เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 เหยียนเฟย

บทที่ 65 เหยียนเฟย

บทที่ 65 เหยียนเฟย


วิธีการของฉู่เสินซิ่วนั้นเรียบง่าย นั่นคือบีบบังคับให้แคว้นเยียนเป็นฝ่ายลงมือก่อน! หากพวกเขาอดรนทนไม่ไหวก็จะกลายเป็นข้ออ้างให้เขาเคลื่อนทัพได้ และจะไม่ทำให้แคว้นอื่นๆ กังวลจนต้องร่วมมือกันเพื่อจัดการแคว้นหวาซวี

ในสถานการณ์ปกติแคว้นหวาซวีย่อมไม่เกรงกลัวพวกเขา แต่หากหกแคว้นรวมหัวกันต่อต้านอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างออกไป ฉู่เสินซิ่วเข้าใจหลักการนี้ดี ดังนั้นจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป สร้างความแข็งแกร่งให้แคว้นก่อนแล้วค่อยจัดการหกแคว้นในภายหลัง หากยึดหกแคว้นได้ในตอนนี้แต่ศักยภาพของแคว้นหวาซวียังอ่อนแอ ก็ไม่อาจรักษาดินแดนที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ไว้ได้ เขาตระหนักถึงเรื่องนี้ดี

“ซูฉิน เรื่องนี้มอบหมายให้เจ้าจัดการทั้งหมด เราจะไปดูหน่อย” ฉู่เสินซิ่วหรี่ตาลง แล้วเดินออกจากห้องไป

เขาอยากจะรู้นักว่าสาวงามแบบไหนกันที่ทำให้เจ้าแคว้นเยียนมั่นใจว่าเขาจะยอมให้อภัยในความผิดของพวกเขาได้

เมื่อมาถึงตำหนักที่จัดเตรียมไว้ สตรีหน้าตางดงามผู้หนึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้ว นางสวมชุดวังหรูหรา แววตาฉายแววโศกเศร้าอาดูร อายุน่าจะราวยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี

เพียงแค่แรกเห็นฉู่เสินซิ่วก็ต้องตกตะลึง นางมีความงามที่เย้ายวนใจอย่างที่สุด รูปร่างอ้อนแอ้นอรชรดั่งกิ่งหลิว สร้างแรงดึงดูดทางสายตาอย่างมหาศาล สตรีเช่นนี้ไม่ว่าใครได้พบเห็นย่อมต้องเกิดความปรารถนา แม้แต่ฉู่เสินซิ่วเองก็ยังอดใจไม่ไหว

ความเย้ายวนของนางแตกต่างจากอวี๋เหม่ยเหรินที่ร้อนแรงดั่งไฟ แต่เป็นความเย้ายวนที่แฝงไว้ด้วยความสงวนท่าทีซึ่งสร้างแรงดึงดูดใจได้อย่างมหาศาล เวลานี้ฉู่เสินซิ่วเริ่มรู้สึกหวั่นไหว หากเป็นสตรีเช่นนี้ต่อให้มีสามีแล้วก็น่าจะยอมรับได้กระมัง

ปณิธานแห่งเจี้ยนอันยังคงอยู่ จิตวิญญาณแห่งเฉาเว่ยไม่เคยตาย!

ในยามนี้ฉู่เสินซิ่วเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อย่างโจโฉถึงได้ชอบภรรยาของผู้อื่น ในบางสถานการณ์คนเราก็ไม่อาจตัดสินใจได้ดั่งใจนึก มันเป็นเรื่องที่ยากจะปฏิเสธจริงๆ อย่างน้อยสำหรับฉู่เสินซิ่วก็เป็นเช่นนั้น

เขามองดูหญิงสาวครู่หนึ่ง ลมหายใจเริ่มติดขัด โดยเนื้อแท้แล้วฉู่เสินซิ่วก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสผลไม้ต้องห้ามมาไม่นาน ย่อมต้องมีความคิดฟุ้งซ่านเป็นธรรมดา สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ชัดเจนมาก เขารู้ซึ้งถึงความรู้สึกนี้ดี

ในชั่วขณะนั้นสายตาของฉู่เสินซิ่วจับจ้องอยู่ที่ร่างของนางจนแทบไม่อาจละสายตาได้ นางไม่ใช่คนผอมบางแต่เป็นประเภทซ่อนรูป ต้องยอมรับว่าคนเช่นนี้คือสุดยอดปรารถนา สมคำกล่าวที่ว่าสาวงามแคว้นเยียนและแคว้นจ้าว สตรีผู้นี้สมควรแก่ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยียนจริงๆ

“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท” หญิงสาวเดินเข้ามา ย่อกายคารวะอย่างชดช้อย

นางรู้ดีว่าชะตากรรมของนางจะเป็นอย่างไรเมื่อถูกส่งมาที่นี่ ในยุคสมัยนี้หากสตรีไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่งก็มีทางเดียวคือต้องหาบุรุษที่สามารถปกป้องนางได้ แต่โชคร้ายที่ชะตาชีวิตของนางไม่ดีนัก หรือจะเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็ได้จึงถูกส่งตัวมาที่นี่

