เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 การตัดสินใจที่บ้าบิ่น

บทที่ 46 การตัดสินใจที่บ้าบิ่น

บทที่ 46 การตัดสินใจที่บ้าบิ่น


“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนัก”

“หากแคว้นมีกำลังทรัพย์เพียงพอ การเพิ่มสวัสดิการให้แก่ทหารก็เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งพะยะค่ะ”

“หากทำเช่นนั้นได้ จะต้องปลุกระดมความกระตือรือร้นของราษฎรในการรับใช้ชาติได้อย่างแน่นอน”

ขุนนางหลายคนต่างแสดงความคิดเห็นสนับสนุน ในช่วงนี้ฉู่เสินซิ่วทุ่มเทความพยายามในด้านนี้อย่างหนัก เริ่มจากการส่งเสริมการมีบุตรซึ่งส่งผลดีในระยะยาวต่อการเพิ่มประชากร เมื่อฐานประชากรขยายตัว บุคลากรที่มีความสามารถในด้านต่างๆ ก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย นี่คือผลประโยชน์ที่ได้จากการมีประชากรมาก

ไม่เพียงแค่นั้น ฉู่เสินซิ่วยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เขาประกาศก้อง “เราตัดสินใจแล้ว ผู้ใดที่สมัครเป็นทหารจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากเดิมสามเท่า! และหากผู้ใดมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรและสมัครใจเข้าร่วมกองทัพผู้ฝึกตน จะได้รับเคล็ดวิชาระดับฮวงขั้นสูงและสมบัติวิเศษระดับต่ำคนละหนึ่งชิ้น”

สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งท้องพระโรงต่างตกตะลึง สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปในทันที นี่มันเป็นสวัสดิการระดับแม่ทัพนายกองในอดีตชัดๆ แต่บัดนี้กลับนำมามอบให้ทหารเลวทั่วไป แล้วพวกระดับแม่ทัพนายกองเล่าจะได้รับสิ่งใดตอบแทน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทหารและแม่ทัพได้รับสวัสดิการเท่าเทียมกัน หากเป็นเช่นนั้นไม่ว่าใครก็คงรู้สึกไม่ยุติธรรม

“ระดับนายกองร้อย...ได้รับเคล็ดวิชาระดับฮวงขั้นสูง และสมบัติวิเศษที่ระดับสูงขึ้นหนึ่งขั้น!”

ไล่เรียงระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับแม่ทัพสูงสุด รางวัลที่ได้รับกลับกลายเป็นเคล็ดวิชาระดับเสวียนที่น่าตื่นตะลึง

เพียงเท่านี้ก็เหนือความคาดหมายของผู้คนไปไกลโข ดูเหมือนทุกคนจะคาดไม่ถึงว่าฉู่เสินซิ่วจะกล้าทุ่มรางวัลอย่างบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ต้องรู้ก่อนว่ารางวัลเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่าหายาก แม้แต่แคว้นฉินในบรรดาหกแคว้น ต่อให้ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งแคว้นก็อาจจะหามาไม่ได้ง่ายๆ

แต่บัดนี้ฉู่เสินซิ่วกลับเอ่ยปากออกมาอย่างง่ายดายราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย จุดนี้เองที่ทำให้ผู้คนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ใครจะไปคาดคิดว่าจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้น่าตกใจจริงๆ

เหล่าขุนนางต่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายความรู้สึก การที่ฉู่เสินซิ่วกล้าประกาศเช่นนี้ย่อมพิสูจน์ว่าเขามีศักยภาพเพียงพอ หากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปทั่วทั้งแคว้นจะต้องเดือดพล่านอย่างแน่นอน

หลังเลิกประชุม เหล่าขุนนางต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างเผ็ดร้อน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของฉู่เสินซิ่วอีกครั้งว่าน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือของที่พวกเขามองว่าล้ำค่าหายาก สำหรับฉู่เสินซิ่วแล้วมันเป็นเพียงของพื้นๆ ธรรมดา หรือจะพูดให้ถูกคือของพื้นๆ แบบนี้เขาหาได้ยากกว่าของวิเศษเสียอีก เพราะของรางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของล้ำค่าระดับสูง ของระดับต่ำกลับมีโอกาสได้รับน้อยกว่า เปรียบเสมือนมหาเศรษฐีหมื่นล้านให้เขาควักเงินล้านออกมานั้นง่ายดาย แต่ถ้าให้เขาหาเศษเหรียญไม่กี่บาทในบ้าน อาจจะยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

ตอนนี้ฉู่เสินซิ่วก็ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่มีความสุขเช่นนี้ หลังจากค้นหาในคลังสมบัติอยู่นาน ในที่สุดฉู่เสินซิ่วก็ตัดสินใจเลือกของได้ครบแล้วมอบหมายให้สามพี่น้องสกุลโจวนำไปส่งเข้าท้องพระคลัง ในอนาคตเรื่องเหล่านี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมกลาโหมทั้งหมด ดังนั้นฉู่เสินซิ่วจึงไม่ต้องกังวลอะไรอีก

