- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 31 คัดเลือกสนม
บทที่ 31 คัดเลือกสนม
บทที่ 31 คัดเลือกสนม
ณ พระราชวังในเมืองหลวง ฉู่เสินซิ่วกำลังตรวจฎีกาที่ส่งมาจากทั่วทุกสารทิศ
ภายใต้การกระตุ้นของนโยบายใหม่ แม้ความคืบหน้าจะไม่ราบรื่นนัก แต่ในบางพื้นที่ก็เริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์บ้างแล้ว กลุ่มผลประโยชน์ในท้องถิ่นที่หยั่งรากลึกมานานหลายปี เมื่อเจอมาตรการกระตุ้นของเขาเข้าไปก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี และกำลังเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง ในจุดนี้ฉู่เสินซิ่วค่อนข้างพอใจ
บัดนี้เย่กู้เฉิงได้นำราชโองการเดินทางไปบังคับใช้นโยบายใหม่ที่เมืองเทียนเชวี่ยแล้ว ขอเพียงทางฝั่งเย่กู้เฉิงจัดการได้เรียบร้อยก็จะสามารถขยายผลไปทั่วทั้งแคว้น ส่วนเรื่องเงินทองนั้นไม่ต้องเป็นกังวลเลย หยกวิญญาณที่ฉู่เสินซิ่วมอบให้ในตอนแรกถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรมากมายมหาศาล เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของแคว้น ยิ่งไปกว่านั้นเขาเชื่อว่าภายใต้นโยบายใหม่ ภาษีอากรจากท้องถิ่นต่างๆ จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
ถึงเวลานั้นแคว้นก็จะสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้เขาควักเนื้อตัวเองมาอุดหนุนอีก สำหรับเรื่องนี้เขามั่นใจเต็มเปี่ยม
หน่วยองครักษ์เสื้อแพรเองก็เริ่มปฏิบัติการแล้ว เพียงเวลาไม่กี่วันก็สามารถรวบรวมพฤติกรรมในยามปกติของเหล่าขุนนางมาได้ ขุนนางบางคนยักยอกเงินหลวง เงินทองและเสบียงที่ส่งลงไปสู่ท้องถิ่นยังไม่ทันพ้นเมืองหลวงก็ถูกหักหัวคิวไปจำนวนมาก เมื่อผ่านลงไปเป็นทอดๆ กว่าจะถึงมือชาวบ้านก็เหลือเพียงน้อยนิด เรื่องพรรค์นี้มีมาแต่โบราณกาล ฉู่เสินซิ่วได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะกวาดล้างพวกขุนนางกังฉิน แต่เขาเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นวันตายของพวกคนเหล่านั้น
ข่าวจากชายแดนก็ทำให้ฉู่เสินซิ่วปวดหัวไม่แพ้กัน
หกแคว้นระดมพลจำนวนมากมาประชิดชายแดน เตรียมพร้อมที่จะเปิดศึกใหญ่ได้ทุกเมื่อ แต่ในบรรดาหกแคว้นดูเหมือนจะมีเพียงแคว้นฉินเท่านั้นที่ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งแคว้นเพื่อสงครามครั้งนี้
นอกจากนี้ข่าวกรองจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรชิ้นหนึ่งดึงดูดความสนใจของฉู่เสินซิ่วเป็นพิเศษ คือเรื่องที่ทูตแคว้นฉินมีการติดต่อกับจ้าวฝูถูอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงลับบางอย่างต่อกัน แต่รายละเอียดนั้นยังไม่แน่ชัด จ้าวฝูถูยังได้จัดส่งสาวงามนางหนึ่งเข้าวังเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกสนมในครั้งนี้ด้วย แม้จะยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง แต่คาดเดาได้ไม่ยากว่านางจะต้องกลายเป็นตัวหมากสำคัญอย่างแน่นอน
“กราบทูลฝ่าบาท สาวงามที่คัดเลือกมาจากทั่วทุกสารทิศมาถึงในวังแล้วพะยะค่ะ กำลังรอเข้าเฝ้าพระองค์อยู่” ขันทีคนสนิทเข้ามารายงาน
ฉู่เสินซิ่วพยักหน้าเบาๆ ขันทีประกาศก้อง
ณ สวนฉางชุน
สาวงามที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วสารทิศมารรอคอยอยู่นานแล้ว อันที่จริงพวกนางไม่ได้เพิ่งมาถึงวันนี้ เพียงแต่วันนี้เป็นวันคัดเลือกอย่างเป็นทางการ หนึ่งก้าวเข้าสู่วังหลวงลึกล้ำดั่งมหาสมุทร หากได้รับความโปรดปรานชีวิตย่อมสุขสบายดุจขึ้นสวรรค์ แต่หากไม่ได้รับความโปรดปรานก็ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง รอวันแก่ชราและตายไป ชีวิตเช่นนั้นย่อมยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย
ในฐานะกษัตริย์ ฉู่เสินซิ่วจำเป็นต้องมีสตรีในวังหลังมากพอที่จะช่วยสืบทอดทายาท แต่ตำแหน่งพระมเหสีในใจของเขามีเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ฝ่าบาทเสด็จ...”
ขันทีคนสนิทดัดเสียงแหลมสูงตะโกนก้อง เหล่าสาวงามรีบคุกเข่าลงพร้อมเพรียงกัน
“ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”
ธรรมเนียมปฏิบัติที่จำเป็นย่อมขาดไม่ได้ ฉู่เสินซิ่วประทับบนพระที่นั่ง ทอดพระเนตรมองเหล่าหญิงสาวเบื้องหน้า ว่ากันตามตรงรูปร่างหน้าตาของพวกนางถือว่าใช้ได้ทีเดียว การแต่งกายก็หรูหรา ดูออกทันทีว่าไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป
เรื่องนี้ก็เป็นปกติ ลูกสาวชาวบ้านธรรมดาย่อมไม่มีโอกาสเข้าถึงชนชั้นคหบดีและผู้มีอิทธิพลจนถูกส่งตัวเข้ามาในวังได้ หากเป็นเช่นนั้นผลที่จะตามมาคือปัญหาใหญ่ นั่นคือการที่พระญาติฝ่ายมเหสีกุมอำนาจ ฉู่เสินซิ่วมาจากแคว้นเซี่ยในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ย่อมรู้ดีว่าจะเกิดผลเสียอย่างไร เขาเชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จึงรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
แต่นี่ก็เป็นปัญหาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ด้วยความแข็งแกร่งและเด็ดขาดของเขาในยามนี้ย่อมไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ลูกหลานในภายภาคหน้าเล่า ในกระบวนการพัฒนาอันยาวนานเรื่องบางเรื่องย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงตัดไฟแต่ต้นลม แก้ไขที่ต้นเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เขาต้องสร้างราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรขึ้นมาก่อนถึงจะไปจัดการเรื่องพวกนั้นได้
“ฝ่าบาท สาวงามเหล่านี้ล้วนเป็นกุลสตรีที่คัดเลือกมาจากทั่วแคว้น จะต้องช่วยฝ่าบาทสืบทอดทายาทมังกรที่ปรีชาสามารถได้อย่างแน่นอนพะยะค่ะ” คนรอบข้างต่างพากันประจบสอพลอ
เรื่องนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง เพียงแค่รูปร่างหน้าตาก็ผ่านการคัดกรองมาอย่างดี พันธุกรรมย่อมยอดเยี่ยม การมีอยู่ของสตรีเหล่านี้ย่อมส่งผลดีต่อทายาทรุ่นหลัง ถือว่าสมบูรณ์แบบทีเดียว
ฉู่เสินซิ่วเพียงกวาดสายตามองผ่านๆ จนไปสะดุดตากับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีเสน่ห์เย้ายวนเป็นพิเศษ แตกต่างจากหญิงสาวคนอื่นที่ไม่กล้าสบตาเขา นางผู้นี้ช่างพิเศษนัก นางดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวฉู่เสินซิ่ว กลับกล้าสบตาเขาอย่างเปิดเผย ใบหน้างดงามสะคราญตานั้นฉายแววขัดเขินระคนหวาดหวั่น สีหน้าท่าทางนั้นช่างดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้รู้สึกขัดตาเลยแม้แต่น้อย
สตรีเช่นนี้ เกิดมาเพื่อเป็นของคู่กายกษัตริย์โดยแท้
ฉู่เสินซิ่วอดไม่ได้ที่จะมองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้แต่ในชาติก่อนเขาก็ไม่เคยพบเจอผู้ใดงดงามเย้ายวนถึงเพียงนี้ ดาราชื่อดังในโทรทัศน์สมัยก่อนเทียบกับนางไม่ได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ ในชั่วพริบตาฉู่เสินซิ่วก็เอ่ยถามขึ้น
“เจ้าชื่ออะไร”
“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมีนามว่า อวี๋เหม่ยเหรินเพคะ” หญิงสาวตอบเสียงเบา
สตรีเช่นนี้อย่าว่าแต่ชายหนุ่มทั้งหลายจะตกตะลึงในความงามเลย แม้แต่สาวงามที่มาร่วมคัดเลือกด้วยกันที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากทั่วสารทิศ ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกริษยา ดูเหมือนว่าเมื่อต้องแข่งขันกับนาง แม้แต่พวกนางเองก็ยังรู้สึกด้อยกว่า หารัศมีที่จะไปเทียบเคียงกับอีกฝ่ายไม่ได้เลย
“ลุกขึ้น ให้เราดูเจ้าชัดๆ หน่อย” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยเรียบๆ
อวี๋เหม่ยเหรินลุกขึ้นยืน นางมีรูปร่างสูงโปร่งระหง แต่ไม่ได้ดูผอมแห้ง กลับมีทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าได้สัดส่วน เพียงแค่ปรายตามองก็ทำให้เกิดจินตนาการเตลิดเปิดเปิง
แม้แต่ฉู่เสินซิ่วก็ยังรู้สึกหวั่นไหว ในที่สุดเขาก็เข้าใจรสชาติของการเป็นกษัตริย์ ฉู่เสินซิ่วส่งสายตาเป็นสัญญาณ
ขันทีที่ทำหน้าที่จดบันทึกรีบขานรับทันที “อวี๋เหม่ยเหริน ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ตำหนักใน...”
ในวังหลังฐานะย่อมมีการแบ่งลำดับชั้น ผู้ที่เพิ่งผ่านการคัดเลือกเข้ามาจะได้รับตำแหน่งต่ำสุดคือ ไฉเหริน