเชียบ

เข็มสะกดวิญญาณเป็นวิชาจิตวิญญาณระดับหนึ่งที่ลึกลับที่สุด ฟางอี้ที่เตรียมการมานานบวกกับที่หมาป่าหินปฐพีไม่ทันรู้ตัวจึงถูกโจมตีเข้าที่ห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก

“โฮก!”

ฟางอี้ได้ยินเสียงกรีดร้อง จากนั้นเกราะหินสีเหลืองน้ำตาลก็สลายไปในทันที

จบบทที่ บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว