- หน้าแรก
- แพทย์วิถีมาร
- บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า
บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า
บทที่ 2 ปะทะอสูรหมาป่า
บทที่2ปะทะอสูรหมาป่า
ฟางอี้ที่เห็นทั้งสองเชื่อคำพูดของตนก็วางใจ
‘เช่นนี้แล้ว สามคนร่วมมือกัน แถมยังมีเหยื่อล่ออสูรหมาป่าระดับกลางระดับหนึ่งตัวนั้นเช่นนี้ก็พอสู้ได้แล้ว’
ฟางอี้มาเกิดในชาติภพนี้ตอนที่นักรบธรรมดาระดับขอบเขตหลังฟ้า
พลังปราณอยู่ในระดับหนึ่งของขอบเขตฝึกปราณและมีเพียงวิชาควบคุมเถาวัลย์เขียววิชาเดียว
หยางไฉ่เอ๋อร์เป็นหญิงสาวจากครอบครัวนักเก็บสมุนไพร บำเพ็ญปราณระดับหนึ่งและฝึกวิชาวารีพันธนาการระดับต่ำหนึ่งวิชา
นอกจากนี้
หลี่ชิงซงและหลี่หานไป่ แม้จะมีพลังบำเพ็ญปราณระดับหนึ่งและสองแต่ครอบครัวของพี่น้องทั้งสองร่ำรวยมาก
และตาากการสะสมรากฐานมาหลายปีจึงมีพื้นฐานที่ดี จากความสามารถแสดงออกในตอนกลางวัน พวกเขาย่อมมียันต์คุ้มกันกาย
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นคนอื่นๆล่ะ
ในดวงตาที่ลุ่มลึกของฟางอี้ ความโหดเหี้ยมปรากฏขึ้น เขาเพียงหวังว่าพวกเขาจะพอมีชีวิตนานพอที่จะล่ออสูรของหมาป่าหินปฐพีได้บ้าง
“ฟ่านต้าเฉิง ตอนพวกเราสามคนร่วมมือกันสู้กับอสูรหมาป่า ไม่ควรทำเหมือนตอนกลางวันอีกที่วิ่งเข้าไปต่อสู้กับหมาป่าหินปฐพีด้วยร่างกายตรงๆ แต่ควรปล่อยให้สองคนนั้นออกไปใช้พลังก่อน…”
ฟางอี้คิดถึงการกระทำของตนเองในตอนกลางวัน จากนั้นก็ชี้ไปที่หลี่ชิงซงและหลี่หานไป่ที่กำลังหลับตาพักผ่อน
“แกร็บ!”
กิ่งไม้แห้งๆถูกเหยียบหัก
ในป่ามีดวงตาสีเขียวคู่หนึ่งใหญ่คู่หนึ่งเล็กปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
ดวงตาที่เล็กกว่ามีแผลเป็นบนเปลือกตา
หมาป่าหินปฐพีน้ำลายไหลย้อยออกมาจากมุมปาก ก่อนอื่นมันจ้องมองฟางอี้และพวกพ้องด้วยความเกลียดชัง
จากนั้นก็สูดจมูกเบาๆ มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆของเลือดแล้วหันไปมองผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ข้างกองไฟ
“อะวู้ววว!”
เสียงหมาป่าหอนดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดของฟางอี้ นอกจากนี้ยังทำลายความหวังสุดท้ายของฟ่านต้าเฉิงอีกด้วย
“เกิดอะไรขึ้น”
ผู้บำเพ็ญเพียรในค่ายพักที่อายุเพียงสิบห้าสิบหกปีถูกเสียงหมาป่าหอนทำให้ตกใจราวกับนกตกใจจากเสียงปืนจึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น
ฟางอี้รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยใต้เท้า
“ระวังพื้น!”
ฟางอี้เอ่ยปากเตือนพร้อมกับดึงหยางไฉ่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงหนามหินแหลมคมที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่าฟ่านต้าเฉิงจะช้าไปก้าวหนึ่ง
แต่ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินคำพูดของฟางอี้จึงทำให้เส้นประสาทตึงเครียดและเตรียมพร้อมอยู่ตบอดเวลา
วรยุทธ์ของเขาไม่ธรรมดา แม้จะยังไม่บรรลุขอบเขตก่อนฟ้าแต่การเคลื่อนไหวสองสามครั้ง แม้จะดูทุลักทุเลก็ยังสามารถหลีกเลี่ยงหนามหินที่มาจากอสูรหมาป่าได้
แต่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเริ่มต้นอีกหลายคนที่ถูกใช้เป็นเหยื่อไม่ได้โชคดีเช่นนั้น
หมาป่าหินปฐพีตัวนี้ฉลาดแกมโกงมาก
ฉวยโอกาสที่ผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นเหล่านั้นถูกเสียงหมาป่าหอนดึงดูดความสนใจและตอบสนองไม่ทัน มันจึงใช้วิชาหนามปฐพีระดับหนึ่เข้าโจมตี
“ฉึก…ฉึก!”
หนามหินสีเหลืองดินหลายสิบอันที่พันด้วยพลังอสูรผุดขึ้นมาจากใต้ดินอย่างกะทันหัน
จ้าวเหิงและเซี่ยจีหน้าซีดเผือดทันทีด้วยความตกใจ ในพริบตาเดียวพวกเขาก็ถูกหนามหินแทงทะลุจากล่างขึ้นบน
เลือดอุ่นๆไหลรินลงมาตามหนามหินที่ขรุขระไม่หยุด
ร่างกายของจ้าวเหิงกระตุก ไม่นานก็แน่นิ่งไป
“จ้าวเหิง! อ๊ากกกกก!!!พี่ฟางช่วยข้าด้วย!”
เซี่ยจีถูกแทงทะลุขาซ้าย เขากรีดร้องเสียงดัง และเพราะขยับตัวไม่ได้จึงถูกหมาป่าหินปฐพีกระโจนเข้ากัดจนศีรษะขาด
เลือดพุ่งออกมาจากคอเหมือนน้ำพุ ย้อมเสื้อขาวของเด็กหนุ่มที่ไร้ศีรษะเป็นสีแดงฉาน
“ฟู่…ฟู่…”
อสูรหมาป่าหอบหายใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ
จากนั้นก็ส่ายหัวเล็กน้อยเลียด้วยลิ้นที่เต็มไปด้วยหนาม แล้วกลืนอวัยวะภายในของเซี่ยจีลงไป
เมื่อเคี้ยวอวัยวะภายในที่อุดมไปด้วยพลังวิญญาณ หมาป่าหินปฐพีก็หรี่ตาลงเผยสีหน้าเพลิดเพลิน
หลังจากกลืนอวัยวะภายในลงไปแล้ว ดวงตาของมันก็เป็นประกายสีเขียวเข้ม มันจ้องมองพวกหลี่หานไป่ทั้งสองด้วยความเกลียดชัง เห็นได้ชัดว่ายังคงแค้นเคืองเรื่องที่ทำให้มันตาบอดในตอนกลางวัน
ส่วนฟางอี้ที่ออกแรงไม่น้อยในตอนกลางวันและควรจะถูกอสูรหมาป่าจ้องมองเช่นกัน กลับใช้วิชาซ่อนลมหายใจและถอยไปอยู่ด้านหลังพี่น้องตระกูลหลี่แล้ว
เขาถอยหลังไปอีกสองสามก้าวอย่างเงียบเชียบ พอเห็นหมาป่าหินปฐพียังคงจ้องมองหลี่หานไป่ไม่กะพริบตา
ฟางอี้เข้าใจในทันที
‘อสูรหมาป่าตัวนี้ถูกหลี่หานไป่ทำร้ายจนตาบอดในตอนกลางวันจนมันกลายเป็นหมาป่าตาเดียว
เมื่อข้าซ่อนกลิ่นอายจนมันหาข้าไม่พบ ความเกลียดชังของหมาป่าหินปฐพีเลยไปอยู่ที่หลี่หานไป่เป็นหลัก’
ฟางอี้ใช้วิชาเสียงกระซิบเตือนอย่างเงียบๆ
“พี่หลี่ อย่าให้สัตว์ร้ายตัวนี้ฟื้นตัวได้เด็ดขาดเมื่อครู่นี้อสูรหมาป่าใช้วิชาหนามปฐพีติดต่อกันหลายครั้งซึ่งทำให้เสียพลังอสูรไปมาก หากมันฟื้นตัวได้ทั้งเจ้าและข้าคงหนีไม่รอด!”
หลี่หานไป่ในตอนนี้ที่ถูกหมาป่าหินปฐพีจ้องมองก็รู้สึกเสียวสันหลังขนลุกซู่ไปทั้งตัว
พอได้ยินคำเตือนของฟางอี้ เขาก็กระตุ้นยันต์ในมือโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นคมมีดลมสีเขียวยาวหลายฉื่อพุ่งเข้าใส่หมาป่าหินปฐพี
“ไปตายซะ เจ้าสัตว์ร้าย!!”
“โฮก!”
เมื่อเห็นคมมีดลมพุ่งมา หมาป่าหินปฐพีก็คำรามเบาๆ มันไม่คิดที่จะรับมือตรงๆ แต่กลับบิดตัวหลบไปด้านข้าง
พอพวกหลี่หานไป่เห็นหมาป่าหินปฐพีเอาแต่หลบ ไม่ใช้พลังอสูรโจมตีกลับก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เร่งพลังปราณในมือยันต์หลายแผ่นกลายเป็นลูกไฟลูกโซ่ขนาดกำปั้นพุ่งเข้าใส่หมาป่าหินปฐพี
‘ไม่พอ ยังขาดอีกนิด! สัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่งไม่มีทางมีพลังต่อสู้แค่นี้แน่’
เห็นสถานการณ์เป็นใจ ฟางอี้หรี่ตาลงเล็กน้อยยังคงตึงเครียด
‘มีโล่เนื้อสองตัวที่ร่ำรวย แต่ยังต้องรอดูไปก่อนว่าสัตว์อสูรตัวนี้มีแผนอะไรซ่อนอยู่’
จากนั้น เขาแยกจิตเป็นสอง ด้านหนึ่งกระตุ้นพลังจิตวิญญาณในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก
พลังจิตวิญญาณรวมตัวกันเป็นเข็มสะกดวิญญาณที่โปร่งใสไร้สี
อีกด้านหนึ่งยิงลูกเหล็กแหลมและมีดบินอาบยาพิษออกจากมือเพื่อโจมตีส่วนที่อ่อนแอของหมาป่าหินปฐพีอย่างต่อเนื่อง เช่น ตา หูปากและจมูก
“โฮก!!!”
หมาป่าหินปฐพีส่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
มันถูกอาวุธลับของฟางอี้ที่โจมตีในมุมที่คาดไม่ถึง
ทุกครั้งที่โจมตีถูกอสูรหมาป่ามันจะสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย ทำให้หมาป่าหินปฐพีมีน้ำมูกน้ำตาปนเลือดไหลออกมา
“โฮก!”
อสูรหมาป่าครางด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งจนอยากจะกระโจนเข้าใส่ฟางอี้
‘ท้ายที่สุดก็เป็นแค่สัตว์อสูรระดับหนึ่ง สติปัญญามีจำกัด’
ฟางอี้เคลื่อนไหวว่องไว ใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกไปมาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพี่น้องตระกูลหลี่เสมอ
ทุกครั้งที่หมาป่าหินปฐพีพุ่งเข้าโจมตีพวกหลี่หานไป่ พวกเขาก็จะคิดว่าเป็นการโจมตีตนเองและกระตุ้นยันต์หลายแผ่นเพื่อตอบโต้กลับไปอย่างรุนแรง
ครึ่งเค่อต่อมา
หมาป่าหินปฐพีที่ถูกฟางอี้โจมตีจนตาที่เหลือเพียงข้าวเดียวแดงก่ำ เปลี่ยนความเจ้าเล่ห์ในตอนแรก กลายเป็นความโกรธเเละค่อยๆบ้าคลั่ง
ฟางอี้เห็นโอกาสมาถึงแล้ว ริมฝีปากขยับเล็กน้อยสื่อสารกับหยางไฉ่เอ๋อร์และฟ่านต้าเฉิงอย่างต่อเนื่อง
เห็นเข็มสะกดวิญญาณในห้วงทะเลแห่งจิตสำนึกก่อตัวสมบูรณ์ ฟางอี้ก็คำรามดังก้อง
“ลงมือ!”
ฟางอี้สีหน้าเคร่งขรึม มือร่ายวิชาจนพลังปราณลดลงอย่างรวดเร็ว
แก่นแท้ของพืชพรรณรวมตัวกันเป็นเถาวัลย์สีเขียวดำขนาดใหญ่หลายเส้นและผุดขึ้นมาจากพุ่มไม้ข้างใต้เท้าของหมาป่าหินปฐพี
แกร็บ…
เถาวัลย์บิดงออย่างรวดเร็วและพันธนาการขาของหมาป่าหินปฐพีไว้
แต่อสูรหมาป่าหินปฐพีเป็นสัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่ง วิชาเถาวัลย์เขียวไม่สามารถกักขังมันได้นานนัก
เมื่อหมาป่าหินปฐพีใช้ขาสี่ข้างออกแรงดิ้นก็เกิดรอยแตกตื้นลึกบนเถาวัลย์สีเขียว
“ไฉ่เอ๋อร์ ใช้วิชาวารีพันธนาการ!”
ฟางอี้ส่งเสียงเบาๆ
พลันเห็นสายน้ำสีน้ำเงินบิดเบี้ยวพุ่งออกมาจากมือของหยางไฉ่เอ๋อร์ประสานกับวิชาเถาวัลย์เขียวกักขังหมาป่าหินปฐวีไว้แน่น
จากนั้นฟ่านต้าเฉิงก็พุ่งออกมาจากข้างหมาป่าหินปฐพี กล้ามเนื้อเกร็งใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายเปล่งประกายสีทองจางๆและพุ่งเข้าชนด้วยกำลังทัเงหมด
“โครม!”
เสียงกระแทกดังขึ้น
หมาป่าหินปฐพีถูกชนกระเด็นจนขึ้นไปในอากาศ
ในเวลานั้นคมมีดลมกว้างสิบฉื่อก็ก่อตัวขึ้นในมือของหลี่หานไป่
ฟางอี้เหลือบมองไป
‘ยันต์คมมีดลมระดับกลางระดับหนึ่ง
หลี่หานไป่คนนี้ซ่อนไพ่ตายไว้จริงๆด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะข้าวางแผนไว้ เมื่อครู่เขาก็คงจะใช้ข้าเป็นเหยื่อให้หมาป่าเหมือนเมื่อตอนกลางวันอีก…’
คมมีดลมขนาดมหึมาสีเขียวอ่อนฉีกอากาศพุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวใหญ่ด้วยความเร็วสูง หยางไฉ่เอ๋อร์และคนอื่นๆต่างถอนหายใจโล่งอก
‘ยังไม่พ อสัตว์อสูรระดับกลางระดับหนึ่งจะรับมือได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ’
ฟางอี้ยังคงจ้องมองหมาป่าหินปฐพีอย่างแน่วแน่
ในชีวิตก่อนที่คลุกคลีอยู่ในวิถีมารมาหลายปี การที่สามารถทะลวงไปถึงขอบเขตหลอมโอสถได้ เขาก็อาศัยความระมัดระวังนี้และใช้ศิษย์ร่วมสำนักเป็นเหยื่อล่อจนพวกเขาตายไปหลายคน
ยิ่งตอนนี้ เมื่อพลังบำเพ็ญเพียรมีจำกัดยิ่งต้องระมัดระวังในการกระทำ
เป็นจริงตามคาด
‘มาแล้ว!’
ฟางอี้รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังจิตวิญญาณจางๆที่ส่งมา
ดวงตาสีแดงเลือดของหมาป่าหินปฐพีพลันกระจ่างขึ้นเผยให้เห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์
“โฮก!!”
หลังจากเสียงหอน พลังแก่นแท้โลหิตก็ลุกโชน พลังแห่งความดุร้ายแผ่ซ่านไปทั่ว
ทั่วร่างเปล่งประกายพลังวิญญาณสีเหลืองน้ำตาลจากธาตุดินอย่างรวดเร็วและรวมตัวกันเป็นเกราะหินหนา
หลี่หานไป่ขาแข็ง เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา
“วิชาเกราะปฐพีระดับหนึ่ง ในเมื่อมันมีวิชานี้อยู่ แล้วทำไมมันถึงไม่ใช้วิชานี้ตั้งแต่แรกกัน”
แต่ฟางอี้รอคอยช่วงเวลานี้อยู่แล้ว!
เขากระตุ้นพลังจิตวิญญาณ
“ฉัวะ!”
เข็มสะกดวิญญาณแทงออกไปอย่างเงียบเชียบ
เข็มสะกดวิญญาณเป็นวิชาจิตวิญญาณระดับหนึ่งที่ลึกลับที่สุด ฟางอี้ที่เตรียมการมานานบวกกับที่หมาป่าหินปฐพีไม่ทันรู้ตัวจึงถูกโจมตีเข้าที่ห้วงทะเลแห่งจิตสำนึก
“โฮก!”
ฟางอี้ได้ยินเสียงกรีดร้อง จากนั้นเกราะหินสีเหลืองน้ำตาลก็สลายไปในทันที