- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 30 กุหลาบมีหนาม
บทที่ 30 กุหลาบมีหนาม
บทที่ 30 กุหลาบมีหนาม
“ย่อมเป็นความจริง”
จ้าวฝูถูเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ท่านก็น่าจะได้รับข่าวมาบ้างแล้ว ว่างบประมาณกองทัพ ค่าตอบแทน และสวัสดิการของราษฎรแคว้นหวาซวีในยามนี้สูงที่สุดในบรรดาหกแคว้น...ด้วยศักยภาพของแคว้นหวาซวี...อาศัยสิ่งใดมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น”
ทูตแคว้นฉินตกอยู่ในห้วงความคิด ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้เลย ตอนที่ได้รับข่าวนี้ก็ยังรู้สึกงุนงงสงสัยไม่หาย แต่เมื่อได้รับคำอธิบายเช่นนี้ ดูเหมือนความสงสัยจะคลี่คลายลง ทุกอย่างฟังดูสมเหตุสมผล
“ความมั่งคั่งของเจ้าแคว้นน้อยแห่งหวาซวีผู้นั้นมาจากที่ใดกันแน่ แล้วฝีมือของเขาอยู่ในระดับใด” ทูตแคว้นฉินถามต่อ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
จ้าวฝูถูส่ายหน้า
“เรื่องนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ข้าเคยตรวจสอบดูแล้วพบว่าทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเหมือนกับเสกขึ้นมาจากอากาศธาตุ แม้แต่ข้าเองก็ยังงุนงง ฝีมือของเขายังเป็นปริศนา...แต่ข้าคาดว่า...น่าจะทะลวงผ่านขอบเขตเสินทงไปแล้ว แต่ข้าเองก็บรรลุขอบเขตเสินทงแล้วเช่นกัน คิดว่าคงไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาสักเท่าไหร่”
เขายังคงมีความมั่นใจในตัวเองอย่างเปี่ยมล้น
ทูตแคว้นฉินพยักหน้าเบาๆ “ข้าจะกลับไปหารือกับท่านอ๋อง ภายในสามวันจะให้คำตอบแก่ท่านอย่างแน่นอน”
ฝีมือของอีกฝ่ายคิดว่าคงไม่แข็งแกร่งจนเกินรับมือไหว เรื่องนี้พอจะคาดเดาได้ เมื่อมีจ้าวฝูถูคอยเป็นไส้ศึก ประสานงานทั้งในและนอก โอกาสสำเร็จย่อมเพิ่มสูงขึ้นมาก สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาอันใด อีกทั้งผลประโยชน์นั้นมหาศาลยิ่งนัก แรงดึงดูดใจช่างมากมายจนแทบจะจินตนาการได้ หากเป็นใครก็คงไม่อาจปฏิเสธ ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าเสี่ยง
ความเสี่ยงและผลตอบแทนย่อมเป็นของคู่กันเสมอ เมื่อมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมหาศาล ต่อให้ความเสี่ยงจะสูงเพียงใดก็คุ้มค่าที่จะลองดู
หลังจากทูตแคว้นฉินจากไป รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวฝูถู เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ไม่ว่าจะอย่างไรผลลัพธ์ดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้ว
“เรื่องสตรีเผ่าหมื่นพิษ เป็นอย่างไรบ้าง”
เขาเอ่ยถามเสียงเบา
“เรียนท่านแม่ทัพ สตรีเผ่าหมื่นพิษตกลงจะช่วยพวกเราแล้วขอรับ เพราะเผ่าของนางติดหนี้บุญคุณเราอยู่หนึ่งครั้ง อีกสักครู่คงมาถึง” รองแม่ทัพที่ยืนอยู่ข้างกายตอบ
สิ้นเสียงคำพูด หญิงสาวผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา นางสวมอาภรณ์น้อยชิ้นเผยให้เห็นเรือนร่างอันยั่วยวน ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกอายุอานามน่าจะเพียงยี่สิบต้นๆ แต่กลับดูเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความเย้ายวนใจออกมา
แม้แต่จ้าวฝูถูที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน เมื่อได้เห็นหญิงสาวผู้นี้ก็ยังอดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ เขาสูตรลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มใจให้สงบลง ส่วนทหารยามที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างพากันตื่นตัว ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างไม่อาจควบคุม ยากที่จะต้านทานเสน่ห์ของนางได้
นางเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับโปรยเสน่ห์อันเหลือล้น เรียวขายาวขาวผ่องตรงดิ่งสวยงาม เท้าคู่เล็กที่งดงามราวกระเบื้องเคลือบเหยียบย่างลงบนพื้นดิน ทุกย่างก้าวที่สัมผัสพื้นทำให้ผู้พบเห็นอดห่วงไม่ได้ว่าพื้นดินจะทำร้ายเท้าคู่งามนั้น รูปร่างของนางช่างร้อนแรงดั่งไฟ เส้นผมยาวสยายถึงบั้นเอว ใบหน้าอันงดงามหมดจด ยิ่งทำให้ผู้คนแทบคลั่ง
“ท่านคือแม่ทัพจ้าว?”
หญิงสาวเผยอปากเอ่ยถาม น้ำเสียงไพเราะราวกับเสียงดนตรี
“ข้าเอง”
จ้าวฝูถูลุกขึ้นยืน แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะเผ่าหมื่นพิษเกิดมาพร้อมกับการกินพิษเป็นอาหาร ทั่วทั้งร่างจึงเต็มไปด้วยพิษร้าย ไม่รู้ว่าจะพลาดท่าเสียทีเมื่อไหร่ นี่คือกุหลาบมีหนามที่แท้จริง งดงามจนหาใดเปรียบแต่ก็อันตรายถึงชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบุรุษมากมายยอมเสี่ยงตายเพื่อเข้าหานาง เพราะน้อยคนนักที่จะต้านทานเสน่ห์ของนางได้
ต่อให้ได้เชยชมเพียงครั้งเดียวก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ดังคำกล่าวที่ว่า ยอมตายใต้ดอกโบตั๋น เป็นผีก็ยังสำราญ
“นี่เป็นบุญคุณครั้งสุดท้ายที่เผ่าเราติดค้างพวกท่าน หลังจากจบเรื่องนี้ถือว่าหายกัน” สตรีเผ่าหมื่นพิษเอ่ยเสียงเบา
จ้าวฝูถูพยักหน้า “ข้าทราบแล้ว”
“ว่ามาเถิด ต้องการให้พวกเราทำสิ่งใด” สตรีเผ่าหมื่นพิษถามช้าๆ
“ทำให้เจ้าแคว้นหวาซวีหมดสภาพการต่อสู้” จ้าวฝูถูเอ่ยเรียบๆ
เขายังมีไพ่ตายเก็บไว้อีกหลายใบ สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้แทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของฉู่เสินซิ่วดีจึงเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
สตรีเผ่าหมื่นพิษไม่ได้สนใจแผนการของพวกเขามากนัก นางเพียงแค่ต้องการชดใช้หนี้บุญคุณให้จบสิ้นกันไป เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว อย่าว่าแต่ทำให้ฉู่เสินซิ่วหมดสภาพเลย ต่อให้ต้องเอาชีวิตเขาก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดาย
“ตอนนี้แคว้นหวาซวีกำลังจัดเตรียมการคัดเลือกนางสนมเพื่อถวายตัว ข้าจะจัดเตรียมสถานะให้แม่นาง ท่านจะได้เข้าวังในฐานะสาวงามที่เข้ารับการคัดเลือก ด้วยเสน่ห์ของแม่นางข้าเชื่อว่าการจะรั้งอยู่ในวังหลวงย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย จากนั้นแม่นางก็แค่รอคำสั่งจากทางข้า ห้ามแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด” จ้าวฝูถูเอ่ยเตือน
“อืม”
สตรีเผ่าหมื่นพิษพยักหน้า คนเผ่าหมื่นพิษขึ้นชื่อเรื่องความงามอยู่แล้ว นางไม่เชื่อว่าจะมีชายใดในใต้หล้าต้านทานเสน่ห์ของนางได้ หากมีจริงคงไม่มีใครเชื่อ
“ยังไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามของแม่นางเลย ข้าจะได้จัดเตรียมตัวตนให้ถูก” จ้าวฝูถูถามต่อ
สตรีเผ่าหมื่นพิษเหลือบตามองเล็กน้อย “อวี๋เหม่ยเหริน”
“ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะ” จ้าวฝูถูอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
คนเผ่าหมื่นพิษเกือบทั้งหมดจะตั้งชื่อตามดอกไม้ สมกับคำว่าคนงามดั่งชื่อ สตรีผู้นี้สมควรแก่ชื่ออวี๋เหม่ยเหรินหรือบุปผางามอย่างยิ่ง
“เด็กๆ พาแม่นางไปพักผ่อน”
จ้าวฝูถูสั่งการทันที แล้วหันมาพูดกับอวี๋เหม่ยเหริน “เชิญแม่นางพักผ่อนในค่ายสักคืน พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปส่งท่านที่เมืองหลวง พรุ่งนี้ท่านก็จะได้พบกับเจ้าแคว้นน้อยผู้นั้นแล้ว ส่วนจะทำอย่างไรให้อยู่ในวังต่อได้ ข้าคงเข้าไปยุ่งไม่ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของแม่นางเอง”
อวี๋เหม่ยเหรินรับคำเรียบๆ แล้วหันหลังเดินจากไป สำหรับนางแล้วนางไม่เคยคิดเลยว่าภารกิจนี้จะยากเย็นแสนเข็ญ เพียงแค่หาทางอยู่ในวังหลวงแล้วทำให้เจ้าแคว้นน้อยผู้นั้นหมดสภาพ มันช่างง่ายดายยิ่งนัก
ไม่นานนักภายในค่ายทหารก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ แต่ทว่าจ้าวฝูถูหารู้ไม่ว่าทหารเลวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างกาย แววตาพลันวูบไหวด้วยประกายประหลาด