เพราะในยุคสมัยเช่นนี้ หากมีความงามแต่ไร้ซึ่งพลังที่จะปกป้อง ความงามนั้นย่อมกลายเป็นภัย นางรู้ดีถึงข้อนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันมีเพียงการปรนนิบัติฉู่เสินซิ่วให้พอพระทัยเท่านั้นนางจึงจะมีชีวิตรอด

“เงยหน้าขึ้น” ฉู่เสินซิ่วเชยคางนางขึ้นเบาๆ

ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหมดจด แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่ไม่อาจปิดบังความงามตามธรรมชาติได้ ช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ การถูกเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบจ้องมองย่อมทำให้รู้สึกแปลกๆ แม้เด็กหนุ่มผู้นี้จะมีฐานะสูงส่งก็ตาม

“ฝ่าบาท...”

นางก้มหน้าลงอีกครั้ง คางแทบจะจรดกับส่วนที่นูนเด่นของร่างกาย แสดงให้เห็นว่ารูปร่างของนางนั้นเย้ายวนเพียงใด

ฉู่เสินซิ่วยิ้มกว้าง เอ่ยถามอีกครั้ง “เจ้าคือพระชายาคนโปรดของรัชทายาทตันแห่งแคว้นเยียนใช่ไหม ชื่ออะไร”

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันคือพระชายารัชทายาทแคว้นเยียน นามว่า เหยียนเฟย เพคะ”

นางมองฉู่เสินซิ่ว น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ราวกับว่าเพียงแค่ได้ยินเสียงก็ทำให้เกิดจินตนาการเตลิดเปิดเปิง

“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าแคว้นเยียนส่งเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร” ฉู่เสินซิ่วถาม

เหยียนเฟยรู้สึกเศร้าสร้อยในใจ แต่จะทำอะไรได้ นางทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม มิฉะนั้นก็มีแต่ความตายเท่านั้น อีกอย่าง...การได้เป็นพระชายารัชทายาทก็ไม่ใช่เพราะนางรักชายผู้นั้น แต่เป็นเพราะไม่มีทางเลือก ในยุคสมัยนี้สตรีเปรียบเสมือนสิ่งของ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของบุรุษ เว้นแต่สตรีที่มีพรสวรรค์สูงส่งจริงๆ จึงจะสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ มิฉะนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วก็ทำได้เพียงยอมจำนนต่อโชคชะตา

“หม่อมฉันทราบเพคะ นับแต่วันนี้ไปหม่อมฉันจะตั้งใจปรนนิบัติฝ่าบาทอย่างดีที่สุด” เหยียนเฟยตอบเสียงเบา ดูเหมือนจะไม่มีความคิดอื่นใด

ฉู่เสินซิ่วอดหัวเราะไม่ได้ “เจ้ามีความคิดที่ดี ต่อไปก็พักอยู่ในวังหลวงเถอะ หวังเฉิงเอิน...จัดที่พักให้นาง!”

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป หลังจากฉู่เสินซิ่วจากไป เหยียนเฟยยังคงไม่เข้าใจความหมายของฉู่เสินซิ่ว

หวังเฉิงเอินอธิบายอยู่ข้างๆ “พระสนม ฝ่าบาททรงพอพระทัยในตัวท่านมาก ขอเพียงท่านไม่มีใจคิดคด วันหน้าฝ่าบาทจะต้องโปรดปรานท่านอย่างแน่นอน การได้ติดตามฝ่าบาทต่อให้เป็นเพียงสนมเล็กๆ ก็มีเกียรติยศสูงส่ง และที่สำคัญที่สุดฝ่าบาททรงมีพระเมตตา ขอเพียงเป็นคนของพระองค์ต่อให้เป็นสนมชั้นผู้น้อยพระองค์ก็ทรงดูแลเป็นอย่างดี สนมในวังหลังของฝ่าบาทตอนนี้ก็มีความเป็นอยู่ที่ดีมาก ท่านรอดูก็จะรู้เอง เชิญเสด็จตามหม่อมฉันมาเถิดพะยะค่ะ”

เหยียนเฟยยังคงครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ นางเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของฉู่เสินซิ่วมาบ้าง เล่าลือกันว่าเขาใช้กำลังเพียงคนเดียวทำลายกองทัพแคว้นฉินจนย่อยยับ ทำให้หกแคว้นหวาดกลัวจนหัวหดต้องรีบส่งบรรณาการมาขอขมา

และแคว้นเยียนที่เคยล่วงเกินแคว้นหวาซวีมาก่อน นางจึงถูกคัดเลือกให้เป็นเครื่องบรรณาการเพื่อดับโทสะของเจ้าแคว้นน้อยผู้นั้น

จบบทที่ บทที่ 65 เหยียนเฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว