- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 66 แผนเปิดเผยไร้ทางแก้
บทที่ 66 แผนเปิดเผยไร้ทางแก้
บทที่ 66 แผนเปิดเผยไร้ทางแก้
ฉู่เสินซิ่วมุ่งหน้าตรงไปยังคุกหลวงที่คุมขังอู่หยางทันที เขาได้พบกับขุนพลผู้เคยได้รับฉายาว่าเทพสังหาร ซึ่งแม้จะถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวงก็ยังไม่อาจปิดบังความหยิ่งทะนงในใจได้ แต่ทว่ากลิ่นอายความดุดันได้ลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“เจ้าคืออู่หยางสินะ หากเจ้ายอมรับใช้เรา เราจะมอบความรุ่งเรือง เกียรติยศ และพลังอำนาจที่เหนือกว่าในตอนนี้ให้ เป็นอย่างไร”
ฉู่เสินซิ่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
อู่หยางได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ แล้วเอ่ยว่า “ข้าขอเตือนให้ท่านล้มเลิกความคิดนี้เสียเถอะ แม้ข้าอู่หยางจะตกเป็นนักโทษ แต่การทรยศขายชาติเพื่อแสวงหาลาภยศเป็นสิ่งที่ข้าทำไม่ได้ ข้าแยกแยะได้ระหว่างชื่อเสียงชั่วชีวิตกับชื่อเสียงชั่วกัลปาวสาน ลูกผู้ชายย่อมมีความตายเป็นที่ตั้ง ต่อให้ข้ามีชีวิตรอดไปจนแก่เฒ่าแต่ต้องถูกลูกหลานก่นด่าสาปแช่งไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ท่านคิดว่าข้าแยกแยะไม่ออกหรือว่าอะไรหนักอะไรเบา”
ฉู่เสินซิ่วไม่เห็นด้วย “ความดีความชอบสามารถลบล้างความผิดได้ ดูอย่างหานซิ่น เทพแห่งสงครามของราชวงศ์ฮั่น ในวัยหนุ่มก็เคยรับใช้เซี่ยงอวี่มาก่อน แต่สุดท้ายก็ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพแห่งสงคราม เรื่องนี้ไม่ได้ลดทอนความยิ่งใหญ่ของเขาลงเลย”
ตอนนี้สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดคือคนเก่ง อู่หยางแม้จะหยิ่งยโสแต่ก็มีความสามารถที่ปฏิเสธไม่ได้ สำหรับฉู่เสินซิ่วแล้วหากสามารถดึงอู่หยางมาเป็นพวกได้เขาก็จะมีคนช่วยทำศึกขยายดินแดน อีกทั้งฉู่เสินซิ่วมีความแตกต่างจากกษัตริย์ทั่วไปอย่างมาก เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างที่สุดจึงไม่กังวลว่าหากอู่หยางกุมอำนาจทหารแล้วจะเป็นภัยต่อตัวเขา
ด้วยเหตุนี้สำหรับฉู่เสินซิ่วแล้ว ขอเพียงคนตรงหน้ายอมรับใช้เขาก็เพียงพอแล้ว
“หึหึ ท่านคิดว่าพูดแค่นี้ข้าก็จะยอมรับใช้ท่านหรือ ให้ข้าหันคมดาบใส่พี่น้องร่วมชาติของข้า ท่านดูถูกข้าอู่หยางเกินไปแล้ว!” อู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขารู้ดีว่าฉู่เสินซิ่วต้องการให้เขาสวามิภักดิ์ ดังนั้นในระยะสั้นย่อมไม่ทำร้ายเขา และไม่ทำร้ายทหารใต้บังคับบัญชาของเขาอย่างแน่นอน
“เราจะรอให้เจ้าเปลี่ยนใจ”
ฉู่เสินซิ่วหันหลังเดินจากไป นี่เป็นงานระยะยาว เขาไม่ได้หวังว่าจะทำสำเร็จในเวลาอันสั้น เพราะรู้เช่นนี้ฉู่เสินซิ่วจึงไม่รีบร้อน ตอนนี้เขาได้แสดงความแข็งแกร่งให้เห็นแล้ว คาดว่าหกแคว้นคงไม่กล้าผลีผลาม
ฉู่เสินซิ่วกลับมาที่ตำหนักบรรทม เรียกซูฉินมาสอบถามความคืบหน้า
“การเกลี้ยกล่อมชะงักงัน ต่อให้เราไปเจรจาด้วยตัวเอง อีกฝ่ายก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยอย่างจนปัญญา
ซูฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย “ตอนที่กระหม่อมยังอยู่แคว้นฉินเคยได้ยินกิตติศัพท์ของคนผู้นี้ เขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเป็นอย่างมาก หากใช้วิธีการทั่วไปย่อมไม่อาจทำให้อู่หยางหวั่นไหว ยอมมารับใช้แคว้นหวาซวีได้ แต่ในเมื่อเขารักชื่อเสียงยิ่งชีพ เช่นนั้นเราไยไม่ย้อนรอยเขาเล่า กระหม่อมมีแผนการหนึ่ง”
“ว่ามาเลย” ดวงตาของฉู่เสินซิ่วเป็นประกาย จ้องมองคนตรงหน้า ซูฉินมักมีไอเดียเด็ดๆ เสมอเขาจึงสนใจมาก
“ในเมื่ออู่หยางรักชื่อเสียง เช่นนั้นเราก็ประกาศให้ทางฝั่งแคว้นฉินรู้ไปเลยว่า อู่หยางและทหารฉินห้าหมื่นนายยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นหวาซวีแล้วทั้งหมด! และปูนบำเหน็จรางวัลให้ทันที นี่เท่ากับเป็นการย่างสดเขาบนกองไฟ กระหม่อมไม่เชื่อว่าอู่หยางจะไม่ยอมจำนน เพราะความภาคภูมิใจสุดท้ายของเขาได้ถูกทำลายลงแล้ว”
“ไม่ยอมแพ้ก็ต้องตาย! แต่ต่อให้ตาย อู่หยางก็อย่าหวังว่าจะตายตาหลับ เขาจะต้องถูกชาวฉินสาปแช่งไปชั่วลูกชั่วหลาน ลูกหลานของเขาในแคว้นฉินก็จะไม่มีวันเงยหน้าอ้าปากได้ แผนเปิดเผยเช่นนี้ร้ายกาจที่สุด! สำหรับอู่หยางที่รักชื่อเสียงยิ่งชีพ ผลลัพธ์เช่นนี้ย่อมไร้ทางแก้”
หากทำเช่นนี้แล้วอู่หยางยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ ก็แสดงว่าเขาต้องการตายจริงๆ คนเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้ ฉู่เสินซิ่วให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แผนการง่ายๆ แต่ทำให้อู่หยางหมดทางเลือก และเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่าสติปัญญาของซูฉินนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด มีคนเช่นนี้คอยช่วยเหลือแคว้นหวาซวีจะไม่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร
“ซูฉิน ทำได้ดีมาก” ฉู่เสินซิ่วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
“เป็นเกียรติของซูฉินที่ได้แบ่งเบาภาระของฝ่าบาท ซูฉินยินดีถวายชีวิตเพื่อฝ่าบาท!” ซูฉินรีบแสดงความจงรักภักดี
ฉู่เสินซิ่วไม่ได้พูดอะไรมาก คำพูดพวกนี้ฟังหูไว้หูก็พอ เพราะสุดท้ายแล้วก็ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ การได้ติดตามเขาทำให้ซูฉินได้แสดงความสามารถและบรรลุอุดมการณ์ ส่วนฉู่เสินซิ่วก็ได้ผู้ช่วยที่แข็งแกร่ง ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย เขาเข้าใจเรื่องนี้ดี
มีซูฉินจัดการเรื่องนี้ฉู่เสินซิ่วก็วางใจจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แผนลับมีวิธีรับมือมากมาย แต่แผนเปิดเผยเช่นนี้ไร้ทางแก้ ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็หาทางออกไม่เจอ ชื่อเสียงที่อู่หยางสั่งสมมาจากการทำศึกเพื่อแคว้นฉินจะต้องพังทลายลงเพราะแผนเปิดเผยเล็กๆ นี้!
ฉู่เสินซิ่วรอคอยผลลัพธ์อย่างใจเย็น
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งแคว้นฉินก็ได้รับข่าว เรื่องนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าการยอมจำนนของอู่หยางเหนือความคาดหมายของทุกคน แม้แต่ในราชสำนักก็เกิดความโกลาหลขึ้น!
ต้องรู้ก่อนว่าอู่หยางแม้จะหยิ่งยโสแต่ก็มีความจงรักภักดีอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเผชิญสิ่งล่อใจใดๆ ก็ไม่มีทางทรยศแคว้นฉิน ในราชสำนักแคว้นฉิน ขุนนางหลายคนต่างสงสัยในเรื่องนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เชื่อและไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุป นี่อาจเป็นแผนยุทธการยุแหย่ของแคว้นหวาซวี ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ของแม่ทัพอู่หยาง ดังนั้นแคว้นหวาซวีอยากจะได้แม่ทัพอู่หยางไปร่วมทัพก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”
“กระหม่อมก็คิดเช่นนั้นพะยะค่ะ”
“แคว้นหวาซวีแต่งตั้งให้อู่หยางเป็นอู่หยางโหวแล้ว นี่จะเป็นเรื่องเท็จได้อย่างไร คนที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์แคว้นหวาซวีจะปูนบำเหน็จให้เป็นขุนนางชั้นโหวเชียวหรือ แถมได้ยินมาว่าเจ้าแคว้นหวาซวีอนุมัติงบประมาณก้อนโตเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กองทัพของอู่หยาง และยังส่งทูตมาเจรจากับเราเพื่อขอรับตัวครอบครัวของทหารทุกคนไปอยู่ที่เมืองเทียนเชวี่ย!”
ชั่วขณะหนึ่งท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงถกเถียงเซ็งแซ่ แม้จะมีคนสงสัยว่าเป็นแผนลวง แต่หลักฐานทนโท่ขนาดนี้จะปฏิเสธได้อย่างไร ในจุดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้ว