ณ วังหลัง ตำหนักของอวี๋เหม่ยเหริน

การประชุมขุนนางเพิ่งจะจบลง นางก็ได้รับข่าวทันที สำหรับรางวัลที่ฉู่เสินซิ่วประกาศมอบให้นางรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่นรางวัลสำหรับแม่ทัพสูงสุด แม้แต่แคว้นฉินที่ยิ่งใหญ่ในบรรดาหกแคว้นยังไม่อาจนำออกมาได้ง่ายๆ แต่ทำไมคนผู้นี้ถึงกล้านำมาใช้เป็นรางวัลจูงใจได้อย่างง่ายดายปานนั้น

แคว้นหวาซวีแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

จุดนี้ทำให้นางประหลาดใจมาก ชั่วขณะหนึ่งนางไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร เมื่อผนวกกับเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ตัวตนของฉู่เสินซิ่วยิ่งดูมีสีสันลึกลับซับซ้อนมากขึ้นไปอีก ลึกลับจนนางไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นและหูได้ยินว่าเป็นความจริง ในชั่วพริบตาดวงตาของนางฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

...

“ฝ่าบาท! ทางฝั่งจ้าวฝูถูเริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกแล้วพะยะค่ะ มีสายข่าวรายงานว่าบริเวณชายแดนแคว้นฉินมักจะมีคนปลอมตัวเป็นผู้ลี้ภัย ชาวบ้าน หรือพ่อค้า ลักลอบเข้ามาในแคว้นของเราอยู่เป็นเนืองนิตย์” องครักษ์เสื้อแพรเข้ามารายงานข่าวต่อฉู่เสินซิ่ว “นี่เป็นข่าวที่องครักษ์เสื้อแพรที่แฝงตัวอยู่ข้างกายจ้าวฝูถูส่งมา เชิญฝ่าบาททอดพระเนตรพะยะค่ะ!”

เขาส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ฉู่เสินซิ่ว ฉู่เสินซิ่วรับมาเปิดอ่าน เนื้อหาในจดหมายระบุไว้อย่างชัดเจน ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มสดใสแฝงไว้ด้วยความขบขัน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทนไม่ไหวเตรียมจะลงมือแล้วสินะ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หมากที่จ้าวฝูถูวางไว้ในวังหลังก็น่าจะเริ่มเคลื่อนไหวด้วยกระมัง ทุกอย่างกำลังจะถึงบทสรุป

ฉู่เสินซิ่วเองก็เริ่มอดรนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน จ้าวฝูถูเป็นเพียงหุ่นเชิดที่เขาใช้บังหน้าเพื่อผลักดันนโยบายใหม่ เมื่อได้ข้ออ้างเรื่องสมคบคิดกับแคว้นฉินมาอยู่ในมือ เขาก็สามารถเปิดฉากโจมตีแคว้นฉินได้อย่างเปิดเผยและชอบธรรม โดยไม่ต้องกลัวใครครหาว่ารุกรานโดยไร้เหตุผล! นี่คือสิ่งที่ฉู่เสินซิ่วรอคอย ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเสนอหน้ามาให้เชือดถึงที่ก็อย่าหาว่าเขาใจร้าย

ภายในตำหนักอันเงียบสงบ กระแสคลื่นใต้น้ำกำลังก่อตัว พายุใหญ่กำลังจะพัดกระหน่ำ แต่ฉู่เสินซิ่วไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย เพราะความแข็งแกร่งของเขาสามารถสยบทุกแผนชั่วร้ายได้ เขาไม่กังวลว่าจะเกิดอันตรายใดๆ กับตนเอง นี่เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว

เขายังมีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งจัดระเบียบคลังสมบัติ ด้วยความบังเอิญฉู่เสินซิ่วพบว่าแม้เขาจะมีพลังฝีมือที่แข็งแกร่ง แต่ดูเหมือนจะขาดความสามารถพิเศษบางอย่างไป กายาอมตะบรรพกาลมากมายที่ได้จากการลงชื่อเข้าใช้และเก็บไว้ในคลังสมบัติเขาควรจะนำมาใช้บ้างดีหรือไม่?

เขากำลังขบคิดปัญหานี้ ตัวอย่างเช่นเพิ่มวิญญาณมังกรให้ตัวเองเพื่อให้ดูสมกับเป็นโอรสสวรรค์ผู้แท้จริง เพราะเชื้อพระวงศ์ย่อมมีปราณมังกรติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ปราณมังกรของเขานั้นเบาบางยิ่งนัก

แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ฉู่เสินซิ่วก็ล้มเลิกความคิด เพราะหากปราณมังกรเข้มข้นเกินไปจะต้องเป็นที่จับตามองอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อเขาเท่าไหร่นัก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับตามองจากขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่าหกแคว้น เขาจึงตัดสินใจระงับความคิดนี้

จบบทที่ บทที่ 46 การตัดสินใจที่บ้าบิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว